โอสถรวมปราณชาดม่วงตอนนี้ถูกประมูลออกไปหมดแล้ว ซึ่งชุดสุดท้ายถูกประมูลออกไปในราคาสี่หมื่นหินเซียนระดับสูง ราคาพุ่งขึ้นไปอยู่ในจุดที่สูงที่สุดของทุกชุดที่เคยประมูลมา
ไป๋ชิงอวิ๋นนั่งอมยิ้มแก้มแทบปริอยู่ภายใต้ชุดคลุมสีม่วงคราม มองจากภายนอกอารมณ์ของเขาสงบนิ่งเป็นอย่างมาก แต่ภายในกับลิงโลดดีใจจนอยากจะลุกขึ้นมากระโดดโลดเต้นให้มันสุดเหวี่ยง แต่ถ้าหากว่าทำเช่นนั้นก็คงจะสูญเสียภาพลักษณ์ของจอมยุทธลึกลับที่อุตส่าห์สร้างมาอย่างยากลำบาก
ของประมูลชิ้นต่อไปตอนนี้ได้ขึ้นมาด้านบนเวทีแล้ว
"สิ่งที่พวกท่านได้เห็นอยู่นี้คือเหล็กทมิฬบริสุทธิ์ เป็นวัตถุดิบชั้นยอดที่สามารถใช้ทำอาวุธจิตวิญญาณ ข้าน้อยจ้าวหมิงอิ๋งจะไม่ขอสาธยายอะไรเกี่ยวกับมันมาก เพราะเชื่อว่าทุกท่านคงรู้ถึงความล้ำค่าของมันอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นข้าขอเปิดประมูลในราคา ห้าร้อยหินเซียนระดับสูง"
"หนึ่งพันหินเซียนระดับสูง"
ทันทีที่ราคาถูกประกาศเสียงขานราคาก็ดังขึ้นอย่างต่อเนื่องทันที เพียงแต่ราคาของมันไม่ดุเดือดเหมือนกับโอสถรวมปราณชาดม่วงก่อนหน้านี้
"หนึ่งพันห้าสิบหินเซียนระดับสูง"
"หนึ่งพันหนึ่งร้อยหินเซียนระดับสูง"
"หนึ่งพันหนึ่งร้อยห้าสิบหินเซียนระดับสูง"
"หนึ่งพันสองร้อยหินเซียนระดับสูง"
ผู้คนที่เข้าร่วมการประมูลในครั้งนี้ คือคนที่นั่งอยู่ด้านหน้าของเวทีพวกเขาพยายามต่อสู้ราคากันอย่างดุเดือด เหล็กทมิฬบริสุทธิ์จริงอยู่ว่าเป็นของล้ำค่า แต่ของล้ำค่าแบบนี้สามารถหาได้ไม่ยากนัก ทุกครั้งที่มีการเปิดงานประมูลของอย่างเหล็กทมิฬบริสุทธิ์ก็จะถูกนำออกมาประมูลอยู่เรื่อยๆ ฉะนั้นแล้วสำหรับตระกูลที่มั่งคั่งอยู่แล้ว พวกเขาไม่สนใจเหล็กทมิฬบริสุทธิ์ก้อนนี้เลย
ภายในห้องประมูลส่วนตัวหมายเลขสิบสาม ไป๋ชิงอวิ๋นใช้เนตรสวรรค์ตรวจสอบและพิจารณาดูเหล็กทมิฬบริสุทธิ์ก้อนนั้น ในช่วงแรกเขาไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไร แต่พอตรวจสอบอย่างถี่ถ้วนแล้ว เหล็กทมิฬบริสุทธิ์ก้อนนี้กลับไม่ใช่เหล็กทมิฬบริสุทธิ์ธรรมดาเสียแล้ว
ไป๋ชิงอวิ๋นสีหน้าตกตะลึงแต่ดวงตาทั้งสองข้างกลับลุกวาวขึ้นอย่างเปล่งประกาย เหล็กทมิฬบริสุทธิ์ก้อนนี้เหมือนกับเหล็กเทพนิลกาฬที่เขาเคยอ่านในโลกหนังสือมาก่อนเลย สมบัติแห่งสวรรค์เช่นนี้เหตุใดถึงมาปรากฏขึ้นในโลกเบื้องล่างเช่นนี้กัน ของล้ำค่าที่แม้แต่เหล่าทวยเทพยังต้องต่อสู้แย่งชิงกันด้วยชีวิต เหตุใดจึงมาปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณชนเช่นนี้ได้
แถมผู้คนที่เข้าร่วมการประมูลวัตถุชิ้นนี้ พวกเขายังไม่รู้ถึงความล้ำค่าของเหล็กเทพนิลกาฬก้อนนี้เลย ไป๋ชิงอวิ๋นใช้มือจิกที่หัวเข่าของตนเองอย่างแรงเพื่อระงับความตื่นเต้น มีของดีมาประเคนให้ตรงหน้า การประมูลรอบนี้เขาต้องชนะให้ได้ ไม่ว่าจะต้องจ่ายด้วยราคาเท่าไหร่ก็ตาม
ไป๋ชิงอวิ๋นชูมือขึ้นสามนิ้วให้กับพนักงานที่สวมใส่ชุดกี่เพ้าสีชมพูที่ดูแลพวกเขาอยู่ นางมองสัญลักษณ์มือที่ไป๋ชิงอวิ๋นสื่อสารออกมาอย่างเข้าใจ
"แขกผู้มีเกียรติห้องส่วนตัวหมายเลขสิบสาม เสนอราคาขึ้นเป็นสามพันหินเซียนระดับสูง มีแขกผู้มีเกียรติท่านใดให้มากกว่านี้อีกหรือไม่เจ้าคะ" น้ำเสียงของจ้าวหมิงอิ๋งดังก้องกังวาลไปทั่วทั้งโรงประมูล
ทั่วทั้งโรงประมูลพากันเงียบกริบ แขกผู้มีเกียรติห้องส่วนตัวหมายเลขสิบสามตาบอดหรืออย่างไร เพียงแค่เหล็กทมิฬบริสุทธิ์ก้อนหนึ่ง กลับเสนอราคาสูงถึงสามพันหินเซียนระดับสูง ทั้งที่ราคาตลาดอยู่ที่หนึ่งพันเจ็ดร้อยหินเซียนระดับสูงก็ถือว่าสูงสุดแล้ว การที่เขาเสนอราคาสามพันหินเซียนระดับสูงออกมาช่างเป็นคนที่ฟุ่มเฟือยมากจริงๆ
สินค้าถูกนับถอยหลังโดยไม่มีผู้เข้าประมูลท่านไหนเข้าร่วมประมูลอีก เมื่อเสียงเคาะราคาดังก้องกังวานไปทั่วทั้งโรงประมูล ไป๋ชิงอวิ๋นก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ที่แท้ของถูกแล้วดีก็ยังมีหลงเหลืออยู่ในโลก โชคดีที่คนเหล่านี้ตาต่ำมองไม่ออก ไม่เช่นนั้นต่อให้เขาทุ่มสุดตัวก็ไม่มีความมั่นใจเลยว่าจะเอาเหล็กเทพนิลกาฬก้อนนี้มาเป็นของตนเองได้
"ขอแสดงความยินดีกับแขกผู้มีเกียรติห้องส่วนตัวหมายเลขสิบสาม เหล็กทมิฬบริสุทธิ์ก้อนนี้ตกเป็นของท่านแล้ว"
ทั้งโรงประมูลเงียบกริบไม่มีใครส่งเสียงร้องแสดงความยินดีออกมาเลยแม้แต่คนเดียว พวกเขามองว่าแขกผู้มีเกียรติห้องส่วนตัวหมายเลขสิบสามคือคนโง่ที่ไม่รู้จักวิธีใช้เงิน
หลังจากนั้นของล้ำค่าอีกหลายอย่างก็ถูกนำออกมาประมูล ในจำนวนนั้นมีแหวนมิติเก็บของอยู่ทั้งหมดสี่วง ไป๋ชิงอวิ๋นกว้านประมูลพวกมันมาทั้งหมด ถึงแม้แต่ละวงจะมีราคามากถึงหนึ่งหมื่นหินเซียนระดับสูง แต่สำหรับไป๋ชิงอวิ๋นที่รวยในระดับสุลต่านตอนนี้แล้ว บอกตามตรงว่าขนหน้าแข้งของเขาไม่ร่วงเลยแม้แต่เส้นเดียว
ในช่วงนี้หากพวกเขาถูกใจของที่นำมาประมูลชิ้นไหน ไป๋ชิงอวิ๋นก็จะประมูลเอาของชิ้นนั้นมา กู่หวง หยางเฉินและมู่ปิงเฟิงก็ได้รับประโยชน์จากการกว้านประมูลในครั้งนี้เป็นอย่างมาก พวกเขารู้สึกสนุกกับการใช้อำนาจแห่งเงินตรา ไม่น่าเชื่อว่าเพียงแค่มีเงินจะทำให้พวกเขามีความสุขได้มากขนาดนี้
ด้านล่างโรงประมูลในตอนนี้ผู้เข้าร่วมงานประมูลมากมาย กำลังประมูลแย่งชิงกระบี่จิตวิญญาณระดับสูงเล่มหนึ่งอยู่ ตอนนี้ราคาพุ่งทะลุห้าพันหินเซียนระดับสูงไปแล้ว
"ห้าพันห้าร้อยหินเซียนระดับสูง" เสียงที่หยิ่งทะนงเสียงดังขึ้น
ไป๋ชิงอวิ๋นดวงตาเต็มไปด้วยความเยือกเย็น อารมณ์ความโกรธแค้นปะทุออกมาจากภายในทำให้บรรยากาศรอบตัวของเขาอึมครึมและน่ากลัวเป็นอย่างมาก ไป๋ชิงอวิ๋นใช้เนตรสวรรค์จ้องมองไปที่ต้นเสียง ชายคนนั้นสวมหน้ากากปิดบังใบหน้าของเขาอยากมิดชิด แต่ไป๋ชิงอวิ๋นกลับจำน้ำเสียงและท่าทางที่หยิ่งยโสของชายที่สวมหน้ากากคนนั้นได้
"เยว่เซี่ยวฟาน ไม่คิดเลยว่าจะได้มาเจอกับขยะอย่างเจ้าที่นี่" ไป๋ชิงอวิ๋นพึมพำกับตนเอง
ด้านล่างยังคงเสนอราคาแข่งกันต่อไป ไป๋ชิงอวิ๋นยังคงจับจ้องเยว่เซี่ยวฟานด้วยแววตากระหายเลือด จิตสังหารแผ่กระจายออกมาจากร่างของเขาโดยที่เขาเองก็ไม่รู้ตัว
พนักงานหญิงที่สวมใส่ชุดกี่เพ้าสีชมพูตัวสั่นงันงก ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุใดจู่ๆบรรยากาศในห้องก็กลายเป็นเย็นยะเยือก นางรู้สึกอึดอัดและหายใจได้อย่างยากลำบาก ตอนนี้บรรยากาศรอบตัวของบุคคลลึกลับที่สวมใส่อาภรณ์สีม่วงครามมันน่ากลัวเป็นอย่างมาก นางทำได้แค่เพียงถอยห่างออกมาไม่กล้ายืนใกล้ๆ
กู่หวงยื่นมือออกมาตบไหล่ไป๋ชิงอวิ๋น เขาสัมผัสได้ว่าคลื่นอารมณ์ที่เคยสงบนิ่งของไป๋ชิงอวิ๋นมันเปลี่ยนไป ไม่คิดมาก่อนเลยว่าจู่ๆสหายของเขาจะปล่อยจิตสังหารที่รุนแรงขนาดนี้ออกมา
"ชิงอวิ๋นเจ้ายังสบายดีนะ"
ไป๋ชิงอวิ๋นเหมือนสะดุ้งตื่นจากภวังค์ เขาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ดูเหมือนความโกรธแค้นที่เจ้าของร่างมีต่อเยว่เซี่ยวฟานจะมีมากกว่าที่เขาคิดเอาไว้เสียอีก ไป๋ชิงอวิ๋นพยายามปรับเปลี่ยนอารมณ์และลมหายใจของตนเอง เวลาผ่านไปเพียงชั่วครู่ในที่สุดอารมณ์ของเขาก็กลับมาสงบนิ่งเป็นปกติ
"ขอบใจที่เตือนสติข้า" ไป๋ชิงอวิ๋นยกมือขึ้นนวดขมับของตนเอง "เมื่อครู่ดันปล่อยให้ความแค้นครอบงำจิตใจ หากจมดิ่งอยู่กับอารมณ์เช่นนี้ต่อไป ไม่แน่ว่าข้าอาจเดินเข้าสู่ทางมารก็เป็นได้"
กู่หวง หยางเฉินและมู่ปิงเฟิงไม่ได้พูดอะไรต่ออีก พวกเขาเพียงแค่ตบไหล่ให้กําลังใจไป๋ชิงอวิ๋นเพียงเท่านั้น ในบางครั้งลูกผู้ชายก็ไม่จำเป็นต้องกล่าวคำขอบคุณพร่ำเพรื่อใดๆ และในบางครั้งลูกผู้ชายก็สามารถให้กําลังใจกันได้เพียงแค่ตบไหล่กันเบาๆ การกระทำที่เหมือนกับไม่มีความหมายอะไร ในบางครั้งมันก็สำคัญและมีความหมายยิ่งใหญ่กว่าคำพูดสวยหรูเสียอีก
"ดูเหมือนว่าหากไม่ระบายความคับแค้นที่มีอยู่ในใจ ก็คงเป็นเรื่องยากที่จะทำให้อารมณ์สงบลงได้อย่างแท้จริง" ไป๋ชิงอวิ๋นจ้องมองไปทางเยว่เซี่ยวฟานด้วยสายตาเยือกเย็น
กระบี่จิตวิญญาณระดับสูงเล่มนั้น ตอนนี้ราคาพุ่งขึ้นไปที่เก้าพันหินเซียนระดับสูงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั่วทั้งโรงประมูลเริ่มเงียบไปไม่มีใครสู้ราคาต่ออีก จ้าวหมิงอิ๋งเริ่มนับถอยหลัง และเมื่อนับถอยหลังไปได้ครั้งที่สอง ห้องประมูลส่วนตัวหมายเลขสิบสามก็เสนอราคาเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งหินเซียนระดับสูง เนื่องจากในงานประมูลครั้งนี้ไม่มีการกำหนดราคาขั้นต่ำของการประมูล เพราะฉะนั้นการจะเสนอราคาเพิ่มขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของผู้ประมูล
เยว่เซี่ยวฟานที่นั่งประจำหมายเลขหนึ่งหนึ่งสามหันมองไปยังห้องประมูลส่วนตัวหมายเลขสิบสามพรางขมวดคิ้ว เขายกมือแล้วเสนอราคาขึ้น
"เก้าพันหนึ่งร้อยหินเซียนระดับสูง"
ภายใต้โรงประมูลที่เงียบสงัด เสียงของเยว่เซี่ยวฟานดังก้องกังวานไปทั่วทั้งโรงประมูล ในน้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยพลังอำนาจและความเผด็จการ เขาไม่ได้หวาดกลัวบุคคลที่นั้งอยู่ในห้องประมูลส่วนตัวหมายเลขสิบสามผู้นั้นเลยแม้แต่น้อย
"เก้าพันหนึ่งร้อยหนึ่งหินเซียนระดับสูง"
เสียงของหญิงสาวที่เต็มไปด้วยความนุ่มนวลและอ่อนหวานดังออกมาจากห้องประมูลส่วนตัวหมายเลขสิบสาม
"เก้าพันสองร้อยหินเซียนระดับสูง"
"เก้าพันสองร้อยหนึ่งหินเซียนระดับสูง"
เยว่เซี่ยวฟานตบเก้าอี้ประมูลของเขาเสียงดังสนั่น เขาตวาดเสียงกล่าวขึ้นอย่างเหี้ยมหาญว่า "เจ้าต้องการกวนประสาทข้าใช่หรือไม่" มือทั้งสองข้างของเยว่เซี่ยวฟานกำแน่นเข้าหากัน
รอคอยอยู่นานแต่ห้องประมูลส่วนตัวหมายเลขสิบสามกลับไม่ได้ตอบอะไรกลับอะไรมาเลยแม้แต่คำเดียว ทั้งโรงประมูลตกอยู่ในความเงียบ สายตาทั้งหมดจับจ้องมาที่ร่างของเยว่เซี่ยวฟานและห้องประมูลส่วนตัวหมายเลขสิบสาม
"เก้าพันเก้าร้อยหินเซียนระดับสูง" เยว่เซี่ยวฟานยังคงเสนอราคาต่อไป เพราะกระบี่เล่มนี้สำคัญกับเขามาก นั่นก็เพราะว่าบนกระบี่เล่มนี้มีทักษะบางอย่างที่เขาเยว่เซี่ยวฟานต้องศึกษามันให้จงได้
"เก้าพันเก้าร้อยหนึ่งหินเซียนระดับสูง"
ทั่วทั้งโรงประมูลเงียบกริบ ดูเหมือนว่าห้องประมูลส่วนตัวหมายเลขสิบสามจะมีความแค้นส่วนตัวกับเยว่เซี่ยวฟานแห่งตระกูลเยว่เสียแล้ว ตอนนี้ผู้คนทั้งหมดที่มาร่วมงานประมูลกำลังเฝ้ารอคอยดูเรื่องสนุก พวกเขาอยากรู้ว่าเรื่องนี้จะจบลงแบบไหน
เยว่เซี่ยวฟานโมโหและโกรธแค้นจนตาแดงก่ำ หินเซียนที่เขามีอยู่ไม่ได้มีมากมายถึงเพียงนั้น แต่หากครั้งนี้เขาต้องพ่ายแพ้ในการประมูล เช่นนั้นชื่อเสียงของเขาคงต้องย่อยยับลงในการประมูลครั้งนี้เสียแล้ว เยว่เซี่ยวฟานกำหมัดและกัดฟันแน่น เขาตัดสินใจว่าจะทุ่มสุดตัวสู้กับเจ้าคนบัดซบที่นั่งอยู่ในห้องประมูลส่วนตัวหมายเลขสิบสาม
"หนึ่งหมื่นเจ็ดพันหินเซียนระดับสูง" เยว่เซี่ยวฟานกล่าวอย่างโมโห
ผู้คนในโรงประมูลพากันตกตะลึก จู่ๆเยว่เซี่ยวฟานก็เพิ่มราคาขึ้นอีกเกือบเท่าตัวเขาทำเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร เขาไม่กลัวว่าตัวเองจะพลาดอย่างนั้นหรือ คงไม่ใช่ตัดสินเพราะอารมณ์ชั่ววูบหรอกใช่ไหม ผู้คนในโรงประมูลเบนสายตาไปมองที่ห้องประมูลส่วนตัวหมายเลขสิบสาม
'เสนอราคาออกมาสิ ถ้าแน่จริงก็เสนอราคาออกมาเลย หึหึ ข้าอยากรู้นักว่าสวะอย่างเจ้าจะกล้าเสนอราคาต่อหรือไม่' เยว่เซี่ยวฟานขบคิดอย่างเข็ญเขี้ยวยิงฟัน
แต่ว่ารออยู่นานห้องประมูลส่วนตัวหมายเลขสิบสามก็ไม่ได้เสนอราคาต่อ เยว่เซี่ยวฟานเริ่มมีสีหน้าเคร่งขรึม เหตุการณ์ดูท่าจะไม่ดีเสียแล้ว เหตุใดเจ้านั่นถึงไม่เสนอราคาต่อล่ะ เพียงแค่ครุ่นคิดเยว่เซี่ยวฟานก็เสียวสันหลังวาบ ตอนแรกเขาว่าจะปั่นราคาให้กระบี่เล่มนี้สูงขึ้นอีกหน่อย เพราะฝ่ายตรงข้ามมีเจตนากลั่นแกล้งเขา เพราะฉะนั้นหลังจากที่หลอกให้บุคคลลึกลับที่อยู่ในห้องประมูลส่วนตัวหมายเลขสิบสามประมูลเอากระบี่เล่มนี้ไป จากนั้นเขาค่อยใช้เส้นสายของตระกูลสืบหาที่มาของอีกฝ่ายแล้วตามไปเอากระบี่เล่มนี้คืนมาก็ได้ แต่ดูท่าว่าเหตุการณ์จะไม่ได้เป็นอย่างที่เขาคาดคิดเอาไว้เสียแล้ว
"นับถอยหลังครั้งที่หนึ่ง" จ้าวหมิงอิ๋งเริ่มนับถอยหลังด้วยน้ำเสียงเย้ายวนนุ่มนวลอ่อนหวาน
"นับถอยหลังครั้งที่สอง" เยว่เซี่ยวฟานหัวใจบีบรัด เขาไม่คิดว่าน้ำเสียงของจ้าวหมิงอิ๋งไพเราะเลยแม้แต่น้อย เขารู้สึกว่าน้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยความเยือกเย็นจนทำให้จิตใจของเขาสั่นไหว
"นับถอยหลังครั้งที่สาม"
ปัง
เมื่อเสียงเคาะราคาดังก้องไปทั่วโรงประมูล เยว่เซี่ยวฟานก็ยืนตรงร่างกายแข็งทื่อ สายตาของเขาจ้องมองไปที่ห้องประมูลส่วนตัวหมายเลขสิบสามอย่างโกรธแค้น แขนทั้งสองข้างของเขากำแน่นเข้าหากัน ดวงตาของเขาแดงก่ำโกรธแค้นจนถึงขีดสุด
"ขอแสดงความยินดีกับแขกผู้มีเกียรติหมายเลขหนึ่งหนึ่งสาม กระบี่กลืนวิญญาณเล่มนี้ตกเป็นของท่านแล้ว"
ภายในโรงประมูลที่เงียบสงัด ไม่มีใครส่งเสียงยินดีกับเยว่เซี่ยวฟานเลยแม้แต่คนเดียว และทันใดนั้นเองก็มีเสียงที่เยือกเย็นเสียดแทงเข้าไปถึงกระดูก ดังลอยออกมาจากห้องประมูลส่วนตัวหมายเลขสิบสาม ภายใต้น้ำเสียงนั้นแฝงเร้นไปด้วยพลังแห่งจิตสังหารอันเฉียบคม
"มีเพียงคนโง่เท่านั้นแหละที่จะซื้อของที่มีต้นทุนเก้าพันหินเซียนระดับสูง ในราคาหนึ่งหมื่นเจ็ดพันหินเซียนระดับสูงน่ะ ในเมื่อเจ้าอยากได้กระบี่ผุๆเล่มนั้นมากขนาดนี้ เช่นนั้นเจ้าก็เอาไปเถอะข้ายกให้"