สวรรค์นิรันดร์กาล

    ฝึกกายหมื่นพิษ

            หลังจากนั้นสี่นิกายก็ตามมาติดๆแต่เห็นได้ชัดว่ากำลังคนหายไปสองสามคน ส่วนใหญ่จะเป็นระดับจักรพรรดิที่หายไปส่วนตระกูลเซียนและตระกูลอื่นๆยิ่งไม่ต้องพูดถึง

            “ประตูอยู่ทางนั้น”หลายคนชี้ไปทางประตูที่อยู่กลางทะเลสาบทันที

            “จำเป็นต้องห้ามทะเลสาบพิษไปจริงๆงั้นเหรอจากที่ข้ารู้มาถ้าเกิดเราบินขึ้นไปโดยตรงจะถูกสัตว์พิษที่อาศัยอยู่ข้างใต้นี่โจมตีทันที”ผู้นำตระกูลเซียนคนหนึ่งกล่าว

            “ได้ข่าวว่าข้างใต้ทะเลสาบมีอสรพิษสามหัวที่น่ากลัวซ่อนอยู่และนอกจากนั้นก็มีอสรพิษอีกจำนวนมากเช่นกัน”หลายคนพากันกล่าวด้วยสีหน้าหวาดกลัว

            เพราะอสรพิษสามหัวนั้นมีพลังที่เทียบได้กับจักรพรรดิเซียนส่วนอสรพิษตัวอื่นๆนั้นก็อยู่ขั้นเซียนเช่นกันแต่ที่น่าสนใจคือพวกมันไม่ใช่เผ่าอสูรอะไรเลยตามจริงพวกมันเป็นสัตว์พิษทำธรรมดาเท่านั้น

            เพียงแต่พวกมันเกิดการวิวัฒนาการหลังจากดูดซับพิษในป่าพิษเข้าไปโดยตรงทำให้พวกมันกลายเป็นสัตว์ร้ายที่น่าหวาดกลัว

            “เราจะเอายังไงต่อ”ฉางเฟิงติดต่อกับซีรั่วหยานทันที

            “บอกคนพวกนั้นให้หาที่พักก่อนการจะข้ามทะเลสาบพิษไปคงยากสำหรับพวกเขาในตอนนี้ ส่วนเจ้าให้ปรุงยาเพลิงเหมันต์เอาไว้เมื่อปรุงยาเสร็จเราจะเริ่มฝึกฝนกายหมื่นพิษกัน” ซีรั่วหยานกล่าว

            ฉางเฟิงได้แจ้งให้ทุกคนรู้ทุกคนเองก็เห็นด้วยเช่นกันเพราะตอนนี้พวกเขายังไม่มีวิธีการข้ามไป

            “สหายจากสมาคมนักปรุงยาและหอสมบัติทำไมเราไม่มาปรึกษากันถึงการข้ามทะเลสาบพิษไปละ”ผู้อาวุโสนิกายอัคคีฟ้ากล่าว

            “ใช่แล้วด้วยกำลังของพวกเราตอนนี้การจะข้ามไปไม่ใช่เรื่องง่าย” ผู้อาวุโสนิกายบงกชกล่าว

            “ไปฟงดูก่อนก็ไม่เสียหาย”โหลวซิวเถียนกล่าว

            สามปรมาจารย์และโหลวซิวเถียนเลยได้ร่วมการปรึกษากันทันทีส่วนฉางเฟิงได้หาที่เงียบๆและนั่งปรุงยา ซุนจิงเองก็นั้งมองฉางเฟิงอย่างไม่วางตาแน่นอนว่านางไม่ได้รู้สึกกับฉางเฟิงแบบหลงใหลในความรักแต่การปรุงยาของฉางเฟิงทำให้นางหลงใหลมากจริงๆเพราะยิ่งดูนางก็ยิ่งได้ประโยชน์มาก

            “สามีปรุงยาอะไรงั้นเหรอ”มู่หลานกล่าว

            “ข้าไม่รู้แต่เขาน่าจะเตรียมพร้อมการฝึกกายหมื่นพิษของเขา”มู่เฟยเสวี่ยกล่าว

            “เม็ดยาที่เขากำลังปรุงยาคือเม็ดยาเพลิงเหมันต์ซึ่งเป็นเม็ดยาที่ช่วยในการต่อต้านพิษที่รุนแรงมาก เพียงแต่ข้อเสียของมันก็คือมันจะทำให้ครึ่งหนึ่งของร่างกายร้อนเหมือนถูกไฟแผดเผาส่วนอีกครึ่งเหมือนถูกผนึกในน้ำแข็งพันปี” ซุนจิงกล่าว

            “แล้วเขาจะปรุงยาที่อันตรายแบบนั้นทำไม”เย่เฉียนงุนงง

            “การฝึกกายหมื่นพิษนั้นยากมากๆและจำเป็นต้องดูดซับพิษนับหมื่นเข้าสู่ร่างกายซึ่งการจะควบคุมพิษเหล่านั้นให้ได้จำเป็นต้องใช้เม็ดยาเพลิงเหมันต์เป็นตัวช่วย”ซุนจิงกล่าว

            “สมแล้วที่เป็นแม่นางซุนความรู้ด้านโอสถลึกล้ำมากจริงๆ” เจี้ยนอี้ยิ้ม

            ซุนจิงได้แต่พยักหน้าไม่ช้าฉางเฟิงก็ปรุงเม็ดยาเพลิงเหมันต์ระดับ 8 ออกมาได้ ตระกูลเซียนที่แอบมองยังต้องตกใจกับความเร็วและคุณภาพที่สูงมากในการปรุงยาของฉางเฟิง

            “ข่าวลือเป็นเรื่องจริงเขาคืออัจฉริยะที่หาตัวจับได้ยากในการปรุงยา”

            “เม็ดยาระดับ8 คุณภาพสูงทั่วตระกูลเซียนของพวกเราไม่มีใครทำได้แล้ว”

            “ไม่แปลกใจเลยที่สมาคมนักปรุงยาจะให้ความสำคัญกับเขาต่อให้วังสวรรค์ออกหน้าก็อีกฝ่ายก็คงไม่ยอมถอยแน่” หลายคนกล่าวขึ้น

            เซิ่งมู่และจูหมิงได้แต่กัดฟันพวกเขาในตอนนี้เทียบกับฉางเฟิงไม่ได้เลยสถานะของอีกฝ่ายขนาดจักรพรรดิเซียนยังต้องให้ความเคารพ

            หู่หวางที่ยืนอยู่ในกลุ่มของพวกฉางเฟิงยกยิ้มเย้ยหยันไปทางพวกเซิ่งมู่ทันทีเมื่อเทียบกันเลยหู่หวางที่อยู่กับฉางเฟิงกลับได้รับประโยชน์ไม่น้อยและฉางเฟิงก็ไม่ใช่ว่าตระหนี่ขอแค่หู่หวางทำงานได้ดีก็จะได้รับเม็ดยาระดับ7 จากฉางเฟิงทันที

            “เจ้าคนทรยศเจ้าจะไม่ตานดีแน่” หู่เว่ย ผู้นำตระกูลหู่คำรามและชี้หน้าหู่หวางทันที

            “หึ!!!!!”หู่หวางไม่ได้ตอบกลับและเชิดหน้าหนีเท่านั้นเอง

            หลังจากฉางเฟิงปรุงยาเสร็จก็รีบฟื้นฟูพลังปราณทันทีขณะที่การปรึกษากันของระดับผู้นำยังไม่ได้ข้อสรุปฉางเฟิงก็ยังมีเวลาในการเริ่มฝึกฝนกายหมื่นพิษแต่ก่อนอื่นฉางเฟิงได้จัดเตรียมค่ายกลปกปิดเอาไว้

            เมื่อค่ายกลถูกกางออกก็ไม่มีใครสามารถมองเห็นสิ่งที่ฉางเฟิงกำลังกระทำได้อีกจากนั้นฉางเฟิงก็ตักน้ำในทะเลสาบพิษขึ้นมาใส่เตาปรุงยาขนาดใหญ่ที่เตรียมเอาไว้

            “สามีเจ้าจะลงไปแช่จริงๆงั้นเหรอ”มู่หลานรู้สึกได้ถึงความน่ากลัวของพิษนับหมื่นที่อยู่ข้างในจึงกล่าวขึ้น

            “ไม่มีทางเลือกเพราะมีคนบังคับข้าให้ทำ”ฉางเฟิงยิ้ม

            ทั้งสามรู้ทันทีว่าฝีมือใครในความคิดของพวกนางมีเพียงคนเดียวที่สามารถบังคับฉางเองได้นั่นก็คือพี่หญิงของพวกนางซีรั่วหยาน

            ฉางเฟิงถอดเสื้อออกทันทีและลงไปแช่ข้างในเตาปรุงยาเมื่อร่างกายของฉางเฟิงสัมผัสกับพิษความเจ็บปวดที่รุนแรงก็ปะทุขึ้นทำให้ใบหน้าของฉางเฟิงถึงกับบิดเบี้ยว

            “อึก!!!!!!”ฉางเฟิงกัดฟันและนั่งลงไป

            “ปรมาจารย์ฉางจะไม่เป็นอะไรแน่รึ”นักปรุงยาคนอื่นๆพากันกังวล

            เพราะด้วยพรสวรรค์ของฉางเฟิงถือเป็นบุคคลล้ำค่าของสมาคมส่วนคนของหอสมบัติได้แต่แสดงความเคารพในความกล้าหาญของฉางเฟิงเพราะคนปกติไม่กล้าทำแบบฉางเฟิงแน่

            ในตอนนี้พิษเริ่มบุกเข้าสู่ร่างกายของฉางเฟิงอย่างรวดเร็วทำให้ผิวที่ขาวเนียนของฉางเฟิงกลายเป็นสีเขียว

            “รีบกินเม็ดยาเพลิงเหมันต์เร็วเข้า”ซีรั่วหยานกล่าว

            ไม่รอช้าฉางเฟิงกลืนเม็ดยาเพลิงเหมันต์ทันทีและพริบตานั้นเองความเร็วของพิษที่บุกเข้าสู่ร่างกายก็ช้าลงแต่ถึงแบบนั้นมันก็ยังคงบุกเข้าสู่ร่างกายและทำลายอวัยวะข้างในอย่างต่อเนื่อง

            “ใช้สายเลือดของเจ้าฟื้นฟูอวัยวะที่เสียหายซะ”ซีรั่วหยานกล่าว

            ฉางเฟิงปลดปล่อยพลังสายเลือดออกมาอย่างเต็มกำลังแสงสีเขียวปรากฎออกมาจากร่างพลังชีวิตที่มหาศาลปะทุออกมาทำให้บาดแผลตามผิวหนังที่ถูกพิษกัดเซาะและอวัยวะข้างในที่ถูกทำลายเริ่มฟื้นฟูกลับมาอีกครั้งอย่างช้าๆการทำลายและฟื้นฟูเริ่มต่อสู้กันอย่างบ้าคลั่ง ฉางเฟิงในตอนแรกเจ็บปวดทรมานจากพิษแต่คราวนี้ผลของเม็ดยาเพลิงเหมันต์เริ่มปรากฎครึ่งร่างเย็นสุดขั้วครึ่งร่างร้อนระอุทำให้ความเจ็บปวดของพิษเบาลงแต่ความเจ็บปวดของครึ่งร่างทั้งสองเข้ามาแทน