เทียนฉินลืมตาขื้นมาพร้อมกับรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสุข หลังจากเขาพยายามที่จะทะลวงฝ่าด่านมาหลายครั้ง ทั้งยังสิ้นเปลืองทรัพยากรไปเป็นจำนวนมากก็ไม่อาจที่จะข้ามขั้นมาได้สักที แต่ตอนนี้กลับมาบรรลุระดับก่อกำเนิดขั้นสูงได้อย่างง่ายดายจากกระแสพลังปราณที่ถูกส่งผ่านเข้ามา ทำให้เขาอดที่จะแปลกใจอยู่บ้างเล็กน้อย
"ไม่น่าเชื่อว่ากระแสพลังปราณที่หลงเหลืออยู่จะทำให้ข้าก้าวหน้าขึ้นอีกขั้นได้!'
แต่ยังไม่ทันที่เทียนฉินจะได้สำรวจพลังของตนเองที่เพิ่มขึ้นมา จู่ๆก็มีเสียงส่งผ่านเข้ามาทำให้เขาจ้องมองไปข้างหน้าอย่างตั้งใจ
"ข้าได้กลิ่นอายของท่านจักรพรรดิฮงกวงในตัวเจ้า อีกทั้งดาบที่เจ้าถืออยู่นั่นก็เป็นของผู้พิทักษ์ชุยฟ่งที่เคยใช้มาก่อน!"
"เจ้าจะอธิบายให้ข้าได้ไหมว่าเจ้าเป็นใครกันแน่!"
เทียนฉินตกตะลึงคาดไม่ถึงว่าเสี้ยวจิตวิญญาณของผู้พิทักษ์คนนี้จะยังสามารถรับรู้สิ่งต่างๆในตัวของเขาได้ แต่อย่างไรก็ตามเขาก็ยังตอบกลับไปด้วยความนอบน้อม
"อันที่จริงแล้วเรื่องนี้เกิดขึ้นเพราะข้าน้อยได้เคยเข้าไปในอีกหอคอยหนึ่งมาก่อน.."
จากนั้นเทียนฉินจึงได้เล่าเรื่องราวที่เขาได้เข้าไปในหอคอยปฐมอัคคีให้ผู้พิทักษ์คนนี้ได้ฟัง รวมถึงเรื่องที่เขาบังเอิญได้ขึ้นไปยังชั้นที่สิบ แล้วพบกับเสี้ยวจิตวิญญาณของจักรพรรดิฮงกวง อีกทั้งยังตกปากรับคำเรื่องการจัดการกับพวกปีศาจนอกรีตพวกนั้นด้วย
ด้านเสี้ยวจิตวิญญาณของผู้พิทักษ์ได้ยินดังนั้นก็พยักหน้าอย่างพอใจ พร้อมกับจ้องมองเทียนฉินด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปจากเดิม
"เรื่องเคล็ดวิชาหอกของข้าคงไม่อาจจะถ่ายทอดให้เจ้าได้ เพราะมันจะทำให้เจ้าหลงเดินไปในทางที่ไม่ถูกต้อง แต่ทว่าเมื่อเจ้าได้รับความไว้วางจากท่านจักรพรรดิฮงกวง ข้าก็จะให้เจ้าได้มีโอกาสขึ้นไปพบกับท่านอีกครั้ง!"
ผู้พิทักษ์ส่งเสียงตอบกลับมาอย่างราบเรียบ จากนั้นจึงส่งคลื่นพลังสีฟ้าม้วนพาเทียนฉินหายไปจากตรงนั้นทันที ชั่วพริบตาเทียนฉินก็ได้โผล่มายังอีกที่หนึ่ง ซึ่งเป็นสถานที่ที่เขาคุ้นตาเป็นอย่างมาก และเมื่อเห็นชายที่นั่งอยู่ด้านหน้าเขาจึงรีบคุกเข่าทำความเคารพทันที
"คารวะจักรพรรดิฮงกวง!"
"ดูเหมือนว่าเจ้ากับข้าคงจะเคยพบกันมาก่อนสินะ!"จักรพรรดิฮงกวงเอ่ยออกมาพร้อมกับรอยยิ้มที่เป็นกันเอง
"เอ่อ..ข้าน้อยเคยพบกับเสี้ยวจิตวิญญาณของท่านจักรพรรดิฮงกวงที่อยู่ในอีกหอคอยหนึ่งมาแล้วขอรับ!"เทียนฉินตอบกลับไปด้วยความนอบน้อม
"ถ้าอย่างนั้นเจ้าคงรู้เรื่องราวบางอย่างมาแล้ว ข้าก็จะไม่เอ่ยอะไรให้มากความอีก ส่งชิ้นส่วนตราประทับที่เจ้าได้รับมาให้ข้าตรวจสอบดูเสียหน่อยเถิด!"จักรพรรดิฮงกวงเอ่ยเสียงเรียบ
เทียนฉินได้ยินก็หยิบชิ้นส่วนตราประทับที่เขาเคยได้รับมาส่งให้จักรพรรดิฮงกวงอย่างว่าง่าย และเมื่อชิ้นส่วนทั้งสองอยู่ใกล้กันก็พลันเปล่งแสงสีทองสว่างจ้าไปทั่ว เทียนฉินเพ่งสายตามองเข้าไปก็เห็นว่าชิ้นส่วนทั้งสองชิ้นได้ประกบเข้าหากัน โดยมีแสงสีทองเป็นเสมือนตัวเชื่อมต่อให้ชิ้นส่วนทั้งสองติดกัน
"ชิ้นส่วนสองชิ้นที่เหลือ เจ้าคงพอคาดเดาได้แล้วว่าจะหามันเจอได้ที่ใด!"จักรพรรดิฮงกวงยื่นชิ้นส่วนตราประทับคืนให้เทียนฉินพร้อมกับเอ่ยออกมาอย่างมีเลศนัย
"ขอบคุณท่านจักรพรรดิฮงกวงที่เมตตา!"
เทียนฉินยื่นมือรับชิ้นส่วนตราประทับคืนมาพร้อมมองดูมันอย่างละเอียด ก็พบว่าชิ้นส่วนตราประทับแต่เดิมที่เคยมีแค่หนึ่งส่วนสี่ ตอนนี้มันกลายเป็นชิ้นส่วนครึ่งวงกลมไปแล้ว อีกทั้งลวดลายที่อยู่บนตราประทับครึ่งวงกลมนี้ยังมีลักษณะเก่าแก่โบราณอย่างมาก
"เมื่อเสร็จสิ้นธุระที่นี่แล้ว ถึงเวลาที่ข้าจะต้องส่งเจ้ากลับไปสู่โลกภายนอกอีกครั้ง!"
จักรพรรดิฮงกวงเอ่ยออกมาเสียงเรียบ โดยไม่รอให้เทียนฉินตอบรับแต่อย่างใด มือข้างหนึ่งก็ยื่นมาทางเขาพร้อมกับเปล่งแสงสีทองออกมาก่อนจะม้วนวนพาเทียนฉินหายไปจากตรงนั้นทันที
ในช่วงเวลาที่เทียนฉินกำลังทดสอบอยู่ในชั้นที่เก้าของหอคอยเก้าธารานั้นเอง ภายในห้องโถงของนิกายเมฆอนันต์ได้มีชายสี่คนนั่งอยู่คนละด้านของโต๊ะตัวใหญ่ ซึ่งกลิ่นอายที่แผ่กระจายออกมาล้วนแล้วแต่เปี่ยมล้นไปด้วยพลังอันดุดัน อีกทั้งยังมีสมาชิกที่ยืนอยู่ด้านหลังของแต่ละคนอีกห้าคน ซึ่งคนที่จัดการประชุมครั้งนี้ไม่ใช่ใครอื่นนอกจาก อวิ๋นต้าโหวประมุขของนิกายเมฆอนันต์นั่นเอง
"เจ้าแน่ใจแล้วหรือว่าที่กล่าวมาทั้งหมดนั้นคือเรื่องจริง?"
ชายวัยกลางคนที่มีเคราสั้นสีเทานั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกล่าวถามด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง เขาคนนี้คือประมุขของนิกายวังจันทรา มีนามว่าอวี่เหยียนป้า หลังจากที่ได้ยินเรื่องที่อวิ๋นต้าโหวเล่ามา เขาคิดว่ามันเป็นเรื่องเหลวไหลที่จะมีเผ่าพันธุ์ปีศาจหลงเหลืออยู่ในแคว้นชิงแห่งนี้
"ข้าก็ไม่แน่ใจนัก แต่หยางชิงเว่ย ประมุขของนิกายเพลิงอัคคีแห่งแคว้นฉู่เป็นคนกล่าวออกมาเอง!"อวิ๋นต้าโหวเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจังเช่นกัน
"แล้วทำไมหยางชิงเว่ยถึงได้มารู้เรื่องราวในแคว้นชิงของเรา?"อวี่เหยียนป้าชักสีหน้าก่อนถามออกมาอย่างไม่พอใจนัก
"เรื่องนั้นเอาไว้ก่อนเถอะ! ข้าว่าพวกเรามาคิดถึงเรื่องปีศาจตนนี้กันก่อนดีกว่า!"อวิ๋นต้าโหวทำสีหน้าหงุดหงิดพร้อมกับเลี่ยงที่จะเอ่ยถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในนิกายของมันเอง
"ถ้าอย่างนั้น! ข้าคิดว่าควรให้หยางชิงเว่ยมาร่วมประชุมกับพวกเราในครั้งนี้ด้วยจะไม่ดีกว่าหรือ?"
ชายวัยกลางคนที่นั่งอยู่ทางขวาเอ่ยขัดจังหวะทั้งสอง ชายคนนี้เป็นประมุขของนิกายปราณพิสุทธิ์ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านค่ายกลคนหนึ่ง
"ใช่! หากเรื่องนี้เป็นความจริง พวกเราควรที่จะได้รู้เบาะแสที่ละเอียดมากกว่านี้!"
ชายอีกคนที่เหลือซึ่งนั่งอยู่อีกด้านเอ่ยปากออกมาอย่างเห็นด้วยกับประมุขนิกายปราณพิสุทธิ์ เขาเป็นประมุขนิกายรุ่งสุริยันที่เชี่ยวชาญการใช้พลังปราณ ที่สามารถควบคุมพลังปราณได้ด้วยนิ้วเดียว โดยเฉพาะกระบวนท่าดัชนีสุริยันที่ผู้คนในแคว้นชิงต่างให้การยอมรับว่าเป็นกระบวนท่าที่รุนแรงอย่างมาก
"เพราะหากปีศาจตนนั้นหลุดรอดออกมาได้โดยไม่มีใครสังเกตเห็น แคว้นชิงคงจะต้องตกอยู่ในความโกลาหลเป็นแน่ และโลกใบนี้ก็อาจจะสั่นคลอนได้เช่นกัน!"
เรื่องครั้งนี้พวกเขาคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยอย่างแน่นอน แต่ก็ยังไม่ถึงกับตื่นตระหนกสักเท่าไหร่นัก เพราะถึงแม้พวกเขาจะอยู่ในแคว้นชิงก็ตาม แต่ก็ยังมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับนิกายต่างๆของแคว้นอื่นอยู่บ้าง หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้นมาจริงๆ ก็ยังส่งข่าวเพื่อขอความช่วยเหลือกันได้
"อันที่จริงข้าก็คิดอย่างนั้น แต่คนที่รู้เรื่องนี้ดีที่สุดคือลูกศิษย์ของหยางชิงเว่ย ซึ่งตอนนี้เขากำลังทดสอบอยู่ในหอคอยเก้าธาราของนิกายเมฆอนันต์อยู่!" อวิ๋นต้าโหวเอ่ยตอบอย่างจนใจ
"เจ้าหมายความว่าอย่างไรกันแน่อวิ๋นต้าโหว?"
"หรือว่าเดี๋ยวนี้เจ้าสนิทสนมกับหยางชิงเว่ย จนยินยอมให้ลูกศิษย์ของเขาเข้าทดสอบในหอคอยเก้าธาราได้แล้ว!"อวี่เหยียนป้าเอ่ยถามอย่างประชดประชัน
เขาเป็นคนที่เคยร้องขอให้มีการแลกเปลี่ยน ให้ลูกศิษย์ของแต่ละนิกายที่มีความโดดเด่น ได้สลับกันเข้าฝึกฝนในแดนลับของแต่ละนิกาย แต่กลับถูกสามนิกายปฏิเสธไม่เห็นด้วย จึงอดที่จะเหน็บแนมอวิ๋นต้าโหวไม่ได้
"ข้าว่าพวกเรามาปรึกษาเรื่องของปีศาจตนนั้นกันต่อดีกว่า!"อวิ๋นต้าโหวตอบกลับไปเสียงเรียบโดยไม่สนกับคำกล่าวประชดประชันจากอวี่เหยียนป้า
แต่ทว่าในขณะนั้นเองก็ปรากฏเสียงระฆังดังก้องกังวานไปทั่วนิกาย อีกทั้งเสียงระฆังยังคงดังต่อเนื่องถึงสามครั้ง จนทำให้คนทั้งนิกายเมฆอนันต์ล้วนพากันแตกตื่น ไม่เว้นแม้แต่อวิ๋นต้าโหวที่กำลังประชุมอยู่ในห้องโถงแห่งนี้
"อวิ๋นต้าโหว! นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นกัน?"ประมุขนิกายปราณพิสุทธิ์เอ่ยถามด้วยความสงสัย
"ข้าว่าพวกเราออกไปดูด้านนอกพร้อมกันดีกว่า!"อวิ๋นต้าโหวลุกขึ้นยืนในทันทีที่ได้ยินเสียงระฆัง พร้อมทั้งเ
อ่ยปากบอกกับสามประมุขที่เหลือ จากนั้นจึงรีบร้อนออกไปอย่างรวดเร็ว
จบตอนที่ 156