ปัง!!
หมัดของหลินฮุยนั้นเข้าปะทะเข้ากับหมัดๆหนึ่ง จนหลินฮุยต้องถอยล่นออกไปหลายก้าว แน่นอนว่าเ้าของหมัดที่ปะทะกับหลินฮุยเองก็ถอยด้วยเช่นกัน แต่ก็ไม่ได้มากหรือน้อยไปกว่าหลินฮุย
“หลินหลาน!!” หลินฮุยนั้นพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูใเล็กน้อย เขาไม่คิดเลยว่าคนที่มาป้องกันหมัดของเขาจะเป็หลินหลาน
“เ้าไม่ทำเกินไปรึ ถึงหลลินเฟิงจะสามารถฝึกวรยุทธ์ได้แล้วก็ตาม แต่ก็อยู่ระดับพื้นฐานขัน 2 เท่านั้น แต่หมัดของเ้าเมื่อกี่ทำให้หลินเฟิงต้องนอนพักรักษาอยู่หลายเดือน และถ้าข้าไม่มาห้ามเ้าคงไม่หยุดแค่หมัดเดียวหรอกมั้ง” หลินหลานพูดอย่างไม่กลัว แน่นอนว่าถึงนางจะเป็สตรี และอายุน้อยกว่า 1 ปี แต่นางก็อยู่ระดับพื้นฐาน ขั้น 5 เช่นเดียวกับหลินฮุย
“นี้มันไม่ใช่เื่ของเ้า แล้วอีกเ้านั่นมันอวดดีและยังเมินข้า หากข้าไม่สั่งสอนมันบ้างข้าจะมีหน้าไปเจอหน้าใครได้ว่าไม่กล้าเอาเื่สวะอย่างมัน” หลินฮุย
“หึ หากเ้าไม่หาเื่หลินเฟิงก่อนแล้วมีหรือที่หลินเฟิงจะทำหรือเมินเ้า ข้าเห็นั้แ่แรกอยู่แล้ว” หลินหลาน
“หลินหลานถึงเ้าจะเป็หลานของผู้าุโสูงสุด แต่ก็ใช่ว่าจะเข้ามายุ่งเื่ของคนอื่นได้ง่ายๆนะ” หลินฮุยพูดด้วยน้ำเสียงที่ตื่นตระหนกเล็กน้อย
หลินหลานนั้นเป็หลานของผู้าุโสูงสุดของตระกูลหลิน แล้วยังเป็ถึงหลานรักอีกด้วย หากเขาทำอะไรเกินเลยไป จะเป็เขาที่เดือดร้อน แต่ก็ใช่ว่าเขาจะทำอะไรไม่ได้ เพราะเขาก็เป็ลูกของผู้าุโที่ 1 ซึ่งเป็ลูกของประมุขตระกูลหลิน แน่นอนว่าประมุขตระกูลหลินกับผู้าุโสูงสุดเป็เพื่อนรักกัน เพียงแต่ผู้าุโสูงสุดชื่นชมหลินเทียนพ่อของหลินเฟิงมากกว่าหลินเย่พ่อของหลินฮุย ดังนั้นหลินเฟิงและหลินฮุยจึงเป็เพื่อนเล่นกันบ่อยๆในตอนที่ยังเด็กอยู่ แต่พอเริ่มฝึกวรยุทธ์นั้น หลินเฟิงก็ไม่สามารถฝึกได้ แตกต่าจากหลินหลานที่เป็อัจฉริยะที่หาตัวจับได้ยาก ฝึกแค่ 3 ปี แต่อยู่ระดับพื้นฐานขั้น 5 ซึ่งหลินฮุยต้องฝึก 4 ปี เพียงแค่นี้ก็แตกต่างมากพอแล้ว และด้วยเหตุนี้ทำให้หลินเฟิงตีตัวออกห่างมา
แน่นอนว่าหลินเฟิงรู้ว่าหลินหลานเป็ใครจากความทรงจำของหลินเฟิงคนเก่าที่ตายไป และเขาก็ค่อนข้างประหลาดใจที่หลินหลานมาช่วยเขา ซึ่งเป็เขาที่ตีตัวออกห่างจากหลินหลาน และพยายามหลบหน้าหนีจากนาง เนื่องจากตัวเองไม่สามารถฝึกฝนวรยุทธ์ได้
“ข้าจะไม่ยุ่ง ถ้าคนๆนั้นไม่ใช่หลินเฟิง เ้าก็รู้นิว่าหลินเฟิงคือเพื่อนข้า” ขณะที่หลินหลานพูด นางก็เหลือบไปมองหลินเฟิง
เมื่อหลินเฟิงเห็นเช่นนั้น ก็ยิ้มเกร็งๆทันที เขารู้ว่านางเป็ห่วงเขาและยังโกรธอยู่ที่เขาเอาแต่หลบหน้านาง แต่ที่นางมาช่วยหลินเฟิง นี่ก็แสดงให้เห็นแล้วว่า หลินหลานยังคงเป็เหมือนเดิม เพื่อนคนเดิมที่ไม่ได้สนใจพร์ของหลินเฟิง
“หึ คราวนี้เ้าโชคดีไปที่มีคนมาปกป้องเ้า ข้าจะรอเ้าในงานประลองประจำปี หวังว่าเ้าจะกล้ามานะ” หลินฮุยด้วยน้ำเสียงเ็า
หลินฮุยนั้นเลือกที่จะไป เพราะเขารู้ว่ายังไงหลินหลานก็จะปกป้องหลินเฟิงถึงที่สุด หากเขา้าเขาสามารถสู้กับหลินหลานได้ เพียงแต่ว่าตอนนี้เขาเหนื่อยเขาเองก็ไม่อยากผิดใจกับผู้าุโสูงสุดตอนนี้ และหมดแรงกับหลินเฟิงมามากแล้ว หากยังต้องสู้กับหลินหลานอีกคน เขาต้องแพ้อย่างแน่นอน
“หลินเฟิง”หลินหลาน
หลินเฟิงนั้นสะดุ้งทันทีที่ได้ยินเสียงของหลินหลาน เขารู้ว่าหลินหลานนั้นโกรธเขามากที่เขาพยายามหลบหน้านาง ถึงจะมีเหตุผล แต่มันก็ไม่ใช่สิ่งที่นาง้า นางนั้นไม่เคยดูถูกหลินเฟิงเลย แถมยังคอยปกป้องและต่อว่าพวกที่มาดูถูกเขาด้วยซ้ำ และด้วยเหตุนี้ก็ยิ่งทำให้หลินเฟิงไม่กล้าเข้าไปพบและหลินหลานก็ยิ่งต้องโกรธมากแน่นอน
“หลินหลาน เ้าสบายดีใช่ไหม” หลินเฟิงพูดอย่างเคอะเขิน
“หึ!! เ้าคิดว่าการที่เ้าพยายามหลบหน้าข้าแล้วยังจะให้ข้าสบายดีอีกหรือไง?” หลินหลานพูดอย่างอารมณ์เสีย
“เอ่อ!!... ข้าขอโทษ ข้าเพียงแค่ไม่กล้าไปเจอหน้าเ้าก็เท่านั้นเอง” หลินเฟิงพูดอย่างสำนึกผิด เอาเข้าจริงๆ ถึงจะเป็เขาเขาก็ไม่กล้าหรอก หากเราไม่มีความสามารถแล้วไปอยู่กับคนมีความสามารถ เขาไม่อยากให้คนอื่นมองเขาว่าเกาะคนอื่น หรือให้คนอื่นมาคอยปกป้อง หลินหลานเป็สตรีอีกก็ยิ่งแล้วใหญ่ เขาเองก็เหมือนกับหลินเฟิงเ้าของร่าง ที่มีศักดิ์ศรีของสุภาพบุรุษมากพอที่จะรักและหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรี
“หึ!!” หลินหลานเค้นเสียงที่ลำคอ
“ตอนนี้ข้าสามารถฝึกวรยุทธ์ได้แล้ว เ้าอยากให้ข้าทำอะไรถึงจะหายโกรธ ข้าจะยอมทำทึกอย่างเลย” หลินเฟิงพูดอย่างจริงจัง เขาเองก็อยากมีเพื่อน แล้วยิ่งเพื่อนดีๆแบบหลินหลาน เขาไม่อยากจะเสียไป เพราะเขามานี้ เขารู้สึกได้เลยว่าคนที่เป็มิตรและห่วงใยเขาจริงๆแล้วมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้น ดังนั้นเขาจำเป็ต้องรักษาเพื่อนเช่นนี้ไว้
“การประลองประจำปีจะเริ่มในอีก ครึ่งปีนี้ หากเ้าสามารถชนะหลินฮุยได้ ข้าจะหายโกรธเ้า” หลินหลาน
“อืม...นั่นมันเป็เื่แน่นอนอยู่แล้ว อีกครึ่งปี ข้าจะชำระหนี้แค้นระหว่างหลินฮุยและข้า” หลินเฟิงพูดพร้อมด้วยการปลดปล่อยจิตสังหารออกมาโดยไม่รู้ตัว
หลินหลานที่อยู่ข้างๆนั้นสะดุ้งทันที นางไม่คิดเลยว่าหลินเฟิงจะมีจิตสังหารแล้ว แถมยังปลดปล่อยออกมาจนทำให้นางสะดุ้งด้วยความใอีกด้วย นางยอมรับเลยว่านางยังไม่สามารถปลดปล่อยจิตสังหารได้ เพราะนางไม่เคยมีประสบการณ์ต่อสู้หรือเหตุการณ์ที่ถึงขั้นนั้นมาก่อน
“หลินเฟิง หากเ้าไม่ไหวหรือไม่พร้อม เ้าห้ามหักโหมขึ้นไปบนลานประลองเด็ดขาด ถึงจะไม่สามารถทำให้ตายหรือพิการได้ แต่มันจะทำให้เ้าลุกไม่ได้อีกหลายเดือนแน่” ถึงแม้จะััถึงจิดสังหารที่หลินเฟิงปล่อยออกมาได้ ถึงมันจะอ่อนไปสำหรับคนทั่วไป แต่มันก็มากสำหรับรุ่นเยาว์อย่างเธอและคนอื่นๆ แต่นางยังเป็ห่วงหลินเฟิงอยู่ดี ครึ่งปีอาจจะนานแต่มันก็ไม่มากพอที่จะไปถึงพื้นฐานขั้น 5 เช่นเดียวกับหลินฮุย และก็ใช่ว่าครึ่งปีต่อจากนี้หลินฮุยจะไม่พัฒนาเลย บางทีหลินฮุยอาจจะไปถึงขั้น 6 ด้วยความช่วยเหลือจากพ่อของเขาก็ได้
“เ้าไม่ต้องเป็ห่วง แค่ครึ่งปีก็เหลือเฟือแล้วละ” หลินเฟิงพูดอย่างมั่นใจ