ตอนที่ 158 ถอนกำลัง
สองชั่วโมงผ่านไปหลังจากพวกเขาได้รับคำสั่งให้ถอนกำลังกลับไปที่ค่ายพักกองพลทหารหน่วย 7 และกายกับมีอากลับมาถึงค่ายกองพลทันทีที่มาถึงกายก็เห็นว่าสถานการณ์ตรงหน้านั้นวุ่นวายเป็นอย่างยิ่งทหารส่วนใหญ่กำลังช่วยกันเก็บของทุกอย่างที่จำเป็นเพื่อถอนกำลังกลับไปที่ป้อมปราการตะวันออกด้วยความเร่งรีบ ในจำนวนนั้นยังมีพวกทหารที่บาดเจ็บซึ่งได้รับการขนย้ายก่อน
กายมองดูทหารที่บาดเจ็บทำให้เข้าใจสถานการณ์มากขึ้นว่ากองพลที่ 1นั้นเสียหายมากพอควร
หัวหน้าหน่วยทิฟอนรีบลงจากหลังม้า ก่อนจะกล่าว “อูโกไปรวมคนจากหน่วยเราเตรียมพร้อมรับคำสั่งไว้เซคาสตามข้าไปด้านใน แล้วก็เจ้าสองคนด้วย”
สองคนที่กล่าวถึงนั้นคือกายและมีอา พวกเขาพยักหน้าก่อนเดินตามไป
กายเดินตามหัวหน้าหน่วยทิฟอนเข้าไปด้านในจุดสั่งการของกองพลที่ 1ซึ่งตอนนี้หัวหน้ากองพลเกลกำลังมีสีหน้าเคร่งเครียดขณะที่มองดูกระดานจิตวิญญาณที่จำลองภูมิประเทศรอบๆ ด้านหน้าต่าง ๆ
จะเห็นว่ามีแสงไฟบางส่วนที่กระจัดกระจายและดับลงไปลงแล้วสองสามจุดส่วนที่เหลือรวมตัวกันอยู่ที่ค่ายกองพลทั้งหมดซึ่งแสงไฟแต่ละดวงนั้นแทนตำแหน่งของหัวหน้าหน่วยแต่ละคนนั้นหมายความว่าไม่ใช่หัวหน้าหน่วยทุกคนที่กลับมารวมกันที่นี่ทุกคน
กายไม่พูดอะไรเขาเพียงแต่ยืนอยู่มุมหนึ่งถัดจากหลังของรองหัวหน้าหน่วยเซคาสโดยมีอาเองก็ทำแบบเดียวกับเขาเหมือนกัน
“คนที่เหลืออยู่ไหน” ทิฟอนกวาดสายตามองรอบด้าน
“หน่วยที่ 5 หน่วยที่ 8 หน่วยที่ 9 ไม่มีใครรอดกลับมา” หัวหน้าหน่วยที่ 2กล่าวด้วยน้ำเสียงหดหู่เล็กน้อยการเสียกำลังพลถึงสามหน่วยอย่างฉับพลันนั้นสร้างแรงกดดันและหวาดหวั่นให้กับทุกไม่มากก็น้อย
“เกิดอะไรขึ้นกันแน่” หัวหน้าหน่วยทิฟอนถามด้วยความตกใจ แม้จะรู้อยู่แล้วแต่เขาอย่างทราบรายละเอียดให้มากกว่านี้
“เราเสียการติดต่อจากหน่วยที่ 8 และ 9ก่อนจะรู้ว่าพวกเขาโดนสังหารทั้งหมด โดยการแทรกแซงจากพวกมนุษย์ไฟก่อนจะเสียกองพลที่ 5 ช่วงคำสั่งถอยเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน ตอนนี้หน่วยอื่น ๆก็โดนโจมตีและถอยกลับมาเท่าที่จะกำได้ดูเหมือนทางฝ่ายนครแสงเทวาได้ส่งกำลังรบหลักเข้ามาโดยตรง” ชายวัยกลางคนผู้เหมือนบัณฑิตซึ่งเป็นมือขวาของหัวหน้ากองพลเกลอย่าง รองหัวหน้ากองพลชิดูกล่าวด้วยสีหน้าขื่นขม
“เรื่องนี้เราไม่ได้คาดการไว้เพราะคิดว่าพวกนั้นจะไม่ลงมือรุนแรงเช่นนี้”
“ใครจะไปคิดว่าพวกนครแสงเทวาจะใช้วิธีการสกปรกแบบนี้ในการดึงพวกมนุษย์ไฟเข้ามาร่วมสงครามด้วย”
“นี่คือสงครามดังนั้นการใช้พวกมนุษย์ไฟจึงไม่ใช่เรื่องต่ำช้า”ทิฟอนกล่าวขัดการสนทนาของหัวหน้าหน่วย คนอื่น ๆ พอได้ยินก็เงียบไปก่อนจะพยักหน้าเข้าใจ ถึงอย่างนั้นพวกเจาก็คิดไม่ถึงจริง ๆ จึงรู้สึกเหมือนโดนโกง
“ที่จริงแล้วเรื่องนี้ข้าพอจะรู้ถึงปัญหาและการกระทำที่สร้างปัญหาของมนุษย์ไฟอย่างบ้างแต่คิดไม่ถึงว่าฝ่ายนครแสงเทวาจะชิงลงมือเอาพวกเขาไปใช้ประโยชน์เป็นทหารแนวหน้าแบบนั้น”หัวหน้ากองพลเกลกล่าว
“หัวหน้ากองพลเราทำแบบพวกนครแสงเทวาบ้างได้หรือไม่” หัวหน้าหน่วยที่ 3พูดขึ้นมา
“เรื่องนั้นอาจจะเสียงเกินไปเรามีข้อมูลของพวกมนุษย์ไฟไม่มากพอและข้าไม่มีอำนาจพอจะตัดสินใจ”
“หัวหน้ากองพลที่จริงแล้วข้าคิดว่าเราน่าจะลองคิดถึงประเด็นในการใช้ประโยชน์จากพวกมนุษย์ไฟดูเพราะข้าคิดว่าคงมีมนุษย์ไฟบางส่วนที่อาจจะตกลงกับเรา”
“เจ้ารู้อะไรมา”
“หน่วยข้าคือคนที่ไล่ล่าพวกมนุษย์ไฟที่เคยสร้างความปั่นป่วนที่ป่าเคนารีสซึ่งพวกมันหนีมาที่ทุ่งหญ้ากิราและแถบชายแดนดังนั้นข้าจึงพอเข้าใจพวกมนุษย์ไฟอยู่บ้างคนพวกนี้ไม่ได้มีแค่กลุ่มเดียวและดูเหมือนพวกเขาจะมีการต่อสู้กันเกิดขึ้นหลายครั้งซึ่งเราควรใช้พวกเขาให้เป็นประโยชน์”
“ข้อมูลนี้ถูกต้องใช่ไหม”
“ใช่นอกจากข้าอีกคนที่ยืนยันและคุ้ยเคยกับพวกมนุษย์ไฟอยู่นี่ด้วย”หัวหน้าหน่วยทิฟอนส่งสัญญาณให้กายก้าวออกมาด้านหน้า
กายยิ้มออกมาอย่างพอใจที่ทิฟอนพูดถึงเขาและให้โอกาสเขาได้กล่าวในที่นี้
“หัวหน้ากองพลเกล ข้าน้อยเดวินนักเรียนจากสถาบันศาสตร์นักรบข้าพอจะรู้ข้อมูลของมนุษย์ไฟอยู่บ้างเพราะพวกมนุษย์ไฟอย่างกองโจรกะโหลกแดงคือหนึ่งในเป้าหมายภารกิจพวกเราดังนั้นข้าจึงรวบรวมข้อมูลพวกมนุษย์ไฟมามากพอควร” กายแนะนำตนเองอีกครั้งและบอกคุณค่าของเขาทันที
“อืม ข้าจำเจ้าได้แต่เจ้าแน่ใจใช่ไหมเรื่องที่พวกมนุษย์ไฟไม่ได้รวมเป็นหนึ่งเดียวกัน”
“ข้ามั่นใจ” กายตอบกลับ
“ดีหลังจากกลับไปเจ้าค่อยบอกข้อมูลพวกมนุษย์ไฟแล้วข้าจะลองเสนอเรื่องไปเบื้องบนดูบางทีเราอาจจะใช้วิธีแบบเดียวกับพวกนครแสงเทวาได้”หัวหน้ากองพลพูดด้วยความยินดี แต่ก็กลับมามีสีหน้าจริงจังอีกครั้ง
“ตอนนี้กำลังพลเราเสียหายกว่าครึ่งและตอนนี้ทัพหน้าใหญ่สุดของศัตรูกำลังตรงมาทางเราเราควรจะถอยกลับไปที่ป้อมปราการก่อน แต่การถอยนั้นไม่ง่าย ทางกองพลที่ 2คงไม่มาสนับสนุนเราง่าย ๆเราต้องทิ้งคนบางส่วนไว้สกัดพวกนั้นอย่างน้อยก็ทำให้พวกมันเคลื่อนไหวช้าลง”
“ข้าจะทำเอง” หัวหน้าทิฟอนกล่าวขึ้นมา ทุกสายตาหันมามองที่เขาจนหมด
“หน่วยที่ 7 เสียหายน้อยสุดอีกอย่างเราสังหารกองกำลังส่วนหนึ่งของพวกมันที่มุ่งหน้ามาทางด่านหน้า 57ไปแล้วดังนั้นพวกนครแสงเทวาคงยังวุ่นวายในจุดหน้าอยู่หน่วยของข้าคงสามารถสร้างปัญหาให้พวกมันได้มากพอจะให้กองพลเราถอยไปได้”
“เจ้าสังหารกองกำลังหลักพวกนั้นไปแล้ว”
รองหัวหน้ากองพลดูชิถามด้วยความแปลกใจ คนอื่น ๆก็มีสีหน้าไม่ต่างกันเช่นกัน
“ใช่ โดยใช้แผนของเดวินโดยการวางกับดักเผาพวกนครแสงเทวาทั้งหมดน่าจะมีกันประมาณ 500 คนที่ตายไป” ทิฟอนยอมรับและยังบอกไปตามตรงว่าแผนนี้คือกายเป็นคนเสนอ
ทั้งหมดมองกายพร้อมกันด้วยความตกใจและคิดไม่ถึงว่าการสังหารทหารและมนุษย์ไฟฝ่ายนครแสงเทวาถึง500 คนจะมาจากความคิดของเด็กหนุ่มอายุไม่ถึง 20 คนนี้
“หน่วยที่ 7 จะอยู่รั้งท้ายส่วนที่เหลือให้เริ่มการถอนกำลัง!”
“ครับ!”
...
หลังจากกองพลที่ 1 ถอยไปได้ครึ่งชั่วโมงหน่วยที่ 7ก็เตรียมแผนซุ่มโจมตีแบบกองโจรกับกองกำลังทหารฝ่ายนครแสงเทวาที่ไล่ตามหลังมา
ตอนนี้กายกำลังกับพื้นดินข้าง ๆ พุ่มไม้ใหญ่ของต้นไม้หนึ่งอยู่ด้วยความที่ฝนนั้นยังตกปรอย ๆ อยู่ อากาศรอบ ๆ จึงเย็นเป็นอย่างมาก ข้าง ๆ เขามีอานอนแอบหลังพิงต้นไม้กำลังรออย่างใจเย็นเฝ้ารอศัตรูที่ไม่รู้ว่าจะโผล่มาตอนไหน
เขายกมือขึ้นเช็ดน้ำที่ใบหน้าขณะที่มือกำลังถือหน้าไม้กลด้วยความยินดีหน้าไม้กลนี้ได้มาจากกองพลที่ 1 ซึ่งกายขอมาเป็นอาวุธในการสนับสนุนซุ่มโจมตีและทางกองพลที่ 1 ก็ตอบตกลงเอาหน้าไม้กลให้กายทันทีกายยินดีเป็นอย่างมากที่ได้หน้าไม้กลนี้มา เพราะเขาไม่มีพิมพ์เขียวมันถ้าซื้ออาวุธที่ถูกควบคุมกายก็ยังไม่มีช่องทางมากพอในการหาแต่ตอนนี้เขามีหน้าไม้นี่อยู่ในมือแล้วหลังจากกลับไปเขาสามารถแกะพิมพ์เขียวจากมันได้
และถ้าทำได้เขาจะสามารถสร้างซ้ำได้นั้นหมายถึงการขายให้กับผู้เล่นและทำเงินได้มหาศาลยิ่งคิดถึงสิ่งที่จะได้ในอนาคตกายก็รู้สึกยินดี
“หน้าไม้กลมาตราฐานกองทัพนครดาราฟ้า”
“ระดับ 4”
“ความสัมพันธ์กับอาวุธ 10%”
“ผู้สร้าง เอ็กกัส”
ความสัมพันธ์กับอาวุธของกายถือว่าต่ำมากเมื่อเทียบกับอาวุธอื่น ๆแต่ก็ไม่แปลกเท่าไหร่ เพราะกายไม่เคยฝึกใช้งานมันแม้แต่ครั้งเดียวซึ่งค่าความสัมพันธ์ 10 %ที่มีกายคิดว่าน่าจะเป็นเพราะเขายังพอรู้วิธีใช้มันระบบจึงตัดสินให้ค่าเขา 10 %ถ้าไม่อย่างนั้นกายคิดว่ามันอาจจะเหลือน้อยกว่านี้ได้
กายจับไปที่คันโยกด้านล่างที่คือตัวขึ้นสายซึ่งสะดวกมากเพราะทำเพียงครั้งเดียวเท่านั้นเขาก็สามารถเหนี่ยวไกของหน้าไม้ยิงได้เลย ลูกศรก็จะยิงออกมาเองจนกว่าจะหมดโดยหนึ่งซองบรรจุลูกศรโลหะได้ 50 ลูก และกายก็มีซองลูกศรโลหะอยู่ถึง 4 ซอง
และหน้าไม้ที่เขาถืออยู่นี้ถือว่าเหนือกว่าของที่พวกกิลด์กะโหลกแดงใช้อยู่ขั้นหนึ่ง
เรามีลูกศรราว 200 ลูกซึ่งน่าจะเพียงพอในตอนนี้กายเอื้อมมือไปสัมผัสซองลูกศรที่มีลักษณะทรงกระบอกยาว 20 เซนติเมตร
ในตอนที่กายหันมาสนใจหน้าไม้อยู่นั้นมีอาก็ลืมตาขึ้นมา เป็นจังหวะเดียวกับที่ทิฟอนส่งสัญญาณให้ทหารของพวกเขากายเองก็หันไปมองยังทิศตะวันออกของป่าซึ่งมีเสียงม้าวิ่งตะบึงมาตามสายฝนบริเวณตรงมาที่ค่ายกองพลเคยตั้งอยู่
จำนวนที่ศัตรูมาถึงนั้นมีมากกว่า 200 นายและส่วนใหญ่แล้วทหารม้าพวกนี้เป็นแค่ทัพหน้าเท่านั้นที่ไล่ตามศัตรูมาก่อนและพวกกำลังเสริมกำลังเดินทางตามมา
ดูเหมือนพวกนั้นจะรู้ที่ตั้งค่ายกองพล กายจดจ้องไปที่ศัตรูยังดีที่พวกเขาคิดถึงสถานการณ์นี้ไว้แล้วจึงออกห่างจากที่ตั้งค่ายกองพลมาพอสมควร
กายยกหน้าไม้ขึ้นมาเล็งจากแนวป่ารอสัญญาณลงมือแรกจากทิฟอน
...
“พวกมันหนีไปแล้วเป็นอย่างที่คิดไว้จริง ๆหาเส้นทางที่มันถอยแล้วแจ้งไปให้หน่วยอื่น ๆ ช่วยกันปิดล้อมกองพลของพวกมันต้องตายนอกป้อมปราการตะวันออกทั้งหมดทำแบบนี้เราถึงจะตีป้อมปราการตะวันออกได้ง่ายขึ้น แยกกันไป”
“ครับ”
หัวหน้าหน่วยทหารฝ่ายนครแสงเทวาสั่งการ ทหารม้า 200นายก็แยกกันออกเป็นสามทางทันทีซึ่งทางทั้งสามนี้เป็นเส้นทางหลอกที่ถูกทำไว้มันเต็มไปด้วยลอยเท้าของม้าถ้าไม่ตามไปจนสุดก็ไม่รู้ว่าอันไหนจริงหรือปลอม
“ได้เวลาแล้ว” ทิฟอนกล่าวก็จะลงมือส่งสัญญาณโจมตีทันที และเป้าหมายของพวกเขาก็คือทหารที่เหลืออยู่รวมถึงหัวหน้าหน่วยที่สั่งการด้วย
การจะยื้อเวลาได้ดีที่สุดก็ต้องจัดการคนสั่งการเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อพวกศัตรูให้ได้มากที่สุดและยิ่งลงมือหลายครั้งพวกเขาก็ยิ่งเสี่ยงอันตรายดังนั้นการลงมือครั้งแรกคือเป้าหมายที่สำคัญสุด