ข้ามโลกมาเป็นเซียนกระบี่ยอดนักต้มตุ๋น

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 48 สิ่งที่เจ็บปวดที่สุด

            เมืองจูเซียน สวนหย่อมด้านหลังเรือนน้ำชากงอี้!

            “คืนเงินมา คืนเงินข้ามานะ!”

            “ไอ้นักตอแหล ยังขวัญกล้ากลับมาอีก? ข้าจะฆ่าเจ้า!”

            “เงินข้าอยู่ไหน? เงินข้าล่ะ?”

            ………

            ………

            ……

            ……

            …

            …

            พริบตาที่เห็นหวังเค่อสวนหย่อมด้านหลังเรือนน้ำชากงอี้ก็ระเบิดออกเสียงตะโกนโวยวายนับไม่ถ้วนท่วมสูงกล่นฟ้าทั่วทั้งเมืองจูเซียนสามารถได้ยินเสียงตะโกนจากเรือนน้ำชากงอี้ได้

            ผู้ฝึกฌานที่ตาแดงก่ำเริ่มถกแขนเสื้อกันทีละคนพวกมันต่างหยิบอาวุธคล้ายเตรียมโรมรันพันตู

            ท่ามกลางโทสะที่ถาโถมดุจคลื่นยักษ์ลูกน้องของหวังเค่อล้วนเนื้อตัวสั่นเทิ้มกลัวจะถูกคนเหล่านี้ฉีกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยมีเพียงหวังเค่อปรมาจารย์แห่งความหน้าด้านที่ยังยืนเด่นอยู่บนเวทีอย่างห้าวหาญ

            หลังจากเสียงก่นด่าอันดุดันระลอกแรกสิ้นสุดลง หวังเค่อก็ฉวยโอกาสนี้เอ่ยปากออกไป

            “วันนี้ข้ามาเพื่อพูดคุยเรื่องเงินทองได้โปรดอย่าส่งเสียงเตะถ่วงรบกวนเวลาผู้อื่นด้วย!” หวังเค่อตะโกน

            “เจ้ายังถ่วงเวลาเราไม่พออีกรึ?”

            “เลิกเถียงได้แล้ว ฟังหวังเค่อก่อน ฟังมันก่อน!”

            “เจ้าจะเถียงกันไปถึงเมื่อไหร่? พวกเรามาที่นี่เพื่อทวงเงินไม่ได้มาเพื่อฟังพวกเจ้าบ่น หุบปาก หุบปาก ฟังหวังเค่อเร็ว!”

            “เงียบปาก เงียบปากให้หมดถ้าเจ้าไม่อยากได้เงินคืนก็ไสหัวไป!”

            ………

            ………

            ……

            ……

            …

            …

            สุ้มเสียงกังวลหลากหลายดังปะปนอยู่ในสวนเรือนน้ำชาสักพักใหญ่บางคนยังต้องการก่นด่าหลังถูกหวังเค่อต้มตุ๋น แต่คนที่เหลือต่างล้วนต้องการเงินคืนสองฝ่ายตะโกนด่ากันไม่หยุด

            หวังเค่อมองดู “ตัวช่วย”ที่มันส่งไปแฝงตัวอยู่ในฝูงชนพยายามรักษาความสงบ ชายหนุ่มไม่รีบร้อนกังวลเพียงยืนรอให้ทุกคนตั้งสติได้

            เป็นไปตามคาดในที่สุดรอบด้านก็เริ่มเงียบเสียงลงโดยกลุ่มคนที่ยืนกรานให้ ‘ฟังที่หวังเค่อพูด’

            “พูดเถอะ พูดเลย!” ใครสักคนส่งเสียงขึ้น

            หวังเค่อพยักหน้ารับ “ข้าเพิ่งกลับมาที่เมืองจูเซียนได้ไม่กี่วันได้ยินข่าวลือมากมายใส่ความว่าข้าขายแผนการลงทุนเพื่อหลอกเชิดเอาเงินแล้วหนีไปใส่ความว่าข้าใช้องค์หญิงโยวเยว่ตัวปลอมหลอกชิงตัวองค์หญิงโยวเยว่ตัวจริงมาจากเนี่ยเทียนป้าใส่ความว่าข้าต้มตุ๋นหลอกเงินจากเนี่ยเทียนป้าไปมหาศาลจนมันต้องไปหยิบยืมเงินจากพวกท่านมาจ่าย ทำให้การเงินทั่วเมืองจูเซียนขัดสน!ทำพวกท่านทุกคนกังวลจนแทบบ้า!”

            “มิผิด!” ใครสักคนตะโกนมาจากข้างล่าง

            “ผายลม!” หวังเต่อตะโกนตอบกลับไป

            “เจ้าว่าอะไรนะ?” ชายคนนั้นเบิกตากว้าง

            “ฟังหวังเค่อก่อน อย่าเพิ่งไปขัดคอมันอย่าทำทุกคนเสียเวลาอีกเลย!” เหล่า “ตัวช่วย” ด้านข้างรีบตะครุบตัวชายผู้นั้นไว้

            หวังเค่อสูดหายใจลึกบิวด์อารมณ์อยู่พักใหญ่“ข้าเข้าใจความกังวลของพวกท่าน แต่เพราะพวกท่านกังวลใจทำให้พวกท่านลืมเลือนการคิดวิเคราะห์พื้นฐานไปแล้วหรือไร? พวกท่านมองข้ออ้างกระจอกงอกง่อยพรรค์นี้ไม่ออกจริงๆ?”

            “ฟังมันก่อน ฟังมัน อย่าเพิ่งพูดแทรก!” “ตัวช่วย” ในฝูงชนรีบปลอบทุกคนไว้

            “ข้าหวังเค่ออยู่ในเมืองจูเซียนมาสิบปี สิบปีเชียวนะ!พวกท่านทุกคนต่างรู้จักข้ากันทั้งนั้น ข้าหวังเค่อทำธุรกิจค้าขายมาตลอดสิบปีข้าเคยคดโกงใครสักครั้งหรือ? ข้าหวังเค่อเคยหลอกลวงพวกท่านหรือ?ก่อนหน้านี้มีใครเคยถูกข้าหวังเค่อหลอกหรือไม่? มีสักคนไหม? มีใครบ้าง?” หวังเค่อตะโกนใส่ทุกคน

            เสียงตะโกนนี้กลืนเสียงตะโกนอย่างร้อนใจของทุกคนไปจนหมด

            ตลอดสิบปีที่ผ่านมา หวังเค่อทำการค้าอย่างสุจริตซื่อตรงขนาดมันกลายเป็นบุคคลผู้ร่ำรวยที่สุดในเมืองจูเซียน ก็ยังไม่เคยมีใครถูกมันโกง!ใครจะคิดว่าหวังเค่อใช้เวลาตลอดสิบปีที่ผ่านมาเพื่อสร้าง ‘ความน่าเชื่อถือ’เท่านั้น?

            ทุกคนต่างพากันเงียบเสียงฟังหวังเค่อ

            “กลับมาพูดถึงเนี่ยเทียนป้ากันอีกที? นิสัยเนี่ยเทียนป้าเป็นอย่างไร? พวกท่านเคยมีใครชื่นชมว่ามันยึดหลักคุณธรรมสักคนไหม!ข้าหวังเค่อไม่เคยเลยสักครั้ง แล้วท่านเล่า? พวกท่านเคยชมเนี่ยเทียนป้าหรือไม่?มีสักคนไหม?” หวังเค่อตะโกนถามทุกคน

            สีหน้าทุกคนหม่นหมองลงตระกูลเนี่ยข่มเหงรังแกผู้คนโดยมีเนี่ยเทียนป้าเป็นหัวหอก ไม่นานมานี้ทุกคนต่างไปทวงหนี้จากตระกูลเนี่ยก่อนจะถูกทำร้ายกลับมายังจะมีใครชื่นชมว่าเนี่ยเทียนป้ายึดมั่นคุณธรรมอีก?

            “เอาล่ะ ต่อไปเป็นคำถาม ท่านไม่เชื่อข้าหวังเค่อแต่เชื่อคำแก้ตัวของเนี่ยเทียนป้า? พวกท่านคิดกันเช่นนี้จริงๆ?พวกท่านใช่เสียสติไปแล้วหรือไม่?” หวังเค่อด่ากราดใส่ทุกคน

            แม้ว่าทุกคนจะโกรธที่ถูกด่า แต่พอลองขบคิดดูแล้วหรือพวกเราจะคิดผิดไปจริงๆ?

            “หวังเค่อ อย่ามัวพูดจาไร้สาระอยู่เลย จ่ายเงินคืนมา!คืนเงินพวกเรามาก่อน จะให้พวกเราฟังเจ้าพูดสามวันสามคืนก็ยังได้พวกเราจะตามเจ้าไปด่าเนี่ยเทียนป้าสามวันสามคืนด้วยกัน แต่คืนเงินมาก่อน!”ประมุขท่านหนึ่งส่งเสียง

            “ใช่แล้ว คืนเงินมา คืนเงินมาก่อน!” ทุกคนต่างพากันคล้อยตาม

            ฝูงชนกลายเป็นเดือดพล่านอีกครั้ง

            หวังเค่อยืนรอจนทุกคนเงียบเสียงลงอีกครั้งแน่นอนว่าคนของมันที่ตะโกนว่า “หยุดพูด ฟังหวังเค่อก่อน” ก็มีส่วนช่วยเหลือไม่น้อย

            “นี่ประมุขหวงไม่ใช่รึ? ข้าเพิ่งรู้เรื่องได้ไม่กี่วันท่านก็จะมาทวงเงินคืนกับข้า? เฮ้อ ข้าถามท่านหน่อยข้าได้หยิบยืมเงินจากตระกูลหวงท่านหรือไม่?” หวังเค่อมองหน้าประมุขท่านนั้น

            “ข้า…”

            “ท่านถูกเนี่ยเทียนป้าตะล่อมไปลงชื่อในสัญญากู้ยืมท่านให้เนี่ยเทียนป้ายืมเงินไป ไม่ใช่ข้า อีกอย่าง ประมุขหวงท่านควรทราบว่าเงินของท่านถูกเนี่ยเทียนป้าคดโกง ไม่ใช่กงการอะไรข้าข้าหวังเค่อหากรับเงินย่อมต้องจำได้ เรื่องนี้ไม่มีใครพึ่งข้าได้ทั้งนั้น!ข้ามีส่วนรับผิดชอบแค่เงินซื้อแผนการลงทุนเท่านั้น!” หวังเค่อขึ้นเสียง

            “จริงด้วย!”ฝูงชนที่ซื้อแผนการลงทุนต่างพากันตื่นเต้นยินดี

            คำพูดของประมุขตระกูลผู้ฝึกฌานทั้งหลายต่างถูกกลืนลงคอกันไปจนหมดทุกคนล้วนหน้าแดงก่ำ ตกลงวันนี้จะได้เงินคืนหรือไม่อย่างไร? เรือนน้ำชาทำทีใกล้จะระเบิดอยู่รอมร่อแล้ว

            “แน่นอน ข้าทราบว่าประมุขทุกท่านล้วนแต่เสียเงินไปที่ข้าเชิญพวกท่านมาในวันนี้ก็เพื่อช่วยท่านทวงเงินคืน! ประมุขทุกท่านโปรดสงบสติอารมณ์ด้วย!” หวังเค่อกล่าว

            ช่วยพวกเราทวงเงินคืน? ประมุขทั้งหมดที่กำลังจะระเบิดอารมณ์พลันเงียบไปทันที

            ทุกคนรอบด้านเองก็เงียบตาม

            หลังสูดหายใจลึก หวังเค่อค่อยกวาดตามองทุกคน “ทุกท่านข้าหวังเค่อตั้งรกรากในเมืองจูเซียนนี้มาสิบปีทุกท่านต่างเห็นตระกูลหวังข้าเติบโตขึ้นทีละก้าว! พวกท่านโดนหลอกเงินไปข้าย่อมเสียใจ แต่ตัวข้าเล่า? ตระกูลหวังข้ามีคนทั้งหมดหนึ่งร้อยหกสิบคน ทุกคนจากไปหมดแล้วไม่เหลือแล้ว!”

            หวังเค่อตีหน้าเศร้า กระตุ้นความสงสัยของทุกคน

            “เหตุใดวันนี้ข้าถึงได้สวมเสื้อดำ? ไม่ใช่เพราะข้าเปลี่ยนรสนิยมแต่เพื่อไว้อาลัยคนตระกูลหวังหนึ่งร้อยหกสิบคนของข้าที่ต้องตายอย่างไม่เป็นธรรม!พวกท่านทราบหรือไม่? พวกท่านแค่เสียเงินตระกูลหวังข้าสูญเสียทุกอย่าง ท่านทราบหรือไม่ว่าเกิดอะไรขึ้นกับคนตระกูลข้า?”หวังเค่อตะเบ็งเสียงใส่ทุกคนด้วยตาแดงก่ำ

            พอได้รับฟัง ทุกคนล้วนต่างแปลกใจ วาจานี้ของหวังเค่อหมายความเช่นไร?

            “ประมุขหวัง ท่านจะบอกว่าตระกูลท่านถูกล้างบาง?นี่เรื่องอะไรกัน? เป็นฝีมือใคร?” “ตัวช่วย” ในฝูงชนตะโกนสวนมา ถามถึงเรื่องที่ทุกคนไม่ได้สนใจอะไร

            “วันนั้นตระกูลหวังข้าต้องจ่ายราคาค่างวดมหาศาลเพื่อจับตัวองค์หญิงโยวเยว่!พอพาตัวนางกลับมาถึงคฤหาสน์ เตรียมตัวรอศิษย์พรรคอีกาทองคำมารับนางไปพวกท่านอยากเห็นหน้านาง ข้าก็ได้แต่น้อมสนอง แล้วเป็นอย่างไร? ผลลัพธ์คือเนี่ยเทียนป้าหมายตาคิดชิงตัวองค์หญิงโยวเยว่ไปมันฆ่าล้างโคตรตระกูลหวังข้าในชั่วข้ามคืน ถ้าหากข้าไม่รีบพาองค์หญิงโยวเยว่หนีไปเกรงว่าแม้แต่ข้าเองก็คง…!” หวังเค่อปั้นหน้าปวดร้าว

            “เจ้าโกหกหรือเปล่า? ที่เจ้ามีคือองค์หญิงโยวเยว่ตัวปลอมเจ้าใช้นางหลอกชิงตัวจริงมาจากเนี่ยเทียนป้าแถมยังโกหกฉวยโอกาสเก็บเงินค่าเข้าชมจากพวกเราอีก!” ประมุขท่านหนึ่งตะโกนสวนมา

            คนที่เหลือกำลังคิดตาม ก่อนจะถูกหวังเค่อขัดกลางปล้อง “ประมุขท่านนี้ท่านถูกเนี่ยเทียนป้าหลอกมาใช่หรือไม่ ท่านเชื่อที่มันพูดด้วยรึ?”

            “ข้า? ข้าเห็นมากับตาที่ตระกูลหวังเจ้าไม่มีร่องรอยการต่อสู้สักนิดแถมใต้คฤหาสน์ตระกูลหวังก็มีอุโมงค์ลับ เจ้าขนข้าวของตระกูลหวังหนีไปจนเกลี้ยงแม้แต่กระดาษชำระยังไม่เหลือทิ้งไว้!” ประมุขท่านนั้นจ้องตาเขม็ง

            “ฮะ ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า ฮ่าฮ่าฮ่า ท่านเห็นมากับตารึ?ยังคิดเรื่องเป็นไปไม่ได้พรรค์นั้นออกมาได้!”หวังเค่อแค่นเสียงขัดขึ้น

            “ตัวช่วย” ในฝูงชนขมวดคิ้วกล่าว “พอมานึกดูให้ดีแล้วเรื่องนี้เป็นไปไม่ได้ ประมุขหวังเป็นบุรุษผู้ร่ำรวยที่สุดในเมืองจูเซียนบุรุษผู้ร่ำรวยที่สุดเชียวนะ ทุกวันได้กำไรตั้งกี่มากน้อยมีหรือจะสนใจกับแค่กระดาษชำระสักม้วน? เจ้าเนี่ยเทียนป้าใช่ตั้งใจใส่ความจนเผลอทำพลาดหรือไม่?”

            ทุกคนต่างชะงักไป จริงแท้ บุรุษผู้ร่ำรวยที่สุดรวยที่สุดในเมืองเชียวนะ คนแบบนี้ยังต้องเหลียวมองกระดาษชำระอีก? เรื่องนี้ต่อให้ตายก็ไม่มีใครเชื่อ

            “แต่คฤหาสน์ตระกูลหวังเจ้า...!”ประมุขท่านนั้นยังไม่ยอมแพ้

            “ใช่แล้ว ในคฤหาสน์ไม่มีร่องรอยการต่อสู้เพราะเนี่ยเทียนป้าซื้อตัวพ่อครัวตระกูลข้าไป พวกเราทุกคนถูกวางยาถูกวางยาพิษอย่างไร แล้วจะมีร่องรอยการต่อสู้ได้ยังไง? ส่วนอุโมงค์ลับนั่นรึ?ข้าไม่เคยรู้เห็นมาก่อน แล้วจะรู้ต้นสายปลายเหตุได้อย่างไรถ้าให้ข้าเดา เกรงว่าเป็นเนี่ยเทียนป้าลอบขุดไว้เพื่อเตรียมตัวทำลายตระกูลหวังข้าพวกมันสมควรเริ่มขุดอุโมงค์ไว้นานแล้ว ทั้งหมดเป็นฝีมือเนี่ยเทียนป้าทั้งนั้น!สุดท้ายแล้วมันยังโบ้ยความผิดทั้งหมดมาใส่ข้าด้วย ฮ่าฮ่า ท่านยังไม่เข้าใจอีก?”หวังเค่อชี้หน้าประมุขผู้นั้น

            ประมุขผู้นั้นขมวดคิ้วเล็กน้อย ดูคล้ายหาจุดจับผิดคำพูดหวังเค่อไม่ได้

            “แล้วจางเสินซวีของพรรคอีกาทองคำนั่นเล่า? มันเป็นยอดคนขั้นดวงธาตุทองคำข้าเห็นมันซัดเนี่ยเทียนป้าปลิวด้วยนิ้วมือเดียวมากับตา!” ประมุขคนหนึ่งเอ่ย

            “มาเถอะ เถ้าแก่เรือนน้ำชากงอี้ท่านลองฟันดาบใส่ข้าดู!” หวังเค่อตะโกนใส่เถ้าแก่เรือนน้ำชากงอี้

            ขณะที่ทุกคนกำลังสับสนเถ้าแก่เรือนน้ำชากงอี้ก็เดินขึ้นเวทีพร้อมสะบัดมีดดาบใส่หวังเค่อดาบเล่มยาวแฝงลมปราณสภาวะดุดันรุนแรง สายลมกรรโชกหมุนวนคล้ายคิดสังหารหวังเค่อให้ตายคาเวที

            “ชิ้ง!”

            หวังเค่อกลับใช้สองนิ้วคีบดาบเอาไว้

            “อะไรกัน? เถ้าแก่เรือนน้ำชากงอี้เป็นยอดฝีมือแต่หวังเค่อที่บรรลุเพียงเซียนเทียนขั้นสองกลับใช้สองนิ้วรับไว้ได้? เรื่องนี้เป็นไปไม่ได้! ยกเว้นแต่มันจะเป็นยอดคนขั้นดวงธาตุทองคำ!”ใครสักคนส่งเสียงขึ้น

            “เจ้าจะไปรู้อะไร? นี่เขาเรียกว่าการแสดงหวังเค่อกับเถ้าแก่เรือนน้ำชากงอี้ไม่ได้ลงมือกันจริงๆ! เจ้าดูให้ดีบนใบดาบมีรอยร้าวอยู่เห็นไหม แปลว่ามันเป็นของที่ถูกเตรียมไว้แล้ว” “ตัวช่วย”ในฝูงชนอธิบาย

            ทุกคนเห็นหวังเค่อสะบัดนิ้วมือ

            “ตูม!”

            เถ้าแก่เรือนน้ำชากงอี้ปลิวไปพร้อมดาบที่แตกกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยเถ้าแก่ส่งเสียงร้อง “อั่ก” ก่อนจะปลิวไปกระแทกกำแพงไม่ไกลนักตัวกำแพงที่ถูกเตรียมไว้ล่วงหน้าพังทลายในพริบตา

            ภาพตรงหน้านี้เหมือนกับฉากตอนจางเสินซวีโค่นเนี่ยเทียนป้าไม่มีผิด

            เหมือนกันเป๊ะ? คนจำนวนมากต่างปากอ้าตาค้าง

            “แสดงว่าเนี่ยเทียนป้าคิดเบี้ยวหนี้ตั้งแต่แรก?มันจงใจแสดงละคร? จางเสินซวีนั่นก็คือตัวปลอม?เนี่ยเทียนป้าจงใจหานักต้มตุ๋นมาแสดงละคร?” ประมุขคนหนึ่งถาม

            “เป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้วัสดุตัดเย็บชุดที่จางเสินซวีผู้นั้นสวมมาจากพรรคอีกาทองคำไม่ผิดแน่ข้าอยู่ในแวดวงอาภรณ์วิเศษล้ำค่า เพียงแรกเห็นก็บอกได้เลยว่าอาภรณ์พรรคอีกาทองคำใช้วัสดุแตกต่างจากโลกภายนอกมันต้องเป็นศิษย์พรรคอีกาทองคำตัวจริงไม่ผิดแน่!” ใครสักคนตะโกนมาจากฝูงชน

            ขณะทุกคนกำลังสงสัย พวกมันก็เห็นหวังเค่อล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ามิติก่อนจะนำชุดคลุมตัวหนึ่งออกมาโยนให้ “ดูเถอะ ใช่วัสดุแบบนี้หรือไม่!”

            ที่เมืองหลางเซียนไม่นานมานี้หวังเค่อกับจางเจิ้งเต้าได้ลอกคราบศิษย์พรรคอีกาทองคำขั้นดวงธาตุทองคำและเซียนเทียนมาอย่างละคน

            เฒ่าแก่ร้านตัดเย็บรีบเข้าไปดูทุกคนรอบด้านต่างมีสีหน้าสงสัยใคร่รู้รอฟังคำตอบจากมัน

            “หา? เป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้เสื้อคลุมของศิษย์ขั้นดวงธาตุทองคำพรรคอีกาทองคำ? ทำไมเจ้าถึงมีได้?”เฒ่าแก่ร้านตัดเย็บมองหวังเค่ออย่างตกใจ

            “เหอะ ความรู้เท่าหางอึ่ง! อย่ามาพูดจามั่วซั่ว!เนี่ยเทียนป้าตามหาคนมาเล่นละครเป็นศิษย์พรรคอีกาทองคำจะหาเสื้อผ้าสักชุดลำบากนักรึ? เมืองจูเซียนไม่มีขายแล้วเมืองเซียนแห่งอื่นต้องไม่มีด้วย? ชุดนี้ข้าซื้อมาจากเมืองเซียนแห่งอื่นที่นั่นมีเสื้อผ้าอาภรณ์หลากหลาย ท่านอยากได้เท่าไหร่? บอกข้ามาเดี๋ยวข้าช่วยซื้อมาฝาก ว่าอย่างไร?” หวังเค่อเอ่ยอย่างดูแคลน

            เถ้าแก่ร้านตัดเย็บเองก็เคยไปเมืองเซียนอื่นมาเหมือนกันทำไมมันถึงไม่เคยเห็นมาก่อน? แต่ในเมื่อความจริงเป็นเช่นนี้ หวังเค่อออกปากแสดงว่าเป็นมันเองที่ความรู้เท่าหางอึ่ง! เฒ่าแก่ร้านตัดเย็บหน้าแดงเรื่อไม่ทราบควรตอบกลับอย่างไร

            “ไม่ ไม่ เจ้าบอกว่าเสื้อผ้าหาซื้อได้แล้วกระเรียนมงกุฎแดงเล่า? จางเสินซวีขี่กระเรียนมาข้ารู้จักกระเรียนมงกุฎแดง มันคือสัญลักษณ์ของพรรคอีกาทองคำไม่ผิดแน่!”ประมุขอีกคนแทรกขึ้นมา

            “จริงด้วย นกกระเรียนมงกุฎแดงสัญลักษณ์ประจำพรรคอีกาทองคำ! จางเสินซวีขี่กระเรียนมา! พวกเราต่างเห็นกับตา!” อีกคนตะโกนขึ้น

            ขณะหวังเค่อกำลังขบคิด คนของเรือนน้ำชากงอี้ก็นำเตาถ่านออกมา

            หวังเค่อนำขนกระเรียนที่เพิ่งถอนสดๆ เมื่อวานนี้ออกมา “ดูเถอะใช่ขนแบบนี้หรือไม่?”

            ประมุขตระกูลทั้งหลายชะงักนิ่งค้าง ก่อนจะเดินเข้าไปตรวจสอบขนนกนั่นดูคล้ายขนกระเรียนของจางเสินซวีเลยไม่ใช่หรือไง?

            “นี่คือ…?” ประมุขคนหนึ่งถามอย่างสงสัย

            “พวกท่านติดอยู่ในเมืองจูเซียนนานเกินไปแล้วไม่ได้พบเจอโลกภายนอก วิหคเซียนประจำพรรคอีกาทองคำอันใด? ฮ่าฮ่าที่อื่นก็มีตั้งเยอะแยะ นี่ข้าซื้อมาจากเมืองเซียนแห่งอื่นขนาดเนื้อนกกระเรียนก็ยังกินได้ ขนกระเรียนพวกนี้มีไว้เผาสร้างความอบอุ่น!”หวังเค่อกล่าว

            จากนั้น มันก็โยนขนนกลงไปเผาในเตาถ่าน

            ทุกคนรอบด้านพากันปากอ้าตาค้าง เผาขนกระเรียนเซียนเพื่อความอบอุ่น? นี่ นี่ เป็นไปได้อย่างไร?

            “เจ้าเผาขนกระเรียนทิ้งแบบนี้ คิดทำลายหลักฐาน?”ประมุขอีกคนถามอย่างลังเล

            แต่พริบตาต่อมาหวังเค่อก็ล้วงขนกระเรียนออกมายื่นส่งให้พวกมันอีกเต็มกำมือ

            “ไม่ต้องห่วง ข้ายังมีอีกเยอะพวกท่านเองก็ลองเผาสัมผัสความรู้สึกดู!” หวังเค่อบอกทุกคน

            ขนกระเรียนเซียนเอามาเป็นเชื้อเพลิง? หวังเค่อเจ้าเปิดร้านขายเสื้อขนสัตว์ก็ได้ขนกระเรียนเซียนทำเสื้อขนสัตว์จะงดงามถึงปานไหน!

            ทุกคนลองตรวจสอบดูแล้วพอเห็นว่าขนนกนี้ตรงกับกระเรียนมงกุฎแดงของจางเสินซวีไม่ผิดแน่ทุกคนก็พากันเงียบสนิท

            จะเผาทำความอบอุ่นไม่ใช้ไม้ฟืนเล่า? ทำแบบนี้ไม่สิ้นเปลืองเกินไปหรือไร? แม้จะดูสิ้นเปลือง แต่หวังเค่อไม่อาจไม่เผาทิ้งได้กำไลมิติช่วยปิดบังกลิ่นอายขนกระเรียนให้ แต่ถ้านำออกมาแล้วไม่รีบเผาไม่นานคงถูกกระเรียนพรรคอีกาทองคำตัวอื่นสัมผัสได้แน่

            “เผาทำไม? ไม่ใช่สิ้นเปลืองหรอกหรือ?”ประมุขท่านหนึ่งเอ่ยอย่างลังเล

            “คนรวยย่อมมีวิถีชีวิตของคนรวย!”หวังเค่อตบบ่าประมุขท่านนั้นพลางกล่าว

            ความนัยที่แฝงมาชัดเจนยิ่ง เพราะว่าเจ้ายากจนก็เลยจินตนาการถึงชีวิตของคนรวยไม่ออกยังไงเล่า

            ประมุขผู้นั้นคิดอยากโต้แย้ง แต่วาจาหวังเค่อช่างสมจริงและมีเหตุผลสุดท้ายมันก็เถียงไม่ออก

            “โกหก โกหกหมดเลยสรุปที่เนี่ยเทียนป้าพูดมาล้วนเป็นเรื่องหลอกลวง? มันโกหกเอาเงินพวกเราไป?มันจงใจโกงเงินพวกเรา?” ประมุขผู้หนึ่งผุดลุกขึ้น

            “ขนาดศิษย์พรรคอีกาทองคำยังเป็นตัวปลอมเลย!เซียนแซ่จางสามครั้งอะไรกัน? ผายลมเถอะ เห็นพวกข้าโง่เรอะ?”

            “โกงเงินพวกข้าไปแล้วยังไม่คิดจ่ายแถมยังทำร้ายพวกเราอีก เนี่ยเทียนป้า ไอ้นักต้มตุ๋น!”

            “เงินตระกูลข้า เงินตระกูลข้า!”

            ………

            ………

            ……

            ……

            …

            …

            หลังจากประมุขตระกูลทั้งหลายปักใจเชื่อแล้วว่าจางเสินซวีเป็นตัวปลอมความเกลียดชังของทุกคนที่มีต่อเนี่ยเทียนป้าก็ท่วมทะลักออกมาเจ้ามองพวกข้าเป็นคนโง่? ถึงกับโกหกจูงจมูกพวกเรา?

            “ทุกท่าน ทราบหรือไม่ว่าสิ่งใดเจ็บปวดที่สุดในโลกนี้?”หวังเค่อร่ำร้อง

            ทุกคนต่างหันไปมองหวังเค่อ

            “สิ่งที่เจ็บปวดที่สุดในโลกคือคนยังอยู่แต่เงินไม่มี!” หวังเค่อพูดจากใจจริง

             

    คล้ายกับเรื่องข้ามโลกมาเป็นเซียนกระบี่ยอดนักต้มตุ๋น ที่คุณอ่าน