ทันย่าได้เข้าพักในคฤหาสน์ส่วนตัว ซึ่งเป็นที่พักอันหรูหราและทันสมัย เต็มไปด้วยเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูง ความสะดวกสบายเหล่านี้ทำให้การพักฟื้นของเขามีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
คฤหาสน์นี้ไม่เพียงเป็นที่พักอาศัย แต่ยังเป็นสถานที่สำหรับการฝึกฝนและพัฒนาตนเองอย่างสมบูรณ์แบบ ทันย่ารู้สึกได้ถึงพลังที่กำลังพุ่งขึ้นมาภายในตัว
หลังจากต่อสู้และได้รับบาดเจ็บ ทันย่าจึงเริ่มใช้เทคนิคการขัดเกลาร่างดวงดาว เพื่อฟื้นฟูเซลล์และอาการบาดเจ็บจากภายใน
ในทะเลจิตใต้สำนักของเขา เสมือนเป็นพื้นที่สถิตที่ตั้งอยู่ภายในส่วนลึกของร่างกาย ดวงเคราะห์จำลองที่เขาได้สร้างขึ้นกำลังส่องแสงเปล่งประกายอย่างเจิดจรัส มันทำงานอย่างบ้าคลั่งภายใต้กระบวนการเร่งฟื้นฟูร่างกายของเบฮีมอท
เซลล์พันธุกรรมที่เสียหายถูกซ่อมแซมอย่างรวดเร็ว ราวกับว่าร่างกายของเขาได้รับพลังงานจากดวงดาวเอง ความเจ็บปวดและความอ่อนล้าถูกขจัดออกไป ทำให้ทันย่ากลับมาแข็งแกร่งยิ่งกว่าก่อน
เวลาผ่านไป หลังจากที่ทันย่าใช้เวลาฟื้นฟูร่างกายภายในคฤหาสน์ของตนเอง ความแข็งแกร่งที่กลับคืนมานั้นมากกว่าที่เขาคาดคิด
เขาสามารถสัมผัสได้ถึงการเชื่อมต่อระหว่างร่างกายของเขากับดาวเคราะห์จำลองในทะเลจิตสำนักได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
ความเร็วในการซ่อมแซมเซลล์และความสามารถในการฟื้นคืนสภาพของเขาเป็นไปอย่างไร้ที่ติ ราวกับว่าทุกส่วนของร่างกายได้หลอมรวมเข้ากับพลังของดวงดาวอย่างสมบูรณ์ ขณะที่ร่างกายของเขากลับมาเต็มที่ ทันย่าก็เริ่มทดสอบความสามารถใหม่ที่ได้รับระหว่างการฟื้นฟู
“ท่านอาจารย์ สภาพของฉันตอนนี้มันน่าเหลือเชื่อมาก!”
ทันย่าพูดขึ้นด้วยความตื่นเต้น ร่างกายของเขารู้สึกเบาสบาย ตอบสนองต่อทุกการเคลื่อนไหวอย่างเป็นธรรมชาติ ความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นอย่างน่าประหลาดใจ แม้แต่พลังจิตและการรับรู้ก็ดูเหมือนจะขยายขอบเขตขึ้น ทำให้เขาสามารถตรวจจับสิ่งรอบตัวในระยะไกลได้อีกเล็กน้อย
[ไม่เลว การต่อสู้เองก็ถือเป็นสิ่งที่พวกเราสมควรต้องการมัน]
[เมื่อสิ่งมีชีวิตเผชิญหน้ากับภัยอันตรายที่ร้ายแรง เซลล์และพันธุกรรมทั่วทั้งร่างจะเกิดการวิวัฒนาการขึ้น ตอนนี้เจ้าเข้าใกล้การยกระดับไปเป็นนักสู้แห่งดาวเคราะห์ระดับ 2 ดาวแล้วละ]
[ขอเพียงมีทรัพยากรมาเป็นตัวกระตุ้น เจ้าคงเพิ่มความแข็งแกร่งได้อีกมาก]
ดาวาลที่นั่งอยู่บนโซฟาก็กล่าวออกมาอย่างพึงพอใจ เธอจ้องมองทุกสิ่งของทันย่าอย่างไม่วางตา พอรับรู้ได้ว่าลูกศิษย์ของตนพัฒนาขึ้นไปอีกเล็กน้อย ผู้เป็นอาจารย์เช่นเธอก็ย่อมต้องยินดีอยู่ไม่น้อย เพราะยิ่งเขาแข็งแกร่งมากเท่าไหร่ สองศิษย์อาจารย์ก็ยิ่งมีความสุขมากเท่านั้น
“งั้นเรอะครับ ในเมื่อตอนนี้สภาพเริ่มกลับคืนสู่ความสมบูรณ์แล้ว”
“เดี๋ยวพอเช้าเราจะไปหาตาแก่หลี่จิ้งกัน!”
ทันย่าได้ยินแบบนั้นก็พยักหน้ารับและตอบกลับด้วยรอยยิ้ม บนใบหน้าที่งดงามเต็มไปด้วยความเบิกบานที่ปกปิดไม่มิด
เวลาเดียวกันภายในห้องโถงประชุมลับที่ปกคลุมไปด้วยความมืด ร่างเงาหลายสิบคนสวมเสื้อคลุมสีดำที่ซ่อนเร้นใบหน้าของตน ทั้งหมดต่างนั่งล้อมรอบโต๊ะกลมขนาดใหญ่ บรรยากาศเย็นยะเยือกไปด้วยแรงกดดันของเหล่านักสู้พันธุกรรมทรงพลังที่อยู่เบื้องหลังการควบคุมโลกใต้ดิน
พวกเขาคือผู้นำขององค์กรลับที่ครอบงำมนุษย์อยู่เบื้องหลัง องค์กรแห่งเหล่ามอนเตอร์
แต่วันนี้ พวกเขามาประชุมเพื่อหารือเรื่องเดียว—ทันย่า
“ข้าคิดว่าพวกเราทุกคนรู้ดี ทันย่ากำลังกลายเป็นภัยคุกคามต่อสมดุลของอำนาจที่พวกเรารักษามาอย่างยาวนาน”
“เขาเป็นจักรพรรดิสงคราม แต่ไม่เหมือนกับคนอื่นๆในตำแหน่งนี้ที่ผ่านมา เขาไม่มีความภักดีต่อสำนักหรือองค์กรใดเลย”
“ไม่มีอิทธิพลที่จะควบคุมเขาได้ และที่สำคัญ...พลังของชายหนุ่มคนนี้ยังไม่ถึงขั้นที่จะป้องกันตนเองจากการถูกกำจัดได้!”
อีกคนหนึ่งก็พยักหน้าและกล่าวเสริมด้วยน้ำเสียงที่โหดร้าย
“หากปล่อยเขาเติบโตต่อไป เขาจะกลายเป็นภัยใหญ่หลวงที่เราไม่อาจควบคุมได้”
“เขามีพลังที่ซ่อนเร้น หรือความทะเยอทะยานที่ยากจะหยุดยั้ง ถึงเวลาที่เราจะต้องทำอะไรสักอย่าง ก่อนที่มันจะสายเกินไป!”
“ถ้าปล่อยให้ค่าดัชนีพลังของเขาสูงมากขึ้นเรื่อยๆ อย่าว่าแต่มอนเตอร์ระดับชนชั้นราชาเลย เผลอๆแม้แต่มอนเตอร์ระดับชนชั้นจักรพรรดิก็ยังอาจไม่รอดชีวิต แล้วมนุษย์ก็จะได้รับชัยชนะในครั้งนี้ไปอย่างแน่นอน ข้าคิดว่าทันย่าคนนี้แหละคือภัยคุกคามของท่านเบฮีมอท”
บรรดาร่างเงาในชุดคลุมต่างพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดนั้น แรงกดดันภายในห้องเริ่มทวีความรุนแรงขึ้น ความตั้งใจในการกำจัดทันย่ากลายเป็นสิ่งที่ทุกคนมองเห็น เป็นสิ่งที่ต้องทำเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของพวกเขา
ทว่าในตอนนั้นมีเสียงหนึ่งแย้งขึ้นมาจากร่างเงาที่นั่งอยู่ตรงมุมห้อง
“ข้าขอแย้ง! การกำจัดทันย่าไม่ใช่เรื่องง่าย เขาอาจไม่ได้รับคำสั่งจากใคร แต่เขาก็ได้รับอภิสิทธิ์พิเศษจากหลี่จิ้ง และเขายังเป็นถึงจักรพรรดิสงครามในยุคนี้ ไม่มีผู้ใดที่สามารถแทรกแซงอำนาจของผู้ที่ไร้พันธะเช่นทันย่าได้”
“หากพวกเราพยายามโจมตีเขาโดยตรง อาจเป็นการยั่วยุให้สมาพันธ์โลกหันมาโจมตีเราแทน!”
เสียงนั้นทำให้บรรยากาศในห้องเงียบลง
ทุกคนต่างครุ่นคิดถึงความเป็นไปได้ที่ถ้าพวกเขาลงมือผิดพลาด มันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งที่เกินกว่าที่พวกเขาจะรับมือไหว
“แล้วพวกเราจะทำอย่างไร? ปล่อยให้เขาเติบโตจนกลายเป็นภัยคุกคามอย่างนั้นหรือ?”
“ไม่ใช่ แต่เราควรใช้โอกาสนี้ให้เป็นประโยชน์ ทันย่าเป็นผู้เดียวที่ไร้พันธะ ไม่มีใครสามารถสั่งการเขาได้ นั่นหมายความว่าเขาอาจกลายเป็นพันธมิตรหรือศัตรูก็ได้ อยู่ที่ว่าเราจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร”
“ถ้าเราสามารถใช้เขาเป็นเครื่องมือในการสั่นคลอนสมาพันธ์โลก เราอาจไม่จำเป็นต้องกำจัดเขาโดยตรง”
การพูดคุยภายในห้องเริ่มเข้าสู่การถกเถียงที่เข้มข้นขึ้น บางคนยังคงยืนกรานที่จะกำจัดทันย่า
ในขณะที่บางคนเริ่มมองเห็นถึงโอกาสในการใช้ประโยชน์จากเขา
“ข้าคิดว่าเราควรทำทั้งสองอย่าง”
ร่างเงาที่ดูเหมือนเป็นหัวหน้ากล่าวขึ้น
“พวกเราจะส่งกลุ่มหนึ่งไปทดสอบพลังของเขา ดูว่าเขาจะสามารถรับมือกับพลังของพวกเราได้หรือไม่ เห็นว่าเขามีอาการที่บาดเจ็บสาหัสจากอัลเบี้ยน คงใช้เวลาอีกหลายวันกว่าที่ร่างกายจะฟื้นคืนสภาพอย่างสมบูรณ์”
“ในเวลาเดียวกัน เราจะลองเจรจาอย่างลับๆ เพื่อดูว่าเขาจะเลือกเข้าข้างฝ่ายใดกันแน่ หากเขาไม่สามารถต้านทานพลังของเราได้ เราก็จะกำจัดเขาทันที”
การประชุมสิ้นสุดลงพร้อมกับแผนการที่เริ่มก่อตัวขึ้นในความมืด มันไม่ใช่แค่การโจมตีธรรมดา แต่เป็นการประเมินศักยภาพของทันย่าด้วยความรอบคอบ เพราะถึงแม้ว่าเขาจะยังไม่ได้แข็งแกร่งพอ แต่ก็ไม่มีใครสามารถคาดเดาได้ว่าทันย่าจะกลายเป็นอะไรในอนาคต
หลังจากการประชุมจบลง ร่างเงาในชุดคลุมต่างหายออกไปจากห้องโถง
ภาพโฮโลแกรมสามมิติเมื่อถูกตัดการเชื่อมต่อ บรรยากาศภายในห้องโถงแห่งนี้ก็กลับมาเงียบสงัดและมืดมิดขึ้นอีกครั้ง
ขณะที่แผนการกำจัดทันย่าได้เริ่มต้นขึ้น พวกเขาไม่เพียงแค่ต้องการประเมินพลังของเขา แต่ยังต้องการควบคุมเขาให้เป็นเครื่องมือในอนาคต ทั้งสองฝ่ายในกลุ่มผู้ทรงอำนาจของมอนสเตอร์ต่างเริ่มเคลื่อนไหวอย่างลับๆ เพื่อทำตามแผนของตน
ในขณะเดียวกัน ทันย่าซึ่งไม่เคยรู้เลยว่าเขากลายเป็นจุดสนใจของทั้งมนุษย์และพวกองค์กรมืดหลายแห่ง เขากำลังพักฟื้นจากการต่อสู้ครั้งใหญ่ การได้ตำแหน่งจักรพรรดิสงครามนำมาซึ่งความรับผิดชอบใหม่ ถึงจะไม่ต้องทำอะไรเลย แต่ยังไงเขาก็ต้องเคลื่อนไหวซักทางนึง
ณ ที่ซ่อนลับใต้ผืนดินแห่งนึงขององค์กรแห่งเหล่ามอนสเตอร์ กลุ่มนักฆ่าลับที่ได้รับเลือกให้ทดสอบพลังของทันย่ากำลังเตรียมพร้อม
พวกเขาคือกลุ่มที่ทรงพลัง เป็นที่รู้จักในนาม "กลุ่มเงามืด" แต่ละคนเป็นมนุษย์ที่ได้รับการดัดแปลงพันธุกรรม มีพลังและความสามารถที่เหนือธรรมดากว่านักสู้พันธุกรรมทั่วๆไป พวกเขาได้รับคำสั่งให้ไม่เพียงทดสอบพลังของทันย่า แต่ยังเตรียมพร้อมสำหรับการกำจัดเขาหากจำเป็น
ผู้นำของกลุ่มเงามืด ชายร่างสูงในชุดคลุมดำที่เต็มไปด้วยบรรยากาศเย็นยะเยือกเอ่ยขึ้น
“พวกเจ้าทุกคนรู้ภารกิจนี้ดี เราไม่ได้ต้องการแค่กำจัดทันย่า! แต่เราต้องหาว่าเขามีพลังอะไรอีกหรือไม่ เขาอาจเป็นกุญแจสู่อนาคตของพวกเรา”
เหล่าสมาชิกในกลุ่มต่างพยักหน้าอย่างพร้อมเพรียง พวกเขาไม่เกรงกลัวต่อภารกิจนี้
เพราะแต่ละคนมีความเชื่อมั่นในพลังของตนเองว่ามีความเหนือกว่า แม้ว่าทันย่าจะเป็นจักรพรรดิสงคราม แต่เขาก็ยังไม่ใช่ภัยคุกคามที่แท้จริงในสายตา—อย่างน้อยก็ในตอนนี้
ไม่นานหลังจากการเตรียมพร้อมเสร็จสิ้น กลุ่มเงามืดก็เริ่มออกเดินทาง
พวกเขาเคลื่อนไหวอย่างเงียบงันในเงามืด เป้าหมายของพวกเขาชัดเจน—เผชิญหน้ากับทันย่าและทดสอบขีดจำกัดของพลังเขาให้ได้มากที่สุด โดยไม่ให้ใครรู้ถึงการเคลื่อนไหวของพวกเขา
ในเมืองหรู่หมิง อาณาเขตที่พักของชายหนุ่ม ทันย่าไม่รู้สึกถึงสิ่งผิดปกติใดๆ ขณะที่เขายืนอยู่บริเวณริมระเบียบชั้นสอง หันมองท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาว การต่อสู้ที่ผ่านมาทำให้ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยบาดแผล แต่จิตใจของเขาแน่วแน่และมั่นคงมากกว่าเดิม
การได้รับตำแหน่งจักรพรรดิสงครามไม่ใช่เป้าหมายสุดท้ายของเขา มันเป็นเพียงขั้นบันไดที่เขาต้องก้าวผ่านเท่านั้น
“หือ? สัมผัสนี้มัน.. ”
ทันใดนั้น เขารู้สึกได้ถึงบางสิ่งในอากาศผ่านทางพลังจิตที่แข็งแกร่ง บางอย่างที่มืดมิดและเย็นยะเยือก ราวกับมีเงาสายหนึ่งที่คืบคลานเข้ามาใกล้เขาโดยไม่ให้รู้ตัว
ทันย่าหรี่ตาลงและเริ่มกระตุ้นพลังจิตเพื่อตรวจสอบสิ่งแปลกปลอมที่กำลังเข้ามาใกล้
“พลังนี่มัน..มอนเตอร์—?!!”
ทันย่าพึมพำกับตนเอง เขารู้สึกถึงความตั้งใจที่มุ่งร้าย พลังที่ไม่ปกติซึ่งแตกต่างจากสิ่งที่เขาเคยเผชิญหน้ามาก่อน ไม่ใช่ในฐานะของมนุษย์ แต่เป็นร่างกายที่ยิ่งใหญ่อย่างเบฮีมอท
เขาสัมผัสได้ถึงยีนกลายพันธุ์ของมอนเตอร์ระดับสูงที่กำลังเคลื่อนไหวเข้ามาอย่างรวดเร็ว
[เดี๋ยวก่อนศิษย์รัก มันจะเป็นไปได้ยังไงที่มอนเตอร์จะมาอยู่ภายในเมืองหรู่หมิงแห่งนี้]
[อย่าลืมนะว่านี่คือศูนย์กลางของโลกมนุษย์ การที่มอนเตอร์จะสามารถเข้ามาได้ มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยซักนิด]
ดาวาลที่หลับไหลอยู่ก็ตื่นขึ้นอย่างมึนงง ใบหน้าเล็กๆดูประหลาดใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น
..
นี่ถ้าพวกมันรู้ว่าทันย่าคือเบฮีมอทละ 555+