ระบบความเกลียดชัง

    ตอนที่ 49 ฉันประมาทเกินไป

    “พอได้แล้ว”


    เศษหินตกลงมาโครมคราม เหยาจงเดินออกมาจากกำแพง มองเซี่ยปิงด้วยสีหน้าที่มืดมน ไม่คิดจริงๆ ว่าเซี่ยปิงจะกล้าลงมือกับเขา


    ยิ่งไปกว่านั้น ความแข็งแกร่งของเด็กคนนี้ไม่ธรรมดาเลย เห็นได้ชัดว่าเขาอยู่ในขอบเขตนักสู้ขั้นห้า แต่สามารถโจมตีคู่ต่อสู้แบบรู้ผลด้วยหมัดเดียว ทำให้เขาหาจังหวะตอบโต้ไม่ได้


    แม้ส่วนหนึ่งจะเกิดจากความประมาทเลินเล่อของเขาเอง แต่ถึงอย่างนั้นเด็กคนนี้แข็งแกร่งมาก ไม่แปลกใจเลยที่เขาจัดการโจวไท่อันด้วยหมัดเดียวได้


    “พี่ใหญ่เหยา”


    คนจากสำนักยุทธ์อู่เว่ยมองมาทางเหยาจง กัดฟันข่มกลั้นอย่างไม่เต็มใจ


    เหยาจงพูดกับเซี่ยปิง “เก่งไม่เบาเลยนี่ แกทำให้ฉันกระเด็นออกไปด้วยหมัดเดียวจริงๆ แม้ส่วนหนึ่งจะเป็นเพราะความประมาทของฉัน แต่ก็ต้องยอมรับว่าแกมีฝีมือกว่าที่คิด”


    “หยุดแสดงละครได้แล้ว หมัดของฉันทำให้คนแถวนี้กระอักเลือดออกมาซะขนาดนั้น” เซี่ยปิงโค้งมุมปาก พูดอย่างดูถูก “เหยาจง ต่อให้แกไม่ประมาท แกก็ยังไม่ใช่คนที่จะยืนรับหมัดฉันได้อยู่ดี”


    บ้าชะมัด มันชักจะอวดดีเกินไปแล้ว


    กลุ่มคนจากสำนักยุทธ์อู่เว่ยหน้าเขียวปัด พวกเขาอยากเข้าไปตะบันหน้าไอ้เด็กเวรนี่ให้รู้แล้วรู้รอด อาศัยทีเผลอโจมตีพี่ใหญ่เหยาไม่พอ มันยังแสดงท่าทีเย่อหยิ่งไม่โดยรู้จักอายฟ้าดิน ให้ตายเถอะ พวกเขาไม่เห็นคนน่ารังเกียจแบบนี้มาก่อน


    มันก็แค่ขยะนักสู้ขั้นห้าคนหนึ่ง แต่กลับพูดเรื่องความแข็งแกร่งต่อหน้านักสู้ขั้นเจ็ด มันมีคุณสมบัติพอที่จะทำแบบนั้นแล้วงั้นเหรอ


    เหยาจงสีหน้าย่ำแย่ ถ้าเป็นไปได้ เขาอยากจัดการเซี่ยปิงใจแทบขาด แต่หลังจากโดนหมัดเมื่อครู่นี้อัดเข้าไปเต็มๆ อวัยวะภายในของเขาได้รับบาดเจ็บ ทำให้ประสิทธิภาพการต่อสู้ลดลงกว่าครึ่ง


    ฉะนั้น ถ้าเกิดต้องสู้กันขึ้นมาจริงๆ ด้วยสภาพร่างกายกับความพร้อมของเขาในตอนนี้ เขาคงมีแต่พ่ายกับแพ้ และแน่นอนว่าเขาจะไม่มีวันยอมรับหรือพูดออกมาเป็นอันขาด


    “เซี่ยปิงฉันจะไม่เถียงกับแก ตำแหน่งของผู้แข็งแกร่งได้มาจากการต่อสู้ ไม่ใช่จากการโอ้อวดตัวเอง”


    เหยาจงมองเซี่ยปิง “ในเมื่อแกติดอันดับหนึ่งในสิบของโรงเรียนมัธยมเขต 95 แกก็ต้องเป็นตัวแทนของโรงเรียนเพื่อเข้าร่วมการแข่งขันการประลองที่จะจัดขึ้นในเมืองเทียนสุ่ย ส่วนฉันก็จะเป็นตัวแทนของโรงเรียนมัธยมเขต 99”


    “ตอนอยู่ในสนามประลอง ฉันจะรอดูว่าแกจะยังอวดดีได้เหมือนตอนนี้หรือเปล่า”


    “พวกเราไปกันเถอะ”


    หลังจากพูดจบ เขาก็หันหลังออกไปพร้อมกับศิษย์ในสำนักยุทธ์


    กลุ่มคนจากสำนักยุทธ์อู่เว่ยดูไม่ค่อยเต็มใจนัก แต่พวกเขารู้ดีว่า การก่อปัญหาหน้าโรงเรียนคนอื่นไม่ใช่เรื่องฉลาดสักเท่าไหร่ ดีไม่ดีจะถูกรุมอัดทั้งคณะ


    พวกเขามองเซี่ยปิงด้วยความเกลียดชังก่อนเดินตามเหยาจงออกไป


    “ไอ้พวกงี่เง่า” เซี่ยปิงตะโกนไล่หลังด้วยความดูถูก แต่ถ้าหากคนพวกนี้กรูกันเข้ามาจัดการเขา คงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากวิ่งหนี


    เพราะตอนนี้เขาคือศัตรูของทุกคนในโรงเรียน และเป็นบุคคลที่มนุษย์ชิงชังสวรรค์รังเกียจ หากเกิดอะไรขึ้นกับเขาจริง คงมีคนโห่ร้องยินดีกันถ้วนหน้า


    โชคดีที่พวกสำนักยุทธ์อู่เว่ยไม่รู้ ไม่งั้นชีวิตเขาคงบันเทิงกว่านี้แน่


    “แกกับฉันจะได้เจอกันในสนามประลองอีกหรือเปล่าก็ยังไม่รู้ แต่คิดเหรอว่าฉันจะยังเป็นนักสู้ขั้นห้าเหมือนตอนนี้” เซี่ยปิงมองแผ่นหลังกลุ่มคนจากสำนักยุทธ์อู่เว่ยด้วยสายตาเย็นชา


    ................................


    กลุ่มของเหยาจงกลับไปที่สำนักยุทธ์อู่เว่ยอย่างรวดเร็ว สีหน้าของทุกคนบูดบึ้ง กำหมัดด้วยความคับแค้นใจ


    “พี่เหยา ฉันไม่เข้าใจเลย เมื่อครู่นี้ทำไมเราไม่จัดการเขาซะ”


    “นั่นสิ มันน่าโมโหชะมัด ขยะอย่างมันใช้แค่หมัดเดียวของพี่ใหญ่ก็พอแล้ว ”


    “ถ้าพี่ใหญ่เหยากังวลว่าจะมีคนฝั่งมันมารุมพวกเรา พี่ใหญ่ไม่ต้องห่วงเรื่องนี้ เพราะพวกเราไม่ยอมโดนอยู่ฝ่ายเดียวแน่ๆ”


    “ใช่! ใครต้องกลัวใครก็ยังไม่รู้”


    “โดนไอเด็กนั่นพูดจาหยามหน้าขนาดนี้ ฉันไม่มีทางลืมความคับข้องใจครั้งนี้ได้”


    พวกเขารู้สึกโกรธกับสิ่งที่เซี่ยปิงทำ และพวกเขาทั้งหมดต่างมีจุดหมายเดียวกันคือการแก้แค้น


    “อั่ก!” เหยาจงอดกลั้นต่อไปไม่ไหว เขากระอักเลือดออกมาเต็มพื้น ใบหน้าขาดซีด สภาพร่างกายของเขาในเวลานี้ดูอ่อนแออย่างเห็นได้ชัด


    “พี่ใหญ่เหยา”


    ทุกคนดูตกใจ ช่วยกันพยุงร่างของเหยาจง มันเกิดอะไรขึ้นกับศิษย์พี่ใหญ่ของพวกเขากันแน่


    “ไม่ต้องตกใจไป แค่อาการบาดเจ็บเล็กน้อย พอได้ปล่อยมันออกมา ฉันก็รู้สึกดีขึ้นมาก” เหยาจงปัดมือเพื่อบอกว่าอาการบาดเจ็บของเขาเป็นแค่เรื่องเล็กน้อย


    แต่บางคนยังตกใจไม่หาย “พี่ใหญ่เหยาหมัดของไอ้เด็กเวรนั่นทำให้พี่บาดเจ็บได้ยังไง หรือว่าที่มันพูดคือเรื่องจริง”


    คนในกลุ่ม แสดงท่าทางไม่เชื่อ ศิษย์พี่ใหญ่เหยาจงเป็นนักสู้ขั้นเจ็ด ไม่มีทางที่ขยะอย่างนักสู้ขั้นห้าจะทำอะไรเขาได้ แม้จะเป็นการลอบโจมตีก็ตาม


    “ถึงฉันจะไม่อยากยอมรับ แต่เจ้าเด็กนั่นทำให้ฉันบาดเจ็บได้”


    เหยาจงกำหมัดแน่น “การที่เขาสามารถเอาชนะโจวไท่อันไม่ใช่เพราะโชคช่วย แต่พลังหมัดของเขาทรงพลังมากพอที่จะคุกคามชีวิตของนักสู้ขั้นเจ็ดได้จริงๆ”


    “ฉันประเมินเขาต่ำไป”


    ถ้าไม่ใช่เพราะเรื่องนี้ เขาคงจัดการกับเซี่ยปิงไปแล้ว เขาจะมัวทนอยู่แบบนี้ทำไม


    สีหน้าของแต่ละคนดูแย่ยิ่งกว่าเดิม “แสดงว่า….แม้แต่พี่ใหญ่เหยาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของไอ้สารเลวนั่นเหรอ ส่วนพวกเราไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องกลืนความแค้นนี้ไปก่อน”


    ไม่มีใครเต็มใจยอมรับเรื่องนี้ได้ พวกเขาต่างเป็นผู้ฝึกฝนศิลปะการต่อสู้ ย่อมมีความหยิ่งทะนงฝังลึกอยู่ในจิตวิญญาณ แล้วจะให้กลืนความคับข้องใจครั้งนี้ไปได้อย่างไร


    “กลืนลมตดอะไรกันล่ะ”


    เหยาจงกำหมัด “ไอ้หมอนั่นใช้การลอบโจมตีในขณะที่ฉันไม่ได้ตั้งตัว แต่ถ้าเป็นการเผชิญหน้าโดยตรง เขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของฉัน”


    “อีกอย่าง ตอนนี้ฉันอยู่บนจุดสูงสุดของนักสู้ขั้นเจ็ด ภายในหนึ่งเดือนต่อจากนี้ ฉันสามารถก้าวผ่านขีดจำกัดเพื่อเลื่อนขั้นเป็นนักสู้ขั้นแปด ความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า และหมัดแต่ละหมัดจะมีพลังมากกว่าสี่พันห้าร้อยกิโลกรัม”


    “คิดจะจัดการกับขยะนักสู้ขั้นห้า ไม่ใช่เรื่องยากอะไร”


    ดวงตาเหยาจงเปี่ยมไปด้วยความทะนงตนและความมั่นใจ


    “สมกับที่เป็นพี่ใหญ่เหยาของพวกเรา”


    “การที่นักเรียนมัธยมปลายคนหนึ่งก้าวขึ้นเป็นนักสู้ขั้นแปดด้วยวัยเพียงแค่นี้ หากไม่ใช่อัจฉริยะแล้วอะไรคืออัจฉริยะ”


    “ในบรรดาโรงเรียนมัธยมปลายในเขตนี้ พี่ใหญ่เหยาของเราแข็งแกร่งที่สุด”


    “การประลองที่จัดขึ้นในเมืองเทียนสุ่ยครั้งนี้ ด้วยความแข็งแกร่งของพี่ใหญ่ อาจเข้าไปถึงรอบลึกๆ ได้อย่างราบรื่น”


    “หึ! ไอ้เด็กเวรนั่นต้องตายแน่ ถ้าบังเอิญได้เจอกับพี่ใหญ่เหยาของพวกเราบนสังเวียน”


    เมื่อพูดคุยกันถึงเรื่องนี้ ดวงตาของพวกเขาดูเป็นประกาย ในอาณาจักรฝึกฝนร่างกาย หรือขอบเขตการฝึกฝนขั้นนักสู้ ถูกแบ่งออกเป็นเก้าระดับ เมื่อระดับสูงกว่าหนึ่งระดับ ย่อมแข็งแกร่งกว่าเสมอ บางคนอาจมีความสามารถต่อสู้ได้เกินหนึ่งระดับ แต่การท้าทายระดับที่ห่างกว่าตัวเองสามระดับนั้นเป็นไปไม่ได้เลย


    ........................


    ในเวลาเดียวกัน เมื่อเซี่ยปิงกลับถึงบ้าน เขาก็พบว่าพ่อกับแม่นั่งรอเขาอยู่ก่อนแล้ว  


    คล้ายกับเรื่องระบบความเกลียดชัง ที่คุณอ่าน

    Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    337K 1011
    กำเนิดใหม่ : ปรมาจารย์เทพโอสถ [จบ]

    กำเนิดใหม่ : ปรมาจารย์เทพโอสถ [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    6.78M 1459
    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    นิยาย แฟนตาซี
    81K 280
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    781K 869
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    Cosmic God System ข้านี่ล่ะผู้ยิ่งใหญ่ (จบ)

    Cosmic God System ข้านี่ล่ะผู้ยิ่งใหญ่ (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    401K 613
    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    นิยาย แฟนตาซี
    64K 246
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810