ตอนที่ 62 ป้ายชื่อศิษย์สายนอกลำดับที่ 1
" หลังจากหยางโจวได้เล่าเื่ราวต่าง ๆ ให้ภรรยาทั้งหกคนฟังแล้ว ในแต่ละวันหยางโจวได้แบ่งเวลาระหว่างเอกภพบรรพการกับเอกภพที่ดูแลทั้งสองเอกภพเพื่อไม่ให้เป็ที่น่าส่งสัยของประมุขมหานิกายมหาเทพเทวะบรรพการโดยหยางโจวจะออกจากบ้านพักในตำหนักเป็ครั้งคราวเพื่อให้ประมุขมหานิกายมหาเทพเทวะได้เห็น จนเวลาครบทดสอบศิษย์ใหม่ด่านที่สองเสร็จจึงได้พาตัวหยางโจวไปร่วมกับคนอื่นที่ศิษย์ใหม่ "
" หยางโจวนั้นเ้ารึ เ้าหายไปไหนมาั้แ่เกิดเหตุการณ์ทดสอบสายเืข้าก็ไม่พบเจอเ้าเลยในด่านทดสอบที่สองข้าคิดว่าจะได้เจอเ้าที่ป่าดึกดำบรรพเสียอีก "
" พี่ตงฟง นี้ท่านผสานดวงจิตกับสัตว์อสูรขาลรึเนี๊ยะน่าเกรงขามเสียจริง พอดีข้าเข้าไปในป่าดึกดำบรรพแล้วข้าเกิดหลงทางเดินวนไปทั่วแล้วยังเจอสัตว์อสูรที่ดุร้ายไล่ทำร้ายข้าอีกข้าก็เลยไม่ได้เข้าไปลึกสักเท่าไรเลยกลับมาเดินวนอยู่แถว ๆ ชายป่าพอถึงเวลาข้าก็เลยกลับออกมาก่อน "
" แล้วเ้าได้ผสานดวงจิตกับสัตว์อสูรชนิดใดกัน ข้าไม่เห็นสัตว์อสูรของเ้าเลย ตัวข้านั้นมีสายเืหลักของนักษัตรขาล เลยได้ผสานเข้ากับดวงจิตเสือดำตนนี้แต่มีพลังและขั้นยุทธเพียงขั้นเซียนยุทธขั้นต้นเท่าข้าเท่านั้น แล้วเ้าละมีสายเืหลักนักษัตรหลักอะไรตอนข้าเห็นเ้าทดสอบสายเืเห็นเ้ามีสายเืหลักครบทุกสายเืเลยแถมยังมีสายเืหลักของมหาเทพเทวะบรรพการอีก ตกลงแท่นทดสอบสายเืมันเกิดผิดพลาดจริงรึไม่ "
" เฮ้อ ! อย่าให้ข้าพูดเลยพี่ตงฟง มันก็เกิดผิดพลาดจริง ๆ นะแหละ ข้าทดสอบสายเืแล้วตัวข้าไม่มีสายเืหลักนักษัตรอะไรเลย ผู้าุโนำตัวข้าไปทดสอบใหม่จึงรู้ผลสายเืข้าเป็สายเืผสมทุกนักษัตรที่เจือจางมาก จะเรียกว่าเป็สายเืลองก็ไม่ได้สายเืของข้าเหมือนกับสายเืของพลเมืองธรรมดาของที่นี้เท่านั้นที่สายเืผสมกันมั่วไปหมด แต่ท่านผู้าุโเห็นว่าข้ามาจากเอกภพภายนอกก็เลยอนุโลมให้ข้าเข้าร่วมทดสอบด่านที่สอง ท่านดูสัตว์อสูรข้าสิเป็เพียงลูกสัตว์อสูรเท่านั้นแถมยังมีครบทุกนักษัตรเลย "
" ฮ่า ฮ่า ฮ่า เป็อย่างนั้นหลอกหรือน้องหยางโจวแต่มันก็น่ารักดีนะสัตว์อสูรของเ้า ถ้าหญิงสาวแถวนี้เห็นเข้าคงจะชอบสัตว์อสูรทั้ง 12 ตัวนี้แน่เลย "
" ผู้คนโดยรอบหยางโจวเมื่อเห็นว่าหยางโจวผสานดวงจิตได้แค่ลูกสัตว์อสูรแถมยังมีลูกสัตว์อสูรครบ 12 นักษัตรอีก บางคนใช้คำพูดและใช้สายตาเหยียดหยามหยางโจว และนำสัตว์อสูรของตนเองที่ผสานดวงจิตได้อวดเบ่งใส่กัน "
" เฮ้ย ! เ้าคนนั้นนะเ้าไปแลกลูกสัตว์อสูรที่ไหนมากัน ไม่บอกข้า ข้าจะได้จับสัตว์อสูรในป่ามาขายให้เ้า ถ้าเ้ายังสนใจข้าจะไปจับมาให้เ้าได้อีกนะส่วนลูกสัตว์อสูรเ่าั้เอามาเป็อาหารสัตว์อสูรของข้าดีกว่าหรือเอาไปหญิงสาวเหล่านี้เลี้ยงไว้ดูเล่นก็ได้ "
" ตงฟงเมื่อเห็นคนรอบตัวพูดจาถากถางหยางโจวจึงเกิดอารมณ์ฉุนเฉียวเตรียมจะทำการสั่งสอนผู้คนรอบข้างเ่าั้ "
" บัดซบ ! พวกเ้าผาดลมอะไรออกมา ถึงแม้สหายข้าจะผสานดวงจิตได้เพียงลูกสัตว์อสูรแต่พวกเ้าไม่เห็นหรือว่าสหายของข้าสามารถผสานดวงจิตกับสัตว์อสูรได้ถึง 12 นักษัตรถ้าสัตว์อสูรเหล่านี้เติบโตขึ้นมาพวกเ้าและสัตว์อสูรของพวกเ้าจะสามารถต้านทานสหายข้าได้อย่างนั้นรึ "
" เ้าเป็ใครวาจาช่างสามหาวนัก แค่สามารถผสานดวงจิตกับเสือดำสัตว์อสูรแค่ขั้นเซียนยุทธขั้นต้นเท่านั้นเ้ายังกล้าทำมาอวดเก่งปกป้องคนอื่นตัวเ้าเองยังเอาไม่รอดเลย สัตว์อสูรของข้าสั่งสอนมันสิ "
" โฮ๊ก ! โฮ๊กก ! "
" อ๊ะ ! เสือเขี้ยวดาบขั้นเทพยุทธขั้นต้น เ้าสารเลวถึงแม้เสือดำของข้าจะมีขั้นยุทธเพียงแค่ขั้นเซียนยุทธขั้นต้นเท่านั้นข้าก็ไม่เคยเกรงกลัวเ้า เสือดำของข้าจัดการมัน "
" โฮ๊กกก ! "
" ช้าก่อนพี่ตงฟง เราเป็ศิษย์ร่วมสำนักเดียวกันไม่ควรต่อสู้กันเองถ้าพวกเราถูกลงโทษและถูกขับไล่ออกจากมหานิกายแล้วพวกเราจะทำอย่างไรเดียวเ้าคนนี้ข้าจัดการเอง "
" พี่ชายเราเป็ศิษสำนักเดียวกันไม่ควรจะมาต่อสู้กันเองถ้าถูกลงโทษขึ้นมาพวกเราจะซวยกันทั้งคู่ เราเลิกแล้วต่อกันเถิดนะพี่ชาย "
" ไม่ได้ ! พวกเ้าทั้งสองบังอาจมาท้าทายข้าต่อคนมากมายเหล่านี้ถ้าข้าไม่สั่งสอนพวกเ้าแล้วข้าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนหรือไม่อย่างนั้นเ้าก็นำลูกสัตว์อสูรเ่าั้มาเป็อาหารแก่สัตว์อสูรของข้าแล้วข้าจะคิดว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น "
" ข้าขอร้องท่านดี ๆ แล้วนะ ได้ถ้าเสือเขี้ยวดาบของท่านอยากกินสัตว์อสูรของข้า ถ้าอย่างนั้นข้าก็จะมอบลูกสัตว์อสูรให้ท่านสักหนึ่งตัว เ้าเหมียวมานี้เ้าตัวใหญ่นั้นมันอยากกินเ้าข้าจะโยนเ้าไปให้มันกินแล้วนะ "
" เกี๊ยวว ! เกวี๊ยยวว ! "
" อะไรนะเ้าอยากกินทั้งคนทั้งเสือเขี้ยวดาบตัวนี้เลย ไม่ได้ ๆ เ้าแค่สั่งสอนมันก็พอ ถ้าพวกมันตายแล้วข้าต้องถูกไล่ออกจากมหานิกายนี้แน่ "
" เกี๊ยวว ! เกวี๊ยยวว ! "
" ฮ่า ฮ่า ฮ่า วาจาช่างสามหาวทั้งคนทั้งสัตว์อสูร สัตว์อสูรของข้าไปเอาอาหารว่างเ้ามา "
" โฮ๊ก ! โฮ๊กกก !! "
" ผู้คนโดยรอบเมื่อเห็นเหตุการณืที่เกิดขึ้นก็ได้แต่เวทนาหยางโจวที่ต้องสูญเสียสัตว์อสูรไปเป็อาหารของเสือเขี้ยวดาบขั้นเทพยุทธ "
" เอาเ้าหนึ่งคนหนึ่งเสือรับนะ "
" หยางโจวได้โยนเสือขาวให้หนึ่งคนหนึ่งสัตว์อสูร เมื่อลูกเสือขาวไกล้ถึงได้ปลดปล่อยพลังออกมาจากอุ้งเท้าเล็ก ๆ ขยายเป็อุ้งเท้าใหญ่ตบใส่หนึ่งคนหนึ่งสัตว์อสูรลอยไปไกลสุดสายตาจนทำให้ทุกคนรอบข้างตื่นตะลึงกับพลังของลูกเสือขาวตัวนี้ "
" ตู๊มมม ! "
" หยุด ! เดี๋ยวนี้พวกเ้าทำอะไรกันพวกเ้าไม่รู้กฏระเบียบของมหานิกายหรืออย่างไร ถ้าพวกเ้าทะเลาะกันจะต้องถูกลงโทษสถานหนัก แล้วทำไมเ้าคนนั้นกับสัตว์อสูรจึงเหาะเหินเดินอากาศได้ "
" ศิษย์พี่ ไม่มีอะไรหลอกขอรับพอดีสหายของข้าสามารถผสานดวงจิตกับสัตวอสูรขั้นเทพยุทธได้เลยอยากจะลองฝึกเหาะเหินดูนะขอรับ "
" เอ๊อะ ! อย่าให้ข้ารู้นะว่าพวกเ้าทะเลาะกันข้าจะลงโทษพวกเ้าให้นัก ตอนนี้พวกเ้าก็ได้เข้าร่วมมหานิกายแล้ว พวกเ้าทุกคนจะได้เป็ศิษย์สายนอกก่อน ถ้าพวกเ้าได้เข้าเป็ศิษย์หลักเมื่อไร ก็จะได้เป็ทหารของอณาจักรตามนักษัตรของพวกเ้า ทุกคนมาลงชื่อและแสดงตัวตนสัตว์อสูรนักษัตรตัวเองและรับป้ายศิษย์สายนอกและแก่นผลึกพฤษาเพื่อใช้แลกเปลี่ยนสิ่งของโดยผลึกแก่นพฤษาจะบรรจุในป้ายประจำตัวนี้ศิษย์ใหม่จะได้ผลึกพฤษา 1000 ผลึกระดับต่ำ เทียบเท่า 100 ผลึกพฤษาระดับกลาง หรือ 10 ผลึกพฤษาระดับสูง ของทุกเดือน ส่วนผู้ที่สามารถผสานดวงจิตกับสัตว์อสูรมากกว่า 1 นักษัตรจะได้รับแก่นผลึกอสูรเพิ่มสัตว์อสูรตามนักษัตรละ 1000 ผลึกอสูรระดับต่ำ เมื่อลงรายชื่อและรับป้ายประจำตัวแล้วก็ไปอยู่ตามบ้านพักประจำนักษัตรของตัวเองโดยจะอยู่ร่วมกับศิษย์พี่สายนอกที่ยังไม่สามารถขึ้นไปเป็ศิษย์สายในหรือศิษย์หลักได้ คนที่มีสัตว์นักษัตร 12 นักษัตรมาลงชื่อฝั่งทางขวาจะมีผู้าุโและศิษย์พี่ตรวจสอบ ส่วนคนที่มีสัตว์อสูรมากกว่าหนึ่งนักษัตรมาลงชื่อทางฝั่งซ้าย มหานิกายได้จัดที่ตรวจสอบมากกว่าหนึ่งพันจุด ให้ทุกคนเรียงแถวกันมาดูแลสัตว์อสูรของตนเองให้ดีด้วย "
" เฮ้ ! ศิษย์น้องคนนั้นทำไมจึงมาอยู่ฝั่งนี้ฝั่งนี้ ที่นี้รับตรวจสอบเฉพาะผู้ที่สามารถผสานดวงจิตสัตว์อสูร 2 นักษัตรขึ้นไปเท่านั้นแล้วสัตว์อสูรเ้าอยู่ที่ใดกันให้ข้าดูหน่อยสิ "
" เอ่อ ! ศิษย์พี่ท่านนี้ท่านจะดูจริง ๆ หรือขอรับ "
" เ้านี้ ทุกคนจะต้องแสดงสัตว์อสูรของตนเองจึงจะลงทะเบียนรับป้ายและผลึกพฤษาและที่พักศิษย์สายนอก เ้าไม่ได้ฟังที่ศิษย์พี่ท่านนั้นพูดอย่างนั้นรึ อย่าซักช้ารีบนำสัตว์อสูรเ้าออกมาคนอื่นยังรออีกมาก "
" ขอรับศิษย์พี่ "
" พรึ๊บบ ! "
" จี๊ด จี๊ดดด "
" อ๊ะ ! นี้เ้าผสานดวงจิตได้แค่ลูกหนูนี้นะทำไมเ้าถึงอ่อนแอเพียงนี้แล้วแค่ สัตว์อสูรนักษัตรเดียวนี้นะนี้เ้าล้อข้าเล่นอยู่รึเปล่า เ้าไปต่อแถวทางฝังขวาเลยเสียเวลาข้ายิ่งนัก "
" เอ่อ ! ศิษย์พี่ช้าก่อนข้ายังผสานดวงจิตกับสัตว์อสูรนักษัตรอื่นได้อีก "
" ฮือ ไหนเอามาดูซิ "
" ม๊ออ ม๊อออ "
" นี้เ้าผสานดวงจิตได้แค่ลูกสัตว์อสูรเท่านั้นรึ "
" ยังไม่หมดขอรับศิษย์พี่ "
" ที่เหลือสัตว์อสูรอีกสิบนักกษัตร หยางโจวได้นำออกมาให้ศิษย์พี่ที่ทำการตรวจสอบ ทำให้ศิษย์พี่ที่ตรวจสอบและคนบริเวณโดยรอบใเพราะถ้าหยางโจวผสานดวงจิตได้ทั้ง 12 นักษัตรจริง ๆ ถึงแม้จะเป็เพียงลูกสัตว์อสูรก็ตามหยางโจวจะได้รับผลึกพฤษาถึง 12000 ผลึกระดับต่ำซึ่งจะได้มากกว่าทุกคน ที่จะได้รับทั้งหนึ่งปี หรือจะได้รับผลึกพฤษามากว่าผู้าุโของมหานิกายบางคนเสียอีก ทำให้ผู้คนเกิดอิจฉาตาร้อนขึ้นมาทันที่ และหลายคนก็ไม่ชอบหน้าหยางโจวทันที่เพราะนอกจากหยางโจวจะได้รับผลึกพฤษาจำนวนมากแล้ว รูปร่างหน้าตาของหยางโจวก็หล่อเหล่าเป็อย่างมากจนทำให้หญิงสาวและศิษย์พี่แอบส่งสายตาหวานหยดย้อยให้หยางโจวเป็จำนวนมากจึงทำให้ศิษย์พี่และศิษย์ใหม่หลายคนไม่พอใจ ที่หญิงสาวที่ตนเองหมายปองไปชอบหยางโจวโดยเฉพาะองค์หญิงของอณาจักรที่มองหยางโจวไม่วางตาและเมื่อองค์หญิงเห็นสัตว์อสูรของหยางโจวทั้ง 12 ตัว ก็ตื่นใมากยิ่งกว่าผู้ใดเพราะ สัตว์อสูรทั้ง 12 ตัวนี้อยู่ในบันทึกของราชวงค์จะมีเพียงเชื้อพระวงค์สายตรงเท่านั้นที่จะได้ดูบันทึกนี้ "
" อ๊ะ ! นั้นมันสัตว์อสูรเทวะจำแรงกายนี้ เ้าโจรราคะนี้เป็ใครกันแน่จึงสามารถผสานดวงจิตกับสัตว์อสูรเทวะทั้ง 12 นักษัตรได้ ท่านอสูรเทวะทั้ง 12 นักษัตรไม่ได้จำศิลอยู่รึ ท่านไม่ได้ปรากฏกายมานับล้านปีแล้วตัวข้าแค่เห็นในบันทึกในราชวงค์เท่านั้น ทั้งรูปร่างหน้าตาเหมื่อนกับในบันทึกทั้งหมดเลย ข้าต้องสืบให้ได้ว่าเ้าจอมโจรราคะนี้เป็ใครกันแน่ทำไม่สัตว์อสูรเทวะทั้ง 12 นักษัตรจึงยอมผสานดวงจิตกับมัน เอาไว้ข้ากลับพระราชวังก่อนข้าจะถามเสด็จพ่อแต่ก่อนอื่นข้าจะต้องแก้แค้นเ้าจอมโจรราคะนี้ก่อนที่บังอาจมาล่วงเกินข้าแล้วข้าจะชิงสัตว์อสูรเทวะทั้ง 12 ตน นี้มาเป็ของข้าเ้ารอข้าก่อนเ้าโจรราคะ ยี้ ! เ้าสิ่งนั้นยังติดตาข้าอยู่เลยเ้าสารเลว "
" ศิษย์น้องเ้าชื่ออะไรอย่างนั้นรึ เ้าตามข้ามาหาผู้าุโทางนี้ดีกว่าข้าตัดสินใจไม่ได้ "
" ขอรับศิษย์พี่ ข้ามีนามว่าหยางโจว ขอรับ "
" ศิษย์น้องหยางโจว ตามข้ามา " ท่านผู้าุโขอรับ ข้านำศิษย์น้องหยางโจวมาพบขอรับ "
" มีอะไรอย่างนั้นรึอี้ซวน ถึงได้พาศิษย์ใหม่มาหาข้า "
" คืออย่างนี้ขอรับพอดีศิษย์น้องคนนี้ผสานดวงจิตกับสัตว์อสูรมากว่า 1 นักษัตรนะขอรับ "
" ก็แค่มากว่า 1 นักษัตรองค์หญิงเองปีนี้ก็ยังผสานดวงจิตได้ถึง 8-9 นักษัตรยังไม่เห็นจะแปลกอะไรเลย ไป ๆ แค่พาไปรับป้ายและรับผลึกพฤษาตามนักษัตรที่ผสานดวงจิตได้เท่านั้นไม่ต้องทำให้มันยุ่งยาก "
" แต่ว่าศิษย์น้องคนนี้สามารถผสานดวงจิตกับสัตว์อสูรได้ทั้ง 12 นักษัตรเลยขอรับ"
" อี้ซวนข้าก็บอกแล้วแค่ผสานดวงจิตกับสัตว์อสูรได้แค่ 12 นักษัตรเอง องค์หญิงท่านสามารถผสานได้ตั้ง อ๊ะ ! อี้ซวนเ้าพูดว่าอะไรนะเ้าหนุ่มคนนี้ผสานดวงจิตกับสัตว์อสูรได้เท่าไรนะเ้าพูดให้ข้าฟังใหม่สิ "
" ศิษย์น้องคนนี้ผสานดวงจิตกับสัตว์อสูรได้ทั้ง 12 นักษัตรเลยขอรับ "
" ฮือ ! เ้าหนุ่มเ้ามีนามว่าอะไร เ้าแสดงสัตว์อสูรทั้ง 12 นักษัตรให้ข้าดูซิ "
" ข้ามีนามว่าหยางโจว ขอรับ นี้ครับสัตว์อสูรของข้าขอรับ "
" พรึ๊บบบ พรึ๊บบบบ "
" อะไรกัน ! นี้มัน นักษัตร ชวด ชลู ขาล เถาะ มะโรง มะเส็ง มะเมีย มะแม วอก ระกา จอ และกุน ครบทั้ง 12 นักษัตรเลย เ้าอี๊ซวนเ้าไปทำหน้าที่ของเ้าต่อทางนี้ข้าจัดการเอง "
" ท่านประมุขมอบป้ายศิษย์ที่มีสายเืนักษัตรมากว่า 5 สายเื ท่านคัดมามาจำนวน 13 คน ทำไมครั้งนี้จึงมีถึง 13 คนนะหน้าแปลกใจจริง ๆ และให้ทั้ง 13 คนนี้ พักอยู่หุบเขาเดียวกัน อ้ามีหญิง 6 คน มีชายอยู่ 7 คน ดูซิ หยางโจวมีรายชื่ออยู่นี้รึเปล่า อ้า เจอแล้วหยางโจวมีรายชื่อจริง ๆ ด้วยป้ายชื่อศิษย์สายนอกลำดับที่ 1 ด้วย โอ้ ! มีผลึกพฤษาระดับต่ำ 12000 ผลึก ชุดศิษย์พิเศษท่านประมุขก็จัดเตรียมให้เองเลยหรือนี้สัญลักษณ์สีทองนี้มีแต่ท่านประมุขเท่านั้นที่จะใส่ได้และจะมีผู้าุโไม่กี่คนเท่านั้นที่จะรู้จักความหมายของสัญลักษณ์ หมายความว่าเ้าหนุ่มนี้จะต้องเป็ผู้สืบทอดไม่ตำแหน่งใดก็ตำแหน่งหนึ่งในอณาจักรแห่งนี้ เ้าหนุ่มหยางโจวนี้ต้องมีอะไรซุกซ่อนแน่เลย "