ปาฏิหาริย์ที่บ้านสวน

    ตอนที่ 64 ทายาทนางพญาและราชาปลวก

            ร่างทิพย์พญาเสือดำ เมื่อบรรดาแมลงเม่ามีจำนวนลดลงทำให้พอแบ่งกำลังอำนาจเพื่อช่วยกระรอกสายฟ้าที่กำลังพลีชีพ
    แม้ยังไม่อาจ
    ที่จะเคลื่อนไหว แต่ก็ได้ส่งคลื่นโทรจิตในพลังงานรูปแบบเดียวกับเทวิน

            ฝ่ายเทวินที่ได้เริ่มเข้าไปในเขตพื้นที่เป้าหมายในหุบเขา‘อ๊ะ!..เป็นแบบนี้เองหรือ’ เขาได้รู้สถานการณ์จากคลื่นโทรจิตของพญาเสือดำ
    ตอนนี้ส่งสัญญาณมือให้ทุกคนหยุดเคลื่อนไหวชั่วคราว 
    ‘ทุกคน หยุดก่อนอย่าเพิ่งไปต่อ’

            ทุกคนได้รับสัญญาณมือต่อกันจึงหยุดไว้ก่อนหน้านี้ได้ตกลงกันหากเริ่มเข้าเขตพื้นที่เป้าหมายให้เทวินเป็นผู้นำ ทุกคนตอนนี้ต้องฟังเขา

            เทวินที่สามารถจับการเคลื่อนไหวได้ระยะหนึ่งรู้ว่าทุกคนได้หยุดการเคลื่อนกำลังไปข้างหน้า ตอนนี้เขาได้แต่คิดอย่างร้อนใจ

            ‘ถ้าหากเป็นพวกมังค์งิงแล้วพญาไก่ฟ้าล่ะ น่าจะไปที่นั่นแล้วไม่ใช่หรือ?’

            สิ่งที่เขาไม่รู้คือนางพญาปลวกที่อยู่กับมังค์งิงได้กำหนดทายาทที่จะเป็นตัวนางพญาและราชาไว้คู่หนึ่งแล้ว ก่อนร่วมเข้าไปเป็นส่วนหนึ่ง
    ในร่างของมังค์งิงหลังจากอาร์ลูถูกทำลายอาคมมันก็รู้แล้วว่ามีสิ่งที่สามารถทำลายอำนาจของมัน
     

            นอกจากซ่อนตัวในร่างมังค์งิง พวกมันยังได้ซ่อนกลิ่นเพื่อให้พ้นจากสิ่งที่จะมาทำลายมันนอกจากนี้ก็ยังกำหนดทายาทไว้คู่หนึ่งโดยทายาทที่ถูกกำหนดไว้ตอนนี้อยู่กับมังค์จา

            มังค์งิงตอนนี้หวังเพียงทำลายและให้มังค์จาพร้อมด้วยพรรคพวกยกเผ่ามังค์ยาวีได้สำเร็จจึงไม่รอให้พลังอำนาจเกิดเต็มกำลัง
    ก็ได้บุกไปทางฝั่งของเทวิน

            เทวิน ขณะกำลังคิดหาวิธีอย่างร้อนใจ ได้มีเสียงพญาไก่ฟ้าร้องขันมาตามสายลมที่พัดมายังตนเอง
    ‘เอ๊ะ! พญาไก่ฟ้ามาที่นี่ หากตามเรามา แล้วทางนั้นจะทำอย่างไรดี
    ?’

            พญาไก่ฟ้ามาตามเทวินและจะเข้าทำลายทายาทนางพญาและราชาปลวกที่ยังพอได้รับรู้การมีอยู่ก่อนพวกมันมีอาถรรพ์วิชาอาคม
    อำนาจแก่กล้ามากขึ้นตอนนี้ได้ร้องขันมาตามสายลม

            เทวินเขาเป็นห่วงสถานการณ์ทางพญาเสือดำเจ้านางไม้หอมและโดยเฉพาะกระรอกสายฟ้าที่กำลังสละร่างทิพย์
    โดยเปล่งแสงสว่างออกมาเพื่อล่อพวกแมลงเม่าที่สามารถกัดกินวิญญาณ

            ‘ทำอย่างไรดี!?จากที่ได้รับรู้พญาเสือดำกับคุณอมรายังต้องฟื้นฟูร่างทิพย์จากการถูกกัดกินวิญญาณไปบางส่วนทำอย่างไรดีนะ?’

            ‘เอ๊ะ!..เราจับการเคลื่อนไหวของคนกลุ่มหนึ่งข้างหน้าได้ในระยะทางหนึ่ง พวกมันมีการเคลื่อนไหว อย่างนี้ไม่ดีแล้ว’
    สถานการณ์กลับเลวร้ายไปอีกขั้น เมื่อเห็นข้างหน้าในระยะห่างไปพอสมควร 
    มีควันไฟสีดำเริ่มพวยพุ่งให้เห็น

            “มันเป็นควันจากไม้พิษชนิดหนึ่ง”มีเสียงเตือนมาไม่ดังมาก ชาวอิระมังค์ยาที่ชำนาญป่าส่งเสียงเตือนทำให้เทวินต้องส่งสัญญาณมือ
    ให้ทุกคนค่อยถอยระทางหนึ่ง

            มีสัญญาณมือส่งต่อกันและเสียงพูดที่ไม่ดัง“ถอยระยะทางหนึ่งตามชาวอิระมังค์ยา” ทุกคนปฏิบัติตาม ค่อยถอยห่างในระทางหนึ่ง
    ตามที่ชาวอิระมังค์ยาถอยออกมาเป็นแนวห่างกันช่วงหนึ่ง

            ‘ถอยไปก่อนไม่ต้องห่วงผม’เทวินส่งสัญญาณภาษามือโดยที่ตัวเขายังอยู่ที่เดิม ‘โปรดเชื่อใจผม’ เขายังส่งสัญญาณมือ
    ให้เหล่าคน
    ที่ถอยตามคำสั่ง ทุกคนแม้เป็นห่วงแต่ก็ได้พยักหน้ารับ

            ในสถานการณ์เช่นนี้เขาไม่มีเวลามากแล้วกลับนึกไปถึงสิ่งที่หลวงปู่มีเคยสอนให้เขาสงบจิตแล้วพิจารณาด้วยปัญญา

            ‘จริงสิ เราเคยพบหลวงปู่มีท่านเคยสอนให้ใช้สติ’ เขาจึงกำหนดลมหายใจที่ปลายจมูก ทำให้สงบจิตใจได้นิ่งอยู่ชั่วครู่ด้วยสมาธิ
    แล้ว
    เขาก็ได้นึกถึงสิ่งๆ หนึ่ง

            ‘เราต้องมีศรัทธา มีความเชื่อมั่นต้องช่วยพวกเขาให้ได้’ ความต้องการช่วยชีวิต พิทักษ์รักษาชีวิตอื่นด้วยยุติธรรม
    ใช้สติตาม
    ความเป็นจริงและความเป็นไปตามวัฏจักรของโลกมนุษย์

            ‘ไม่ฝืน แต่ช่วยเหลือไม่ขัดแย้งต่อสิ่งที่ต้องเป็นไป แต่รักษา’ เขาได้ผนึกใจส่งเป็นกำลังที่มองไม่เห็นออกไปจากร่างกาย

            ......................

            ขณะนั้นที่ใต้ก้นอ่าวเปอร์เซียระหว่างคาบสมุทรอาหรับและประเทศอิหร่าน

            แผ่นดินสั่นไหวเล็กน้อยไม่เป็นอันตรายต่อชีวิตน้ำทะเลเกิดเป็นคลื่นหนึ่งหลายระรอกเข้ากระทบรอบอ่าวเปอร์เซีย
    ผู้คนและสิ่งมีชิตรับรู้ได้ถึงการสั่นไหวและคลื่นกระทบ
     

            สิ่งหนึ่งที่ไร้รูปลักษณ์สัณฐานได้ก่อรวมเป็นฟองอากาศใต้ก้นอ่าวอย่างรวดเร็วและทำให้เกิดน้ำทะเลหมุนวนก่อนฟองอากาศลูกกลมนั้นพุ่งขึ้นยังผิวน้ำและพุ่งไปตามทิศทางหนึ่งแต่ไม่มีใครมองเห็นเพราะว่ามันเป็นเหมือนอากาศที่ว่างเปล่า

            .......................

            ในเวลาเดียวกันที่บริเวณริมขอบสระน้ำพื้นที่สวนของเทวิน

            แม้ว่าพวกแมลงเม่ากัดกินวิญญาณรอบตัวลดลงบ้างแล้วในตอนนี้เจ้านางไม้หอมยังคงต้องเข้าสู่วิถีหนึ่งเพราะถูกกัดกินวิญญาณ
    ไปบางส่วนเช่นเดียวกับพญาเสือดำที่ยังอยู่ภาวะจำศีลและยังได้แบ่งกำลังจิตไปส่งข่าวสารให้เทวินรู้สถานการณ์

            แต่ที่กำลังเปล่งประกายแสงสว่างมากขึ้นเรื่อยๆ กลับเป็นร่างของกระรอกสายฟ้าที่ถูกโอบล้อมด้วยเหล่าแมลงเม่า
    แม้สามารถแบ่งเบา
    ร่างทิพย์ทั้งสองได้แต่ตัวเองตอนนี้ก็กำลังจะแย่แล้วเช่นกัน

            มังค์งิงยังไม่สามารถเคลื่อนไหวแต่มีอำนาจจากนางพญาและราชาปลวกช่วยบังคับเหล่าแมลงเม่าแต่พวกมันตอนนี้ก็ไขว่เขว
    เพราะแสงสว่างจากร่างกระรอกสายฟ้า

            ในสถานการณ์ที่ต่างก็ลำบากนี้ยังมีกิ่งไม้สีดำที่ตัดเป็นท่อนหนึ่งความยาวเท่ากับครึ่งหนึ่งของส่วนสูงเทวิน

            ‘กิ่งไม้ดำของเทวิน’

            กิ่งไม้ดำตัดได้หมุนควงตัวเองบนท้องฟ้าหลายรอบก่อนปักตัวเองลงที่ริมสระน้ำห่างออกไปไม่ไกลสิ่งที่เหมือนจักราที่มืดมิดในห้วงอวกาศปรากฏรอบๆ กิ่งไม้ดำความมืดที่มนุษย์ไม่อาจจะมองเห็นได้ในเวลากลางวันแต่อาจมองเห็นได้จากดวงตาที่มีอำนาจที่เหนือกว่ามนุษย์ทั่วไป

            ห้วงอวกาศมืดมิดได้หมุนวนเข้าหากิ่งไม้สีดำราวกับเป็นจักราที่ปราศจากดวงดาว พายุมืดที่หมุนวนในห้วงอวกาศหมุนวน
    แม้ไม่มี
    ลมพัดแรงในที่นั้น แต่พายุมืดจากกิ่งไม้ดำก็พาเหล่าบรรดาแมลงเม่านับหมื่นนั้นไปยังผืนน้ำในสระน้ำขนาดใหญ่พวกมันไม่อาจโบยบิน
    และกัดกินวิญญาณได้อีกต่อไป

            เจ้ากระรอกสายฟ้าจึงได้ค่อยลดแสงสว่างจากตัวลงแม้ยังคงแน่นิ่งอยู่แต่ก็รอดแล้ว เพียงแต่ต้องใช้เวลาต่อการฟื้นฟู

    ต่างฝ่ายก็ยังคงนิ่งอยู่กับที่แต่ต่างกันตรงที่การฟื้นฟู และเหล่าบรรดาแมลงเม่านับหมื่นก็ต้องตกตายในสระน้ำมังค์งิงกลายเป็นฝ่าย
    ที่เสียเปรียบแล้วในตอนนี้


    คล้ายกับเรื่องปาฏิหาริย์ที่บ้านสวน ที่คุณอ่าน