ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ 178 ขโมยร่าง
สิ่งที่ทำให้จินอดทนดูภาพน่าสลดมาจนถึงตอนนี้ ก็มีเพียงร่างสูงที่นอนอยู่บนแท่นหินนั่นเท่านั้น
มันเป็นร่างของชายคนหนึ่งที่คล้ายกับมนุษย์อย่างมาก ใบหน้าดูนิ่งเฉย ไร้ความทุกข์โศกใดๆ ราวกับว่ามันนอนหลับอยู่เฉยๆ อย่างไรอย่างนั้น
ตลอดเวลาที่ผ่านมาจินเฝ้าดูพิธีกรรมประหลาดและความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอยู่ทุกวินาที เขาสามารถเห็นได้อย่างชัดเจนว่าศพบนแท่นหินมีรูปลักษณ์ที่เปลี่ยนไปมาก
จากชายร่างสูงผอมแห้ง เริ่มกลายเป็นร่างที่ดูมีน้ำมีนวล กล้ามเนื้อต่างๆ เริ่มมีมากขึ้น ดูเป็นชายหนุ่มสุขภาพแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับแรกเห็น
นี่เป็นเพราะเลือดเนื้อและพลังชีวิตจากเหล่ามนุษย์แคระวัยเยาว์ที่ถูกเฉือนคอห้อยหัว ให้เลือดหยดไหลรินลงบนถาดหินด้านข้าง หยดเลือดหยาดชีวิตทุกหยดล้วนหลั่งไหลเข้าสู่ร่างไร้ชีวิตที่นอนอยู่บนแท่นหินสูง
น่าแปลกที่แม้มันจะเป็นร่างศพไร้ชีวิต แต่ความสามารถในการดูดซับเลือดเนื้อและพลังชีวิตจากสิ่งมีชีวิตอื่นกลับสูงจนน่าตกใจ ไม่ว่าหยดเลือดจะมากขนาดไหน ร่างผอมแห้งนั่นก็รับไว้ทั้งหมด จนบัดนี้ร่างกายที่ลีบแบนได้กลายมาเป็นร่างที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อดูสมส่วน
เห็นได้ชัดว่านี่หาใช่ศพธรรมดาไม่ ยิ่งมองดูนานไป พลังงานชีวิตในร่างของมันยิ่งมีมากขึ้น จินเชื่อว่าหากพิธีกรรมเช่นนี้ยังมีอีก ต่อไปในอนาคตอันใกล้ร่างที่นอนอยู่จะต้องกลับมาดูมีชีวิตชีวาเต็มไปด้วยพลังงานชีวิตและเลือดที่ไหลเวียนไปทั่วเป็นแน่
จินขมวดคิ้วมุ่น มองดูร่างที่หลับใหลอยู่บนแท่นหิน ในใจพลันรู้สึกได้ถึงความปรารถนาบางอย่าง แต่เขารู้สึกว่าจะปล่อยให้มันเติบโตกลายเป็นร่างที่เต็มไปด้วยพลังชีวิตไม่ได้โดยเด็ดขาด รวมถึงระยะเวลาที่ต้องรอคอยต่อไปคงจะนานน่าดู กลุ่มคนชุดเทาเหล่านี้คงจะไม่ได้นำคนมาเพิ่มได้รวดเร็วขนาดนั้น
เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุน่าสลดเช่นนี้อีก จินปณิธานไว้ในใจว่าจะต้องนำร่างที่อยู่บนแท่นหินออกจากที่นี่ให้ได้ ดูเหมือนมันจะสร้างเรื่องราวมามากพอแล้ว แม้ผู้ที่สร้างเรื่องราวเลวร้ายเหล่านี้จะเป็นกลุ่มคนชุดเทาก็ตาม และไม่รู้ว่าเรื่องร้ายๆ นี้เกี่ยวข้องกับร่างสูงสองเมตรนี้อย่างไร แต่หากนำสิ่งที่พวกมันตั้งใจสร้างขึ้นมาด้วยความยากลำบากออกไป บางทีอาจจะช่วยให้แผนการของพวกมันพังทลายลงได้
จินมั่นใจแล้วว่าจะนำร่างนี้ออกไป แม้ว่ามันจะเป็นร่างที่ดูค่อนข้างพิเศษและไม่รู้ว่ายันต์ปลุกศพจะใช้กับมันได้ผลหรือไม่ แต่ก็ดีกว่าปล่อยให้มันอยู่ในมือกลุ่มคนชุดเทาพวกนี้
หากมันไม่สามารถใช้ได้เพราะร่างนี้อาจจะไม่ถูกนับว่าเป็นศพตามกฎเกณฑ์ของระบบบรรพบุรุษ เขาก็ยังไปตามหาร่างของตัวตนทรงพลังได้ภายในป่าของเหล่าสัตว์อสูรซึ่งเป็นทางเลือกสุดท้าย
แต่หากร่างนี้สามารถปลุกชีพขึ้นมาได้ล่ะก็...บางทีมันอาจจะเป็นข้ารับใช้ที่ทรงพลังมากก็เป็นได้
จากที่เห็น เหล่าคนในชุดเทาพยายามหาเลือดเนื้อและพลังชีวิตมาป้อนให้กับร่างนี้อย่างเต็มที่ เห็นได้ชัดว่าพวกมันให้ความสำคัญกับร่างนี้อย่างมาก ซึ่งจินไม่มีทางเชื่อแน่ว่าร่างนี้จะเป็นร่างของตัวตนที่อ่อนแอ หากใช้ยันต์ปลุกศพได้สำเร็จ มันจะต้องเป็นสิ่งที่คุ้มค่าอย่างแน่นอน!
ความจริงแล้วจินสามารถรอคอยอีกสักหน่อยเพื่อให้ร่างนี้สมบูรณ์มากกว่านี้...แต่นั่นหมายความว่าจะมีอีกหลายชีวิตที่ต้องสูญเสีย และยังใช้เวลามากจนเกินไป สำหรับจินตอนนี้เวลาค่อนข้างจะเป็นเรื่องสำคัญ เขาพอจะมีเวลาเหลืออยู่บ้าง แต่ไม่อาจรอนานจนเกินไปได้
ร่างวิญญาณมองทุกสิ่งที่เกิดขึ้นผ่านหน้าจอแสดงภาพ เหล่าคนในชุดเทายังคงประกอบพิธีต่อไป แต่เหมือนว่ามันใกล้จะเสร็จสิ้นเต็มที หลังจากสังหารสิ่งมีชีวิตคล้ายมนุษย์ร่างเตี้ยไปเกือบร้อยคน พวกมันก็พึมพำบริกรรมบทสวดต่อไป ทุกคนล้วนคุกเข่าลงบูชา ไม่เว้นแม้แต่คนชุดเทาสามคนที่ดูจะมีตำแหน่งสูงที่สุด
เวลาผ่านไปสักพัก ดูเหมือนพิธีกรรมจะสิ้นสุดลง เสียงบ่นพึมพำที่ดังก้องไปทั่วห้องในที่สุดก็เงียบลง เหลือเพียงเสียงสั่งการของคนชุดเทาบางส่วน ทุกคนค่อยๆ ลุกขึ้นก่อนจะแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตน
ศพที่พวกมันกองทิ้งไว้ถูกขนย้ายออกไปจากสถานที่แห่งนี้ สมาชิกของกลุ่มคนแปลกๆ เหล่านี้ทยอยออกจากห้อง หลายคนก็ช่วยกันแบกร่างศพซีดเซียวออกจากห้องแห่งนี้ไป
คนส่วนใหญ่ออกจากห้องไปหมดแล้ว เหลือเพียงผู้มีอำนาจระดับสูงไม่ถึงสิบคนที่อยู่ภายในห้องนี้ หลังจากคุยกันด้วยภาษาที่จินฟังไม่รู้เรื่องอยู่พักใหญ่ คนที่มีอำนาจสูงสุดสามคนก็เดินออกจากห้องไป ทิ้งให้คนชุดเทาที่เหลืออีกเจ็ดแปดคนไล่ดับไฟที่เรียงรายอยู่ด้านข้างของห้อง
ช่วงจังหวะที่คนทั้งสามกำลังก้าวเดินมาที่ประตูทางออก เป็นช่วงเวลาที่วิญญาณโปร่งแสงรู้สึกตื่นเต้นไม่น้อย
ร่างวิญญาณนิ่งค้างจ้องมองคนเหล่านั้นทุกฝีก้าว มือแตะอยู่ที่ศูนย์กลางการบังคับไม่ปล่อย หากอีกฝ่ายมีท่าทีที่ผิดปกติไปแม้เพียงนิดเดียว เขาก็พร้อมจะเปิดการทำงานของเกราะพลังงานให้ครอบคลุมทั่วทั้งมิติประดิษฐ์ทันที
คนชุดเทาทั้งสามก้าวเดินมาทีละก้าว...ทีละก้าว มันเป็นระยะห่างที่ใกล้มาก
จินพยายามไม่เคลื่อนไหวหรือปรับเปลี่ยนระบบอะไรของมิติประดิษฐ์ในตอนนี้ หากคนเหล่านี้มีพลังและประสาทสัมผัสที่แข็งแกร่งมากพอ ก็อาจจะเป็นไปได้ที่การคงอยู่ของจินจะถูกเปิดโปง...และนั่นไม่ใช่เรื่องที่ดีสำหรับวิญญาณชายหนุ่มเลย เพราะเป้าหมายของเขายังไม่ลุล่วง เขายังไม่สามารถออกไปจากที่นี่ด้วยใจยินยอมได้
ร่างวิญญาณกลั้นใจมองคนทั้งสามเดินลอดใต้มิติประดิษฐ์ไปด้วยใจระทึก จวบจนพวกมันก้าวข้ามผ่านธรณีประตูไป ไม่มีใครแสดงท่าทางผิดปกติหรือระแคะระคายออกมาแม้สักนิดเดียว...ดูเหมือนพวกมันจะไม่สามารถรับรู้การคงอยู่ของจินได้
หรือหากมันรับรู้และไม่แสดงอาการใดๆ ออกมาเลย จินก็ได้แต่ยอมรับนับถือในความสามารถด้านการเก็บอาการของพวกมันจริงๆ
เหล่าคนชุดเทาที่เหลือค่อยๆ ออกจากห้องนี้กันไปทีละคนหลังจากเสร็จธุระ ดูเหมือนห้องนี้จะนับเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ไม่มีใครได้รับอนุญาตให้อยู่ภายในนี้หลังจากพิธีกรรมเสร็จสิ้น...ยกเว้นก็แต่ร่างสองเมตรที่นอนแน่นิ่งอยู่บนแท่นสูง
จินยืนมองทุกอย่างนิ่งๆ อยู่ภายในห้องควบคุมของมิติประดิษฐ์ ภาพด้านนอกที่ฉายออกมาจากหน้าจอพลันมืดลงเพราะคบเพลิงทั้งหมดถูกสมาชิกชุดเทากลุ่มสุดท้ายดับไปหมดแล้ว ยังดีที่ระบบภาพของมิติประดิษฐ์นั้นยอดเยี่ยมแม้จะมีแสงน้อยมากๆ แต่ก็ยังมองเห็นสภาพภายนอกได้คร่าวๆ
วิญญาณชายหนุ่มเลือกที่จะหยุดนิ่งอยู่พักใหญ่เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีใครเข้ามาในที่แห่งนี้อีก เขาไม่กล้าบุ่มบ่ามเคลื่อนมิติประดิษฐ์ไปไหนมาไหนต่อหน้าตัวตนทรงพลังอีกแล้ว
เขาไม่แน่ใจจริงๆ ว่าที่คนชุดเทาทั้งสามคนไม่รู้สึกถึงความผิดปกติเพราะเขาเลือกที่จะไม่เคลื่อนที่ไปไหนหรือเปล่า หรือแท้จริงแค่คนเหล่านี้ยังมีระดับพลังไม่สูงพอที่จะรับรู้ได้ถึงสิ่งที่อยู่ในมิติความว่างเปล่า
ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลใด จินก็เลือกที่จะทำให้ตนเองปลอดภัยไว้ก่อน เขารออยู่ครู่ใหญ่เพื่อให้แน่ใจว่าคนที่อยู่ด้านนอกจะไม่กลับเข้ามาในห้องนี้อีก
…
เวลาผ่านไปนานนับชั่วโมง ชายหนุ่มรอคอยอย่างใจเย็น ไม่มีใครเข้ามาในห้องนี้อีก ส่วนด้านนอกเสียงของผู้คนก็สงบไปสักพักใหญ่แล้ว
จินทดลองเคลื่อนมิติประดิษฐ์เข้าไปด้านในอย่างเชื่องช้า รอดูปฏิกิริยาของกลุ่มคนที่อาจจะยังอยู่ด้านนอก หากทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี แปลว่าเขาน่าจะพอมั่นใจได้แล้วว่าคนเหล่านั้นไม่สามารถสัมผัสความเปลี่ยนแปลงในมิติความว่างเปล่าได้
แม้จะช้า แต่สุดท้ายมิติประดิษฐ์ก็เคลื่อนตัวมาถึงด้านหน้าแท่นหิน ร่างขนาดสองเมตรยังคงนอนอยู่ที่เดิม ร่างกายที่เคยผอมแห้งดูมีกล้ามเนื้อเติมเต็มมากขึ้นกว่าตอนแรก แต่เมื่อเทียบกับส่วนสูงสองเมตรนั่นแล้ว รูปร่างเช่นนี้ก็ยังถือว่าเล็กไปอยู่ดี
จินมองสำรวจร่างตรงหน้า เขาเชื่อมั่นว่าในอดีต ชายผิวเข้มผู้นี้จะต้องมีร่างกายที่ใหญ่โตกว่านี้อย่างแน่นอน แต่เป็นเพราะอะไรไม่อาจทราบได้อีกฝ่ายก็มานอนเป็นศพซูบผอมอยู่ที่นี่แล้ว
ความเป็นมาของอีกฝ่ายจะเป็นเช่นไรก็ช่าง อย่างไรก็ไม่อาจรอดพ้นความต้องการของโจรร้ายที่หมายจะปล้นร่างนี้ไปไว้กับตัว หากมันมาอยู่ในมือของจินแล้ว อนาคตของมันนับจากนี้จะต้องเป็นผู้พิทักษ์ของตระกูลพีไรซ์ คอยปกป้องดูแลสมาชิกทุกคนให้อยู่รอดปลอดภัย
วิญญาณชายหนุ่มจ้องมองร่างตรงหน้าด้วยความโลภก่อนจะเริ่มลงมือตามแผนที่ตนเองคิดมาตลอดขณะรอดูสถานการณ์
การเปิดประตูมิติแต่ละครั้งจะสร้างความผันผวนในชั้นบรรยากาศที่ค่อนข้างมาก หากจินต้องการเปิดประตูมิติออกมา ต่อให้ไม่ใช่ตัวตันทรงพลังมากนักก็มีโอกาสที่จะรับรู้ความผันผวนที่เกิดขึ้นได้
จินไม่รู้ว่ากลุ่มคนชุดเทาที่เหลืออยู่ด้านนอกมีระดับพลังเท่าไหร่บ้าง แต่เขาเชื่อว่าแม้แต่คนที่มีพลังเทียบเท่าอเวกระดับเก้าก็ยังสามารถรับรู้ได้ถึงความผิดปกติในห้องแห่งนี้แน่ๆ ไม่ว่าเขาจะพยายามแอบซ่อนมันแค่ไหน
เพราะฉะนั้นจินไม่หวังว่าการกระทำของเขาจะแนบเนียนไร้ร่องรอย แต่เขาหวังว่าจะสามารถขโมยร่างทั้งร่างและหลบหนีไปให้ได้โดยเร็วที่สุด
เขาต้องทำทุกอย่างให้ไว ยิ่งใช้เวลาน้อยเท่าไหร่ก็ยิ่งดี หากทุกอย่างเสร็จสิ้นก่อนที่กลุ่มคนชุดเทาจะทันกระจ่างแจ้งแก่ใจว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น นั่นจึงจะเป็นปฏิบัติการที่ยอดเยี่ยมที่สุด
จินสั่งโกเลมหินให้เตรียมตัว คำสั่งในครั้งนี้ง่ายดายยิ่ง เมื่อออกจากประตูมิติไปเมื่อใด มันจะต้องคว้าร่างบนแท่นหินกลับมาให้ได้โดยเร็วที่สุด
ประตูมิติแหวกเปิดที่ด้านหน้าโกเลมหิน มันรีบพุ่งออกไปตามที่ได้รับคำสั่งทันที หลังจากก้าวออกไป ร่างของมันก็โผล่อยู่ข้างแท่นหินแล้ว เพียงเอื้อมมือไปยกร่างนั้นแล้วกลับเข้ามา ภารกิจก็จะสำเร็จ
“โกรวววววว!” เสียงครางต่ำมาจากร่างขนาดใหญ่ โกเลมหินพยายามอย่างเต็มที่ในการยกร่างนั้นขึ้นมาจากแท่นหิน
มือข้างหนึ่งช้อนเข้าที่ลำคอ ส่วนมืออีกข้างสอดเข้าไปใต้น่อง โกเลมหินใช้พลังทั้งตัวดึงร่างนั้นขึ้นมา แต่ร่างนั้นกลับไม่ขยับตามแรงยกของมันเลย
คิ้วของจินขมวดเข้าหากันทันที สถานการณ์ไม่เป็นไปตามแผนที่เขาวางเอาไว้ จินคิดว่าทุกอย่างจะจบลงอย่างรวดเร็ว และเขาก็สามารถหนีออกจากที่นี่ได้ทันทีที่ได้รับร่างนั้นกลับมา
ร่างของชายผิวคล้ำที่สูงถึงสองเมตรนอนนิ่งอยู่บนแท่นหินไม่ยอมไปไหน แต่ไม่ใช่เพราะร่างนั้นหนักจนโกเลมยกไม่ไหว
จินมองดูทุกสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ตลอด โกเลมหินที่เขาส่งไปสามารถยกร่างนั้นขึ้นมาได้แล้วในช่วงแรกแต่พลังงานบางอย่างรั้งร่างนั้นให้อยู่กับแท่นหินจนพลังของโกเลมหินไม่สามารถต้านได้
คิ้วของจินยังคงขมวดแน่นเป็นปม ดูเหมือนเจตจำนงอันยิ่งใหญ่บางอย่างไม่ต้องการให้ร่างนี้จากไป และจินก็ค่อนข้างมั่นใจว่าเจตจำนงนั้นสถิตอยู่ในร่างที่อยู่ตรงหน้านี้เอง
ร่างนี้มีปัญหา! ถึงแม้ความพิเศษของร่างนี้จะล่อลวงให้จินหวังครอบครองมัน แต่ด้วยความพิเศษอันนั้นเองที่ทำให้ทุกอย่างไม่ราบรื่นดังที่ตั้งใจเอาไว้
ความคิดของจินแล่นด่วนจี๋ ตอนนี้เขาเปิดประตูมิติไปแล้ว และมันก็เหมือนเป็นการตะโกนบอกทุกคนว่าเขาอยู่ที่นี่ หากทุกอย่างไม่เสร็จสิ้นโดยเร็วที่สุด กลุ่มคนชุดเทาที่เหลืออยู่จะต้องกรูกันเข้ามาแน่ และคนที่รู้ตัวเร็วที่สุดอาจจะเป็นคนชุดเทาทั้งสามที่มีสถานะสูงที่สุดก็เป็นได้