คัมภีร์มารกระกางกลืนวิญญาณ

    [TDSS] ตอน 037 : ความจริงอันน่ากลัวของป่าดำ

    "นายน้อยนี่ท่านกำลังทำอะไร" น้ำเสียงจั่วยุ่นแฝงความเศร้าอาลัย เมื่อเขาถูกเรียกให้มาหาหลี่เค่อที่ห้อง และพบว่าหลี่เค่อได้จัดเตรียมแหวนมิติให้เขากับลูกชาย


    นอกจากนั้นภายในยังมีโอสถระดับหนึ่งถึงสามจำนวนมาก


    เงินเหรียญหมิงจำนวนแสนล้าน หินปราณและหินจิตวิญญาณมันมากมายพอที่จะทำให้สองพ่อลูกบ่มเพาะจากคนธรรมดาก้าวสู่ระดับห้าของทั้งสองวิถีได้โดยไม่ต้องทำงานไปตลอดชีวิต


    จั่วยุ่นตอนนี้รับรู้ว่านายน้อยของตัวเองกำลังคิดทำอะไร


    ในอดีตหากมีสถานการณ์ที่อันตรายมากๆ มากจนหลี่เค่อรับรู้ว่าเขาอาจจะต้องเสียชีวิต หลี่เค่อมักจะจัดการเรื่องราวสำคัญต่างๆ เบื้องหลังตัวเองให้เรียบร้อย เพื่อตัวเขาจะได้หมดห่วง


    แต่ตอนนี้นายน้อยกำลังทำอะไร พวกเราพึงมาที่โลกใหม่ พวกเราไม่ได้เป็นศัตรูกับใคร ทำไมนานน้อยต้องทำแบบนี้


    ท่านทำเหมือนท่านกำลังเตรียมใจที่จะไปตาย


    จั่วยุ่นต้องการคำตอบ ซึ่งหากเขาไม่ได้รับคำตอบ เขาจะไม่มีวันปล่อยนายน้อยไปไหน


    หลี่เค่อที่พักรักษาตัวอย่างดีในหลายวัน นับตั้งแต่วันที่เขาได้พบกับยัยตุ๊กตากระเบื้องเคลือบครั้งล่าสุด


    การได้พบหม่าอิ๋งอิ๋ง ทำให้เขาได้รับความทรงจำของป่าดำในจุดที่เกี่ยวข้องกับหม่าอิ๋งอิ๋งเพิ่มเติม


    และนั่นก็ทำให้หลี่เค่อรับรู้ว่าตื้นลึกของป่าดำไม่ธรรมดาอย่างยิ่ง


    ช่างสมกับเป็นชายที่เคยอยู่บนจุดสูงสุดของโลก แม้ปัจจุบันตกต่ำลง แต่รากฐานในอดีตช่างยิ่งใหญ่จนน่าหวาดกลัว


    ‘หอราตรีรื่นรมย์’ ยิ่งหลี่เค่อได้รับความทรงจำของป่าดำมามากเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้หลี่เค่อกังวล


    เพราะมันไม่ใช่แค่สถานที่รื่นรมย์ธรรมดาดังชื่อของมัน


    แต่มันเป็นสถานที่รวมตัวของผู้ยิ่งใหญ่จากหลากแดนดิน


    ความอหังการของป่าดำนั้นต้องให้พูดกันตรงๆ มันไม่ใช่แค่เรื่องของความแข็งแกร่ง หากแต่เป็นวิธีการที่เขาใช้ในการควบคุมผู้คน มันลึกลับซับซ้อนจนยากจะแยกแยะ และค้นหาตัวจริงของป่าดำ


    ภายใน ‘หอราตรีรื่นรมย์’ นั่นแท้จริงจะมีข่ายอาคมเคลื่อนย้าย


    เชื่อมโยงกับห้าดินแดนที่มีรากฐานสำคัญของป่าดำอยู่


    แต่ละแห่งจะมี 'ทาสบาป' และ 'สตรีไร้ลุ่มหลง' ดูแล ซึ่งคนเหล่านี้แต่ละคนหาได้มีความสามัญไม่


    ดังเช่น 'หม่าอิ๋งอิ๋ง' แท้จริงนางคือสตรีไร้ลุ่มหลงของป่า ความแข็งแกร่งของนางคือระดับห้าหรือปรมาจารย์


    ในความทรงจำของป่าดำ หลี่เค่อพบว่าเหล่าสตรีไร้ลุ่มหลงนั้นน่าหวาดกลัวมาก พวกนางแทบไม่มีใครมีระดับต่ำกว่าระดับสามในสองวิถีบ่มเพาะ


    และทาสบาปก็ไม่ต่างกัน


    และคนที่แข็งแกร่งแบบนี้ทำไมถึงยอมทำงานให้ป่าดำกันอย่างมากมาย ซึ่งตอนนี้เขาไม่ได้แข็งแกร่งถึงขนาดควบคุมคนเหล่านี้ได้


    เมื่อความทรงจำของป่าดำแง้มเปิด หลี่เค่อก็ได้พบความต่ำช้าอันสุดแสนของป่าดำ


    ผ่านเรื่องราวของตัวป่าดำกับหม่าอิ๋งอิ๋ง


    หลี่เค่อแทบไม่เคยเห็นคนชั่วช้าเท่าป่าดำ


    ก่อนที่ป่าดำจะอยู่ในร่างนี้ เขาได้บรรลุถึงระดับ [6] ปราณสวรรค์ขั้นปลาย [3] ในชีวิตก่อน ซึ่งมันไม่ได้อยู่ในจุดสูงสุดของชีวิตเก่าๆ ที่ป่าดำไปถึงระดับ [7] ฟ้าดินเป็นหนึ่ง


    เพราะป่าดำพบปัญหาในการฝึกฝน การเปลี่ยนกายย้ายวิญญาณฝึกฝนใหม่บ่อยครั้ง ทำให้รากฐานด้านจิตวิญญาณเขาย่ำแย่


    และป่าดำพบว่ามีเพียงเคล็ดวิชาที่ถูกเรียกว่า 'กายเทพมาร' และ 'มหาเวทย์กลืนฟ้า' เท่านั้นที่จะช่วยเขาบรรลุสู่ความยิ่งใหญ่ในอดีตได้ ซึ่งนี่คือเคล็ดวิชาที่เขาช่วงชิงจากอาจารย์ในอดีต


    ซึ่งจากความทรงจำที่หลี่เค่อได้มา


    หลี่เค่อพบว่าทั้ง 'กายเทพมาร' และ 'มหาเวทย์กลืนฟ้า' คือเคล็ดวิชาที่บกพร่องของ 'คัมภีร์กลืนสวรรค์' ของตัวเขา


    'กายเทพมาร' แท้จริงคือ 'หลอมกายเซียนทอง'


    'มหาเวทย์กลืนฟ้า' แท้จริงคือ 'เวทย์ผนึกฟ้าดิน'


    แต่เพราะการตระหนักรู้ที่ไม่สมบูรณ์ที่ได้จากเคล็ดวิชาเพียงครึ่งเล่ม ทำให้เคล็ดวิชาของ 'คัมภีร์กลืนสวรรค์' กลายเป็นเคล็ดวิชามารโดยสมบูรณ์


    เช่น 'กายเทพมาร' ขั้นต้นระดับ [1] หลอมกาย หากเป็นเคล็ดวิชา 'หลอมกายเซียนทอง' ของแท้หลี่เค่อต้องการเพียงหญิงสาวพรหมจรรย์ช่วยเป็นเตาหลอมร่วมบำเพ็ญเพียงหนึ่งก็พอ จากนั้นก็คล้ายเคล็ดวิชาการบ่มเพาะทั่วไป ที่แปลกพิสดารเสียหน่อยก็อยู่ตรงที่หากมีสตรีร่วมบ่มเพาะการพัฒนาการก็จะเร็วอย่างยิ่งยวด


    แต่พอเป็นเคล็ดวิชา 'กายเทพมาร' กับต้องใช้ทั้งเลือดและจิตวิญญาณของสตรีในการฝึกฝน หญิงสาวบริสุทธิ์คล้ายเป็นสิ่งที่ป่าดำขาดไม่ได้


    และทำอย่างไรเขาจึงจะฝึกเคล็ดวิชามารนี้ได้อย่างตลอดรอดฝั่ง


    หากเป็นในอดีต เขาคงอหังการตั้งตนเป็นจักรพรรดิและบีบบังคับใจผู้คน พรากชิงชีวิตไม่สนว่าเป็นบุตรธิดาผู้ใด


    แต่ตอนนี้ป่าดำไม่ได้อยู่ในจุดสูงสุดของชีวิตเช่นในอดีตเมื่อราวห้าร้อยปีก่อน


    ดังนั้นเขาจึงก่อตั้ง ‘หอราตรีรื่นรมย์’ ขึ้นมา ซึ่งมันไม่ได้ถูกสร้าง ณ ปัจจุบัน แต่รากฐานมันยาวนานถึง 150 ปีก่อนหน้า


    ทั้งหมดที่ป่าดำทำก็เพื่อวางรากฐานแก่ร่างกำเนิดใหม่ของตัวเองในร่างปัจจุบันของตัวเอง ให้ก้าวไปสู่จุดสูงสุดที่เขาไม่เคยไปถึง


    ในตอนที่หลี่เค่อมายังโลกใบนี้ และเขาเห็นป่าดำแก่ชรา แท้จริงป่าดำในร่างปัจจุบันอายุเพียง 20 ปี


    แต่ที่ร่างกายเขาแก่ชราราวกับคนอายุร้อยปีเส้นผมขาวโพลน นั่นเพราะการปรากฏตัวอันอัศจรรย์ของหลี่เค่อมีผลให้พลังของเขาถดถอยอย่างยิ่งยวด หลี่เค่อทำลายป่าดำในวินาทีที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเขา ดังนั้นแม้เพียงป่าดำแรกพบหลี่เค่อเขาก็กระหายจะฆ่าให้ตายในทันที


    แต่พอเขาพบว่าหลี่เค่อและพวกคล้ายเป็นเพียงคำธรรมดา นั่นกับทำให้เขาประมาท


    สุดท้ายก็ถูกสังหารโดยหลี่เค่ออย่างไม่คาดคิด


    นอกจากนั้น เหล่าศพสตรีและเด็กที่หลี่เค่อเห็นในห้วงมิติแห่งนั้น แท้จริงพวกเขาตายเพราะการฝึกเคล็ดวิชา 'มหาเวทย์กลืนฟ้า' ของป่าดำ


    ป่าดำตั้งใจจะหลอม 'ร่างภูตไฟหยิน' ของตัวเอง ซึ่งเป็นการก้าวเข้าสู่ระดับ [4] ร่างภูต ในวิถีผู้ฝึกเวทย์


    แต่ในการสร้าง 'ร่างภูตไฟหยิน' ตามเคล็ดวิชานี้ เขาต้องใช้ร่างสตรีที่มีสายเลือดธาตุอัคคีและหนึ่งบุตรชายของตัวเองที่มีสายเลือดอัคคีเป็นเครื่องสังเวย หลอมวิญญาณบุตรชายคนนั้นสร้าง 'ร่างภูตไฟหยิน' ของตนจากนั้นก้าวสู่ระดับสี่วิถีผู้ฝึกเวทย์


    เมื่อหลี่เค่อได้ความทรงจำส่วนนี้ของป่าดำ แม้ร่างกายของเขาจะไม่สั่นสะท้าน แต่ในใจก็มีความเกลียดชังป่าดำอย่างถึงแก่น


    เหล่าสตรีที่ตายทั้งกลม หลี่เค่อไม่รู้ว่าพวกนางคือใคร


    แต่ที่แน่ๆ ศพของเหล่าเด็กและทารกต่างๆ ที่เขาเห็น แน่นอนแล้วว่าแท้จริงทารกและเด็กทั้งหมดคือบุตรของป่าดำเอง


    ต้องเป็นคนเช่นไรจึงจะโฉดชั่วพอถึงฆ่าลูกตัวเองได้


    แต่ป่าดำสามารถกระทำ


    ว่ากันต่อในส่วนของ ‘หอราตรีรื่นรมย์’ สถานที่แห่งนี้คือสถานที่จัดหาเด็กสาวและหญิงพรหมจรรย์เพื่อให้ป่าดำฝึกฝนเคล็ดวิชามารของตัวเองอย่างเงียบๆ


    แต่เบื้องหน้ามันก็เป็นธุรกิจรื่นเริงสามัญ


    แต่เบื้องลึกกับโฉดชั่วไร้ใจ


    แต่ทำไมถึงมีคนยอมขายชีวิตทำงานให้ป่าดำ


    ส่วนหนึ่งต้องพูดถึงเคล็ดวิชาลับ ซึ่งมันเป็นภาคหนึ่งของ เคล็ดวิชา 'เวทย์ผนึกฟ้าดิน' มันมีส่วนของเคล็ดวิชาบังคับเป็นตายต่อดวงวิญญาณ ป่าดำเรียกเคล็ดวิชาย่อยในเวทย์ผนึกฟ้าดินนี้ว่า 'ผนึกทาสทัณฑ์'


    แต่ในเคล็ดวิชา 'เวทย์ผนึกฟ้าดิน' ของแท้เรียกเคล็ดวิชานี้ว่า 'ผนึกสวรรค์'


    มันสามารถควบคุมดวงวิญญาณ พร้อมใส่เงื่อนไขเป็นตายห้ามฝ่าฝืนเอาไว้ได้ เช่น ห้ามพูดถึงชื่อของป่าดำ ห้ามคิดทรยศ ซึ่งเมื่อคิดหรือทำในข้อห้ามพวกเขาจะทรมานยิ่งกว่าตาย


    กว่าครึ่งของเหล่า 'ทาสบาป' ที่เป็นบ่าวของป่าดำใน ‘หอราตรีรื่นรมย์’ พวกเขาถูกควบคุมด้วย 'ผนึกทาสทัณฑ์' หรือ 'ผนึกสวรรค์' นั่นเอง


    และนั่นก็ทำให้เมื่อป่าดำย้ายวิญญาณและถือกำเนิดใหม่ เมื่อเขาเริ่มเติบใหญ่ เขาก็สามารถกลับมาควบคุม ‘หอราตรีรื่นรมย์’ ได้


    แต่ในส่วนของเหล่า 'สตรีไร้ลุ่มหลง' สิ่งที่ป่าดำทำกับพวกนางกับเลวร้ายยิ่งกว่าพวก 'ทาสบาป'


    นั่นเพราะเหล่า 'สตรีไร้ลุ่มหลง' กว่าป่าดำจะสร้างพวกนางขึ้นมาได้แต่ละนาง


    เขาแทบฆ่าล้างบางครอบครัวของพวกนางทั้งหมด





    คล้ายกับเรื่องคัมภีร์มารกระกางกลืนวิญญาณ ที่คุณอ่าน