แม่ทัพใหญ่หานเฉิงซีแห่งเป่ยหม่านขมวดคิ้วมุ่นอยู่ภายในกระโจมบัญชาการชั่วคราว ค่ายใหญ่ของเขาทอดตัวยาวเหยียดอยู่ห่างจากชายแดนแคว้นต้าเหลียงหลายสิบลี้หลังจากการรุกคืบเข้าแดนต้าเหลียงในช่วงแรกเป็นไปอย่างราบรื่นเขาได้สั่งให้ถอยร่นกำลังพลส่วนหนึ่งมาตั้งค่ายเล็กๆ ใกล้ชายแดนเพื่อเป็นจุดพักและเก็บรวบรวมเสบียงอาหารและหญ้าม้าจำนวนมาก เตรียมพร้อมสำหรับการโจมตีครั้งใหญ่ที่จะมาถึงในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
แต่แล้ว... ข่าวร้ายก็มาถึงราวกับพายุร้าย กองกำลังพิเศษที่ไม่ทราบสังกัดบุกเข้าโจมตีค่ายเสบียงอย่างสายฟ้าแลบ เพลิงลุกโชนโหมกระหน่ำเผาผลาญทุกสิ่งทุกอย่างจนวอดวาย กว่าที่ทหารที่รักษาค่ายจะตั้งตัวได้ทุกอย่างก็กลายเป็นเถ้าถ่านไปเสียแล้วเสบียงอาหารสำหรับทหารและหญ้าสำหรับม้าจำนวนมหาศาล มอดไหม้ไปกับกองเพลิง
ความเสียหายครั้งนี้สร้างความเสียหายต่อขวัญและกำลังใจของทหารเป่ยหม่านเป็นอย่างมากในขณะที่หานเฉิงซีกำลังขบคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ข่าวลือที่แพร่สะพัดราวกับไฟลามทุ่งก็มาถึงหูของเขาชายแดนแคว้นต้าเหลียงในตอนนี้กำลังเผชิญกับการระบาดของโรคร้ายที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนผู้คนล้มป่วยและเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก
ด้วยความกังวลถึงความปลอดภัยของทหารในกองทัพหานเฉิงซีจึงตัดสินใจอย่างเด็ดขาด สั่งให้กองทัพทั้งหมดหยุดการรุกคืบในทันทีเขาไม่อาจเสี่ยงนำทหารนับหมื่นชีวิตเข้าสู่ดินแดนที่เต็มไปด้วยโรคร้ายได้การสูญเสียเสบียงอาหารก็เป็นเรื่องใหญ่หลวงอยู่แล้วหากต้องสูญเสียทหารไปกับโรคระบาดอีก คงเป็นหายนะครั้งใหญ่หลวงเกินกว่าจะรับไหว
"บัดซบ!" หานเฉิงซีสบถออกมาเสียงดัง มือข้างหนึ่งทุบลงบนโต๊ะบัญชาการอย่างแรงความโกรธและความกังวลตีวนอยู่ในอก เขาไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ใครกันที่กล้าโจมตีค่ายเสบียงของเขา และข่าวลือเรื่องโรคระบาดนี้เป็นเรื่องจริงหรือเป็นเพียงกลลวงอะไรบางอย่าง?
ความเงียบปกคลุมกระโจมบัญชาการ มีเพียงเสียงลมที่พัดแผ่วเบาจากภายนอกหานเฉิงซีรู้ดีว่าเขาต้องตัดสินใจอย่างรอบคอบและรวดเร็วกองทัพของเขากำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก เสบียงถูกทำลายขวัญกำลังใจเริ่มสั่นคลอน และภัยคุกคามจากโรคร้ายก็ยังคงไม่แน่นอน
"ส่งคนไปสืบข่าว!" หานเฉิงซีสั่งเสียงเข้ม "ตรวจสอบให้แน่ชัดว่าข่าวลือเรื่องโรคระบาดเป็นความจริงหรือไม่และสืบหาให้ได้ว่าใครเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีค่ายเสบียงของเรา!จงนำความจริงกลับมารายงานให้ข้ารู้โดยเร็วที่สุด!"
ความมืดมิดเริ่มปกคลุมท้องฟ้า หานเฉิงซีมองออกไปยังค่ายทหารที่เงียบสงบลงความกังวลยังคงกัดกินหัวใจของเขาอย่างต่อเนื่อง เขาไม่รู้เลยว่าในความมืดมิดนั้นอันตรายที่แท้จริงกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้พวกเขามากขึ้นเรื่อยๆโดยที่เขาไม่ทันได้ระวังตัว..
บรรยากาศในค่ายทหารเมืองเฉิงหยางยังคงดำเนินไปอย่างปกติทหารยามเดินตรวจตราตามหน้าที่ แสงไฟจากคบเพลิงส่องสว่างเป็นหย่อมๆท่ามกลางความเงียบสงัดของยามค่ำคืนไม่มีใครล่วงรู้ถึงแผนการอันซับซ้อนที่กำลังก่อตัวขึ้นภายนอกกำแพงเมือง
ภายในกระโจมที่พักของจิ้นอ๋อง ฮวาเสี่ยวซีถอนหายใจออกมาเบาๆหลังจากภารกิจอันหนักหน่วงนางคิดว่าคืนนี้คงเป็นคืนที่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่เสียที การประชุมวางแผนกับจิ้นอ๋องและเหล่าขุนนางเพิ่งจะสิ้นสุดลงเมื่อไม่นานมานี้ทุกคนต่างเห็นพ้องต้องกันในกลยุทธ์ที่จะใช้รับมือกับกองทัพเป่ยหม่าน
นางเอนตัวลงบนที่นอนนุ่มสบายในเตียงเล็กที่ห่างจากห้องนอนของท่านอ๋องที่จัดเตรียมไว้ให้หวังว่าจะหลับใหลไปในความเหนื่อยล้า แต่แล้ว เสียงทุ้มต่ำของจิ้นอ๋องก็ดังขึ้นทำลายความเงียบสงบในทันที
"หมู่ซาน"
ฮวาเสี่ยวซีลืมตาขึ้น มองไปยังร่างสูงสง่าของจิ้นอ๋องที่ยืนอยู่หน้าประตู ห้องนอนนางขานรับเบาๆ"ขอรับ ท่านอ๋อง มีสิ่งใดให้ข้าน้อยรับใช้หรือขอรับ?"
จิ้นอ๋องก้าวออกมาจากห้องด้านในห้องนอน แสงจากตะเกียงด้านนอกสาดส่องเข้ามาทำให้เห็นใบหน้าคมคายของเขาที่ดูเคร่งขรึมกว่าปกติ
"มีคำสั่ง..."น้ำเสียงของเขาหนักแน่นจนฮวาเสี่ยวซีรู้สึกถึงความผิดปกติ "...จากข้า"
หัวใจของนางเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย นางลุกขึ้นนั่ง รอฟังคำสั่งต่อไปด้วยความสงสัย
"คืนนี้... เจ้าจะนอนที่นี่"จิ้นอ๋องกล่าวพลางผายมือไปยังเตียงกว้างที่ปูด้วยผ้าไหมเนื้อดีซึ่งปกติเป็นที่บรรทมของเขาเพียงผู้เดียว
ฮวาเสี่ยวซีเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงนางนึกประหลาดใจกับคำสั่งที่ไม่คาดฝันนี้ "ท่านอ๋อง... หมายความว่าอย่างไรหรือขอรับ?"
"หมายความตามที่ข้าพูด" จิ้นอ๋องตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แววตาของเขากลับฉายแววลึกซึ้งจนคาดเดาได้ยาก"เจ้าจะนอนบนเตียงเดียวกับข้า"
ราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางกระหม่อม ฮวาเสี่ยวซีรู้สึกชาไปทั้งตัว ความคิดในหัวตีกันวุ่นวายนางไม่เข้าใจว่าเหตุใดจิ้นอ๋องถึงมีคำสั่งเช่นนี้มันเหนือความคาดหมายและทำให้หัวใจของนางเต้นระรัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
"แต่ว่า... ท่านอ๋อง..." นางพยายามทัดทานด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ"มันไม่สมควร..."
"ไม่มีคำว่าไม่สมควร" จิ้นอ๋องขัดขึ้นเสียงหนักแน่น"นี่คือคำสั่งของข้า เจ้ามีหน้าที่ต้องปฏิบัติตาม"
ฮวาเสี่ยวซีสบตากับจิ้นอ๋องอย่างไม่ลดละพยายามอ่านความนัยที่ซ่อนอยู่ภายใต้แววตาคมกริบนั้นหากแต่สิ่งที่นางพบกลับเป็นเพียงความเด็ดเดี่ยวและอำนาจที่ไร้ซึ่งการประนีประนอม
ให้ตายเถอะ! นางคร่ำครวญอยู่ในใจข้าไปก่อกรรมทำเข็ญอะไรไว้กับท่านอ๋องบ้านี่กันนะ! ถึงจะแอบชื่นชอบอยู่บ้างแต่นี่มันเกินไปแล้ว!
ความร้อนรุ่มแผ่ซ่านไปทั่วใบหน้าภายใต้คราบของหมู่ซานหัวใจเต้นระส่ำราวกับกลองที่ถูกรัวอย่างบ้าคลั่งหากความลับเรื่องที่นางปลอมตัวถูกเปิดเผยขึ้นมา จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง? ความคิดนานัปการถาโถมเข้ามาในสมองนางอาจถูกลงโทษอย่างหนัก ฐานหลอกลวงเบื้องสูงหรืออาจจะส่งผลกระทบต่อแผนการทั้งหมดที่วางไว้
ยิ่งคิด ฮวาเสี่ยวซีก็ยิ่งรู้สึกกลัดกลุ้มความกังวลกัดกินจิตใจจนแทบจะทนไม่ไหวนางพยายามอย่างยิ่งที่จะรักษาท่าทีให้สงบเสงี่ยมไม่ให้จิ้นอ๋องสังเกตเห็นความกระวนกระวายภายใน
ต้องทำอย่างไรดี? นางถามตัวเองซ้ำไปซ้ำมาในใจ จะหาทางออกจากสถานการณ์นี้ได้อย่างไร?หรือจะต้องยอมเลยตามเลย?
ความอึดอัดทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อจิ้นอ๋องยังคงจ้องมองมาอย่างไม่ละสายตาราวกับกำลังรอคอยปฏิกิริยาของนาง ฮวาเสี่ยวซีรู้สึกเหมือนถูกจับได้ไล่ทันแม้จะพยายามอย่างที่สุดแล้วก็ตาม
ในที่สุด นางก็ตัดสินใจก้มหน้าลงต่ำ เพื่อหลีกเลี่ยงสายตาที่กดดันนั้น"ข้าน้อย... น้อมรับบัญชา"นางกล่าวด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมให้ราบเรียบที่สุด
แต่ภายในใจนั้น ฮวาเสี่ยวซีกำลังต่อสู้กับความรู้สึกที่สับสนวุ่นวายทั้งความกังวล ความกลัวและความรู้สึกแปลกประหลาดที่เริ่มก่อตัวขึ้นเมื่อต้องมาใกล้ชิดกับจิ้นอ๋องเช่นนี้คืนนี้... ช่างเป็นคืนที่ยาวนานและเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนเสียจริง