“ โห ไม่ธรรมดาเหมือนที่เฟยหลงพูดไว้เลยสินะ ”
เท้าทั้งสองเหยียบอยู่บนวงกบประตูหิน หากก้าวไปข้างหน้าอีกเพียง 1 ก้าวเขาจะร่วงตกลงไปในหลุมสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ที่ไม่สามารถมองเห็นข้างใต้
เมื่อมองออกไปไกลเขาพบว่าบนเพดานห้องมีแสงสว่างกำลังกระพริบวูบไหวจากประตูมากมายหลายพันบานกำลังรอให้คนเข้าไปสำรวจ ทว่าการจะไปถึงที่นั่นได้ไม่ใช่เรื่องง่าย ภายในห้องแห่งนี้ไม่มีบันได ตามผนังไม่มีหินให้ปีนป่ายขึ้นไป สิ่งที่เขาได้ยินในตอนนี้มีเพียงเสียงยิงวัตถุออกมาจากผนังทั้ง 4 ด้าน
วัตถุที่ยิงออกมาจากรูบนผนังจะพุ่งไปยังรูที่อยู่อีกฝั่งราวกับว่ามันคือกับดักที่เตรียมเอาไว้ยิงคนที่คิดจะบินขึ้นไป
จากการสอบถามเฟยหลงสถานที่ตรงหน้าคือสถานที่ไกลสุด เนื่องจากว่ามันถูกพลังประหลาดส่งเข้าไปเกือบจะถึงส่วนลึกของซากโบราณสถานแห่งนี้
วิธีผ่านง่ายดายมากเพียงบินจากประตูที่เขายืนไปยังประตูที่อยู่บนเพดานที่มีนับร้อยนับพัน แต่ละบานมีขนาดต่างกันราวกับว่ามันสร้างขึ้นจากช่างคนละคน
เพียงแต่ว่าการบินไม่ใช่วิธีเดียวที่ทำให้ผ่านเส้นทางนี้ได้ แค่อ่านแพทเทิร์นการยิงหอกหินของกำแพงแต่ละบานก็สามารถข้ามไปได้แล้ว
ในระหว่างที่คอยมองดูแพทเทิร์นการยิงของหอก เฉินห่าวจึงลองใช้สกิลปรับแก้ข้อผิดพลาดกับห้องก่อนที่เขาจะเห็นเส้นแสงแดงมากมายเผยให้เห็นจุดอ่อนของการยิง
“ ให้ตายสิ บอกแม้กระทั่งวิธีผ่าน ”
จากเดิมเขาคิดว่าจะเข้ามาท้าทายซากโบราณสถาน แต่ดูเหมือนว่าสกิลของเขาจะเปิดเผยกลไกลับทุกอย่าง เมื่อเห็นว่านี่คือโอกาสกอบโกยเฉินห่าวจึงกระโจนออกจากประตูแล้วส่งด้ายพลังงานออกมาจากเท้ามัดไปที่หอกเล่มหนึ่งที่กำลังพุ่งผ่าน เมื่อออกแรงไปที่ด้ายเหวี่ยงตัวเองขึ้นไปกลางอากาศเขาจึงปล่อยด้ายเส้นเดิมทิ้งแล้วส่งด้ายเส้นใหม่จับไปยังหอกอีกเล่มที่กำลังพุ่งผ่าน ไม่จำเป็นเลยที่เขาจะต้องมองดูแพทเทิร์นการผ่านห้องแห่งนี้
ด้วยการสัมผัสถึงหอกที่พุ่งเข้ามาใกล้แล้วใช้มันเป็นฐานส่งตัวเองขึ้นไปด้านบน เฉินห่าวที่ค่อยๆพุ่งมาเป็นเส้นตรงก็ได้หยุดอยู่หน้าประตูบานเล็ก ความสูงของมันแค่ 1 เมตร เฟยหลงบอกว่ามันหดตัวให้เล็กลงแล้วออกมาจากประตูบานนี้
ทันทีที่ส่งร่างตัวเองขึ้นไปด้วยการใช้ด้ายยึดจับไปตามผนัง เฉินห่าวก็มาเจอเข้ากับทางเดินหินทอดยาวไปไกลแล้วนำแผนที่ที่ได้จากเฟยหลงออกมาดู
“ วิ่งไปอีก 500 เมตรแล้วเลี้ยวขวาสินะ จากนั้นจะเจอห้องๆหนึ่ง ”
เนตรเซียนหมื่นวิถีเปิดใช้งานตามด้วยการคลุมร่างกายด้วยวรยุทธ์ร่างเงาซ่อนเซียนเพื่อปกปิดตัวตน ก่อนที่เขาจะใช้พลังของเสือดำผ่านเท้าวิ่งเต็มกำลังไปเบื้องหน้า เมื่อเลี้ยวตามเส้นทางที่เฟยหลงเคยผ่านเขาก็มาเจอเข้ากับห้องๆหนึ่ง
ภายในห้องที่มาถึงเต็มไปด้วยภาพวาดมากมาย อุปกรณ์ที่ใช้สลักลงไปน่าจะเป็นอุปกรณ์ที่ทันสมัยทำให้ภาพที่เกิดบนผนังราวกับสร้างมาจากเครื่องพิมพ์
ภาพบนผนังในห้องแห่งนี้กำลังเล่าเรื่องการไล่ล่ามอนสเตอร์ตัวหนึ่ง ความสูงของมันราวกับตึก 10 ชั้นโดยกลุ่มคนที่ล่ามันรูปร่างเหมือนมนุษย์เพียงแต่ว่าดวงตาเป็นสีดำมีผิวหนังสีขาว บนร่างไร้เส้นขน แต่ละตนใช้อาวุธไม่ต่างจากฮันเตอร์
เฉินห่าวไม่เห็นเบาะแสของสิ่งที่ซ่อนเอาไว้ในซากโบราณสถานแห่งนี้จึงออกล่าต่อ ภายในห้องไม่มีอะไรนอกจากโลงศพเปล่าไร้สิ่งมีชีวิตนอนอยู่ด้านใน
“ อะไรอีกล่ะเนี่ย ”
เส้นทางด้านหน้ามีทั้ง 5 เส้นทางให้เดินไป เพียงแต่ว่าใจกลางทางแยกมีพลังประหลาดทำให้เขามองเห็นเศษหินลอยได้ สิ่งที่น่าประหลาดใจคือเส้นทางทั้ง 5 รวมไปถึงเส้นทางของเขาเหมือนกัน เฉินห่าวจึงรู้ว่าที่นี่ถูกออกแบบมาให้คนหลงทาง
ถึงอย่างนั้นเขากลับมองเห็นพลังของเฟยหลงที่ทิ้งเอาไว้ตามเส้นทางจึงเลือกไปทางขวามือ
ต่อให้หินจะล่องลอยในอากาศพวกมันกลับไม่อันตรายสามารถลอยตัวผ่านไปได้ง่ายๆจนราวกับเขาอยู่ในอวกาศ
---------------------------------------------------------------
“ คุณชายหานฝากข้อความมาให้ตระกูลเจียงครับ อีก 5 นาทีเราจะเดินทางกันแล้วขอให้ตระกูลเจียงเตรียมตัวด้วยนะครับ ”
พ่อบ้านถ่ายทอดคำพูดของคุณชายให้กับตระกูลเจียงฟัง
“ ยังมีอีกคำพูดที่คุณชายฝากมาครับ ทางคุณชายเห็นว่าเส้นทางข้างหน้าอันตรายมากจึงอยากจะรวมกองกำลังตระกูลทั้งสองเข้าด้วยกัน ผู้อาวุโสคิดยังไงบ้างครับ ”
ผู้อาวุโสตระกูลเจียงหันมองหน้ากัน พวกเขารู้จุดประสงค์ของคุณชายหานดังนั้นจึงพยักหน้ารับเพราะอย่างไรตระกูลเจียงยังต้องเดินนำหน้าเช่นเดิม ดังนั้นพวกเขาจึงรับฟังความคิดเห็นของอีกฝ่ายที่จะนำตัวผู้อาวุโสและคุณชายมาอยู่ในกลุ่มเดียวกันกับผู้อาวุโสเช่นพวกเขา
---------------------------------------------------------------
“ เป็นยังไงบ้าง ”
ผู้อาวุโส 3 ของตระกูลซูสอบถามสมาชิกตระกูลที่เดินทางเข้าไปในซากโบราณสถาน พวกเขาส่งคนเข้ามาสำรวจที่นี่นานแล้วจึงอยากรู้ว่ากลุ่มคนที่มาก่อนทิ้งแผนที่เอาไว้นำทางหรือเปล่า
“ ผู้อาวุโส ” หลังจากเรียกชื่อสมาชิกตระกูลซูก็เริ่มส่ายหน้า คนที่ส่งเข้ามาสำรวจซากโบราณสถานหายไปนานแล้ว จากอุปกรณ์ที่เขาทิ้งไว้ไม่มีการบันทึกข้อมูลเข้าไปเป็นเวลา 7 วันแล้วหมายความว่าเขาคงจะตายอยู่ที่ไหนสักแห่งในซากโบราณสถาน
“ งั้นได้แค่ไหนก็เอาแค่นั้น ”
ผู้อาวุโสรับอุปกรณ์บันทึกข้อมูลที่ซ่อนเอาไว้ใกล้กับทางออกมาเปิดดู อย่างน้อยพวกเขาจะต้องรู้ว่าเส้นทางไหนไม่จำเป็นจะต้องเดินผ่าน
ในระหว่างที่ตระกูลซูตรวจสอบข้อมูลอยู่นั้น สายตาของพวกเขาก็ถูกตระกูลเจียงและตระกูลหานดึงดูดไป คนกลุ่มใหญ่มีทั้งหมด 400 กำลังเดินเข้าไปในซากโบราณสถาน โดยที่พวกเขาไม่มีข้อมูลใดเลยนอกจากใช้สกิลของผู้นำทางในการตรวจสอบอันตรายของทางเดิน
“ ใครรีบให้พวกเขาไปก่อนเลย ”
ผู้อาวุโสตระกูลซูตรวจสอบข้อมูลต่อไป การเร่งรีบเข้าไปในพื้นที่ที่ไม่รู้ว่ามีอันตรายอะไรรออยู่อาจจะนำมาซึ่งหายนะ คนของพวกเขาที่ส่งมาหายไปแล้วหนึ่งคน สถานที่ตรงหน้าจึงอันตรายไม่น้อยเพราะคนที่ตายไปมีอาชีพพิเศษ เขาสามารถมุดเข้าไปในเงาเพื่อหลบหลีกอันตรายได้ สิ่งที่ฆ่าเขาตายคงมีพลังไม่น้อย
ตระกูลเหยาและตระกูลฟู่เห็นว่าขุมอำนาจจากเมืองใหญ่เดินเข้าไปแล้ว พวกเขาจึงตามเข้าไป การที่รออยู่ด้านนอกไม่ใช่เพราะพวกเขารอคนที่ส่งมาตรวจสอบก่อนหน้า แต่เป็นเพราะว่าพวกเขาไม่กล้าหักหน้าขุมอำนาจจากเมืองใหญ่จึงปล่อยให้ตระกูลเจียงและตระกูลหานเข้าไปก่อน
ตระกูลเกาเห็นว่าตระกูลทั้ง 2 เข้าไปแล้วจึงเร่งรีบตามไปด้วยเพราะกลัวว่าทั้งสองจะได้สมบัติตัดหน้าพวกเขาหากช้ามากกว่านี้
หลังจากตระกูลของเขต X เข้าไปเกือบหมดขุมอำนาจต่างๆจะรีบตามเข้าไป พวกเขารอจนกว่าขุมอำนาจของเขตเข้าไปด้านในไม่ใช่เพราะไว้หน้าแต่เป็นเพราะคิดว่าการส่งคนในเขตเข้าไปก่อนคือการส่งเครื่องมือเบิกทางชั้นดี
ในช่วงแรกของการสำรวจใครที่เข้าไปก่อนล้วนแล้วมีโอกาสถูกเล่นงานสูงมาก ดังนั้นกลุ่มที่ตามเข้าไปจึงมีโอกาสที่จะได้รับของจากศพคนที่เข้าไปก่อนแล้วยังประหยัดแรงในการสำรวจอีกด้วย
“ เดี๋ยว หยุดก่อน ”
ผู้อาวุโสสามตระกูลซูบอกให้หยุดเล่นวีดีโอหลังจากเขาพบว่ามีคนอื่นนอกจากตระกูลซูอยู่ภายในซากโบราณสถาน
“ ใครกัน ก่อนหน้านี้มีคนรออยู่หน้าซากโบราณสถานหรือเปล่า ”
“ ไม่เห็นใครเลยครับ แต่จากชุดที่สวมใส่คล้ายกับกลุ่มเจ้าหน้าที่เลยนะครับ ”
วีดีโอเล่นไปเรื่อยๆ กลุ่มคนที่ปรากฎในมุมกล้องมาเพียงครู่เดียวแล้วหายไป ไม่รู้ว่าเป็นใคร แต่แค่นี้ก็ทำให้พวกเขารู้แล้วว่ามีคนอื่นพยายามสำรวจซากโบราณสถาน ก่อนที่วีดีโอจะหยุดลงตรงที่ภาพล่าสุดของสมาชิกที่เข้ามาสำรวจเดินกลับมาเก็บข้อมูลใกล้กับประตูทางออก ซึ่งต่อจากนี้พวกเขาไม่รู้เลยว่าสมาชิกคนนี้ถูกสังหารที่ไหน
“ งั้นเราไปกันเถอะ ”
สมาชิกตระกูลซูเตรียมตัวให้พร้อม ก่อนจะเดินทางพวกเขาไม่ลืมหันมองเส้นทางที่เคยผ่าน ฮันเตอร์เริ่มออกมาจากซากโบราณสถานแห่งที่ 1 ได้แล้วและดูเหมือนว่าทั้งหมดจะเร่งเดินทางมายังซากโบราณสถานแห่งที่ 2 เมื่อรู้ว่าอีกไม่นานจะต้องมีการปะทะกันขึ้นแน่นอนผู้อาวุโสจึงสั่งให้จัดกลุ่มตั้งแต่เนิ่นๆเพื่อรับมือกับการพลัดหลงระหว่างทาง
---------------------------------------------------------------
“ ทำไมมันไม่ฆ่าตัวนี้ด้วยเนี่ย ”
เฉินห่าวบ่นให้เฟยหลง เส้นทางข้างหน้ามีมอนสเตอร์เลเวล 130 อยู่หนึ่งตัว เขายังไม่สามารถสังหารมันได้ แต่สกิลปรับแก้ข้อผิดพลาดยังคงบอกรายละเอียดที่เขาจะรอดชีวิตจากมันไปได้
เฉินห่าวจึงตัดสินใจวิ่งออกจากโขดหินข้างทางมุ่งหน้าเข้าหามอนสเตอร์รูปร่างเหมือนไส้เดือนยักษ์มีปากเต็มไปด้วยฟันแหลมคมมากมายราวกับเครื่องบดขนาดใหญ่ อีกฝ่ายสัมผัสการเคลื่อนไหวจึงใช้ดวงตาที่เหมือนกับไซบอร์กมองจ้องมาที่เขาทว่าเฉินห่าวกลับใช้ด้ายดึงตัวเองขึ้นไปบนเพดานลอยผ่านร่างของมันไป
ด้วยร่างกายสูงใหญ่ทำให้มันกลับตัวได้ยาก เมื่อลงเหยียบพื้นได้แล้วนั้นเขาก็พุ่งหายไปอย่างรวดเร็วโดยไม่ให้อีกฝ่ายได้ยินเสียง ทันใดนั้นเขาก็มาเจอเข้ากับกับดักติดอยู่ตามผนัง วิธีผ่านจากสกิลปรับแก้ข้อผิดพลาดทำให้เขารู้ว่าจะต้องเหยียบไปบนแผ่นหินให้ถูกต้อง เฉินห่าวจึงค่อยๆวิ่งไปตามจุดสีแดงที่แสดงให้เห็นถึงจุดอ่อน ต่อให้กับดักจะทำงานจุดที่เขาเหยียบกลับเป็นจุดบอดทำให้ผ่านไปได้ง่ายๆ
“ ให้ตายสิ คิดจะทดสอบกันไปถึงไหนเนี่ย ”
ด้านหน้ามีรูปปั้นมอนสเตอร์ยืนอยู่สองข้างทาง ในมือของพวกมันมีอาวุธขนาดใหญ่ถือเอาไว้ ถ้าหากเขาเหยียบแผ่นหินผิดไปพวกมันจะใช้อาวุธทุบร่างของเขาให้แหลกละเอียด
เฉินห่าวยังคงผ่านไปได้ง่ายๆเช่นเดิมจนมาพบเข้ากับกับดักต่อไปที่ให้เขาเลือกต่อสู้กับรูปปั้นหิน เขาจำได้ว่าเฟยหลงทำลายตัวที่ถือหอกเขาจึงเลือกมันก่อนจะใช้สกิลปรับแก้ข้อผิดพลาดทำลายข้อต่อจนมันพังลง
“ น่าเบื่อเกินไปแล้ว แต่ก็ดีฉันจะได้กลับไปหาเป่าเป้ยน้อยเร็วๆ ”
เฉินห่าวรีบวิ่งให้เร็วขึ้น เมื่อรู้ว่าซากโบราณสถานไม่ได้มีความตื่นเต้นกับตัวของเขาเลย การสำรวจพื้นที่ลึกลับและสุสานในโลกเซียนทำให้เขาชินชากับกับดัก ถ้าหากที่นี่ไม่มีพลังประหลาดเขาคงไม่ตื่นเต้น ทันใดนั้นเองด้านหน้าของเขาก็ได้ปรากฎมอนสเตอร์เลเวล 140 เฉินห่าวจึงตัดสินใจวิ่งกลับหลังหาที่หลบก่อน
“ นี่แกรู้ด้วยเหรอว่าฉันดูถูกแกไอ้ซากโบราณสถาน พอบอกไม่ตื่นเต้นก็ส่งสิ่งที่ตื่นเต้นมาเลยนะ ”
เฉินห่าวรอสักพักไม่นานมอนสเตอร์ก็เดินจากไป เฟยหลงอธิบายเอาไว้ว่ามอนสเตอร์แต่ละตัวจะไม่หยุดอยู่กับที่ พวกมันจะเดินเรื่อยๆจากพลังบางอย่างที่คอยชักนำพวกมัน