เทียนหลง ดันเจี้ยน สเลเยอร์

    บทที่ 19

    อีกด้านหนึ่งในประเทศจีน..“มีเบาะแสของเขาที่เมืองเชียงใหม่ ประเทศไทยอย่างนั้นเหรอ.. มิสเตอร์อนุวัฒน์ หนูเข้าใจแล้ว ช่วยค้นหาข้อมูลของเขา แล้วส่งตรงมาให้หนูนะคะ.. ขอบคุณค่ะคุณอา” หญิงสาวใบหน้าที่ใครๆต่างก็หลงมนตร์เสน่ห์ และเธอคนนี้คือหลินฟาง ในขณะที่กำลังกังวลใจเกี่ยวกับเรื่องผู้มีพระคุณที่มีปัญหากับทางตระกูล เธอก็ไม่ได้นิ่งนอนใจแต่อย่างใด เธอพยายามทุกวิถีทางเพื่อแก้ไขปัญหาในจุดนี้ให้เร็วที่สุด และทางเลือกที่ดีสุดคือต้องมุ่งหน้าไปถึงที่หมายด้วยตัวเอง เมื่อตัดสินใจได้ดังนั้นแล้วเธอก็หยิบมือถือขึ้นมาก่อนจะกดโทรออกไป“คุณพ่อ.. หนูจะเดินทางไปเมืองเชียงใหม่ ประเทศไทยนะคะ... อย่างน้อยเราก็ต้องแสดงความจริงใจไม่ใช่เหรอคะ.. พ่อทำงานไปเถอะหนูไปคนเดียวซะที่ไหน ไม่ต้องเป็นห่วง.. ค่ะ ตกลงตามนั้นค่ะ”หลินฟางคุยโทรศัพท์กับบิดาของตัวเองก่อนจะออกเดินทาง แม้ว่าเขาไม่อยากให้ไปด้วยตัวเองก็ตาม แต่เมื่อเธอยืนกรานอย่างนั้น ฟ่อเคอก็ห้ามอะไรเธอไม่ได้อีกต่อไป เขาจึงกล่าวจะไปด้วยกันกับเธอ แต่ฟางฟางคิดว่าพ่อของตัวเองมีเรื่องที่ต้องทำอะไรอีกมาก ให้เขาอยู่ที่นี่แหละดีแล้ว เมื่อรู้ว่าห้ามไปก็เท่านั้น เขาจึงได้จัดทีมบอดี้การ์ด สาวใช้ส่วนตัว และเตรียมเครื่องบินส่วนตัวให้ทันที“มิสเตอร์อนุวัฒน์..” เธอพูดก่อนจะยิ้มออกมาอย่างมีความหมายเป็นนัยสำคัญ... อีกด้านหนึ่งที่เมืองเชียงใหม่..“พี่แป้ง.. กลับมาแล้วเหรอคะ” เสียงของหญิงสาวใสๆตัวน้อยๆเอ่ยขึ้นมาทักกับพี่สาวของตัวเอง“เอ้าปอน ทำไมน้องยังไม่นอนอีกล่ะ ไม่เห็นต้องรอพี่กลับบ้านเลยนี่นา”แป้ง คือพี่สาวของปังปอน และอย่างที่ทุกคนเข้าใจเธอเป็นนักล่าด้วยเช่นกัน ถึงมันจะเป็นงานที่อันตราย แต่เงินมันดีแม้เธอจะเพิ่งเริ่มทำได้ไม่ได้นาน ซึ่งปาร์ตี้ของเธอกับเพื่อนก็สามารถเลื่อนลำดับเข้าไปจัดการกับบอสในดันเจี้ยนชั้นที่ 10 ได้แล้ว“คือปอนมีเรื่องจะคุยกับพี่น่ะค่ะ.. แต่ถ้าพี่เหนื่อยเกินไปจะพักผ่อนก่อนก็ได้ พรุ่งนี้ค่อยว่ากันอีกที”ปังปอนกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ดูขาดความมั่นใจ เธอไม่สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ด้วยตัวของเธอเอง น้ำยาหรือโพชั่นที่เธอได้รับมาจากชายคนหนึ่ง และเขาบอกว่าสามารถช่วยเหลือแม่เธอได้ แต่การที่จะเชื่อชายที่เพิ่งจะพบกันในครั้งแรกเลยมันก็อาจจะดูเร็วเกินไปหน่อย คนที่เธอไว้ใจในเรื่องนี้ และรู้จักดันเจี้ยนดีก็คงจะมีแต่พี่สาวเธอเพียงคนเดียวเท่านั้น“เรื่องอะไร?.. งั้นรอแป๊บพี่ขออาบน้ำแป๊บหนึ่งนะ..” แป้งที่เห็นสีหน้าของน้องสาวก็พอเข้าใจว่าเธอกำลังกังวลอะไรสักอย่าง ถึงเธออยากจะรีบคุยให้มันจบๆไปเลย แต่ด้วยสภาพที่เพิ่งจะลุยกับบอสในชั้นที่สิบมา ทำให้เธอต้องรีบไปอาบน้ำแต่งตัวใหม่เสียก่อน ปังปอนก็ไม่ได้รีบเร่งอะไร เธอพยักหน้าให้เบาๆก่อนจะนั่งคิดอะไรไปเรื่อยๆอย่างเหม่อลอยที่โซฟากลางบ้าน“มาแล้ว.. น้องเป็นอะไรเห็นนั่งเหม่อเชียว แล้วมีเรื่องอะไรจะคุยเหรอ...” แป้งที่อยู่ในชุดพร้อมจะเข้านอนเอ่ยถามออกมาด้วยความสงสัย ในใจของเธอขอเพียงอย่าเป็นเรื่องอาการของแม่ที่แย่ลงเลย ทั้งครอบครัวพวกเธอก็เหลือกันแค่ 3 คนแม่ลูกเท่านั้น และเธอยังไม่พร้อมที่จะสูญเสียใครไปในตอนนี้“คือปอนตัดสินใจที่จะขาย..” ปังปอนยังไม่ทันจะได้กล่าวอะไร แต่พี่สาวที่เป็นพวกชอบมโนก็เอ่ยขึ้นมาแทรกเสียก่อน“ขาย? ไม่ได้นะ ถึงตอนนี้เราจะอับจนหนทาง แต่มันก็น่าจะมีอะไรดีขึ้นไม่ใช่เหรอ มันน่าจะมีทางอื่นนะ” แป้งรีบกล่าวอย่างร้อนรนด้วยพลังแห่งจิตนาการของเธอ“แต่ว่า.. น้องตกลงขายมันไปแล้ว แถมเขายังให้ราคาที่สูงด้วยนะคะ..” ปังปอนกล่าวพร้อมกับความรู้สึกผิดในใจที่เธอติดประกาศขายที่ดินของแม่ไปโดยไม่ได้แจ้งให้พี่สาวทราบก่อน แต่นี่มันเป็นประสงค์ของแม่ เพราะว่าแม่ของพวกเธออยากให้แป้งนั้นเลิกเป็นฮันเตอร์ที่เป็นอาชีพเสี่ยงตาย แต่ดูเหมือนว่าแป้งจะเข้าใจเป็นอย่างอื่น“ทำไมน้องทำอย่างนี้ล่ะ เรื่องเงินพี่หาเองได้ ไม่เห็นว่าน้องจะต้องทำอย่างนั้นเลยหนิ..” แป้งพูดพร้อมกับน้ำตาที่ค่อยๆซึมออกมา เธออาจจะมีเวลาให้กับครอบครัวน้อยเกินไป น้องสาวที่น่ารักของเธอต้องออกไปทำอย่างนั้น ทั้งหมดมันเป็นความผิดของเธอเอง เธอพยายามเข้ามาดูร่างกายของน้องสาวชัดๆอีกครั้งว่าร่างกายอันแสนบอบบางของปังปอนมีตรงไหนที่เป็นรอยอะไรหรือไม่“ก็แม่บอกว่าไม่อยากให้พี่เป็นฮันเตอร์.. แล้วพี่จะให้น้องทำอย่างไรกันล่ะ แม่เองก็อนุญาตแล้วด้วย” ปังปอนเริ่มไม่เข้าใจว่าพี่สาวจะร้องไห้น้ำตาซึมทำไม มันก็แค่ขายที่ดินเองไม่ใช่หรือยังไง และด้วยคำพูดของปอน แป้งก็เริ่มงงสับสนกับเรื่องราว“แม่ให้น้องทำได้? ทำไมแม่ถึงให้น้องทำเรื่องอย่างนั้นล่ะ.. พี่จะไปคุยกับแม่ให้รู้เรื่องเดี๋ยวนี้” แป้งลุกขึ้นยืนเตรียมที่จะเดินไปยังห้องนอนของแม่ แต่ก็ถูกปังปอนห้ามเอาไว้ก่อน“แล้วพี่จะไปรบกวนแม่ทำไมกันล่ะพี่แป้ง เมื่อก่อนไม่เคยเห็นพี่สนใจเรื่องนี้เลย ถึงอยากจะเปลี่ยนใจตอนนี้มันก็คงไม่ทันแล้วค่ะ เพราะน้องขายไปแล้ว อีกอย่างเขาก็ให้ราคาที่สูงอยู่นะ” ปอนกล่าวกับพี่สาว เธอไม่คิดเลยว่าพี่สาวจะหวงที่ดินตรงนั้นมากขนาดนี้ เมื่อก่อนเป็นพี่สาวเองที่บอกให้ขายๆไป แต่ตอนนี้กลับไม่อยากขายซะอย่างนั้น“พี่ไม่สนใจ? ขายไปแล้ว?... ไอ้หมอนั่นมันเป็นใครบอกพี่มาเดี๋ยวนี้!! แล้วมันให้น้องเท่าไร ถ้ามันน้อยมากจะได้ทรมานมันให้ตายอย่างช้าๆ..” แป้งใช้น้ำเสียงที่ดุดัน นัยน์ตาของเธอตอนนี้มีไฟที่ลุกท่วม ราวกับว่ากำลังจะไปฆ่าใครสักคนหนึ่ง“แล้วพี่จะไปทรมานเขาทำไมกันล่ะ มันก็แค่ ‘ที่ดินผืนเดียว’ ไม่ตายเราก็หาใหม่ได้ไม่ใช่หรือยังไงพี่ เขาก็ให้ราคาที่สมน้ำสมเนื้อมา ปอนเสนอไปที่ 15 ล้านบาท นอกจากเขาจะไม่ต่อราคาเลยสักคำเดียว แถมยังเพิ่มเงินให้อีกเป็น 20 ล้านบาทอีกด้วย” ปังปอนกล่าวออกมาอย่างไม่เข้าใจในตัวของพี่สาว“ห๊ะ!!..อ๋อๆ ที่ดินอย่างนั้นสินะตกใจหมดเลย...เฮ้อ” แป้งที่ได้ยินอย่างนั้นก็ตกใจ พร้อมกับถอนหายใจยาวออกมาอย่างโล่งอก“ก็ที่ดินน่ะสิคะ แล้วพี่แป้งคิดว่าขายอะไรกัน...” ปอนยังคงไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น เธอถามพร้อมกับเอียงคอลง ใบหน้าดูสงสัยอย่างน่ารัก“ไม่มีอะไรหรอกจ้า.. ว่าแต่เขาให้ราคาตั้ง 20 ล้านบาท เขาเป็นใครกันล่ะ” แป้งพยายามเปลี่ยนเรื่องให้เร็วที่สุด เพราะตั้งแต่แรกนั้นเธอจิตนาการไปเองทั้งหมด“หนูก็ไม่รู้ชื่อจริงของเขาเหมือนกันค่ะ เรียกกันแต่ชื่อเล่น.. เขาชื่อว่าคุณไอซ์ ท่าทางเขาก็เป็นคนดีนะ เอ๊ะ!! จริงสิ น้องเกือบลืมเรื่องที่จะปรึกษาไปเลย.. เอ้านี่ไง เรื่องที่จะถามพี่น่ะ” ปอนหยิบขวดสีใสๆออกมาวางบนโต๊ะ ก่อนที่แป้งจะหยิบมันมาดูใกล้ๆพร้อมกับทำหน้าสงสัย“แล้วมันคืออะไรเหรอ.. สวยดีนะว่าไหม..” แป้งพลิกดูขวดแก้วไปมา มันเป็นขวดแก้วที่สวยงามมากจริงๆ“เห็นคุณไอซ์บอกว่ามันเป็นสิ่งที่เรียกว่าโพชั่นรักษานะ.. แต่น้องก็ไม่รู้ว่ามันเป็นของจริงไหม ก็เลยเอามาถามพี่ก่อนที่จะให้แม่ดื่มมันเข้าไป... พี่แป้ง เป็นอะไรมือสั่นเชียว เดี๋ยวมันก็ตกแตกหรอก” เมื่อปอนพูดถึงเรื่องที่เธอได้สิ่งนี้มาจากไอซ์ และบอกว่ามันคืออะไรให้เธอได้รับฟัง จากนั้นมือที่แป้งถือขวดใบสวยงามนั้นก็สั่นอย่างไม่รู้ตัว มันเป็นเพราะเธอทราบถึงราคามันดีว่าไอ้ขวดใบนี้มันราคาเท่าไรเป็นอย่างน้อย แค่โพชั่นรักษาที่นักล่าค้นพบในระดับที่ต่ำที่สุดคือ ระดับ D ก็ซื้อ-ขายกันที่หลายล้านบาทแล้ว ไม่น่าล่ะไอ้ขวดแก้วนี่มันถึงดูน่าตาคุ้นๆ“ปอน.. เขาได้บอกน้องไหมว่าเป็นโพชั่นระดับไหน..” แป้งกลืนน้ำลายลงคอก่อนจะค่อยๆวางมันลงอย่างประณีต และเอ่ยถามกับน้องสาวไปตรงๆ“เขาบอกว่ามันเป็นระดับS นี่แหละมั้งพี่ หนูก็ไม่แน่ใจเท่าไร แต่เขาให้มาเป็นของขวัญที่พบกันครั้งแรก น้องก็เลยรับๆมันไว้ แต่ก็กลัวว่ามันจะเป็นของปลอม เลยเอามาถามพี่ก่อนน่ะ... พี่แป้ง!! เป็นอะไร..” ปอนเล่าต่อ แน่นอนว่าตอนนี้ร่างกายของแป้งช็อกสลบไปแล้วหลังจากที่ได้ยินว่ามันเป็นโพชั่นระดับไหน...