บทที่ 20 เราจะได้พบกันเร็ว ๆ นี้
ซูอี้จวินส่ายหัว “เธออย่าถามเลย เธอจะกลัวเปล่า ๆ ถ้าฉันบอกไป”
หลินเจี้ยนหลูหัวเราะ “เธอดูถูกฉันมากเกินไปหรือเปล่า? บอกฉันมาเร็ว ๆ ใครคือคนที่ลอบทำร้ายเธอ”
ซูอี้จวินทนการรบเร้าของเพื่อนสนิทไม่ไหวดังนั้นเธอจึงต้องเล่าเื่นี้อีกครั้ง
แต่สิ่งที่เธอบอกหลินเจี้ยนหลูนั้นเหมือนกับสิ่งที่เธอบอกตำรวจและครอบครัวของเธอ ลู่เฉิงเฟิงสอนสิ่งเหล่านี้ให้เธอ
ดวงตาของหลินเจี้ยนหลูเป็ประกายเฉียบคมแต่กลับมาเป็ปกติอย่างรวดเร็ว “เธอไม่ได้ทำให้ใครขุ่นเคืองแต่กลับมีนักฆ่ามืออาชีพมาฆ่าเธอ มีความเป็ไปได้สูงที่ผู้บงการจะเป็คู่แข่งทางธุรกิจของเธอ”
ซูอี้จวินพยักหน้า “ฉันก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน แต่วงการธุรกิจก็เหมือนกับสนามรบ เป็เื่ปกติที่จะมีคู่แข่ง ดังนั้นจึงเป็เื่ยากที่จะระบุได้ว่าใครเป็ผู้อยู่เื้ั”
“เสี่ยวจวินเธอยังจำได้ไหมว่าพวกคนที่ช่วยเธอมีหน้าตาเป็อย่างไร”
ซูอี้จวินส่ายหัว “ตอนนั้นมืดมาก ฉันกลัวมากจนไม่กล้ามองเลย”
ดวงตาของหลินเจี้ยนหลูฉายแววด้วยความผิดหวัง และเธอก็ปลอบโยนเพื่อนของเธอทันที “ไม่เป็ไร แค่เธอปลอดภัยก็ดีแล้ว ไม่สิ อีกฝ่ายจะไม่ปล่อยเื่นี้ไปง่าย ๆ อย่างแน่นอน พวกเขาพลาดครั้งนี้มันต้องมีครั้งต่อไป ฉันต้องหาบอดี้การ์ดดี ๆ มาให้เธอแล้ว”
“เสี่ยวหลู ไม่จำเป็ ฉันจะพาฮั่นเหยียนไปด้วยเสมอเมื่อออกไปข้างนอก เขาเก่งมาก”
ดวงตาของหลินเจี้ยนหลูเป็ประกาย “ใครคือฮั่นเหยียน?”
“ผู้ชายที่คุณเคยเห็นก่อนหน้านี้ไง คนที่ตัวสูง ๆ และผิวคล้ำ”
หลินเจี้ยนหลูคิดอยู่ครู่หนึ่งและจำได้ว่าเป็ใคร
“ฮั่นเหยียนคนนั้นแข็งแกร่งมากเลยเหรอ?”
“เขาเป็หลานชายของสหายร่วมรบของคุณปู่ของฉัน ดูเหมือนว่าเขาจะเกษียณจากกองกำลังพิเศษบางอย่างมา เขาเก่งมาก”
“แล้วเขามาอยู่บ้านของเธอั้แ่เมื่อไหร่”
ซูอี้จวินคิดอยู่พักหนึ่ง “ไม่กี่เดือนล่ะมั้ง?”
ดวงตาของหลินเจี้ยนหลูเป็เประกายราวกับว่ากำลังคิดอะไรอยู่
เมื่อเห็นสิ่งนี้ซูอี้จวินจึงพูดติดตลก “ทำไมเธอถึงสนใจฮั่นเหยียนนักล่ะ? หรือว่าเธอชอบเขาเข้าแล้ว? ฮั่นเหยียนเป็คนดีถ้าเธออยากจะ...”
“ไม่ใช่ ฉันแค่สงสัยเขาในบางอย่างเฉย ๆ ฉันไม่ได้ชอบเขา ฉันชอบอยู่คนเดียวอย่างอิสระ และไม่ถูกจำกัด ทำทุกอย่างที่ฉัน้า”
หลังจากที่หลินเจี้ยนหลูพูดจบก็ถามอย่างสงสัยทันที “บอกฉันที เธอกับลู่เฉิงเฟิงรู้จักกันได้อย่างไร”
“เราพบกันที่งานเลี้ยงค็อกเทล...”
ในขณะที่ผู้หญิงสองคนกำลังคุยกัน ลู่เฉิงเฟิงก็กลับไปที่เทียนซือกรุ๊ปแล้ว
เขาตรงไปที่ห้องทำงานของฝ่านจื้อเหว่ย
“คุณลู่?”
ฝ่านจื้อเหว่ยลุกขึ้นยืนทักทายอย่างประหม่า การเห็นลู่เฉิงเฟิงทำให้เขาหวาดกลัวมากกว่าการเห็นผีเสียอีก!
ลู่เฉิงเฟิงโบกมือส่งสัญญาณให้อีกฝ่ายนั่งลง
“สิ่งที่ผมขอให้คุณทำดำเนินการไปถึงไหนแล้ว”
ฝ่านจื้อเหว่ยพูดอย่างเร่งรีบ “โครงการที่บริษัทลงทุน จะสร้างรายได้อย่างแน่นอน ดังนั้นพอผมประกาศไปว่า้าโอนหุ้นจึงมีหลายบริษัทสนใจมาก ผมวางแผนที่จะพบพวกเขาในบ่ายนี้”
ลู่เฉิงเฟิงพยักหน้า “ถ้าราคาเหมาะสมก็โอนไปให้พวกเขาเลย”
ฝ่านจื้อเหว่ยลังเลอยู่ครู่หนึ่ง “คุณลู่ ตอนนี้ทุกคนกำลังแพร่ข่าวลือว่าการที่บริษัททำเช่นนี้มันหมายความว่าบริษัทกำลังจะล้มละลายหรือไม่”
ลู่เฉิงเฟิงมองดูเขา “นี่เป็ความคิดของคุณเองรึเปล่า?”
ฝ่านจื้อเหว่ยก้มศีรษะลงและไม่กล้าพูด การที่เขาสามารถมานั่งในตำแหน่งนี้ได้มันแน่นอนว่าเขามีสัญชาตญาณการดมกลิ่นไวพอ ๆ กับสุนัขล่าสัตว์ พฤติกรรมของลู่เฉิงเฟิงบ่งบอกอย่างชัดเจนว่าบริษัทกำลังประสบปัญหาใหญ่
“ทำงานของคุณให้ดี แม้ว่าบริษัทจะล้มละลายผมก็จะปฏิบัติกับคุณอย่างเป็ธรรม”
ดวงตาของฝ่านจื้อเหว่ยเป็ประกาย “ไม่ต้องห่วงครับคุณลู่ ผมจะจัดการทุกอย่างให้สวยงามแน่นอน”
จากนั้นลู่เฉิงเฟิงก็บอกให้ฝ่านจื้อเหว่ยโอนโครงการทั้งหมดออกไปภายในสามวัน
ทันทีที่เขาไปที่แผนกการเงินก็ได้พบซวีหลี่ิและจางเหวินไห่
ซวีหลี่ิเป็เช่นเดียวกับฝ่านจื้อเหว่ย เขารู้สึกราวกับว่าเห็นผีเมื่อเห็นลู่เฉิงเฟิง เขาลุกขึ้นยืนอย่างเร่งรีบเพื่อทักทายโดยไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
“คุณลู่ครับผมได้คืนเงินให้กับบริษัทแล้ว”
ลู่เฉิงเฟิงพยักหน้า “ตอนนี้บริษัทมีเงินอยู่ในบัญชีเท่าไหร่?”
จางเหวินไห่รีบพูดว่า “คุณลู่ นอกเหนือจากเงินที่ผู้จัดการซวีคืนแล้ว บวกกับเงินบางส่วนที่ดึงกลับมาจากบางโครงการเมื่อเช้านี้ ขณะนี้มีเงินในบัญชีประมาณ 400 ล้านแล้วครับ”
ลู่เฉิงเฟิงเหลือบมองที่ซวีหลี่ิและพ่นลมหายใจอย่างเ็า “คุณนี่ช่างโลภมาก”
ซวีหลี่ิตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว ก้มหน้าลงและไม่กล้าพูด
ลู่เฉิงเฟิงเดินไปเปิดคอมพิวเตอร์ของแผนกการเงินและโอนเงินทั้งหมด 400 ล้านเข้าบัญชีดาร์กเว็บของตัวเองทันที
ก่อนออกไปลู่เฉิงเฟิงให้หมายเลขโทรศัพท์มือถือของเขาแก่จางเหวินไห่และขอให้อีกฝ่ายจับตาดูและแจ้งให้เขาทราบทันทีหากมีเงินเข้าบัญชีบริษัทมาเพิ่ม
หลังออกจากบริษัท ลู่เฉิงเฟิงก็นั่งอยู่ในรถ เขาไม่ได้สตาร์ต รถแต่เริ่มทบทวนสถานการณ์ปัจจุบันในใจ
เขาเชื่อว่าภายในไม่กี่วันสำนักงานใหญ่จะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นที่นี่ และจะส่งคนเข้ามาควบคุมบริษัทหรือไม่ก็ปิดมันไปเลย
เท่าที่เขารู้ มีสาขานักฆ่าสามสาขาในแดนั หนึ่งอยู่ในเมืองเหยียนเฉิงที่ถูกถอนรากถอนโคนโดยเขา แต่เขาไม่รู้ว่าอีกสองสาขาอยู่ที่ไหน
หากสำนักงานใหญ่ตรวจพบการทรยศของเขา ย่อมจะส่งคนมาตามล่าเขาแน่นอน แต่เขาไม่กังวลเื่นี้เพราะเขามั่นใจในความแข็งแกร่งของตัวเอง
ปัญหาเดียวในตอนนี้คือตระกูลเหยียน ตระกูลเหยียนจ้างนักฆ่ามาลอบสังหารซูอี้จวิน มันต้องเป็เพราะยาต้านมะเร็งแน่ ๆ ครั้งนี้พวกมันล้มเหลวซึ่งจะไม่ยอมแพ้ไปอย่างแน่นอน
และมันเป็ไปไม่ได้ที่งูแบล็กแมมบาจะปกป้องซูอี้จวินอย่างลับ ๆ ตลอดเวลา ดังนั้นหากเขา้าแก้ไขปัญหาจากต้นตอ เขาต้องกำจัดตระกูลเหยียนให้สิ้นซาก
ไม่ว่าจะเป็ความแค้นล้างครอบครัวของเขาเองหรือเพื่อซูอี้จวิน ตระกูลเหยียนต้องถูกทำให้หายไป
มันจะเป็คืนนี้
ดวงตาของลู่เฉิงเฟิงเ็า และเขาตัดสินใจที่จะจัดการกับตระกูลเหยียนอย่างสมบูรณ์ในคืนนี้
เขากำลังจะสตาร์ตรถและกลับบ้านแต่โทรศัพท์ของเขาสั่นซะก่อน
เขาหยิบโทรศัพท์ออกมาดู จากนั้นล็อกอินเข้ากลุ่มแชตลับของสิบสองนักษัตรทมิฬ
ข้อความถูกส่งมาโดยงูแบล็กแมมบา
[งูแบล็กแมมบา: ั ฉันรู้แล้วว่าคุณเป็ใคร]
ลู่เฉิงเฟิงใมาก เป็ไปได้ไหมที่เขาถูกงูแบล็กแมมบาค้นพบตอนที่วกกลับไปที่ตระกูลซูเพื่อค้นหาร่องรอย?
[เขาตอบว่า: โอ้บอกฉันที]
[งูแบล็กแมมบา: ไอ้โรคจิต นายเป็ผู้ชายแต่กลับแกล้งทำเป็ผู้หญิง แม้ฉันจะเป็คนมีความเห็นอกเห็นใจแต่ฉันจะไม่อ่อนโยนกับผู้ชายแน่นอน แกตายแน่!]
ลู่เฉิงเฟิงหรี่ตาลงและเตือนตัวเองว่าอย่าเพิ่งตื่นตูม บางทีงูแบล็กแมมบาอาจกำลังหลอกลวงเขาอยู่
เขาตอบว่า [แล้วคุณจะรออะไรอยู่อีกล่ะ?]
[งูแบล็กแมมบา: ไม่ต้องกังวล เห็นแก่ที่เคยเป็มิตรกันฉันจะเตือนเอาไว้ อย่าหลับตาเมื่อนายนอนหลับตอนกลางคืน ไม่เช่นนั้นนายจะไม่สามารถลืมตาได้อีก!]
ลู่เฉิงเฟิงตอบว่า [มั่นใจขนาดนั้นเลยเหรอ?]
[งูแบล็กแมมบา: ตอนนี้นายอยู่ในที่แจ้งแต่ฉันอยู่ในที่ลับ นายเข้าใจความหมายนี้หรือไม่]
ลู่เฉิงเฟิงจมอยู่ในความคิด การตกเป็เป้าของนักฆ่าชั้นยอดที่ซ่อนตัวอยู่ในความมืด แม้แต่เขาก็ยังไม่สามารถพูดได้ว่าตัวเขาเองจะสามารถหลีกเลี่ยงการลอบสังหารได้อย่างง่ายดาย
คณะนั้น งูแบล็กแมมบาก็ส่งข้อความอีก [งูแบล็กแมม: ั เราจะได้พบกันเร็ว ๆ นี้]
หลังจากข้อความนั้นงูแบล็กแมมบาก็ออฟไลน์ไป
ลู่เฉิงเฟิงตึงเครียด มองไปรอบ ๆ อย่างระมัดระวัง มีดบินแวววับอยู่ที่หว่างนิ้วของเขา ดวงตาของเขาเฉียบคมราวกับนกอินทรี
งูแบล็กแมมบาอาจซ่อนตัวอยู่ที่ไหนสักแห่งแถว ๆ นี้โดยกำลังเล็งปืนมาที่หัวของเขาก็ได้
เขาไม่ควรอยู่ที่นี่เป็เวลานาน
ลู่เฉิงเฟิงสตาร์ตรถแล้วขับออกไปทันที
ขณะที่เขาเลี้ยวหัวมุม คนหนุ่มสาวหลายคนก็ปรากฏตัวต่อหน้าเขา ลู่เฉิงเฟิงรู้สึกประหม่าแต่ไม่นานเขาก็ผ่อนคลาย คนเหล่านี้แต่งตัวตามแฟชัน เมื่อมองแวบแรกพวกเขาดูเหมือนพวกอันธพาลไร้สมอง