[จบ]Psychokinesis พลังจิตเหนือเทพยุทธ์

    58 สิทธิศิษย์สายใน

    “กลับคืนสภาพเดิมแล้วสินะ ให้ตายสินึกว่าจะเจ็บไปอีกวัน”


    ตงฟางตื่นขึ้นมาในช่วงสายของวันพลางสัมผัสไปยังกระดูกซี่โครงของเขาที่หักไปเมื่อวาน ตอนนี้พวกมันกลับมาอยู่ในตำแหน่งเดิมแล้ว ไม่มีการเคลื่อนหรือขยับส่งความเจ็บปวดมาให้เขาอีก


    เดิมทีหากกระดูกหักจำเป็นต้องใช้เวลาหลายวันในการสมานกระดูกแม้จะมียาช่วยก็ตาม ตงฟางกระกระตุ้นร่างกายให้ตัวเองมีความเร็วในการฟื้นฟูที่มากยิ่งขึ้น แลกกับพลังงานสะสมในร่างกายที่เปลี่ยนไปอยู่ในรูปแบบกล้ามเนื้อและไขมันถูกดูดมาใช้งาน แต่การช่วยเหลือของเม็ดยาที่เขาหลอมขึ้นมา มันมอบพลังงานจำนวนมากที่ร่างกายต้องการแล้วยังดูดซับได้ดีหลังจากกินลงไป ทำให้ร่างกายของเขานำพลังงานจากเม็ดยาเหล่านั้นไปซ่อมแซมร่างกายส่วนที่เสียหาย จนร่างกายไม่ซูบผอม


    “อ้าว ตื่นแล้วเหรอ” ลู่จิวทักทายตงฟาง


    “สามตัวนั่นล่ะ”


    “พึ่งกลับไปนอนช่วงที่ฟ้ากำลังสว่าง แล้วนี่แกฟื้นตัวแล้วเหรอ”


    “ใช่ รักษาหายดีแล้ว เอาเป็นว่าช่วงนี้อย่าพึ่งขายยาก็แล้วกัน แกไปพักเลย หากว่างก็ไปฝึก แล้วนี่ ยาทงเทียน มันช่วยเพิ่มความเร็วในการฝึกได้”


    ตงฟางให้ยาทงเทียนกับลู่จิวแล้วฝากไปให้สามสหายที่นอนอยู่ใกล้ๆ วันนี้เขาจำเป็นต้องเดินทางขึ้นเขาเข้าไปเขตศิษย์สายในเพื่อรับบ้านพักและสิทธิต่างๆที่เขาควรจะได้รับ


    “นี่ตงฟาง ต่อจากนี้ไปแกจะเปลี่ยนที่อยู่แล้ว”


    “ใช่ ต่อไปก็เป็นตาพวกแกแล้ว หากขายยาไปเรื่อยๆจะมีเงินมากพอซื้อยา จากนั้นก็ไปหาซื้ออาวุธดีๆหรือไม่ก็ยาดีๆไปล่อศิษย์สายนอก แกก็จะกลายเป็นศิษย์สายนอกมีบ้านพัก”


    “อืม นี่เมื่อวานแกใช้งานหมดไปเยอะแค่ไหนกัน ฉันนึกว่ามันเป็นการต่อสู้ของผู้ที่ใช้เงินตบหน้ากันซะอีก”


    “ฮ่าๆ อย่าถามเลย ฉันเองก็เกือบจะเป็นลมที่เอาเงินไปซื้อยันต์มาปาเล่นแบบนั้น”


    “แล้วค่ายกลของแกนะ สุดยอดมาก ป้องกันสายฟ้าได้ด้วย แล้วยังทำให้ลูกเหล็กพุ่งไล่ตามเป้าหมายได้อีก สุดยอด”


    ตงฟางฉีกยิ้มเล็กน้อย ค่ายกลที่ลู่จิวพูดถึง สำหรับเขามันเป็นเพียงแค่ละครหลอกตาทุกคนเท่านั้น เขาไม่ได้ซื้อค่ายกลมาใช้งานเลย มีเพียงแค่ใช้ความร้อนเพิ่มให้กับดาบทั้ง 5 เล่มจนมันเกิดเป็นสีแดงแล้วใช้พลังจิตควบคุมให้มันลอยไปอยู่รอบๆสนามประลอง 


    ส่วนลูกเหล็กสามารถดูดสายฟ้าก็เพราะว่ามันเป็นสิ่งที่เกิดมาเพื่อดึงดูดกัน แล้วการที่ลูกเหล็กพุ่งไล่ล่าเป้าหมายก็เป็นเพราะพลังจิต ทุกอย่างที่เกิดขึ้นจากค่ายกลที่ทุกคนเห็น ล้วนเป็นพลังจิตของเขา


    “กฎห้ามให้ศิษย์ทั่วไปเข้าไปอยู่อาศัยกับศิษย์สายใน แต่หากได้บ้านพักแล้วจะบอกก็แล้วกันว่าอยู่ไหน จะได้ไปหาถูก”


    “ตกลงเพื่อน ฉันจะรีบทำให้ตัวเองแข็งแกร่งเร็วๆ”


    ตงฟางก้าวเดินออกจากห้องพักที่อยู่มาเป็นเวลา 1 เดือน ข้างในไม่เหลืออะไรเลยสักอย่างเพราะเขาเก็บเข้าไปในแหวนเก็บของทั้งหมดแล้ว


    “ให้ตายสิ อยากเพิ่มระดับเร็วๆแล้วสิ หากศิษย์สายในมีกฎบ้าๆฉันน่าจะแย่”


    ตงฟางก้าวขึ้นไปบนเขาท่ามกลางพลังงานวิญญาณที่ค่อยๆหนาแน่นมากยิ่งขึ้นจนสัมผัสได้ ถึงอย่างนั้นพลังวิญญาณเหล่านี้กลับไม่มีผลกับเขาเลยสักนิด ด้วยการที่มันเป็นพลังงานบริสุทธ์ต่างจากเขาที่ต้องการพลังงานด้านลบ จึงทำให้พลังวิญญาณบนเขากลายเป็นเพียงแค่อากาศเท่านั้น


    “มาแล้วเหรอ”


    ชายชราสวมใส่เสื้อผ้าสีน้ำตาลซีดบ่งบอกถึงความเก่าพูดคุยกับตงฟางหน้าทางเข้าเขตศิษย์สายใน


    “สวัสดีครับ ผมตงฟาง ศิษย์สายในลำดับที่ 345 มารายงานตัว”


    “ข้าเป็นผู้ดูแลทางเข้า และจะเป็นคนนำทางให้เจ้าในวันนี้ เอาล่ะสิ่งแรกที่ข้าจะแนะนำเจ้าให้ทำหลังจากก้าวข้ามประตูนี่ไปคือ”


    “อะไรอย่างนั้นเหรอครับ” ตงฟางทำหน้าสงสัย เขาอยากรู้ว่าอะไรคือสิ่งที่เขาจะต้องปรับ


    “จากน้ำเสียงและคำพูดแทนตัวเองของเจ้า มันดูสามหาวเกินไป เหมือนพวกที่ไม่มีความรู้ เปลี่ยนมันจากฉันเป็นข้า เปลี่ยนจากแกเป็นเจ้า บางครั้งก็ต้องเรียกใครสักคนว่าท่าน สิ่งที่เคยแทนตัวให้ลบทิ้งไปให้หมดเพราะข้างในเต็มไปด้วยกฎและคนหัวแข็ง”


    “ครับ”


    “สิ่งนี้ก็ห้ามพูด มันทำให้เจ้าดูอ่อนแอ หากไม่อยากมีปัญหาให้ใช้คำอื่นตอบรับ”


    “ได้เลยผู้อาวุโส”


    “ถือว่าเรียนรู้ได้เร็ว เอาล่ะไปกันได้แล้ว”


    ตงฟางฉีกยิ้มหน้าบาน เขารู้สึกได้ว่าตัวเองกลายเป็นคนโบราณที่ต้องมาแทนตัวเองด้วยข้า แล้วแทนคนอื่นด้วย เจ้า ท่าน ถึงอย่างนั้นมันก็ให้อารมณ์ไปอีกแบบ 


    “ผู้อาวุโส ข้าถามอะไรท่านหน่อยได้หรือไม่”


    “ว่ามา”


    “ศิษย์สายใน มีสิทธิพิเศษอะไรต่างจากศิษย์อื่นๆอย่างนั้นเหรอ ทำไมทุกคนถึงพยายามเป็นศิษย์สายในให้ได้” ตงฟางถามด้วยความสงสัย หากศิษย์สายในมีดีกว่าศิษย์อื่นตรงบ้านพักและพื้นที่สูงขึ้นไปบนภูเขา เขาก็ไม่อยากเป็น


    “ศิษย์สายในจะได้รับบ้านพักบนภูเขาเฟยเทียน ในจุดที่มีพลังงานวิญญาณสูง ไม่เพียงเท่านั้นยังได้รับเม็ดยาเสวียนอู่ระดับ 3 เดือนละ 10 เม็ด”


    “ผู้อาวุโส มีแค่นี้จริงๆเหรอ” ตงฟางรู้สึกผิดหวัง ของที่คนอื่นอยากได้เขาไม่อยากจะได้มันเลยสักนิดเดียว


    “หากคิดว่ามีเพียงเท่านี้คงไม่มีใครอยากเป็นศิษย์สายในหรอก นอกจากของที่กล่าวถึง ศิษย์สายในยังมีศาลาชูเฟิงสำหรับฝึกฝน ข้างในเป็นมิติพิเศษที่ทางเจ้านิกายรุ่นแรกก่อตั้งขึ้นมา มีสัตว์อสูรอาศัยเต็มไปหมด หากฆ่าพวกมันจะได้รับแต้มวิญญาณมาแลกของในตึกต่างๆ”


    “แลกของ แบบนี้ก็เป็นวิธีหาเงินของศิษย์สายใน”


    “ใช่ พวกเขาไม่จำเป็นต้องเดินทางออกไปนอกสถาบัน สามารถต่อสู้เพิ่มความแข็งแกร่งผ่านทางศาลาชูเฟิงได้ แต่น่าเสียดายสัตว์อสูรที่อยู่ข้างในพวกมันเกิดจากพลังวิญญาณ หากตายพวกมันจะสลายหายไปเหลือไว้เพียงแค่แต้ม”


    “อ๋อ ข้าเข้าใจแล้วผู้อาวุโส แล้วอันดับศิษย์สายในสร้างขึ้นมาเพื่ออะไร เห็นศิษย์สายในเวลาแนะนำตัวจะบอกลำดับของตัวเองด้วย”


    “มันเป็นตัวเลขบอกถึงลำดับความแข็งแกร่งด้วยการนำแต้มวิญญาณมาจัดอันดับกัน หากเจ้าสงสัยว่าลำดับที่ 345 เจ้าของเดิมทำแต้มไว้มากแค่ไหนนั้นให้เดินทางไปศาลาชูเฟิง เจ้าจะได้รู้”


    “ผู้อาวุโส ลำดับแค่แสดงความแข็งแกร่งเท่านั้นเหรอ มันเอาไปแลกอะไรไม่ได้เลยเหรอ ถ้าเป็นแบบนี้ก็น่าเบื่อสิ”


    ระหว่างเดินตามเส้นทางขึ้นไปบนเขา ตงฟางมองจ้องไปยังบ้านหลายพันหลังตั้งอยู่เป็นชุมชุนบนภูเขาห่างออกไปไม่ไกล เขารู้สึกดีใจที่จะได้ย้ายเข้ามาอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้ ทันใดนั้นผู้ดูแลประตูกลับพาเขาหักเลี้ยวออกจากเส้นทางไปหยังหมู่บ้าน จนเขาเกิดความสงสัยแต่ก็ยังไม่ถามเพราะกำลังสงสัยเรื่องลำดับศิษย์สายใน


    “ฮ่าๆๆ เจ้าเป็นคนแรกที่บอกว่าลำดับศิษย์น่าเบื่อ จะบอกอะไรให้นะ ในโลกที่เต็มไปด้วยผู้ที่ต้องการแข็งแกร่งน่ะ ยิ่งอันดับสูงก็ยิ่งทำให้พวกเขาอยากก้าวขึ้นไป สำหรับลำดับศิษย์สายในทุกๆ 100 อันดับจะมีการปรับเปลี่ยนรางวัลที่จะได้รับในแต่ละเดือน จากเดิมเม็ดยาเสวียนอู่ระดับ 3 เดือนละ 10 เม็ดใช่ไหม ยิ่งลำดับสูงขึ้นไปก็ยิ่งได้รับอย่างอื่นที่มากขึ้น ตามตึกที่พวกเขาเข้าสังกัด”


    “ฮะ มีการเข้าสังกัดตึกด้วยเหรอผู้อาวุโส ไม่เห็นจะรู้เรื่อง”


    “ไม่แปลก ในสายตาศิษย์ทั่วไปการเข้าทำงานและเล่าเรียนในตึกต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นตึกยาและสมุนไพร ตึกยันต์ ตึกเล่นแร่แปรธาตุ หอแห่งการฝึกฝน พวกเจ้าคงคิดว่าคนที่ได้เข้าเรียนในตึกเหล่านั้นเป็นศิษย์ของตึกแล้วใช่ไหม  ข้าบอกเลยว่ามันไม่ใช่อย่างนั้น ศิษย์ทั่วไปและศิษย์สายนอกแม้พวกเขาจะเข้าไปอยู่อาศัยและเรียนรู้ในตึกทั้ง 4 หลัง พวกเขายังคงถูกมองว่าเป็นเพียงแค่ชนชั้นแรงงานของตึกนั้นๆ การจะเข้าถึงทรัพยากรของตึกยังคงจำกัด”


    “อ๋อพอจะเข้าใจแล้ว”


    “อีกอย่าง การเป็นศิษย์สายในหากอยู่ในหมู่ตึกใดแล้วมีเรื่องไม่เข้าใจ สามารถเก็บคำถามเหล่านั้นไปถามกับอาจารย์ได้เดือนละ 1 คำถาม”


    “มันไม่น้อยไปเหรอผู้อาวุโส เดือนละ 1 คำถาม”


    “ไม่ มันมากไปด้วยซ้ำ การจะได้รับคำชี้แนะจากอาจารย์ไม่ใช่เรื่องที่ง่าย”


    ตงฟางปรับเปลี่ยนความเข้าใจของตัวเองที่ได้รับมาจากรุ่นพี่ที่เขาสอบถามในตัวตึกต่างๆ พวกเขาเหล่านั้นบอกเกี่ยวกับการขึ้นไปบนชั้นต่างๆของตึก หากอยากจะขึ้นไปชั้นสูงขึ้น เขาจำเป็นต้องมีพลังที่มากพอจะต้านทานพลังวิญญาณของค่ายกลตามชั้นนั้นๆ 


    แต่การเล่าตกหล่นไปบางอย่าง แม้ศิษย์จะขึ้นไปยังชั้นที่สูงได้ พวกเขาทำได้เพียงแค่อ่านเท่านั้น หากไม่ถูกรับให้เข้าไปในหมู่ตึก พวกเขาจะไม่ได้รับทรัพยากรที่จำเป็น รวมไปถึงการชี้แนะต่างๆ


    “ลุงเอ๊ย… ผู้อาวุโส แล้วศิษย์สายตรงล่ะ พวกเขาเป็นยังไงบ้าง”


    “แตกต่างจากศิษย์สายในเพราะพวกเขาได้รับทรัพยากรที่ไม่จำกัด คำชี้แนะก็เช่นกัน พวกเขาสามารถถามอาจารย์ของพวกเขาได้ตลอดเวลา”


    ตงฟางพยักหน้า ดูเหมือนว่าศิษย์สายตรงจะเป็นลูกรักของเหล่าอาจารย์ เขาจึงคิดว่าตัวเองต้องทำตัวให้เตะตาอาจารย์ให้ได้สักคน จะได้มีคนเอาไว้พึ่งพิง


    “ผู้อาวุโส แล้วหากอยากจะกลายเป็นศิษย์สายตรงต้องทำยังไง”


    “แสดงพรสวรรค์ ไม่ว่าจะเป็นระดับพลัง วิญญาณยุทธ์ หรือพลังสายเลือด หากเหล่าอาจารย์คิดว่าเจ้าพิเศษและตรงกับอาจารย์จะเข้ามารับไปเอง แต่ก่อนจะกลายเป็นศิษย์สายตรงให้ได้ ต้องทำให้อาจารย์ของหมู่ตึกเห็นคุณค่าแล้วรับเจ้าเข้าหมู่ตึกก่อน”


    “เยี่ยม” ตงฟางตาเป็นประกาย เขาคิดว่าพรสวรรค์ในการหลอมยาของเขามีมากกว่าคนอื่นๆแน่นอนเพราะเขาสามารถหลอมยาคุณภาพ 10 ส่วนได้ง่ายๆ ทันใดนั้นเขาก็ถูกตบหน้าเสียงดังจนออกมาจากความฝันด้วยคำพูดของผู้อาวุโสที่กำลังนำทาง


    “สำหรับเจ้าตงฟาง หลังจากผ่านการต่อสู้และการตรวจสอบเมื่อวาน เจ้าที่เลื่อนสถานะศิษย์ได้นั้น กลับไม่มีตึกไหนเห็นความสามารถของเจ้าเลย”


    “เดี๋ยวก่อนผู้อาวุโส มันต้องมีการทดสอบก่อนสิ พวกเขาจะมาตัดสินด้วยการต่อสู้เมื่อวานไม่ได้นะ”


    “ตึกเล่นแร่แปรธาตุตรวจสอบวิญญาณยุทธ์ของเจ้าแล้ว พวกเขาคิดว่าเจ้าไม่เหมาะสม ตึกสมุนไพรและยาตรวจสอบวิญณยุทธ์และพลังของเจ้าเช่นกัน พบว่าเจ้านั้นไม่มีไฟอยู่เลยสักชนิดจึงไม่เชิญเจ้าเข้าหมู่ตึก ตึกยันต์และค่ายกล จำเป็นต้องมีความเข้าใจที่สูง การต่อสู้เมื่อวานพวกเขาไม่เห็นการวางแผนในตัวเจ้าเลย พวกเขาจึงไม่เชิญเจ้าเช่นกัน ส่วนหอแห่งการฝึกฝนที่รวมเหล่าผู้ต้องการต่อสู้นั้น พวกเขาเห็นว่าเจ้าพึ่งยันต์พึ่งพิษ ไม่มีทักษะที่มั่นคงจึงไม่รับเจ้าเข้าหมู่ตึก ตอนนี้เจ้าจึงเป็นคนแรกในรอบหมื่นปีที่ไม่มีหมู่ตึกรับเข้าไป”


    “ข้าต้องดีใจใช่ไหมผู้อาวุโส ข้าเป็นคนที่ไม่ถูกเลือกในรอบหมื่นปีเลยนะ”


    “ข้าก็อยากให้เจ้าดีใจ ส่วนด้านหน้าเป็นบ้านพักของเจ้า สถานที่แห่งนี้ยกให้เจ้าทั้งหมด มันเป็นสิ่งที่สถาบันชดเชยให้กับเจ้าหลังจากพลาดการเข้าร่วมกับหมู่ตึก”


    “เดี๋ยวก่อน ไม่ใช่ว่าข้าต้องไปอยู่หมู่บ้านบนเขานั่นเหรอ”


    “ไม่ สถานที่แห่งนั้นเป็นสถานที่สำหรับคนมีหมู่ตึก เอาล่ะ นี่เป็นเครื่องแบบใหม่ของเจ้า ข้าขอตัว”


    ตงฟางรับเข็มขัดเส้นสีขาวทำจากวัสดุพิเศษมาถือไว้ในมือ ก่อนจะมองจ้องไปยังตำแหน่งที่เรียกว่าบ้านพลางนั่งคุกเข่าด้วยท่าทางไร้วิญญาณเพราะบ้านมันเป็นพื้นที่รกร้างบนภูเขา ตรงหน้าของเขานอกจากหญ้ารกมีบ้านพังเสียหายหลังหนึ่งตั้งอยู่



     






    คล้ายกับเรื่อง[จบ]Psychokinesis พลังจิตเหนือเทพยุทธ์ ที่คุณอ่าน