จารึกที่ 18 : กรุสมบัติศัสตราวิปลาส : เศษเหล็กค่าพันตำลึง
ความหนาวเหน็บที่เสียดแทงลึกถึงขั้วกระดูกดำปกคลุมทั่วหอจารึกาใน ยามโฉ่ว ความมืดมิดที่แท้จริงกลืนกินแสงสว่างจนหมดสิ้น อากาศภายในชั้นสองเย็นะเืยิ่งกว่าพายุหิมะในเดือนสิบเอ็ด ไร้เสียงลมหวีดหวิว มีเพียงเสียงหยดน้ำที่ตกกระทบพื้นหินดังก้องกังวาน ติ๋ง... ติ๋ง... ราวกับเสียงนับถอยหลังของชะตาชีวิต
อาเจียและหลินชิงเสวี่ยก้าวผ่านประตูหินเข้ามาสู่โถงกว้าง และสิ่งที่ปรากฏแก่สายตาก็ทำให้ดวงตาของเด็กหนุ่มผู้หิวโหยเปล่งประกายเจิดจ้ายิ่งกว่าตะเกียงน้ำมันนับพันดวง
มันไม่ใช่ห้องสมุด ไม่ใช่ห้องโถงหรูหรา แต่มันคือ "สุสานศาสตรา"
กองูเาเลากาของอาวุธหน้าตาประหลาดวางระเกะระกะอยู่เต็มพื้น มีทั้งกระบี่ที่ใบมีดแยกเป็แฉกเหมือนกรงเล็บปีศาจ, หอกที่ส่วนปลายหมุนวนได้เหมือนเกลียวพายุ, และเกราะศิลาที่มีลวดลายอักขระวิจิตรบรรจงแต่แตกหักเสียหายจากกาลเวลา
"์ทรงโปรด..." อาเจียอ้าปากค้าง น้ำลายแทบหก "นี่มันไม่ใช่ขยะ... นี่มันกองูเาเงิน! กองูเาทองคำ!"
เขาทิ้งมาดผู้บำเพ็ญเพียร (ที่พยายามสร้างมาตลอด) แล้วพุ่งตัวเข้าไปในกองเศษเหล็กนั้นทันทีราวกับหนูตกถังข้าวสาร มือไวปานวานรหยิบจับชิ้นส่วนต่างๆ ขึ้นมาส่องดูด้วยความตื่นเต้น
"โอ้โห! 'หน้าไม้ศัสตราทวงิญญา'! แม้สายจะขาด แต่ตัวเรือนทำจากไม้ทมิฬพันปี! ขายช่างทำอาวุธได้ไม่ต่ำกว่า 200 ตำลึง!"
"นั่นมัน! 'โล่เกล็ดัปฐี'! แค่เลาะเกล็ดออกมาขายก็ได้แผ่นละ 50 ตำลึงแล้ว!"
หลินชิงเสวี่ยที่ยืนพิงเสาหินเพื่อพักหายใจ มองภาพนั้นด้วยสายตาว่างเปล่าระคนอ่อนใจ "อาเจีย... สถานที่นี้ดูไม่น่าไว้วางใจ ของพวกนี้อาจมี..."
แกร๊ก!
ทันทีที่อาเจียหยิบ "ถุงมือโลหะสีดำ" ข้างหนึ่งขึ้นมาสวม (ด้วยความหวังว่าจะเพิ่มพลังหมัด) นิ้วมือโลหะของมันก็รัดแน่นเข้ากับข้อมือของเขา แล้วเริ่มบีบรัดจนกระดูกลั่น เปรี๊ยะ!
"อ๊ากกก! ปล่อยนะโว้ย! ไอ้ถุงมือเนรคุณ!" อาเจียร้องลั่น พยายามสะบัดมือออก แต่ยิ่งสะบัดมันยิ่งรัดแน่น พร้อมกับมีเข็มเล็กๆ แทงทะลุิัเพื่อดูดเืสดๆ
[ข้าเตือนเ้าแล้ว...] เสียง มู่เฉิน ดังขึ้นอย่างเ็าไร้ความเห็นใจ [นี่คือ 'โถงลองวิชาที่ล้มเหลว' ของ สำนักหัตถ์เทวะ ในอดีต ศาสตราพวกนี้มี 'จิตมาร' ที่ดุร้ายและกระหายเื มันถูกทิ้งไว้ที่นี่เพราะควบคุมไม่ได้ มันคือ 'หัตถ์มารกลืนโลหิต']
"ไม่บอกให้เร็วกว่านี้เล่าอาจารย์!" อาเจียน้ำตาเล็ดด้วยความเ็ป "ช่วยข้าด้วย! มันจะกินมือทำมาหากินข้าแล้ว!"
[ตัดแขนทิ้งซะ...]
"ม่ายยย! แขนข้ามีค่ากว่า 500 ตำลึงนะ!"
อาเจียกัดฟันกรอด ความงกและความรักตัวกลัวตายกระตุ้นสมองให้แล่นเร็วรี่ เขาใช้มืออีกข้างคว้า พู่กันนิรันดร์ จุ่มเืที่ไหลซึมออกมาจากข้อมือแล้วตวัดวาด อักขระวงกลม (O) เืลงบนหลังมือเหล็ก...
"วิชาลับ: ฉีกสัญญาพันธะเื!"
(อาเจียะโลั่นเพื่อระบายความเ็ป ขณะที่ อักขระหลิง (零) ทำหน้าที่ 'สลายพันธะโลหิต' ตัดขาดการเชื่อมต่อระหว่างถุงมือกับเส้นเืของเขาอย่างรวดเร็ว)
เมื่อวงกลมกัน อักขระหลิง (零) ก็ปรากฏขึ้นและเริ่มวูบไหว มันไม่ได้ทำลายถุงมือ แต่เข้าไป "บิดเบือนกฎเกณฑ์แห่งพันธะ" ทำให้ถุงมือเข้าใจผิดว่า "ไม่มีเป้าหมายให้จับกุม"
วิ้ง... แกร๊ก!
อักขระหลิงสีดำทมิฬซึมหายเข้าไปในเนื้อโลหะ ถุงมือที่กำลังบ้าคลั่งชะงักกึก เสียงค่ายกลภายในดังลั่นราวกับพันธะสัญญาถูกฉีกขาด ก่อนที่มันจะคลายตัวออกและร่วงหล่นลงพื้น กลายเป็เพียงเศษเหล็กไร้ชีวิต
"แฮก... แฮก..." อาเจียทรุดตัวลงกุมข้อมือที่เขียวช้ำ "เกือบไปแล้ว... เกือบต้องเสียค่ารักษาแขนแล้ว"
แต่แทนที่จะเข็ดหลาบ อาเจียกลับแสยะยิ้มเ้าเล่ห์แล้วหยิบถุงมือข้างเดิมขึ้นมาโยนลงถุงผ้าหน้าตาเฉย "แต่ตอนนี้มันไม่มีพิษสงแล้ว... ขายได้ 300 ตำลึง! คุ้มค่าเจ็บตัว!"
หลินชิงเสวี่ยส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ "เ้านี่มัน... ตายอดตายอยากมาจากไหนกัน" นางเดินเข้ามาดูแผลของเขา แล้วชะงักเมื่อเห็นกองหนังสือเก่าๆ ที่ซ่อนอยู่ใต้ซากอาวุธ
นางหยิบ "สมุดบันทึกปกหนังมนุษย์" เล่มหนึ่งขึ้นมา ปัดฝุ่นออกแล้วเปิดอ่านด้วยสีหน้าเคร่งเครียด "อาเจีย... ดูนี่สิ บันทึกของ ปรมาจารย์ผู้สร้าง คนสุดท้าย... เขาเขียนว่า 'ชั้นที่สามคือหัวใจ... ดวงจิตศิลาา อยู่ที่นั่น... แต่มันถูกปกป้องด้วยผู้พิทักษ์ที่ไม่มีวันตาย' "
"ดวงจิตศิลาา?" หูอาเจียกระดิกทันที ลืมความเ็ปเป็ปลิดทิ้ง "ราคามันต้องประเมินค่าไม่ได้แน่ๆ! ไปกันเถอะแม่นาง! ไปชั้นสามกัน!"
ตูม!!!
เสียงะเิดังสนั่นหวั่นไหวมาจากทิศทางบันไดวนด้านล่าง แรงสั่นะเืทำให้ฝุ่นร่วงกราวลงมาจากเพดาน
"เสียงนี้..." หลินชิงเสวี่ยหน้าถอดสี "พวกเฟิงอี้หราน! พวกมันทำลายค่ายกลบันไดได้แล้ว!"
"ทำลาย? ป่าเถื่อนนัก!" อาเจียรีบโกยของมีค่า (เท่าที่ยัดลงถุงได้) แล้วฉุดหลินชิงเสวี่ยให้ลุกขึ้น "รีบไป! ขืนอยู่ตรงนี้เราได้โดนคิดบัญชีทบต้นทบดอกแน่!"
ทั้งสองรีบวิ่งลัดเลาะผ่านกองูเาอาวุธ มุ่งหน้าสู่ประตูบานใหญ่ที่อยู่อีกฝั่ง โดยมีเสียงฝีเท้าที่เต็มไปด้วยความแค้นเคืองไล่หลังมาติดๆ
"อาเจีย!!! ข้าจะฉีกเ้าเป็ชิ้นๆ!" เสียงะโของเฟิงอี้หรานดังก้องขึ้นมาจากบันไดวน
"ฮึ! ถ้าฉีกได้ก็ลองดู... แต่ค่าฉีกแพงนะบอกก่อน!" อาเจียะโสวนกลับไป แล้วผลักประตูสู่ชั้นสามเปิดออก...