ภาคที่2 GAMES START ตอนที่29 ไม่รีรอ
ทุ่งหญ้าเรียบเตียนใกล้กับผืนป่าใหญ่พอลยืนเอามือไขว้หลังมองไปข้างหน้าด้วยสายตาที่อ่อนโยนมองดูเด็ก ๆทั้งหกคนที่กำลังฝึกซ้อมกันอยู่
" พวกอมนุษย์ก็ไม่ได้น่ากลัวเหมือนที่เรียนมาเลยแฮะพวกเขาก็เหมือนกับพวกเราไม่มีไล่ฆ่าอย่างโหดร้ายไม่มีเรื่องอย่างกินมนุษย์เป็นอาหารเลย "
" พวกมนุษย์นี่ชักไปกันใหญ่แล้วถ้าไม่อดอยากจริงๆ พวกข้าไม่แตะเนื้อมนุษย์หรอกทั้งโสโครกแถมอัปยศอีกต่างหาก"สายตาดุดันที่จ้องมองพวกเด็กๆ ของลิงเมฆาทำเอาพวกเธอกลัวหัวหดกันไปเลย
" ยังไงก็ตามเธอนั่นแหละที่ตรงกับในตำราทั้งก้าวร้าวและหยิ่งผยอง " พอลยิ้มและหัวเราะอยู่ในลำคอ
" อยากให้เหมือนในตำราอีกสักหน่อยไหมล่ะฉันสัญญาว่าจะใช้ทุกส่วนของนายให้คุ้มค่า "
" เฮ้นั่นเธอจะเอาจริงใช่ไหม " ลิงเมฆาจ้องตาพอลพร้อมกับแลบลิ้นเลียริมฝีปาก
" อ๊าก ! แขนฉัน "เธอกัดเข้าไปที่แขนของพอลจนเป็นรอยฟันแต่ไม่แรงถึงขั้นเลือดออก
" พวกพี่เขาควงแขนกันด้วยแหละ" คิโนริยิ้มเล็กยิ้มน้อยชี้ให้เพื่อน ๆ เห็นพอลกับลิงเมฆาจับมือถือแขน
" กรี๊ด ! "เสียงระเบิดมาพร้อมกับเสียงร้องดังขึ้นใกล้ ๆ คิโนริน้องเอตกใจเสียหลักล้มก้นจ้ำเบ้าตรงหน้ามีกองเพลิงกำลังลุกไหม้อยู่ที่พื้น
" นายอีกแล้วเหรอรอน "มนุษย์หมีวัยเยาว์ที่มีหูกลมเล็ก ๆ อยู่บนหัว เขายิ้มอายเอามือเกาหัวแก้เขิน
" ดูสินายทำแมรี่กลัวแล้วขอโทษเธอเลย " รอนหน้าง่อยคอตกก้มหัวลงเล็กน้อยกล่าวขอโทษ
" ก็แหม่ มานามันคุมยากมากๆ เลยแถมเวทไฟของฉันก็ค่อนข้างอันตรายด้วยถ้าใช้พลาด " รอนเหลือบตาไปเห็นหลานเด็กสาวมนุษย์หมีเช่นเดียวกับเขาทำให้พวกเขาได้สบตากันพอดี
" ยังไงก็ตามก่อนที่พี่กิจะกลับมาพวกเราต้องแข็งแกร่งกว่านี้จะได้ไม่เป็นภาระให้พวกพี่เขา" คิโนริกำมือแล้วแบออก มานาที่รวบรวมไว้ก่อเกิดเป็นก้อนเปลวเพลิงและขว้างมันใส่หุ่นไม้ที่พอลทำให้
" หลังจากนี้เราต้องไปออกกำลังกายอีกถ้าร่างกายไม่แข็งแรงก็จะทำอะไรได้ไม่มาก "คิโนริสามารถสร้างลูกไฟและควบคุมให้มันลอยไปมารอบ ๆ ตัวเธอได้ด้วย
" โอ้ฉันก็จะทำแบบเธอให้ได้ " รอนยิ้มเห็นฟันเพ่งสมาธิจนหัวแทบระเบิดแต่ก็ทำอะไรไม่ได้สักที
" นายต้องใจเย็นกว่านี้" เอพูดด้วยเสียงเอื่อยเฉื่อยพร้อมกับรวบรวมมานาให้ดูต่อหน้า
" ใจเย็นเหรอ ?"
" ลองนั่งนิ่ง ๆนึกถึงเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยไม่ว่อกแว่กดูสิ " รอนอ้าปากช่วยหายใจเข้าออกมองตรงไปยังหุ่นไม้ข้างหน้าจ้องมันอยู่อย่างงั้น ขณะที่รอบ ๆ ตัวเขากำลังฝึกฝนกัน
อ๊ากฉันจะมีสมาธิได้ยังไงถ้าพวกเธอยังทำแบบนี้อยู่
" พวกเด็ก ๆขยันขันแข็งกันจริง ๆ " พอลยิ้มอย่างพึงพอใจ กวาดสายตามองพวกเธอใช้เวทมนตร์กันดูสนุกสนานมากกว่าจะเรียกว่าฝึกด้วยซ้ำ
" เฮอะแบบนี้ยังอ่อนแอเกินไป...อายุก็เข้าช่วงวัยรุ่นไปแล้วแท้ ๆ แต่ยังใช้เวทง่าย ๆไม่ได้ เทียบกับบรรพบุรุษของเราแล้วช่างอ่อนแอเสียจริง "
" เธอก็พูดเกินไปขนาดฉันเองอายุก็เยอะแล้วแต่ก็ยังไปได้แค่เลเวลห้า "
" ข้าก็ไปได้แค่เลเวลหกพวกเราคงแก่เกินจะเพิ่มเลเวลแล้วแหละ "ลิงเมฆาทิ้งประโยคที่ฟังแล้วดูเศร้าไว้ก่อนจะหันหลังเดินออกไป
เหล่าเด็กน้อยเอ๊ยพวกเจ้ายังคงเติบโตได้ยิ่งกว่านี้ที่แปลกคือยุคสมัยนี้พวกเรามนุษย์สัตว์เผ่าต่าง ๆ ต้องหลบหนีหัวซุกหัวซุนจากที่ที่เมื่อก่อนมีเผ่าพันธุ์มากมายกระจายไปทั่วแต่ตอนนี้กลับต้องมาอยู่รวมกันเป็นกลุ่มเล็กๆ แบบนี้ เธอหยิบก้อนหินทรงสี่เหลี่ยมผิดธรรมชาติขึ้นมามองดูเผยให้เห็นรอยยิ้มที่มุมปากกับแววตาแห่งความหวัง
" หวังว่าพวกเจ้าจะทำได้นะ" เธอนั่งอยู่บนพื้นภายในห้องของตัวเองสีหน้าเหมือนอดอะไรตายอยาก
" ย้าก ! "รอนขว้างลูกบอลมานาเล็งไปหาหุ่นไม้แต่มันก็พลาด แววตาจ้องเขม็งมุ่งมั่นกับการเล็งเขายังคงขว้างบอลมานาเรื่อย ๆ จนรู้สึกหมดแรงทิ้งตัวลงนอนมองท้องฟ้า
" อย่าพึ่งมานอนพักลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้ " คิโนริยืนอยู่ข้าง ๆ จ้องตารอนไม่กะพริบ
" เราจะฝึกแต่เวทมนตร์อย่างเดียวไม่ได้เพราะฉะนั้นดูแล้วทำตาม "คิโนริย่อตัวลงไปแนบกับพื้นแขนทั้งสองข้างยันพื้นไว้พร้อมกับปลายเท้าลำตัวเป็นเส้นตรงและค่อย ๆ พับแขนเกร็งกล้ามเนื้ออกแล้วก็ดันขึ้นมาเหมือนเดิม
" มันอะไรเนี่ย ?" รอนและคนอื่นทำตามแบบงง ๆ
ครั้งแรก ๆพวกเขายังดูสนุกที่ได้ทำอะไรใหม่ ๆแต่หลายครั้งผ่านไปพวกเธอก็เริ่มดันตัวเองไม่ขึ้นเหงื่อท่วมตัวจนต้องหยุดไปในที่สุด
" เหนื่อยโคตร ! ที่เราทำมันคืออะไรกันเนี่ย ? " รอนและคนอื่น ๆต่างก็หายใจพะงาบจะเป็นจะตายเอา
" คิโนริเธอยังทำต่อไหวอีกเหรอเนี่ย "ทุกสายตาจับจ้องไปที่เธอคิโนริยังคงวิดพื้นอยู่แม้เธอแทบจะหมดแรงแล้วก็ตาม
เราเคยเห็นพี่กิทำมันมากกว่านี้อีกต้องแข็งแกร่งให้ได้ คิโนริทำจนแขนไม่มีแรงทำอะไรเลยทันทีที่เธอพยายามใช้แขนพวกนั้นยันตัวเองลุกขึ้นแต่มันก็พับเข้าจนเธอล้มลงนอน
" เป็นอะไรไหมคิโนริเธอไม่น่าฝืนเลย " เพื่อน ๆ ของเธอเข้ามาช่วยกันพยุงตัวขึ้นด้วยความเป็นห่วง
" ไม่เป็นอะไรหรอกแค่นี้พวกเรามาต่อกันเถอะ "คิโนริยืนตัวตรงแล้วย่อเข่าทิ้งก้นไปด้านหลังโดยที่แผ่นหลังยังคงตรงอยู่ เธอย่อลงไปต่ำมากจนก้นเกือบถึงพื้นแล้วเกร็งก้นและขาลุกขึ้นมาใหม่อีกครั้ง
" ท่าใหม่งั้นเหรอ "รอนและเพื่อน ๆ ทำตามทันที ไม่นานก็หมดแรงทิ้งตัวลงนอนหายใจพะงาบเหมือนจะตาย
" ให้ตายเถอะคิโนริทำไมพวกเราต้องมาทรมานตัวเองแบบนี้ด้วยล่ะ "
" ใช่ ๆฉันเหนื่อยจะตายอยู่แล้ว " แมรี่เธอมีหางเรียวยาวขนเตียนสีน้ำตาลเหมือนกับเอ
" เธอคิดว่าทำแบบนี้จะเก่งขึ้นได้จริงๆ ใช่ไหม " รูบี้เด็กสาวที่มีหูยาวตั้งขึ้นเหนือหัวขนหูสีขาวบริสุทธิ์เหมือนกับเจ้าปุย
" ต้องเก่งขึ้นแน่นอนเอาล่ะมาทำกันต่อเลย " คิโนริยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ลุกพรวดพราดแต่ก็ยืนไม่ขึ้นเข่าของเธอพับลงอย่างอิดโรยไม่มีแรงจะตั้งขึ้นได้
" ฮ่าฮ่าฮ่า "เธอหัวเราะลั่นออกมาดูมีความสุข
" เธอเป็นอะไร "รอนลุกขึ้นยืนบ้างแต่ก็ล้มลงมาเหมือนกันก่อนจะหัวเราะตามคิโนริ
" อย่างงี้เองสินะ "เพื่อน ๆ ที่เหลือมองเป็นตาเดียวด้วยความสงสัย พวกเขาลุกขึ้นยืนและล้มลงพร้อม ๆกัน
" อย่าว่าแต่ฝึกต่อเลยสภาพแบบนี้เราจะกลับบ้านยังไง ? " หลานยิ้มอ่อนนอนมองท้องฟ้าโล่งที่มีอากาศเย็นเล็กน้อยเธอเอื้อมมือขึ้นจินตนาการว่าได้กำพระอาทิตย์นั่นไว้
" ไม่รู้สิ ฮ่าฮ่าฮ่า" พวกเธอยิ้มหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน
ณ ใจกลางเมืองท่าที่มีการต่อเติมสร้างใหม่จากความเสียหายเมื่อตอนเพลิงไหม้พวกเขาช่วยเหลือซึ่งกันและกันเท่าที่ทำได้เพื่อความอยู่รอด
" มังกี้เธอไม่ไปเล่นกับเด็กๆ เหรอ ฉันเห็นพวกเขาอยู่ข้างนอก "คุณลุงท่านหนึ่งที่กำลังแบกของอยู่เดินผ่านมังกี้ เธอนั่งเหม่อมองคนงานและชาวเมืองทำงานทำการตลอด
" ข้าไม่ใช่เด็กนะปล่อยให้พวกเด็ก ๆ อยู่กันเองเถอะยังไงก็มีพอลคอยดูแลอยู่ "เขายิ้มอ่อนก่อนจะเดินต่อไป มังกี้เดินไปรอบ ๆเมืองดูความเป็นอยู่ของผู้คนเหล่านั้น
พวกเขามีชีวิตที่อิสระแต่พวกเรากลับต้องคอยหลบหนีอยู่ในป่า
" ว่าไงมังกี้ จะไปไหนล่ะ" เธอโบกมือแล้วยิ้มเป็นการตอบกลับ
ชาวเมืองทักทายกันด้วยรอยยิ้มแม้ว่าเราจะเป็นเผ่าพันธุ์อื่นก็ตามแสดงว่ามนุษย์ไม่ได้เลวกันหมด
" โอ้ ! มังกี้รับนะ "คุณลุงร้านขายผลไม้โยนแอปเปิลให้เธอพร้อมกับส่งยิ้มที่มองดูแล้วรู้สึกสบายใจ
พวกเขาชอบการแบ่งปันให้คนอื่น ๆแม้ตัวเองจะไม่ได้ร่ำรวยเหลือกินเหลือใช้ เธอเดินผ่านร้านขายขนมปังที่มีคนไร้บ้านยืนจ้องมองอยู่ข้างหน้าคุณป้าคนขายที่เห็นก็หยิบยื่นขนมปังให้เขาไปหลายชิ้น
แม้แต่พวกเด็กเล็กเด็กตัวน้อยพวกเขาก็ไม่ได้รู้สึกกลัวหรือรังเกียจเราแต่อย่างใด กลุ่มเด็กเล็กที่วิ่งเล่นกันสนุกสนานอยู่ข้างหน้าของเธอนอกจากจะไม่กลัวแล้วยังยิ้มแล้วโบกมือให้อีกต่างหาก
ในเมื่อคนในเมืองนี้ไม่ได้รังเกียจเราแล้วกลุ่มคนที่มาบุกหมู่บ้านเราพวกเขาเป็นใครกันพวกเขาทั้งป่าเถื่อนโหดร้ายไร้ความปรานีฆ่าพวกเราเป็นผักเป็นปลา เธอเดินคิดอะไรไปเรื่อยระหว่างตรงไปหาพวกเด็ก ๆที่ฝึกอยู่
" มังกี้ ! "คิโนริยิ้มแป้นตะโกนเรียกพร้อมกับเพื่อน ๆ ของเธอ
" เป็นยังไงกันบ้าง ?" เธอยิ้มอย่างอ่อนโยนรับกอดจากคิโนริที่วิ่งตรงเข้ามา
" เหนื่อยมากเลยแต่ก็สนุกฮ่าฮ่า " มังกี้ยิ้มอ่อนลูบหัวคิโนริ
เรารู้สึกได้เลยว่าคิโนริแข็งแกร่งขึ้นพวกเธอสองคนคงภูมิใจแน่ ๆ เธอนึกถึงใครบางคนจนแสดงใบหน้าที่เศร้าออกมาโดยไม่รู้ตัว
เสียงระเบิดดังขึ้นที่สุดปลายทางพวกเขาตั้งแถวต่อสู้กับพวกมอนสเตอร์หมีจำนวนหนึ่งโดยที่ซึฮากิยังไม่ได้ทำอะไรเลย
" รุก ! "เหล่าจอมเวทที่อยู่ด้านหลังยิงเวทที่ตัวเองถนัดกระหน่ำใส่พวกมันไม่ยั้ง
เราไม่ต้องทำอะไรเลยด้วยซ้ำแค่พวกเขาก็มากพอที่จะจัดการมอนสเตอร์ได้หมดแล้ว ซึฮากิมองดูอยู่แนวหลังคอยคุ้มกันคนจดบันทึกและหน่วยแพทย์
" หมีน้ำตาลเลเวลสามบางตัวก็เลเวลสองเราลงมาค่อนข้างลึกแล้วแท้ ๆ แต่กลับเจอแค่มอนสเตอร์เลเวลต่ำแบบนี้ "ผู้จดบันทึกชายหญิงทั้งคู่ขมวดคิ้วคิดหนักถึงความเป็นไปได้หลาย ๆ อย่าง
" เก็บเกี่ยวเร็วอย่าประมาทเด็ดขาด "เธอตะโกนไปยังข้างหน้าถึงแนวโล่ที่ดันพวกมันเข้าไปเรื่อย ๆหอกแหลมจำนวนมากแทงใส่จนสร้างคงามหวดกลัวใก้พวกมันพวกเขาเดินเลยต่อไปปล่อยให้หน่วยแพทย์เป็นคนชำแหละและแบกของพวกนั้นไปแทน
แบ่งแยกหน้าที่กันชัดเจนคนที่สู้ก็ต้องเอาสิ่งที่เป็นภาระออกให้หมดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้มากที่สุดดูจากการชำแหละแล้วพวกเขาคงฝึกกันมาอย่างดีเลย
" เฮ้อ...ขี้เกียจแบกของพวกนี้จริงๆ เลย " หนึ่งในผู้จดบันทึกถอนหายใจลากยาวสีหน้าของเธอดูเบื่อหน่ายจะตาย
" ผมแบกให้ก็ได้ "ซึฮากิยื่นมือมาพร้อมกับใบหน้าที่ดูดุร้ายแววตาคมกริบจ้องมองเหมือนจะเชือดเธอได้ทันที
เราทำเธอกลัวหรือไงวะ ถึงตอนแรกผู้จดบันทึกจะดูกล้า ๆ กลัว ๆแต่เธอก็ยกกระเป๋าพวกนั้นให้ซึฮากิ
" ขอบใจจ้ะ "เธอยิ้มเจื่อนไม่กล้ามองหน้าตรง ๆ แล้วเดินตามหลังคนอื่น ๆ ไปทันที
นี่หน้าเรามันไว้ใจไม่ได้ขนาดนั้นเลยหรือไงวะ ซึฮากิใช้มีดสั้นสะท้อนมองหน้าของตนเอง
" เราจะไปชั้นต่อไปแล้วเตรียมตัวกันไว้ให้ดี! เราต้องจัดการโดยใช้มานาให้น้อยที่สุดไปให้ถึงราชาดันเจี้ยนให้ได้ "กรีนส่งเสียงดังประกาศดังจากหน้าสุดมายันด้านหลัง
" ทราบ ! "เสียงตอบรับดังสนั่นอย่างพร้อมเพรียงได้ฟังแล้วรู้สึกฮึกเหิม
หลังจากที่พวกเขาเดินต่อไปนานนักก็มีเสียงแหลมดังจนแสบแก้วหู
" รับ ! "เวทลมพุ่งเข้ามาเป็นเกลียวปะทะเข้ากับโล่ที่วางตั้งเป็นแถวพวกเขานั่งชันเข่ากับพื้นต้านแรงกระแทกพวกนั้นไว้ได้
มอนสเตอร์รูปร่างแปลกประหลาดที่มีการผสมผสานร่างมนุษย์และกบสีเขียว
" ฟ็อกกี้เหรอแต่เวทลมเมื่อกี้ไม่ใช่เวทที่มันใช้ได้นี่หว่า "ผู้จดบันทึกมองดูด้วยความสงสัยยังไม่จดลงไปในสมุดทันทีแต่ยื่นหน้ายื่นคอมองไปรอบๆ
" รุก ! "
" เดี๋ยวก่อน ! "แม้เธอจะตะโกนไว้แต่เสียงก็เบาเกินไปพวกเขาลดโล่ลงเตรียมโจมตีสวนกลับแต่คลื่นเวทลมก็พุ่งกระแทกใส่พวกเขาทันทีจนแตกแถว
" อย่าพึ่งแตกตื่นกลับมาตั้งรับเร็ว"
" อ๊าก ! ช่วยด้วย "คนที่รับเวทลมนั่นเต็ม ๆ นอนร้องโอดครวญด้วยความทรมานกุมมือไว้ที่ท้อง
" ใจเย็น ๆ หายใจช้า ๆ" คนที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ พยายามพูดให้เขารู้สึกดีขึ้น
" อ๊าก ! "เสียงร้องดังลั่นจากแถวตั้งรับ โล่ของเขาได้หล่นลงพื้นพร้อมร่างที่ยืนไม่อยู่แผลขนาดเล็กที่ทะลุผ่านหน้าอกของเขาโดนอวัยวะสำคัญที่ด้านบนนั้นมีลิงตัวหนึ่งจ้องมองลงมา
" นั่นมันลิงลมระวังด้านบนไว้ "เมื่อสิ้นเสียงพูดพวกเขาเงยหน้ามองก็ได้เห็นเพดานดันเจี้ยนที่มีหินงอกหินย้อยมากมายให้ลิงลมสิบกว่าตัวปีนป่ายอยู่
" ตั้งสติไว้กางบาเรียเร็ว" พวกเขาตกใจแตกตื่นจนทำอะไรไม่ถูกพวกลิงลมเตรียมยิงเวทลมออกมาอีกครั้งจากด้านบนที่ไม่มีการป้องกันใด ๆ เลย
บาเรียยังงั้นเหรอ ? แต่ดูสภาพพวกเขาแล้วคงจะกันได้ไม่หมดแน่ๆ บางคนที่ยังตั้งสติได้ก็ทำการสร้างโล่มานาขึ้นมาต่อกันเหนือหัวให้กว้างมากที่สุดเท่าที่ทำได้เพื่อป้องกันพวกเขาทุกคน
กระสุนเวทลมพุ่งผ่านบริเวณที่ป้องกันไว้ไม่ทันโดนเข้ากับเหล่าผู้คนทั้งจอมเวทพลหอกและแนวตั้งรับ บางคนก็โชคดีที่โดนเฉียด ๆแต่ไม่ใช่กับบางคนที่โดนส่วนสำคัญไปจนถึงทะลุหัวดีน่าที่ได้รับบาดเจ็บตรงหัวไหล่แต่ก็ยังจับคทาไว้อยู่
เธอร่ายเวทสร้างโล่ป้องกันให้กับคนอื่น ๆ จนลืมป้องกันตัวเองหน่วยแพทย์ที่อยู่ด้านหลังก็รีบเข้าไปช่วยเหลือทันทีขณะที่คนที่ยังไหวพยายามป้องกันไว้
" คุณกรีนเราต้องถอยแล้ว" ผู้จดบันทึกตะโกนสุดเสียงให้กับกรีนที่อยู่ในแถวหน่วยแพทย์ได้พยายามช่วยเหลือคนที่บาดเจ็บอย่างเต็มที่และขนย้ายออกมาที่ปลอดภัยแต่ลิงลมบางตัวก็ฉลาดปีนป่ายตามพวกเขามาด้วยแถมยังมีฟ็อกกี้มาเพิ่มอีกสิบกว่าตัวจากด้านหน้า
" นายระวังข้างบน " ผู้จดบันทึกเธอตะโกนบอกชายหนุ่มที่กำลังขนย้ายคนเจ็บข้างบนนั้นมีลิงตัวหนึ่งที่เล็งกระสุนลมมาที่เขามันฉวยโอกาสตอนที่เจ้าตัวไม่รู้
" ไม่นะ ! "เขาสะดุ้งตกใจจนหายใจถี่ ๆมีโล่มานาโผล่ขึ้นมาป้องกันได้ทัน
เกือบไปแล้วไหมล่ะ ซึฮากิยื่นมีดไปข้างหน้าสร้างโล่มานาช่วยพวกเขาไว้ได้ทัน
" ทางนี้ผมจัดการให้พวกนายช่วยคนเจ็บต่อไปเลย "ซึฮากิตวัดมีดสร้างใบมีดลมตัดคอของลิงลมตัวนั้นตายในทันทีร่างของมันตกลงมาที่พื้นตรงหน้าแพทย์คนนั้น
ซึฮากิเดินไปอยู่ตรงกลางระหว่างแนวหน้ากับหน่วยแพทย์ช่วยป้องกันและจัดการลิงลมไปด้วยจนเวลาผ่านไปหน่วยแพทย์ช่วยเหลือคนเจ็บได้หมดแล้วเหลือเพียงแนวหน้าที่กำลังจ่อสู้กับฟ็อกกี้และลิงลม
" ฟ็อกกี้มันโยนระเบิดน้ำมาแล้ว "พวกเขาตั้งโล่ขึ้นป้องกันแรงระเบิดไว้ ขณะที่มันค่อย ๆเดินเข้ามาใกล้
" เตรียมเวทไฟ ! "กรีนตะโกนสั่งอย่างฮึกเหิมปลุกกำลังใจให้เหล่าชายหญิง เวทไฟจากจอมเวทยิงย้อยผ่านช่องว่างกระหน่ำไปข้างหน้าขณะที่คนอื่นๆ ยังคอยป้องกันทั้งลิงลมและระเบิดน้ำไปด้วย
แม้จะมีคนตายไปบ้างแต่พวกเขาก็ยังกลับมายืนหยัดได้แสดงถึงการเตรียมใจมาแถมด้วยจำนวนเงินที่มากขนาดนั้นไม่แปลกเลยที่จะมีคนกล้ามาเสี่ยงแบบนี้
" ยิงเข้าไปอย่าหยุด !" เสียงระเบิดดังสนั่นไม่หยุดเหล่าผู้ที่ถือโล่กำลังกัดฟันดันโล่ของตนเองสู้กับมอนสเตอร์ที่โถมเข้ามาไม่หยุดพวกมันพยายามยื่นมือเข้ามาตะเกียกตะกายคว้าทุกอย่างพลหอกที่อยู่ด้านหลังคอยช่วยกำจัดพวกมันที่เข้ามาใกล้ตัวที่อยู่ไกลออกไปก็จะถูกเวทของจอมเวทจัดการเหลือแต่ลิงลมที่พวกเขาได้แต่ป้องกันไว้
พวกเขาแบ่งหน้าที่คนละอย่างเพื่อให้ใช้แรงและมานาไปกับสิ่งนั้นๆ มันก็พอจะประหยัดมานาไปได้แต่รูปแบบนี้มันจะไปได้อีกสักเท่าไหร่เชียว
" พวกฟ็อกกี้จะหมดแล้วอีกนิดเดียวเท่านั้น " เสียงกรีนยังคงดังกึกก้องตะโกนให้ทุกคนได้ยินอยู่ตลอด
มอนสเตอร์ที่พวกเขาเรียกฟ็อกกี้เหมือนกบเลยแฮะถ้าแบบนั้นก็ต้องมีแหล่งน้ำที่ใหญ่มากแน่ ๆเป็นไปได้ที่ชั้นต่อไปจะมีพื้นที่แบบดันเจี้ยนเมื่อตอนนั้น
" เอาล่ะจัดการพวกลิงลมต่อเลย! " กระสุนเวทกระหน่ำยิงใส่พวกลิงลมที่อยู่อยู่ด้านบน พวกมันปีนป่ายหนีตายไปเรื่อยๆ จนลึกลงไปยังชั้นถัดไป
" รายงานความเสียหายครับ" หนึ่งในหน่วยแพทย์เดินตรงเข้ามาหากรีนพร้อมกับสมุดจดเขายืนตัวตรงมองตากรีนด้วยความจริงจัง
" มีผู้เสียชีวิตสามคนบาดเจ็บสาหัสสี่คนกับบาดเจ็บเล็กน้อยอีกสิบสองคน "
" อืม...ให้คนที่ไปต่อไม่ไหวพักรออยู่ที่นี่เราจะไปกันต่อ "
ก็ตัดสินใจได้ดี...ถ้าจะพาคนเจ็บกับคนตายกลับไปก็ต้องเสียเวลาเดินไปกลับอีกนาน ซึฮากิเงี่ยหูฟังจากระยะไกล
" เธอไหวใช่ไหม "ซึฮากิได้สบตากับดีน่าตอนที่เธอกำลังเดินมายังหน่วยแพทย์เพื่อรักษาแผลของเธอ
" สบาย ๆ "ถึงแม้เธอจะพยายามยิ้มแต่ก็มองเห็นได้ถึงความเศร้าโศกที่อยู่ภายในใจดีน่าเหลือบตามองผู้เสียชีวิตที่กำลังห่อด้วยผ้าแล้วกองรวมกันไว้
เห็นคนรู้จักตายแบบนี้ก็คงจะรู้สึกไม่ดีแต่ทำไมเราถึงรู้สึกคุ้น ๆ รอยยิ้มแบบนั้นกันนะ ? ซึฮากิกวาดสายตามองสถานการณ์ที่เหล่านักผจญภัยนักสำรวจทั้งหลายกำลังพักผ่อนกันอยู่
หลังจากพักได้สิบนาทีพวกเขาจึงออกเดินทางต่อแสงสว่างที่ปลายทางทำเอาพวกเขาตกตะลึงไปครู่หนึ่งท้องฟ้าที่มีคริสทัลส่องสว่างเหมือนกับอยู่ข้างนอกดันเจี้ยน พื้นดินกว้างใหญ่ที่มองไกลออกไปสุดสายตากว่าจะเห็นกำแพงดันเจี้ยนได้ที่แห่งนี้คล้ายคลึงกับป่าดิบชื้นที่มีต้นไม้งอกงามสูงใหญ่แถมยังมีแหล่งน้ำมากมายหลายแห่งอีกด้วย
" ฉันว่าพวกเราควร - "
" เราเจอขุมทรัพย์หายากเข้าให้แล้ว! " ขณะที่ผู้จดบันทึกเธอพยายามจะพูดบางอย่างแต่กรีนก็ตะโกนขัดเสียก่อน
" โอ้ ! "เสียงร้องตอบรับอย่างฮึกเหิมของพวกเขาที่กำลังมุ่งหน้าเดินทางต่อไป
" ให้ตายสิพวกเขาเป็นแค่มือใหม่เองนะ" ชายหนุ่มผู้จดบันทึกคุยกับน้องสาวของเขาหญิงสาวที่มักจะคอยเตือนและระวังสิ่งต่าง ๆ เพียงแต่ไม่มีใครฟังเพราะคิดว่าเธอยังเด็กน้อยเกินไป
" นั้นสิพี่ฉันบอกอะไรก็ไม่ฟังเลย" สาวน้อยทำหน้าบูดถอนหายใจแรง
" อะแฮ่มพวกนายสองคนชื่ออะไร ? " ซึฮากิที่ยืนอยู่ข้าง ๆเอ่ยถาม
" เอ่อ... "ดูจากสีหน้าแถมยังไม่กล้าสบตาตรง ๆ อีกคงจะกลัวซึฮากิแน่ ๆ
" ผมชื่อไมเดนเป็นพี่ชายของยัยนี่" เขาฝืนยิ้มออกมาพร้อมกับเอามือวางไว้บนหัวของน้องสาว
" ฉันชื่อโคลอี้ "เธอตอบเสียงแข็งอย่างทะมัดทะแมงขณะที่ตบมือของไมเดนออกไปจากหัว
" ผมยากิเท่าที่ได้ยินพวกนายคุยกันก็ดูมีสมองมากกว่าไอ้พวกนั้นเยอะเลยนะ "
ฉิบหายเผลอพูดอะไรแรง ๆ ออกไปอีกละ
" หะ เมื่อกี้ใครพูดว่าอะไรนะ? " คนที่อยู่ไม่ไกลนักได้ยินเสียงของซึฮากิจนอารมณ์ขึ้นแล้วยังบอกต่อคนอื่นๆ อีก
" ยากิ...นายรับผิดชอบเองด้วยล่ะ" ไมเดนเดินหลบไปห่าง ๆขณะที่กลุ่มคนที่กำลังเลือดขึ้นหน้ามุ่งตรงเข้ามาหาซึฮากิ
เฮ้อ...เอาอีกละนี่เรามีความสามารถในสร้างเรื่องใช่ไหมเนี่ยเขายืนจ้องหน้าเหล่าผู้คนที่กรูเข้ามาแต่ก็ไม่ถอยไปไหนแม้แต่ก้าวเดียว
" ไอ้หน้าโฉดเมื่อกี้แกพูดว่าอะไรวะ"
" ไม่เอาน่าเรื่องแค่นี้จะทะเลาะกันทำไม" ดีน่าเข้ามาห้ามปรามพวกเขาแต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผล
" ที่ฉันพูดไปเมื่อกี้เหรอ...งั้นก็ฟังให้ชัดนะเลเวลพวกนายแค่นี้ถ้าไปต่อศพไม่สวยแน่ "ซึฮากิจ้องตาเขม็งใส่พวกเขาด้วยหน้าตาที่ดูดุร้าย
" ปากดีนักนะ "เขาง้างหมัดขวาปล่อยใส่ซึฮากิ
" อ๊าก "ซึฮากิจับที่ข้อมือก่อนที่หมัดจะเข้าถึงหน้าและบิดไปข้าง ๆจนเขาร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด
" ปล่อยเขานะ ! "เสียงตะคอกดังมาพร้อมกับหมัดซ้ายของชายคนหนึ่งก่อนที่จะถึงตัวซึฮากิก็ถีบกระเด็นออกไปเสียก่อน นอนจุกอยู่กับพื้นไปพักหนึ่ง
" มีใครจะอะไรอีกไหม "ขณะที่พูดอยู่เขาก็ยังบิดแขนของชายตรงหน้าสร้างความเจ็บปวดที่จะหนีก็ยังทำไม่ได้
" พอได้แล้วน่ายากิ "ดีน่าเข้ามาดึงแขนของซึฮากิด้วยเสียงที่เบาและอ่อนนุ่ม
" ฮึ จะไปต่อก็ตามใจฉันยังไงก็ได้ " เขาปล่อยแขนของชายคนที่ปล่อยหมัดใส่แรงของซึฮากิจับแน่นจนมีรอยแดง
" เฮ้ย !ทำไมอะไรกันอยู่ไม่ตามมาสักที "กรีนตะโกนเรียกจากแนวหน้าทำให้พวกเขารีบเดินกลับเข้าขบวนทันที
" อย่างน้อยนาย ฉันแล้วก็คุณกรีนก็เลเวลห้านะคงจะไม่เป็นอะไรหรอก"ดีน่าจับมือถือแขนของซึฮากิท่ามกลางสายตาของพี่น้องผู้จดบันทึกและหน่วยแพทย์
" อย่าบอกนะว่าคุณดีน่ามีรสนิยมชอบอะไรแบบนี้" โคลอี้กระซิบคุยกับไมเดนด้วยความสงสัยมองตาไม่กะพริบ
ขออย่าให้เป็นแบบตอนนั้นเลยขนาดเลเวลห้าแต่ก็จัดการได้ยากพอลองมาคิด ๆ ดูแล้วทำไมเจ้าลิงเมฆานั่นถึงออกมาจากดันเจี้ยนได้แกก็คิดเหมือนกันใช่ไหมเจ้าปุย ปุยกระโดดตามติด ๆโดยที่ไม่มีใครมองเห็น