ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    บทที่98 ข้อเสนอของดินแดนศักดิ์สิทธิ์

    หลินเหว่ยเดือดดาล ตัวเขาชอบแม่นางจางอี้หนานมานานเมื่อเห็นนาง ต้องอับอายตัวเขาทนไม่ได้

    หลินเหว่ยประกาศกร้าว "ข้าขอท้าสู้กับเจ้า"

    หลินเหว่ย เป็นหนุ่มร่างใหญ่บึกบึน ร่างกายเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ หน้าตาคมคาย สวมอาภรณ์สีแดงเขียว ทุกการก้าวเดินปราณพลังกดดันรอบทิศ ทุกเสียงฝีเท้าหนักแน่นแฝงด้วยปราณพลัง สะท้านใจคน จอมยุทธคนใดปราณพลังไม่แข็งแกร่งพอจะถูกเสียงฝีเท้าเข้ากดดันจนบาดเจ็บ

    ทันทีที่หลินเหว่ย ขึ้นลานประลอง
    หลินเหว่ย ระเบิดปราณพลังขั้นวีรชน ระดับ กลาง ปราณพลังท่วมท้นท้องฟ้า จิตสังหารโพยพุ่งอย่างรุนแรง หมายฆ่าอี้เฉินจริง ๆ

    เขาสำแดง"วิชา9มังกร" ปราณพลังหมุนวนอย่างบ้าคลั่งก่อรูปเป็นมังกรทั้ง9ล้อมพันกายา

    พลังกายาของเขาเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวในเวลาอันรวดเร็วหลินเหว่ย เพียงหมุนเท้าถีบอากาศ ความเร็วของเขาพุ่งดั่งสายฟ้า เข้าใส่อี้เฉิน

    "ตายซะ"


    แม้แต่คนอื่น ๆ ยังตกใจ "เหตุใดถึงรวดเร็วได้ขนาดนี้"


    อี้เฉินที่เห็นความเร็วนั้นเขาถึงกับหน้ามืดทะมึน หากไม่ใช้ปราณพลังสายฟ้าอี้เฉินตามไม่ทันแน่
    อี้เฉินระเบิดปราณพลังสายฟ้า สายฟ้าสีแดงล้อมรอบกายาแลบแปลบปลาบพุ่งเข้าปะทะกัน

    "ตูม"

    อี้เฉินหมุนควงหมัดอัดปราณพลังสายฟ้า เข้าโจมตีหมัดที่ปล่อยออกมีมังกรสายฟ้าสีแดงพุ่งทะยาน เข้าใส่

    หลินเหว่ยอย่างบ้าคลั่ง เสียงมังกรคำรามก้อง "โฮก"

    หลินเหว่ยเองก็ไม่น้อยหน้าหมัดที่ปล่อยออกมา ก่อรูปเป็นมังกรสีทองพุ่งทะยานใส่อี้เฉินอย่างบ้าคลั่ง


    "ตูม ตูม ตูม"


    พวกเขาเข้าห้ำหั่นกันหลายสิบกระบวนท่า รอบบริเวณมีปราณพลังก่อรูป ร่างมังกรบินว่อน อากาศแตกร้าวเป็นทางยาวก่อคลื่นลมเป็นระลอก อาภรณ์ทั้งคู่ปลิวไสวอย่างบ้าคลั่ง


    เสียง "ฆ่า" ดังเอ็ดอึง


    หลายคนยังใจสั่นสะท้าน "ไอ้เด็กหนุ่มผมขาวมันเก่งกาจถึงเพียงนี้เลยงั้นหรือ" หลายคนไม่เชื่อสายตาตัวเอง ขยี้ตาดูให้ชัด ๆ กันยกใหญ่


    มีบางคนตาเบิกกว้างอ้าปากค้างไม่เชื่อในสิ่งที่เห็น "เป็นไปได้อย่างไร"


    หลายคนที่ด่าว่าอี้เฉินถึงกับ หน้ามืดทะมึน ไม่คิดอี้เฉินจะมีฤทธิรณมากขนาดนี้


    ตงหยายที่ชมการต่อสู้ของอี้เฉิน เขากำหมัดแน่นต้องรีบกำจัดมันโดยเร็วไม่อย่างนั้น มันได้กลายเป็นหงส์ บินสู่ท้องฟ้าเป็นแน่

    คิดจะฆ่ามันภายภาคหน้าคงไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องรีบกำจัดมันโดยเร็ว

    ความเร็วในการเติบโตของมันน่ากลัวอย่างมากหากปล่อยไว้จะเป็นหอกข้างแคร่



    หลินเหว่ยเริ่มเสียเปรียบ ถอนล้นไปหลายก้าว เขาไม่คิดว่าอี้เฉินจะมีพลังต่อสู้มากขนาดนี้

    ความเร็วของอี้เฉินเหนือกว่าเขาไประดับหนึ่ง หากยังเป็นแบบนี้ต่อไปได้แพ้แน่ หลินเหว่ยไม่ออมปราณพลังอีกต่อไป

    เตรียมจะสำแดงวิชาโจมตีที่รุนแรง หมายฆ่าอี้เฉินให้ตายในการโจมตีเดียว



    ทันทีเสียงหนึ่งก็เอ่ยขึ้น


    "พวกเจ้าเลิกสู้ได้แล้ว ลืมจุดประสงค์ที่เรามากันแล้วหรือ" ซีเอ๋อร์พูดห้ามปรามกลุ่มคนของเขา

    หลินเหว่ยที่ได้ยินคำพูดของซีเอ๋อร์ จึงหยุดการต่อสู้ อี้เฉินที่เห็นหลินเหว่ยหยุดการต่อสู้เขาก็หยุดการต่อสู้เหมือนกัน

    หลินเหว่ยเอ่ยพูด "คราวหน้าถ้าข้าเจอเจ้าข้าจะ ฆ่าเจ้าซะ"ก่อนที่ทั้งคู่จะเดินลงจากลานประลอง


    ซีเอ๋อร์ ป่าวประกาศออกไปทั่ว
    "ข้าเป็นตัวแทน ของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ เชิญชวนเหล่าจอมยุทธ์ ไปยัง สุสานเทพ ของพวกเรากำลังจะเปิดในเร็ว ๆ นี้"


    มีบางคนเอ่ยถาม "แล้วเหตุใดดินแดนศักดิ์สิทธิ์ถึงมาเชิญชวนพวกเราละ เหตุใดไม่เก็บของล้ำค่าไว้เอง"



    ซีเอ๋อร์ ตอบอย่างจริงจัง "ที่นั่นเป็นสุสานเทพ เป็นมิติที่ก่อกำเนิดจากทะเลความรู้ของจอมยุทธ์ระดับสูงคนหนึ่งที่ตายไป

    ภายในเต็มไปด้วยประสบการณ์ในการหยั่งรู้ ของจอมยุทธระดับสู้ ว่ากันว่าภายในนั้นมีของล้ำค่า มากมาย

    แม้กระทั่งวิชาสืบทอดของจอมยุทธที่ตายไป รวมไปถึงสามารถแก้ไข 10ประตูวิถี ให้สมบูรณ์ได้

    ภายในนั้นเต็มไปด้วยแร่ล้ำค่า สำหรับแก้ไข10ประตูวิถีขึ้นมาใหม่"


    ทันทีที่ซีเอ๋อร์พูดจบหลายคนต่างสนใจ


    บางคนได้ยินถึงกับอ้าปากค้าง ดวงตาเปล่งประกาย สนใจในทันที


    "10ประตูวิถีของข้า อ่อนแอนักไม่มีของล้ำค่ามาดูดซับหากได้ไปที่นั่นก็คงดี" ชายหนุ่มคนหนึ่งเอ่ยพูด


    "ข้าเองก็ฐานรากอ่อนแอ ภายภาคหน้าคงเดินไปได้ไม่ไกล หากมีของล้ำค่ามากพอ ในการเปิด10ประตูวิถีก็คงดี " ชายหนุ่มอีกคนกล่าว


    มีหลายคนพยักหน้าเห็นด้วย


    จอมยุทธที่นี่หลายคนไม่มีผู้อาวุโสในตระกูลหนุนหลัง เวลาเปิด10ประตูวิถี พวกเขาจึงไร้ของล้ำค่า ไม่เหมือนพวกคุณหนูคุณชาย

    คนพวกนี้มักได้ของล้ำค่าจากในตระกูลหล่อเลี้ยง


    มีจอมยุทธ์หลาย ๆ คนเริ่มคิดตามสถานการณ์ หรือคนดินแดนศักดิ์สิทธิ์ คิดจะดึงจอมยุทธ์ดินแดนร้อยแคว้นไป

    แบบนี้ได้กลายเป็นเรื่องใหญ่แน่



    แม้แต่จอมยุทธ์ดินแดนเซียนยังหน้ามืดทะมึน แบบนี้จอมยุทธของพวกเขาได้ถูกโยกย้ายออกไปนอกดินแดนแน่

    พวกจอมยุทธ์ที่สนใจต่างไต่ถามนายน้อยซีเอ๋อร์ "พวกข้าจะได้เข้าไปจริงหรือไม่"


    ซีเอ๋อร์ตอบมาเรียบ ๆ"เรื่องนี้พวกข้าไม่อาจตอบได้ ผู้อาวุโสเป็นคนสั่งการ พวกเราดินแดนศักดิ์สิทธิ์ส่งผู้อาวุโสชราหลายคนออกไปคุยกับดินแดนเซียนกับดินแดนร้อยแคว้นแล้ว พวกเจ้ารอถามจากปากเหล่าผู้อาวุโสเองดีกว่า พวกข้าไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจ"


    ไม่ถึงครึ่งวันกลุ่มจอมยุทธ์ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ก็จากไป พวกเขาใช้เรือบินลำใหญ่พุ่งหายออกไปอย่างรวดเร็ว ในพริบตาก็ไปไกล หลายลี้

    คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน