เมื่อหยางจื่อถูกซูชิงโอบกอดหยางจื่อก็อดไม่ได้ที่จะสั่นสะท้านภายในใจเต้นรัวด้วยความคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูกหยางเทียนอวี้มองไปทางหยางจื่อและซูชิงแล้วยิ้ม "หยางซัวพาแขกทั้ง 6 ท่านไปพักก่อนเเล้วตอนค่ำเราจะมีงานเลี้ยงขอพวกท่านมาดื่มสังสรรค์ด้วยกัน"หยางเทียนอวี้กล่าว กลุ่มของหลินกู่ถูกผู้อาวุโสหยางซัวพาออกไปหลี่ซวงเหยียนหันไปมองทางหยางจื่อด้วยสายตาเป็นห่วงก่อนจะเดินตามกลุ่มหลินกู่ไปภายในสวนเหลือเพียงแค่หยางจื่อ หยางเทียนอวี้ ซูชิง "เอาละข้าจะเล่าทุกอย่างให้เจ้าฟังเรื่องราวและเหตุผลที่พ่อและแม่ของเจ้าต้องทิ้งเจ้าไว้ที่ดินแดนเบื้องล่าง"หยางเทียนอวี้กล่าวซูชิงที่ยังคงกอดหยางจื่ออยู่พาหยางจื่อไปนั่งอยู่ทิศตรงข้ามกับหยางเทียนอวี้
"ในวันที่เจ้าเกิดมาได้มีชายชราท่านหนึ่งมาที่ตระกูลหยางของเราพ่อนั้นไม่รู้ว่าท่านเป็นใคร แต่ที่รู้ก็คือท่านแข็งแกร่งมากในตอนนั้นท่านได้กล่าวไว้ว่าในอนาคตจะมีภัยพิบัติที่ร้ายแรงจะเกิดขึ้นในดินแดนเทวะทั้งหมดแข็งแกร่งพอที่จะลบตระกูลของเราให้หายไปในพริบตาสิ่งมีชีวิตชั่วร้ายจะกลับมาและเมื่อถึงตอนนั้นดินแดนเทวะจะตกอยู่ในความมืดมิดทุกสรรพชีวิตจะล้มตายไปมีเพียงผู้ที่สืบทอดเจตนารมณ์ของราชันมังกรสวรรค์เท่านั้นที่จะช่วยเหลือดินแดนเทวะนี้ได้และท่านได้บอกถึงความลับของดาบมังกรสวรรค์ที่ตระกูลของเราไม่สามารถใช้ได้และเงื่อนไขของมันเเละผู้อาวุโสคนนั้นก็แนะนำให้พาเจ้าไปไว้ที่ดินแดนด่านล่างเพื่อให้เจ้ารวบรวมโชควาสนาของที่นั่นก่อนจะขึ้นมาดินแดนเทวะเพื่อเติบโตต่อไป"หยางเทียนอวี้กล่าว หยางจื่อนั่งฟังอย่างตั้งใจและในที่สุดหยางจื่อก็เข้าใจเหจุผลที่บิดาและมารดาของตนทิ้งตนไว้ที่ดินแดนด้านล่างความสับสนของหยางจื่อหายไปในทันทีและยิ้มออกมาอย่างมีความสุข "ท่านพ่อท่านบอกว่าผู้อาวุโสคนนั้นแข็งแกร่งกว่าท่านแล้วท่านแข็งแกร่งระดับใหน" หยางจื่อกล่าว"ข้าอยู่ปราณนักบุญเทวะขั้นที่ 9" หยางเทียนอวี้กล่าว
หยางจื่ออดที่จะตกตะลึงไม่ได้จากความรู้ของตนนักบุญเทวะถือว่าสูงที่สุดและทรงพลังที่สุดและบิดาของตนยังอยู่ขั้นสูงสุดของปราณนักบุญเทวะอีกด้วย "เจ้าอาจจะคิดว่าปราณนักบุญเทวะคือจุดสูงสุดแต่ไม่ใช่เลยมันคือจุดสิ้นสุดของความเป็นมนุษย์และเริ่มต้นกลายเป็นเทพต่างหากต่อจากปราณนักบุญเทวะเเล้วยังมี เซียนสวรรค์ เทพสวรรค์ และพระเจ้าราชัน" หยางเทียนอวี้กล่าว หยางจื่อที่ตั้งใจฟังรู้สึกทึ่งอย่างมากหยางจื่อไม่คิดว่าจะมีระดับพลังที่สูงกว่านักบุญเทวะอีกเเล้วแต่นี่เท่ากับว่าบิดาของตนยังห่างใกลจากคำว่าจุดสูงสุด "ในอดีตตระกูลซูของแม่มีบรรพบุรุษที่ไปถึงระดับเทพสวรรค์มาก่อนในตอนนั้นตระกูลของแม่รุ่งเรืองอย่างมากแต่หลังจากนั้นก็ไม่มีใครไปถึงระดับนั้นอีกเลยแม้แต่เซียนสวรรค์ก็ไม่มีทำให้ตระกูลของแม่ตกต่ำลงอย่างมากจนกระทั่งตระกูลถูกศัตรูไล่สังหารจนไปหลบซ่อนอยู่ในพื้นที่ลับที่บรรพบุรุษสร้างไว้แล้วไม่ออกมายุ่งกับดินแดนเทวะอีกเลยแต่แม่นั้นหนีออกมาจากตระกูลเพราะความอยากรู้อยากเห็นแล้วได้พบกับพ่อของเจ้า"ซูชิงกล่าว หยางจื่อรูสึกตกตะลึงอีกครั้งเขาไม่คิดว่าทั้งบิดาและมรดาของเขายังมีเบื้องหลังที่ทรงอำนาจขนาดนี้แถมบรรพบุรุษของมารดายังเคยไปถึงระดับเทพสวรรค์ที่ด้อยกว่าพระเจ้าราชันเพียงระดับเดียว "ข้าจะบอกลายละเอียดของดินแดนเทวะให้เจ้าฟังภายในดินแดนเทวะที่ยิ่งใหญ่นี้แบ่งออกเป็น 4 ส่วนมีดินแดนเทวะทิศเหนือ ดินแดนเทวะทิศตะวันออก ดินแดนเทวะทิศตะวันตกดินแดนเทวะทิศใต้ และดินแดนเทวะที่เราอยู่นั้นคือดินแดนเทวะทิศใต้ภายในดินแดนทั้งหมดพวกเราถือว่าอ่อนแอที่สุดเพราะดินแดนเทวะทิศใต้นั้นไม่มีผู้ที่ไปถึงปราณเซียนสวนนค์เลยสักคน"หยางเทียนอวี้กล่าว "แล้วขุมอำนาจที่แข็งแกร่งที่สุดในดินแดนเทวะทิศใต้ละ"หยางจื่อกล่าวถาม "หากไม่นับตระกูลของเราเเล้วก็จะมี 4 แห่งวิหารสุริยัน วิหารจันทรา นิกายมารทมิฬ และ นิกายอาคม" หยางเทียนอวี้กล่าว"วิหารสุริยันกับตระกูลของเราใครแข็งแกร่งกว่ากัน" หยางจื่อกล่าว
"มันก็บอกยากอยู่ถ้าบอกถึงจำนวนวิหารสุริยันนั้นเหนือกว่าพวกเราแต่ถ้ากล่าวถึงพลังฝึกตนตระกูลหยางของพวกเรานั้นเหนือกว่าเพราะภายในตระกูลของเรามีผู้อาวุโสที่เก่าแก่ที่อยู่ปราณนักบุญเทวะขั้นที่9 อยู่หลายคนพวกท่านจะไม่ออกมาจนกว่าตระกูลของเราจะตกอยู่ในวิกฤต"หยางเทียนอวี้กล่าว "ข้าว่ามันก็ถึงเวลาอาหารค่ำเเล้วพวกเราน่าจะไปกันได้เเล้วพ่อและแม่จะได้พาเจ้าไปทำความรู้จักกับคนในตระกูลและที่สำคัญพี่สาวของเจ้าก็กำลังมุ้งหน้ามียังที่นี่ด้วย" ซูชิงกล่าว หยางจื่ออดที่จะทำหน้างุนงงไม่ได้ทำให้ซูชิงหัวเราะออกมาอย่างมีความสุขแต่นางก็ไม่ได้บอกอะไรกับหยางจื่อต่อภายในตระกูลหยางตอนนี้กำลังคึกคักเพราะมีหลายคนรู้เรื่องของการกลับมาของหยางจื่อซึ่งได้หายตัวไปจากตระกูลเป็นเวลา20 ปีในตอนนั้นหยางเทียนอวี้ได้บอกว่าหยางจื่อได้ถูกนำตัวไปโดยผู้อาวุโสท่านหนึ่งเพียงเท่านั้นแต่ก็มีหลายๆคนในตระกูลที่ไม่ได้ดีใจกับการกลับมาของหยางจื่อโดยเฉพาะรุ่นเยาว์ที่มีพรสวรรค์ของตระกูลหยางพวกเขาหวังว่าจะได้รับสืบทอดตำแหน่งผู้นำตระกูลต่อจากหยางเทียนอวี้แต่เมื่อมีหยางจื่อกลับมาทำให้พวกเขารู้สึกถึงภัยคุกคามต่อตำแหน่งประมุขคนต่อไปและไม่ใช่แค่รุ่นเยาว์ยังมีผู้อาวุโสหลายคนที่อยากจะให้บุตรหลานของพวกเขาได้เป็นผู้นำตระกูลหยางแห่งนี้ เมื่อตกค่ำกลุ่มของหลินกู่ถูกนำมาที่งานเลี้ยงในถานะแขกของหยางเทียนอวี้ถึงพลังฝึกตนของพวกกลุ่มหลินกู่จะต่ำและไม่ได้อยู่ในสายตาของรุ่นเยาว์ตระกูลหยางแต่ก็ถูกหยางซัวปฏิบัติกับพวกหลินกู่อย่างดี ภายในลานกว้างหยางจื่อนั่งอยู่ในตำแหน่งเดียวกับซูชิงซึ่งคือรองจากตำแหน่งของหยางเทียนอวี้ที่ลานกว้างมีอาหารเลิศรสและสุราที่อร่อยมากมายพวกหลินกู่ที่อยู่ในท่ามกลางเหล่าตนตนที่ทรงพลังอดไม่ได้ที่จะรู้สึกกดดันโดยเฉพาะกลุ่มของหลี่ซวงเหยียนและจ้าวเสวี่ยที่ถูกสายตาของรุ่นเยาว์ชายหนุ่มหลายคนมองมาที่พวกนางด้วยสายตาแทะโลมทำให้พวกนางรู้สึกไม่ดีถ้าเป็นสถานการณ์ปกติหยางจื่อจะเข้าไปสังหารชายหนุ่มกลุ่มนั้นเเล้วแต่ถ้าชายหนุ่มเหล่านั้นยังไม่หยุดหยางจื่อก็คงต้องออกโรงเองแต่ครั้งนี้หยางจื่ออยู่ในตระกูลของตนและเขายังไม่รู้ถึงสถานการณ์ภายในตระกูลทำให้เขาได้แต่เงียบสงบและส่งเสียงผ่านพลังปราณไปให้พวกหลี่ซวงเหยียนอดทน----------------------------------------------------------------------------------