ดวงตามัจจุราช

    ตอนที่ 52 แพทย์เอไอ

    “ ท่านรองมาหาผมถึงที่นี่ไม่ทราบว่า มีปัญหาสุขภาพหรือเปล่าครับ”

    “อย่าเรียกซะห่างเหินขนาดนั้น เรียกอาเหมือนเดิมดีกว่า”

    “ ครับคุณอา” 

    “เข้าเรื่องเลยดีกว่า เมื่อสองวันก่อน มินตราเดินทางไปที่ประเทศเชียงฟ้ากับ เจ้าหญิงเมธิกาเพื่อไปลงทุนสัมปทานธุรกิจ ในประเทศเชียงฟ้า แต่เบื้องลึก คือมีการค้นพบแร่ทองคำมหาศาล ที่ภูเขาแห่งหนึ่ง ซึ่งเจ้าหญิงเมธิกาอยากให้มินตราพาผู้เชี่ยวชาญไปตรวจสอบ และจะมอบให้มินตราสัมปทานเหมืองแร่ทองคำแต่เพียงผู้เดียว แต่ทว่า  พอเดินทางไปสถานที่แห่งนั้นกลับเกิดเรื่องขึ้น”

    “เกิดเรื่องอะไรหรือครับ” อัสนีเห็นรองมนต์ชัยเงียบนานเลยถามขึ้น

    “ เฮลิคอปเตอร์ที่เดินทางไปพร้อมกับคณะ สิบคน เกิดสูญหายไป ไม่มีสัญญาณจากจีพีเอสมันเหมือนหายไปในอากาศ”

    “มีเรื่องเช่นนี้ด้วย?”

    “ทางเราได้ติดตามตำแหน่งของจีพีเอส ล่าสุด พบว่าตำแหน่งล่าสุดอยู่ที่บริเวณหุบเขาแห่งความตาย ฉันส่งผู้เชี่ยวชาญของกองทัพไปสำรวจ พบว่า ภูเขาที่ล้อมรอบบริเวณนี้มีสนามแม่เหล็กหนาแน่นช่วงเวลาที่เดินทางของกลุ่มสำรวจบังเอิญเกิดพายุสุริยะทำให้สนามแม่เหล็กเกิดมีพลังงานมาก ทำให้ระบบการบินขัดข้อง ทำให้เครื่องตกลงไปในหุบเขาแห่งความตายทำให้คนของฉันไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบด้านในได้”

    “ ทำไมเข้าไปไม่ได้”

    “ หมอยังไม่รู้จักหุบเขาแห่งความตายใช่ไหม”

    อัสนีพยักหน้าเขาไม่รู้จักหุบเขานี้จริงๆ

    “หุบเขาแห่งความตายนี้เป็นส่วนหนึ่งใน เทือกเขาตะนาวศรี ระยะทางยาวเกือบ 1,500กิโลเมตร กินเนื้อที่เข้าไปสี่ประเทศ คือ เมียนมาร์ เชียงฟ้า ไทย และ มาเลเซียตอนกลางของเทือกเขา ประกอบไปด้วยภูเขาสูงชันหลายลูก ทับซ้อนกันเป็นจำนวนมากใจกลางของทะเลภูเขาเหล่านี้ ถูกเรียกว่า หุบเขาแห่งความตาย เพราะว่ารอบๆหุบเขาแห่งนี้ มีหมอกพิษปกคลุมไปทั่ว ทำให้ชาวบ้านที่หลงเข้าไปไม่เคยมีใครกลับออกมาได้เลย ดังนั้นหากเครื่องบินตกเข้าไปก็ไม่เคยมีใครรอดออกมาได้ เคยมีวัตถุบินมากมาย บินสำรวจ ก็สูญหายไปในหุบเขาแห่งความตายนี้เป็นจำนวนมากไม่เคยมีใครรอดออกมาได้เลย”

    รองมนต์ชัยเอ่ยพร้อมกับถอนหายใจออกมา อัสนีรู้เลยว่าท่านมีความกังวลใจเรื่องมินตรามาก

    “ผมจะเข้าไปช่วยคุณหนูมินตรากลับมาเองครับ” อัสนีเอ่ยออกไปโดยที่รองมนต์ชัยไม่ทันได้ขอร้องเขา

    “ จริงหรือ”

    “  ครับ”

    “แต่ฉันต้องบอกเอาไว้ก่อน เมื่อสองวันที่แล้ว คนของฉันร่วมกับรัฐบาลเชียงฟ้า100 คนถูกส่งเข้าไปพวกเขาไม่กลับมาอีกเลย สัญญาณมือถือ จีพีเอส ก็ไม่สามารถติดต่อได้เลยตอนนี้ ฉันแจ้งทางรัฐบาลเชียงฟ้า ว่าฉันจะเข้าไปค้นหาลูกสาวของฉันด้วยตัวเองหากมีเธอร่วมทางไปด้วย ฉันก็จะมั่นใจมากขึ้น”

    “เดินทางเมื่อไรครับ”

    “ พรุ่งนี้ 7 โมงเช้าฉันจะมารับหมอที่โรงพยาบาล”

    “ ตกลงครับ”

    อัสนีกำลังคิดอยู่ว่าคุณหนูมินตรากับ เจ้าหญิงเมธิกาจะมีปัญหาอะไร นึกไม่ถึงจะสูญหายไปในหุบเขาแห่งความตาย อัสนีตอนนี้มองเวลา ก็รีบโทรหาทนายเคน

    ทันที

    “เรื่องที่ฉันให้ไปทำไปถึงไหนแล้ว”

    “ พบแล้วครับ แต่ว่าพวกเขาตอนนี้มีปัญหา ถูกไล่ออกจากมหาลัย ตอนนี้ถูกยึดผลงานวิจัยไปหมดแล้วครับ”

    “ตอนนี้พวกเขาอยู่ที่ไหน”

    พอทนายเคนบอกอัสนีก็นัดให้เขาไปเจอกับ นักศึกษากลุ่มนี้ทันที

    อัสนีตอนนี้มายืนอยู่ที่สถานีตำรวจเขต 11 เขาเดินเข้าไปหาร้อยเวร ซึ่งพบกับ ทนายเคนได้มาถึงแล้วกำลังพูดคุยอยู่

    “ คดีนี้สารวัตรกรเป็นเจ้าของคดี ผมไม่สามารถทำอะไรได้ พวกคุณต้องติดต่อสารวัตรกรอีกที”

    ร้อยเวรเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจเรื่องนี้

    “ ผมติดต่อแล้วสารวัตรกรก็ไม่รับสายผมเลย แล้วจะให้ทำอย่างไร เด็กพวกนี้เขาแค่ทำงานของพวกเขาไปกล่าวหาว่า เขาลักทรัพย์ได้อย่างไร”

    “ ก็บอกแล้วไง ต้องให้เจ้าของคดีเขาจัดการ”

    ทนายเคนโมโหยิ่งนักที่ทำอะไรไม่ได้ แต่อัสนีเอามือมาแตะไหล่ของเขาให้ใจเย็น

    แล้วเดินมาหาร้อยเวรที่ชื่อผู้กองพลพลอัสนีใช้มือวางบนหัวของเขา ผู้กองพลพลตกใจจะใช้มือปัด แต่อยู่ดีๆ เขาก็นิ่งไปอัสนียกมือออก

    “ สารวัตรกรอยู่ที่ไหน”

    “ สารวัตรอยู่ในห้องชั้นบนครับ”

    ทนายเคนมองหน้าอัสนีอย่างสงสัย

    “พวกเราขึ้นไปกันเถอะ”

    อัสนีเดินนำหน้าทนายเคนแล้วขึ้นไปบนชั้นสองของโรงพัก แล้วเดินไปที่ห้องส่วนตัวของ สารวัตรกร ที่ล็อคกุญแจแต่อัสนีแค่จับเปิดออกไป ประตูก็คลายล็อคออกมาเองอย่างน่าอัศจรรรย์

    บรรยากาศภายในห้องกลับอบอวลไปด้วย กลิ่นยาอี เต็มไปหมด มีหญิงสาวนั่งอยู่บนตักของสารวัตรกร

    “ เฮ้ยพวกแกเข้ามาได้ยังไงวะ”

    “ คุณเป็นตำรวจกลับใช้สถานที่ราชการเสพยา มั่วผู้หญิง ผมจะฟ้องร้องคุณ”

    อัสนีไม่พูดเดินเข้าไปหา สารวัตรกร หยิบปืนแล้วกำลังจะยิงอัสนี แต่ว่าไม่ทันแล้วอัสนีตบเปรี้ยงเข้าไปที่ใบหน้าของสารวัตรกร จนล้มกลิ้งไปกับพื้น    

    “ ออกไปให้พ้น”อัสนีตวาดออกไป แล้วสัมผัสไปที่หัวของเธอ เพื่อลบความทรงจำทิ้งไป

    จากนั้นก็เดินเข้าไปเตะท้องของสารวัตรกรจนตัวงอ

    “คราวก่อนที่แกจับฉัน เข้าคุกยังไม่ทันได้แก้แค้นเลยคราวนี้ฉันจะคิดเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยไปเลยก็แล้วกัน”

    อัสนีพูดจบ ก็ดึงสารวัตรกรขึ้นมา แล้วตบหน้าสารวัตรกรซ้ายขวา จนหน้าบวมฉึ่ง

    ราวกับหมู

    “ พี่ครับใจเย็นหน่อยดีไหม เขาเป็นตำรวจนะพี่”

    “ ได้ ฉันแค่อยากระบายบ้างเท่านั้น”

    อัสนีเขียนยันต์คำสาปแล้วแปะเข้าไปที่หัวใจของสารวัตรกรทำให้มันลงไปนอนร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด

    “แกโดนยันต์คำสาปของฉัน ต่อไปนี้หากแกคิดชั่วกับฉัน แกจะต้องเจ็บปวดแบบนี้ บอกมาว่านักศึกษามหาลัยคิงส์ดอม ไปทำอะไรให้ ถึงได้ยัดข้อหาลักทรัพย์ให้กับเขา”

    “ ผมไม่ทราบว่าเขามีปัญหาอะไรกับ ดร.ปิ่น แต่ผมรับเงินดร.ปิ่นมา เลยใส่ความเด็กเหล่านั้น”

    อัสนีมองหน้าทนายเคนที่ได้ยินแบบนี้ก็รู้สึกแปลกใจ ทำไมสารวัตรกรถึงได้เปิดเผยเรื่องนี้ออกมาหรือว่า จะเป็นเพราะยันต์คำสาปของ อัสนี

    “ ปล่อยพวกเขาซะ”อัสนีสั่ง ไม่นานนัก จ่าคนหนึ่งก็พานักศึกษาสี่คนเข้ามาในห้องของ สารวัตรกร

    “ พวกเราไปกันเถอะ”อัสนีไม่อยากพูดอะไรต่อ สี่นักศึกษาได้แต่เดินตามอัสนีกับทนายเคนไปด้วยความงุนงง สารวัตรกรโมโหยิ่งนัก ตบโต๊ะดังโครม แต่ว่า เขาก็ลงไปกุมหัวใจ เจ็บปวดอย่างยิ่ง เพราะว่า หากเขาคิดแค้นอัสนีเขาก็จะยิ่งเจ็บปวดใจยิ่งขึ้น

    ณสำนักงานทนายความของ ทนายเคน

    “ผมต้องขอบคุณพี่ทั้งสองที่ได้ช่วยผมเอาไว้ แต่พวกเราอยากรู้พวกพี่ ช่วยผมทำไมทั้งๆ ที่พวกเราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน”

    อัสนียิ้ม แล้วหยิบบทความในหนังสือข่าวภายในมหาลัยคิงส์ดอมวางต่อหน้าพวกเขา

    “ นี่มันเป็นบทความเรื่องการพัฒนา เอไอเพื่อสุขภาพของพวกเรานี่ครับ”

    “ ฉันบอกตามตรงฉันเป็นหมอ การที่พวกนายมีความคิดพัฒนาระบบเอไอ เพื่อสุขภาพฉันเองก็มีความคิดนี้มาตลอด แต่ขาดทีมงานร่วมวิจัย หากพวกนายไม่รังเกียจพวกเรามาร่วมงานกันดีไหม”

    ทั้งสี่คนมองหน้ากันแล้วยิ้มออกมามีเพียงหัวหน้าที่ชื่อ เจตน์ ถอนหายใจแล้วพูดว่า

    “ คอมพิวเตอร์ซอฟแวร์ระบบต่างๆ และ งานวิจัยทั้งหมดของพวกเรา ถูกดร.ปิ่นยึดไปหมดแล้ว หากต้องเริ่มใหม่คงต้องเสียเวลาไปอย่างน้อย 5 ปีเลยครับ”

    “ ไม่ต้องห่วงภายในวันพรุ่งนี้ ของพวกนายที่ถูกยึดไป จะถูกนำมาส่งคืนอย่างแน่นอน”

    “ จริงหรือครับ”

    “ ไม่ต้องห่วงเรื่องที่พวกนายทำนั้นฉันจะให้ ท่านอธิการบดีมหาลัย   รับพวกนายกลับเข้าเรียนดั่งเดิม”

    “งั้นพวกเรายินดีที่จะร่วมงานกับพี่ครับ”

    “ ดี ถ้าเช่นนั้นทนายเคน ช่วยหาตึกสักหลังหนึ่งให้พวกเขาใช้ทำงาน เอาที่มันอยู่ใกล้ๆกับมหาลัยของพวกเขา และทำสัญญาจ้างงานให้พวกเขาอย่างเป็นธรรมผลตอบแทนที่ได้ต้องให้พวกเขาและครอบครัวอยู่อย่างสบาย ไม่ต้องห่วงกังวลอีกต่อไป หากพวกเขาจะได้ทำงานวิจัยชิ้นนี้ให้สำเร็จ ก็จะได้โบนัสอีก 10 เท่าของเงินเดือน”

    หัวหน้าเจตน์ และเพื่อนๆ อีกสามคนต่างยินดีกันเป็นอย่างยิ่ง

    อัสนีมอบการ์ดเงินสดให้กับทนายเคน เป็นจำนวนห้าพันล้านบาท ทนายเคนถึงกับอ้าปากค้าง ไม่คิดว่าจะมากขนาดนี้

    อัสนีรีบโทรไปหาท่านรองมนต์ชัยให้ช่วย เรื่องดร.ปิ่น และเรื่องเด็กๆ เหล่านี้ หากว่าพวกเขาไม่ทำจะให้สารวัตรกร เปิดเผยเรื่องราวทั้งหมด ของพวกเขาที่คิดแย่งผลงานวิจัย และใส่ร้ายเด็กๆ เหล่านี้ทั้งหมด

    ไม่นานทั้งท่านอธิการบดีมหาลัยคิงส์ดอม และ ดร.ปิ่นก็พากันมาหาเด็กเหล่านี้ที่สำนักงานทนายเคน เพื่อเชิญพวกเขากลับไปเรียนที่มหาลัยคิงส์ดอมดั่งเดิม

    ที่อัสนีลงทุนกับเด็กพวกนี้เพราะรู้ว่า พวกเขาได้คิดค้นโปรแกรมเอไอเพื่อสุขภาพเป็นครั้งแรกแต่ถูกดร.ปิ่นและอธิการบดี ได้นำไปขายให้กับคนจีน เป็นจำนวนเงินร้อยล้านบาทซึ่งในอนาคตพวกบริษัทพัฒนาเอไอของคนจีน ก็จะผลิตหุ่นยนต์แพทย์เอไอ เพื่อมาขายให้กับคนไทยและ ทั่วโลก ฟันกำไรในการนี้ไม่ต่ำกว่าแสนล้านบาท

    ในตอนเช้าอัสนีก็นั่งเฮลิคอปเตอร์ บินข้ามฝั่งไปยังชายแดนของประเทศเชียงฟ้า

    แต่เฮลิคอปเตอร์ไม่สามารถบินเข้าไปที่หุบเขาแห่งความตายได้พวกเขาทั้งหมด ยี่สิบคน จึงมารวมตัวที่ศูนย์อำนวยการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในครั้งนี้

    “ ที่นี่เมื่อก่อนเคยเป็น ตลาดการค้า ซื้อขาย ของป่า นานาชนิด ตอนนี้ถูกทางการเชียงฟ้า จัดให้เป็นศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากพายุสุริยะ”

    “ ทำไมคนเยอะจัง”อัสนีสงสัย

    “ พวกทหารรับจ้างพวกนักล่าสมบัติ ”

    “ นึกว่ามีเพียงแค่พวกเราที่จะเข้าไป”

    “ ไม่ใช่ บริเวณหุบเขาแห่งความตายเป็นดินแดนที่อยู่ในสามประเทศ คือ ไทย เชียงฟ้า และ เมียนมาร์  ต้องได้รับความยินยอมจากรัฐบาลสามประเทศ จึงสามารถเข้าไปได้แต่การเข้าไปในนั้น ก็รู้อยู่แล้ว ว่าไม่เคยมีใครรอดออกมาได้แม้แต่คนเดียวแต่ก็ยังมีคนคิดเข้าไป”

    “ พวกมันไม่กลัวเลยหรือไงกัน”

    “ เฮอะก็มีคนปล่อยข่าวออกมาว่า ในหุบเขาแห่งความตาย มีสมบัติของบุเรงนอง

    ที่ได้ยึดเอามาจากประเทศราชในอดีตแต่ผู้ที่ขนสมบัติเข้ามาดันหลงเข้าไปในหุบเขาแห่งความตายทำให้สมบัติเมื่อสามร้อยปีก่อน หายสาบสูญไปทั้งหมด”

    “ เรื่องหลอกลวงอย่างนี้ดันมีคนเชื่อด้วย?” อัสนีส่ายหัวไม่เข้าใจจริงๆ

    จนกระทั่งได้ยินเสียงของเด็กหญิงอายุประมาณ14 -15 ปี ชูมือกระบอกไม้ไผ่ 1 อันด้านหลังสะพายหน้าไม้ แต่งกายคล้ายกับพรานป่าสวมผ้าคาดหัวเหมือนบุรุษ แต่ใครๆ ก็มองออก ว่าเธอคือ สตรี เธอตะโกนออกมาว่า

    “ แผนที่สมบัติ แผนที่สมบัติจ้า มีระบุพิกัดของสมบัติทางเข้า และทางออกโดยละเอียด  แผ่นละ 1 หมื่นบาทเท่านั้น มีเพียง แผ่นเดียวเท่านั้นนะเจ้าคะ”............

    คล้ายกับเรื่องดวงตามัจจุราช ที่คุณอ่าน

    ตำนานวิญญาณแฟนซี (Seirei Gensouki)

    ตำนานวิญญาณแฟนซี (Seirei Gensouki)

    นิยาย แฟนตาซี
    3.26M 1036
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ย่ำภพสยบแดน (จบ)

    ย่ำภพสยบแดน (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    144K 224
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    Cosmic God System ข้านี่ล่ะผู้ยิ่งใหญ่ (จบ)

    Cosmic God System ข้านี่ล่ะผู้ยิ่งใหญ่ (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    401K 613
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179