เฟิงหลี่เฉียง ยอดเสนาบดีแห่งหมิง (มีอีบุ๊ค 8 เล่มจบ ที่meb/ปิ่นโต)

    ตอนที่ 86

            เฟิงหลี่เฉียงไปบ้านหลังหนึ่งที่เงียบและมีบ้านตั้งอยู่ติดกันแสงไฟจากในบ้านลอดออกมาทางหน้าต่าง ในนั้นมีพ่อค้ากลุ่มแรกอาศัยอยู่ ชายหนุ่มไม่ใกล้ไม่ได้เพราะมีคนเฝ้าระวังอยู่หน้าบ้าน ชายหนุ่มนั่งเฝ้าอยู่บนต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ตรงข้าม แต่ก็ยังหาทางเข้าใกล้ไม่ได้จนเกือบจะถอดใจ แต่แล้วก็มีชายสองคน ขี่ม้าตรงมาที่บ้านหลังนี้

            “เปิดประตูหน่อยพวกข้ามาแล้ว” เสียงชายที่ขี่ม้ามา บอกคนในบ้าน  

            สักพักมีคนเปิดประตูรั้วบ้านให้พวกเขาหายเข้าไปข้างในบ้านอยู่เกือบหนึ่งชั่วยาม จากนั้นก็ออกมาและขี่ม้ากลับเฟิงหลี่เฉียงถอนหายใจ เฝ้าอยู่ที่นี่ต่อไปก็ไม่มีประโยชน์เขาตัดสินใจติดตามทั้งสองไป จนมาถึงบ้านอีกหลังหนึ่ง ที่นั่น เขาพบจางไห่เฟิงซ่อนอยู่ที่รั้วของบ้านติดกันที่เป็นบ้านว่างทั้งสองส่งสัญญาณมือบอกกัน จากนั้นก็เงี่ยหูฟังเสียงของคนในบ้านเมื่อมาซ่อนตัวอยู่ที่รั้วข้างบ้าน พวกเขาจึงพอจะได้ยินเสียงพูดคุยกันแล้ว

            “ว่ายังไงบ้าง”เสียงชายคนหนึ่งพูดภาษาฮั่นด้วยสำเนียงแบบต่างชาติ

            “ทางนั้นบอกว่าเขาได้ข้อมูลจากอำเภอในซานตันหมดแล้ว” ชายอีกคนตอบ

            “ตอนนี้พวกเรามีข้อมูลเกือบครบทุกเมืองแล้ว”ชายคนแรกพูดต่อด้วยน้ำเสียงพึงพอใจ “เหลือแค่เตรียมการเท่านั้น!”

            “แล้วก็บุก!”ชายอีกคนพูดเสริม แล้วเสียงหัวเราะของชายหลายคน ก็ดังก้องขึ้นทั้งห้อง

            เฟิงหลี่เฉียงหรี่ตาลงในขณะที่หัวใจของจางไห่เฟิงเต้นแรง เขาค้นพบความลับสำคัญแล้วสิ แต่น่าเสียดายที่ไม่มีการเอ่ยถึงชื่อของใครออกมา

            แล้วเสียงของชายคนแรกที่น่าจะเป็นหัวหน้าก็พูดว่า“พวกเราต้องเร่งเดินทางแล้ว อีกห้าวันจะถึงเวลานัดเจอกันเราจะอยู่ที่นี่อีกวันเดียว แล้วออกเดินทางต่อ เจ้าอย่าลืมไปเตือนเจ้าพวกนั้นด้วย”

            “ได้ขอรับ!”เสียงชายคนที่สองรับปาก

            หลังจากนั้นพวกเขาก็ไม่ได้สนทนาอะไรทีสำคัญอีกต่อไปทำให้เฟิงหลี่เฉียงและจางไห่เฟิงมองหน้ากัน ถอยออกมา และลัดเลาะกลับไปยังบ้านเช่าของตนเอง 

            เช้าวันรุ่งขึ้น ลู่ปู่แยกออกไปสังเกตการณ์ที่อำเภอส่วนลู่เหยาหลงไปที่บ้านของนายอำเภอ ในขณะที่เฟิงหลี่เฉียงและจางไห่เฟิงแต่งตัวเป็นชาวบ้านธรรมดาและแยกย้ายกันติดตามพ่อค้าเร่ทั้งสองกลุ่ม พ่อค้าพวกนี้ออกไปขายของและสืบหาข้อมูลตามเดิมในตอนเย็น ลู่ปู่กลับมาเล่าว่า ไม่มีการเคลื่อนไหวที่น่าสงสัยที่อำเภอ และลู่เหยาหลงก็บอกว่าไม่มีใครไปที่บ้านนายอำเภอเช่นกัน

            “ท่านจะเข้าไปตีสนิทกับพ่อค้าพวกนั้นไหมขอรับ”จางไห่เฟิงถามเฟิงหลี่เฉียง

            ชายหนุ่มส่ายหัว“ไม่ละ พวกนี้มีความระแวงระวังสูง พวกเขาจะเข้าหาคนอื่นเองแต่จะระแวงคนที่เข้าหาก่อน”

            เมื่อแน่ใจว่าพ่อค้าเร่ไม่ได้ติดต่อกับทางอำเภอแต่อย่างใดเฟิงหลี่เฉียงรู้สึกดีใจมาก เขาให้ลู่ปู่กับลู่เหยาหลงจับตาดูนายอำเภอตั้งแต่วันแรกที่มาถึงเพราะเขาอยากจะให้แน่ใจว่า พวกเขาไม่ได้ร่วมมือกัน

            ในเช้าวันต่อมาผู้ว่าหนุ่มเดินผ่านโรงเรียนบัณฑิตประจำอำเภอ เฟิงหลี่เฉียงมองอย่างสนใจ เขาเดินเข้าไปข้างในกับจางไห่เฟิงและพบกับกลุ่มบัณฑิตกำลังนั่งปรึกษากันเรื่องวิชาที่กำลังเรียนอยู่

            “ทุกท่านขออภัยที่ขัดขวางการสนทนา ถ้าข้าจะสมัครเรียนที่นี่ต้องทำอย่างไรบ้างหรือ”เฟิงหลี่เฉียงถามขึ้นอย่างสุภาพ

            บัณฑิตกำลังถกเถียงกันก็ชะงักและหันมามองเมื่อเห็นอีกฝ่ายเป็นชายหนุ่มท่าทางสุภาพ รูปร่างหน้าตาดีและแววตาเฉลียวฉลาดพวกเขาก็รู้ว่าจะต้องเป็นบัณฑิตเช่นกัน พวกเขาจึงพูดคุยด้วยอย่างยินดี

            ด้วยความที่พวกเขาเป็นบัณฑิตและยังมีวัยใกล้เคียงกันทำให้การพูดคุยเป็นไปอย่างออกรส และขยับมาเรื่องการสนับสนุนจากนายอำเภอ

            “ข้ายังจำเหตุการณ์เมื่อเกือบสองปีที่แล้วได้นายอำเภอคนนี้ละที่บอกให้ชาวบ้านส่งเรื่องร้องเรียนไปให้ผู้ว่าจังหวัดจางเย่”บัณฑิตคนหนึ่งรำพึงรำพันขึ้นมา ในขณะที่บางคนก็จำได้เช่นกัน

            “ตอนแรกพวกเขาก็ไม่กล้าแต่นายอำเภอเป็นคนบอกเองว่าไม่ต้องกลัว และให้พวกเราส่งจดหมายไปที่ทหารไม่ต้องผ่านอำเภอ พวกเราก็เลยเชื่อว่า ข้อร้องเรียนของเราจะไปถึงมือผู้ว่าฯแน่นอน”อีกคนบอก เขาหันซ้ายหันขวา ก่อนพูดเสียงเบาลง “ข้าเองก็เขียนส่งไปด้วยนะ”

            หลายคนแววตาเป็นประกายและพยักหน้ารับว่าพวกเขาก็ส่งไปด้วยเช่นกัน

            “ตอนแรกข้าก็ไม่กล้านะแต่นายอำเภอมาที่โรงเรียน แล้วก็พูดกับพวกเราว่า ให้ลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อประชาชนนั่นละ รุ่นพี่ของเราหลายคน จึงช่วยกันเขียนจดหมายร้องเรียนปัญหาที่เกิดขึ้น”

            “ถ้าเป็นนายอำเภอคนอื่นก็คงสั่งห้าม แต่ใต้เท้าซุยเฉินเหยากลับบอกให้พวกเราทำเต็มที่”

            “ทำไมพวกท่านถึงเชื่อล่ะว่าถ้าส่งไปแล้วจะได้รับการแก้ปัญหาจริง” เฟิงหลี่เฉียงถามด้วยความอยากรู้

            บัณฑิตคนหนึ่งก็พูดว่า“ข้าเชื่อใจผู้ว่าเฟิงหลี่เฉียง!” คราวนี้หลายคนหูผึ่ง และรีบบอกให้เขาเล่าให้ฟัง

            บัณฑิตคนนั้นจึงเล่าด้วยสีหน้าจริงจังว่า“ข้ามีญาติอยู่ที่กานโจว พวกเขาเล่าถึงสิ่งต่างๆ ที่ใต้เท้าเฟิงทำเพื่อช่วยเหลือชาวบ้านตั้งแต่สมัยเป็นผู้ตรวจการจากเมืองหลวง จนกลายมาเป็นผู้ว่าจังหวัดของพวกเรา”

            “จางเย่มีเรื่องทุจริตมากมายแต่ผู้ว่าเฟิงกล้าลงมือช่วยชาวบ้าน และยังส่งเสริมการปลูกสมุนไพรกับพืชสำคัญอื่นตอนนี้ชาวบ้านหลายแห่งมีรายได้มากขึ้น มีน้ำกินน้ำใช้ช่วงหน้าแล้ง”บัณฑิตคนหนึ่งพูดด้วยดวงตาเป็นประกาย

            “ตอนนี้ข้ารู้แล้วว่าบัณฑิตไม่ใช่แค่ทำงานด้านวรรณกรรมอย่างเดียว แต่ยังทำอย่างอื่นเพื่อชาติได้ด้วย ขอแค่มีใจมุ่งมั่น”บัณฑิตคนอื่นๆ พยักหน้า สีหน้าของพวกเขาจริงจัง

            เฟิงหลี่เฉียงที่นั่งฟังคนอื่นพูดถึงตนเองในแง่ดีได้แต่นั่งเงียบ เขาไม่คิดเลยว่า จะมีคนพูดถึงเขาในแง่ดีเช่นนี้ เขามัวทำแต่งานไม่มีเวลาสนใจว่าคนอื่นจะมองเขาอย่างไร เขารู้ว่าชาวเมืองกานโจวนับถือเขาแต่ไม่เคยคาดคิดว่า บัณฑิตเหล่านี้ ที่ต่อไปจะเป็นข้าราชการในอนาคตมองเขาในแง่ดีเช่นกัน

            เฟิงหลี่เฉียงยิ้มนิดๆในตอนนี้ ความเหนื่อยที่สะสมมา ดูเหมือนจะลดน้อยลงอย่างน่าแปลกใจ จางไห่เฟิงที่นั่งฟังอยู่ห่างๆก็ยิ้มออกมา เขารู้สึกภูมิใจที่ได้รับใช้ใต้เท้าคนนี้เช่นกัน

            บัณฑิตคนหนึ่งก็พูดขึ้น“ข้าได้ยินว่า ผู้ว่าเมืองกานโจวถูกสอบสวน ส่วนพื้นที่อื่นก็ค่อยๆแก้ไข จนเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น”

            “ที่บ้านของข้าด้วยพวกคนรวยที่กักเก็บน้ำ กับข้าราชการบางคน ไม่กล้าทำทุจริตอีกต่อไป” อีกคนสนับสนุน

            “พูดถึงใต้เท้าซุยทำไมท่านจึงไม่จัดการการทุจริตตั้งแต่แรกล่ะ ท่านเป็นนายอำเภอ จะมาขอให้พวกเราส่งจดหมายร้องเรียนไปทำไมหรือ”เฟิงหลี่เฉียงถามด้วยความสงสัย

            บัณฑิตอีกคนก็ตอบว่า“ก็เพราะท่านเป็นนายอำเภอที่ย้ายมาจากที่อื่นน่ะสิ มังกรพลัดถิ่นหรือจะสู้งูดินเจ้าที่ได้”

            “ท่านก็ทำอย่างอื่นอยู่นะบางอย่างมันก็เกินกำลัง”

            เฟิงหลี่เฉียงจึงเข้าใจซุยเฉินเหยาที่ย้ายมาเป็นนายอำเภอเฉินหู เมืองซานตัน อยู่ห่างไกลจากบ้านเกิด เฟิงหลี่เฉียงรู้ดีว่าตราบใดที่ตัวการใหญ่ยังคงอยู่ ข้าราชการน้ำดีตัวเล็กๆ ก็คงจะยืนหยัดต่อสู้ลำบาก

            “ใต้เท้าซุยทำอย่างนี้แล้วไม่โดนผลกระทบอะไรบ้างรึ” เฟิงหลี่เฉียงถามต่อ

            “ก็เกือบไปละดีนะที่ผู้ว่าจังหวัดจางเย่จัดการเชือดไก่ให้ลิงดู คนพวกนี้ถึงไม่กล้าลงมือ”

            จากนั้นพวกเขาก็ซุบซิบถึงเรื่องของความชั่วร้ายที่ข้าราชการบางคนร่วมมือกับพ่อค้าทำทุจริต และเล่นงานนายอำเภอคนก่อนอย่างไรบ้าง ในตอนนี้เฟิงหลี่เฉียงรู้สึกโล่งอกที่ซุยเฉินเหยายังคงอุดมการณ์ดั้งเดิมเอาไว้ได้ เมื่อไม่มีอะไรน่าสนใจแล้วเขาจึงขอตัว และเดินออกมาจากโรงเรียน

            “ข้าน่าจะไปเยี่ยมเพื่อนเก่าสักหน่อย”เฟิงหลี่เฉียงหันมาพูดกับจางไห่เฟิงยิ้มๆ และเดินมุ่งหน้าไปยังที่ว่าการอำเภอเฉินหูเมืองซานตัน

            เมื่อทั้งสองไปถึงที่ว่าการอำเภอเฟิงหลี่เฉียงที่กลับมาเป็นบัณฑิตฮานหลินหยวนที่สง่างามอีกครั้ง ก็พูดกับทหารที่ยืนเฝ้าประตูว่า“พี่ชาย ข้าเป็นพื่อนเก่าของใต้เท้าซุยเฉินเหยา อยากจะมาขอพบท่าน”

            ทหารยามสองคนอึ้งพวกเขามองหน้ากัน เขารู้ว่าชายหนุ่มคนนี้ไม่น่าจะเป็นพวกต้มตุ๋นและใครจะกล้ามาพูดโหกกับนายอำเภอเช่นนี้ แต่จะปล่อยให้เข้าไปง่ายๆ ก็ไม่ได้แน่ทหารคนหนึ่งจึงบอกว่า “ท่านแจ้งชื่อมา ข้าจะไปเรียนใต้เท้าซุยก่อน”

            เฟิงหลี่เฉียงยิ้ม“ช่วยเรียนใต้เท้าว่า ข้าคือบัณฑิตเฟิง  จากฮานหลินหยวนบอกแค่นี้ ใต้เท้าจะรู้ทันที”

            ทหารคนนั้นรีบเดินเข้าไปข้างในเพียงไม่นาน ซุยเฉินเหยาก็รีบเดินออกมาที่ประตู เขาหันซ้ายหันขวาด้วยความตื่นเต้นแล้วก็สบตากับชายร่างสูงผอมคนหนึ่ง ที่ยืนอยู่ใต้ต้นไม้หน้าอำเภอ

            “เสี่ยวเฉียง!”ซุยเฉินเหยาเรียกด้วยความดีใจ “เจ้ามาที่นี่ได้อย่างไร!”

            “ข้ามาได้2-3 วันแล้ว”

            ซุยเฉินเหยาเดินเข้าไปหาเขาตบไหล่อีกฝ่ายอย่างดีใจ แล้วก็นึกได้ว่าตอนนี้รุ่นน้อคนนี้ได้กลายมาเป็นนายของเขาแล้ว แต่อีกฝ่ายกลับไม่ใส่ใจ เมื่อเห็นเช่นนั้นซุยเฉินเหยาจึงพาเฟิงหลี่เฉียงและจางไห่เฟิงเดินเข้าไปในอำเภอด้วยตนเองคนที่ผ่านไปมาต่างแอบมองด้วยความอยากรู้ว่า ชายสองคนนี้เป็นใครจึงทำให้ใต้เท้าซุนตื่นเต้นดีใจขนาดนี้

            เมื่อมาถึงห้องทำงานซุยเฉินเหยาสั่งให้นำน้ำชาและของว่างมาให้ทั้งสองคน เมื่อคนรับใช้เดินออกไปแล้วเขาจึงถามเพื่อนรุ่นน้องว่า “เจ้ามาสืบคดีอย่างนั้นหรือ”

            เฟิงหลี่เฉียงพยักหน้าจากนั้นก็พูดตรงๆ ว่า “พี่เฉินเหยา ข้ามีเรื่องมาขอให้ท่านช่วย”


    คล้ายกับเรื่องเฟิงหลี่เฉียง ยอดเสนาบดีแห่งหมิง (มีอีบุ๊ค 8 เล่มจบ ที่meb/ปิ่นโต) ที่คุณอ่าน