หลังจากฉินจุนได้พบปะกับเหล่าคนในตระกูลและภรรยาของตัวเองแล้วนั้น เขาเองก็ได้ตัดสินใจเดินทางไปที่อยู่ของกองโจรห้าพี่น้องทันที
แน่นอนว่าการกระทำของเขานั้นได้ถูกร้องขอหรือห้ามปรามจากเหล่าคนในตระกูลทั้งสิ้น แต่ฉินจุนเหมือนจะมั่นใจมากและบอกทุกคนว่าเขาจะจัดการเองนั้นทำให้ทุกคนต้องยอมรับการตัดสินใจของเขา
จากนั้นเขาก็ได้พุ่งตัวออกมาจากเมืองเมฆาคล้อยทันที เขารู้ที่ตั้งคร่าวๆของพวกกองโจรนี้เท่านั้นว่าอยู่ในหุบเขาไร้สัจจะ ส่วนที่ตั้งที่แน่นอนนั้นมันมีใครสามารถบอกได้เพราะคนที่พยายามจะหาก็ไม่อยู่ให้ถามแล้วนั้นเอง
ในระหว่างเดินทางเขาก็ได้คิดว่าใครกันที่มันสับสนุนกองโจรนี้ กองกำลังระดับตำนานไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย กองกำลังระดับสามารถเขย่าทวีปหยุนเซียวให้สะเทือนได้เพียงคำพูด แต่เขาก็ไม่เข้าใจอยู่ดีว่าทำไมกองกำลังระดับนี้ถึงได้มาสนับสนุนกองโจรแบบนี้ ทั้งๆที่มันอาจจะทำความสัมพันธ์ระหว่างกองกำลังอื่นๆการระหองระแหงก็ได้ มันจะคุ้มจริงๆหรอที่จะมาสนับสนุนกองโจรระดับนี้
...
ภายในหุบเขาไร้สัจจะนั้นเป็นหุบเขาใหญ่ควบคุมพื้นที่กว้างขวาง ที่นี้ถือเป็นพื้นที่อันตรายพื้นที่หนึ่งกันเลยทีเดียวเพราะมันเต็มไปด้วยสัตว์อสูรมากมายและยังมีพวกโจรกลุ่มเล็กกลุ่มน้อยอาศัยอยู่ภายในจำนวนมากอีกด้วย
ณ สถานที่หนึ่งในหุบเขาไร้สัจจะ ที่นี้นั้นเต็มไปด้วยคนจำนวนหลักพันพวกเขาแต่ละคนนั้นถ้าจะให้พูดตรงๆแล้วมองไกลหรือหลับตาข้างหนึ่งก็รู้ได้ทันทีว่านี้คือโจรแน่ๆ เขานี้นั้นกำลังนั่งดื่มหรือพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน พวกเขาพึ่งแยกย้ายกันออกไปปล้นและได้ของดีกลับมามากมายเลยทำให้พวกเขามาฉลองกันตั้งแต่ดวงอาทิตย์ยังไม่ตกนั้นเอง
"ฮ่าๆๆ ข้าน่ะไม่อยากจะคุยหรอกนะแต่ว่ากลุ่มของข้าปล้นอาวุธระดับกลางขั้นกลางมาได้ถึงสองชิ้งทีเดียวนะจะบอกให้" ชายที่มีหนวดเขารุงรังกล่าวโอ้อวดคนอื่นว่าตนเองปล้นอะไรมาได้บ้าง
"อะไรน้า! อาวุธระดับกลางขั้นกลางสองชิ้นงั้นหรอ กลุ่มของเจ้าจะโชคดีเกินไปแล้ว" ชายตัวเล็กพูดด้วยความอิจฉา
"ฮ่าๆๆ ใช่พอไอ้พวกที่รู้ว่าพวกข้าเป็นใครมันก็ยินยอมมอบอาวุธให้โดยไม่ต้องออกแรงซักนิด" ชายที่โออวดอวดอ้างต่อไป
"เฮ้อ ข้าออกไปครั้งนี้ได้รับแต่หินวิญญาณไม่ได้รับสมบัติอะไรกลับมาเลย" ชายตัวเล็กถอนหายใจแล้วพูดออกมา
"เอาน่า ครั้งนี้เจ้าโชคไม่ดีครั้งหน้าเจ้าอาจจะโชคดีก็ได้" ชายที่โออวดกล่าวให้กำลังใจอีกฝ่าย
"เฮ้อ ขอบใจมากนะพวก ไอ้พวกนั้นก็น่าเหลือเกินมีแต่หินวิญญาณทำไมไม่พกพวกสมบัติบ้างว่ะ ถ้าเจออีกครั้งหน้าแล้วพวกมันไม่มีสมบัติอีกข้าจะฆ่าพวกมันระบายอารมณ์ซะ" ชายตัวเล็กพูดด้วยความโมโหและตรรกะที่ผิดเพี้ยนไปจนหมด
"ใช่ คราวหน้าถ้าเจ้าเจอไอ้พวกไส้แห้งแบบนี้อีกก็ฆ่าพวกมันทิ้งเลย พวกมันไม่รู้รึไงว่าพวกเราต้องกินต้องใช้แต่ดีนพกของติดตัวน้อยเพียงนั้นเอง" ชายที่โออวเก็ตรรกะป่วยไม่ต่างกัน
"อ้อใช่ ข้าได้คราวว่าคราวนี้ท่านหัวหน้ากองสามออกปล้นด้วยตัวเองและได้ของดีมาไม่ใช่หรอ" อยู่ๆก็มีชายคนนึ่งในวงเหล้าพูดขึ้น
กองโจรห้าพี่น้องนั้นจะแบ่งกันออกเป็นห้ากอง โดยแต่ละกองจะมีหนึ่งในห้าพี่น้องควบคุมดูแลตามลำดับพี่น้อง
"ใช่ ข้าก็ได้ยินมาเหมือนกันว่าท่านหัวหน้ากองสามได้รับสมุนไพรอย่างหญ้าดาบกลับมา" ชายอีกคนในวงเหล้ากล่าวเสริม
"ท่านหัวหน้ากองสามชั่งโชคดีนักหญ้าดาบไม่ว่าจะอยู่ระดับใดก็ต่างเป็นของที่หายากทั้งสิ้น" ชายอีกคนกล่าวขึ้น
"แต่ท่านหัวหน้ากองสามไม่ได้เดินบนเส้นทางวิธีดาบหรือกระบี่นิ" ชายอีกคนกล่าวออกมา
"ข้าว่าท่านหัวหน้ากองสามคงเอามันไปให้ท่านหัวหน้าใหญ่แน่นอน เพราะท่านหัวหน้าใหญ่นั้นบ่มเพาะอยู่ในเส้นทางวิธีแห่งดาบ" ชายที่เป็นคนเริ่มเรื่องสนทนาพูดขึ้น
"ถ้าแบบนี้ท่านหัวหน้าใหญ่อาจจะบ่มเพาะไปถึงระดับราชาศักดิ์สิทธิ์ได้เลยนะสิ" ชายตัวเอกพูดอย่างตื่นตัว
"ฮ่าๆๆ ใช่เลยๆๆ" ชายผู้หนึ่งหัวเราชอบใจ
การพูดคุยฉลองนั้นเต็มไปด้วยความสนุกสนานและความสุขพวกเขารู้สึกดีมากที่กองโจรของพวกเขาจะแข็งแกร่งขึ้นอีก ทำให้ที่ตั้งของที่นี้นั้นเต็มไปด้วยเสียงดังและกลิ่นสุราที่คักคลุ้ง
ภายในบ้านหลังใหญ่ที่ถูกสร้างขึ้นอย่างหรูหราอู้ฟู่นั้น ได้มีชายห้าคนกำลังนั่งพูดคุยกันอยู่เกี่ยวกับการปล้นที่ผ่านมา
"น้องสามข้าได้ยินมาว่าเจ้าปล้นได้ของดีไม่น้อย" ชายอ้วนหน้าตาดุดันเอ่ยขึ้น
"ขอรับพี่รอง ครั้งนี้ได้ของดีมาไม่ได้" ชายที่ถูกเรียกว่าน้องสามตอบกลับ
"ขาตั้งใจจะยกให้ให้กับพี่ใหญขอรับ เพราะถ้าพี่ใหญ่ได้สิ่งนี้ไปต้องทำให้ทะลวงไปถึงระดับราชาศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างแน่นอน" น้องสามพูดออกมาอีกครั้ง
"พี่สามโชคดียิ่งนัก ลูกน้องในกองโจรข้าหามาได้แต่หินวิญญาณและอาวุธระดับต่ำเท่านั้น" ชายที่พูดนั้นเขาคือน้องสี่แห่งกองโจรห้าพี่น้องนั้นเอง
"ฮ่าๆ น้องสี่เจ้าก็กล่าวหนักไปแล้ว" น้องสามพูดขั้นอีกครั้ง
"แล้วน้องห้าล่ะ เจ้าได้อะไรมาบ้าง" ชายที่เป็นพี่รองกล่าวถาม และคนอื่นก็หันออกไปมองเขาเช่นเดียวกัน
"เฮ้อ ข้าก็ไม่ต่างจากพี่สี่หรอกแถมยังไปเจอกองกำลังระดับตำนานอีกด้วย" น้องห้าถอนหายใจแล้วพูดขึ้น
"ฮ่าๆ เอาน่าๆพวกเจ้าทั้งสองก็อย่างพึ่งท้อไปเลย พวกเจ้าก็แค่ดวงไม่ได้เล็กน้อยเท่านั้น" พี่รองยิ้มและหัวเราะ
"เอาล่ะ น้องสามข้าอยากรู้จริงๆว่าเจ้าไปสมุนไพรอย่างหญ้าดาบมาได้อย่างไร" ชายที่ดูเหมือนเป็นหัวหน้าใหญ่กล่าวถาม
"อ้อ คือเรื่องมันเป็นแบบนี้พี่ใหญ่ ตอนแรกข้าก็แทบไม่ได้ของเลยเช่นกัน จนกระทั่งไปได้ยินมาว่าหอการค้าค้ำสวรรค์นั้นได้ทำการจัดงานประมูลขึ้น ซึ่งหนึ่งในตัวเอกของงานก็คือหญ้าดาบนี้แหละขอรับ และข้าก็รอดูว่าของแต่ละอย่างไปอยู่ในมือใครบ้าง น่าเสียดายที่ของดีส่วนมาก็ต่างก็ถูกกองกำลังที่ไม่ธรรมดาเอาไปทั้งสิ้น จนกระทั่งมาถึงการประมูลของหญ้าดาบ ตอนแรกข้าว่ามันก็คงเสร็จกองกำลังใหญ่ตามเคย แต่ผิดคาดคนที่ประมูลมันได้กลับเป็นกองกำลังระดับหนึ่งอย่างตระกูลฉินซะได้ พอข้าเห็นพวกมันชนะนั้นข้าก็ได้วางแผนการให้ลูกน้องหลายคนรอบติดตามและดักปล้นกันในที่สุด" น้องสามอธิบายแบบรวบรัด
"ตระกูลฉิน?"หัวหน้าใหญ่ทำคิ้วขมวดแล้วเราพึงพันเบาๆ
"ใช่แล้วขอรับพี่ใหญ่ ข้าสืบมาแล้วว่าตระกูลฉินไม่ได้รับการหนุนหลังจากใครข้าถึงกล้าลงมือ" น้องเสียงเอ่ยขึ้น
"พี่ใหญ่เป็นอะไรรึเปล่าขอรับ" พี่รองถามขึ้น
"ตระกูลฉินในทวีปหยุนเซียวก็คงมีแค่ที่เดียว มันคือตระกูลของราชาสยบฟ้าฉินจุน" พี่ใหญ่พูดอย่างครุ่นคิด
"ก็มีเพียงราชาสยบฟ้าเท่านั้นแหละ เพราะว่าตระกูลฉินไม่ได้รับการหนุนหลังจากใคร" น้องสี่พูดขึ้น
"จริงด้วยขอรับพี่ใหญ่ ถึงจะเป็นราชาสยบฟ้าแล้วยังไงมันกล้าจะมาหาเรื่องเราหรือยังไง" น้องห้าพูดอีกเสียง
"ถ้าเป็นคนอื่นมันไม่กล้าแน่ แต่กลับราชาสยบฟ้าข้าไม่แน่ใจ...นอกจากปล้นแล้วเจ้าได้ฆ่าใครไปรึเปล่าเจ้าสาม?" พี่ใหญ่ถามขึ้น
"ข้าบอกลูกน้องว่าใครขัดขืนให้ฆ่าทิ้ง พวกมันเลยฆ่าฝั่งนั้นทั้งหมดเพราะไม่มีใครบอมจำนนเลยขอรับ" น้องสามตอบคำถาม
"แบบนี้ฉินจุนมันต้องโกรธมากแน่ เอาของของมันมาไม่พอยังฆ่าคนของมันอีก" พี่ใหญ่พูดขึ้น
"พี่ใหญ่ท่านกังวลมากเกินไปหรือป่าวขอรับ" พี่รองถาม
"พวกเจ้าอย่าได้วางใจ เจ้าฉิยจุนมันไม่เหมือนใคร" พี่ใหญ่พูดอีกที
ในระหว่างที่พวกเขากำลังพูดคุยกันอยู่นั้นก็ได้มีกลุ่มคนเดินเข้ามา แต่ละคนแต่งตัวดูดีชั่งต่างจากพวกกองโจรข้างนอกบ้านยิ่งนัก
"พวกเจ้าคุยอะไรกันอยู่เหล่าทำหน้าเคลียดเชียว ข้าได้ยินมาว่าพวกเจ้าปล้นได้ของดีมาไม่ใช่น้อยไม่ใช่รึ" ชายที่ดูเป็นหัวหน้าพูดขึ้น
"มันเป็นเรื่องน่ากังวลจริงนั้นๆแหละ ส่วนของของพวกท่านข้าเตรียมไว้ให้หมดแล้ว" พี่ใหญ่พูดขึ้น
"เรื่องน่ากังวล? เรื่องน่ากังวลอะไร" ชายที่มาใหม่ถามด้วยคำสงสัย มีพวกเขาหนุนหลังเช่นนี้ยังต้องกังวลอะไรอีก
"เรื่องของราชาสยบฟ้า" พี่ใหญ่พูดขึ้น