เทพกระบี่เงาสังหาร

    ปราณก่อเกิดขั้นที่ 6

    ภายในเมืองอู่ในตอนนี้เริ่มวุ่นวายเพราะตระกูลหวงได้ส่งคนออกมาจำนวนมากเพื่อหาคนร้ายที่ขโมยทรัพย์สมบัติในตึกสมุนไพรตระกูลหวง"บัดซับ ใครกันที่มันกล้ามาลูบคมตระกูลหวงของพวกเรา"ผู้อาวุโสตระกูลหวงกล่าวด้วยความโกรธ"นั่นนะสิพวกมันไม่อยากจะมีชีวิตอยู่แล้วหรืออย่างไร"ผู้อาวุโสอีกคนก็กล่าว"ผุ้อาวุโสข้าเองก็แลปกใจเพราะข้าเฝ้าร้านตลอดและไม่เห็นแม้แต่เงาคนเข้าไปยังขั้นสองแม้แต่ยามที่เฝ้าอยู่ข้างหลังก็บอกว่าไม่พบสิ่งผิดปกติอะไรเลย"ชายชราที่เฝ้าตึกสมุนไพรกล่าว"ข้าว่าเรืองนี้มันชักจะแปลกเกินไปถึงพวกเราตระกูลหวงจะมีศัตรูมากมายแต่เจ้าพวกนั้นก็ไม่มีความสามารถขนาดนี้แน่สามารถขโมยของในขณะที่ผู้ฝึกยุทธิ์ปราณปฐพีไม่รู้ตัวนี่มันเหมือนกับเป็นผู้เชี่ยวชาญไม่ใช่รึ"ผู้อาวุโสตระกูลหวงกล่าว"เรื่องนี้จะเป็นยังไงก็ชั่งยังไงพวกเราก็ต้องจับตัวเจ้าหัวขโมยให้ได้ใหนจะเรื่องเจ้าสองแม่ลูกที่กลับเข้าตระกูลอู่อีกพวกเจ้าจงสั่งให้คนของเราสืบข่าวเกี่ยวกับรูปร่างหน้าตาของเจ้าเด็กนั่นเอาไว้ให้ดีและใช้ทุกวิถีทางสังหารเจ้าเด็กนั่นซะ ข้าไม่เชื่อหรอกว่าสองแม่ลูกนั่นจะไม่ออกมาจากตระกูลอู่ตลอดชีวิต"ชายชรากล่าวด้วยความโกรธเหล่าชายราหารู้ไม่ว่าบุคคลที่พวกเขากำลังตามหาทั้งสองคนคือคนๆเดียวกันแถมตอนนี้ชายหนุ่มคนนี้ก็กำลังบ่มเพาะพลังอย่างมีความสุขโดยใช้ทรัพยากรที่ขโมยมาได้"สำเร็จในที่สุดก็ทะลวงสู่ปราณก่อเกิดขั้นที่ 5 แล้วแถมทรัพยากรยังเหลืออีกเหลือเฟือให้ข้าทะลวงสู่ขั้นที่ 6 ได้อย่างสบาย" อู่หมิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม"ดีมากเจ้าจงรีบใช้ทรัพยากรเหล่านี้ให้หมดและรีบทะลวงระดับพลังเร็วๆเพราะขั้นก่อเกิดนั้นเป็นด่านที่ทะลวงง่ายที่สุดขอเพียงแค่เจ้ามีทรัพยากรเพียงพอเจ้าก็สามารถทะลวงได้อย่างต่อเนื่องแต่เมื่อใดที่เจ้าทะลวงถึงขั้นที่ 9 และต้องการก้าวข้ามสู่ปราณปฐพีเจ้าจะต้องมีความเข้าใจและหยั่งรู้ถึงพลังฟ้าดินก่อนถึงจะทะลวงได้"เสี่ยวฮุ่ยกล่าว"เจ้าพูดมาเหมือนกับว่าเจ้าเคยบ่มเพาะพลังมาก่อนแล้วสรุปพลังของเจ้าในตอนนี้อยู่ระดับเท่าไหร่"อู่หมิงกล่าว"บัดซบเจ้ายังกล้ามาถามก็ต้องระดับเดียวกับเจ้าอยู่แล้วด้วยอาคมพันธสัญญาที่ตาแก่นั่นลงไว้ทำให้ข้าไม่สามารถสำแดงพลังที่แท้จริงได้เพราะพลังของขข้าถูกตาแก่นั่นผนึกไว้และพลังของข้าจะค่อยๆคลายออกพร้อมกับการเติบโตของเจ้ายังไงละ"เสี่ยวฮุ่ยกล่าวด้วยสีหน้ามืดมน"อ้ออย่างงี้นี่เองถ้าอย่างงั้นแสดงว่าพลังของเจ้าตอนนี้ก็เทียบได้กับสัตว์อสูรระดับ 2 งั้นสินะ" อู่หมิงกล่าว"ใช่แล้ว" เสี่ยวฮุ่ยกล่าว"แล้วพลังที่แท้จริงของเจ้าอยู่ระดับใหนกันละ"อู่หมิงกล่าวถามด้วยความสงสัย"เหอะเจ้าในตอนนั้นไม่จำเป็นต้องรู้เรื่องของข้าราชันอสูรผู้นี้หรอก"เสี่ยวฮุ่ยกล่าว"จากคำกล่าวติดปากของเจ้านี่แสดงว่าเจ้าอยู่ระดับราชันนะสิ " อู่หมิงกล่าว"เรื่องนั้นชั่งมันก่อนเจ้ารีบบ่มเพาะพลังได้แล้วพวกเราจะได้เข้าไปในเมืองหวงและใช้จ่ายซื้อหม้อปรุงยาอันใหม่ซะดี"เสี่ยวฮุ่ยกล่าว"อืมเอาแบบนั้นแล้วกัน" อู่หมิงกล่าวหลังจากนั้นเวลาผ่านไปครึ่งเดือนอู่หมิงก็สามารถทะลวงสู่ปราณก่อเกิดขั้นที่ 6 ได้พร้อมกับเสือดำได้วิวัฒนาการสู่ระดับที่ 3 ด้วยการเลี้ยงดูของเสี่ยวฮุ่ยเสือดำก็แข็งแกร่งยิ่งขึ้นหลังจากที่ใช้ทรัพยากรจนหมดแล้วหนึ่งคนกับอีกหนึ่งตัวก็ได้เดินทางออกจากถ้ำทันทีแต่ในขณะนั้นเองที่หูของเสี่ยวฮุ่ยก็ตั้งขึ้นพร้อมกับเริ่มดมกลิ่นไปมาอย่างรวดเร็ว"เกิดอะไรขึ้น" อู่หมิงกล่าว"ดูเหมือนว่ารอบๆหุบเขาสัตว์อสูรจะมีคนเพิ่มมากขึ้นแถมในกลุ่มเหล่านั้นยังมีกลิ่นอายของตาแก่พวกนั้นด้วย"เสี่ยวฮุ่ยกล่าวตาแก่ที่เสี่ยวฮุ่ยหมายถึงคือสามชายชราที่ออกค้นหาพวกอู่หมิงบนหุบเขาเมื่อครั้งก่อนอู่หมิงแสดงสีหน้าเคร่งเครียดออกมาเพราะพลังของชายชราทั้งสามไม่ใช่สิ่งที่อู่หมิงจะเผชิญด้วยได้อู่หมิงรีบลบกลิ่นอายของตนออกพร้อมกับเข้าไปซุกอยู่ในพุ่มไม้ทันที"พวกเจ้าตระกูลหวงชักจะมากเกินไปแล้วหุบเขาสัตว์อสูรแห่งนี้มิใช่ของพวกเจ้าแล้วทำไมพวกเจ้าถึงห้ามมิให้ใครเข้าไป"ชายหนุ่มคนหนึ่งกล่าว"ใช่แล้วพวกข้าตระกูลเฟิงจำไม่เห็นได้เลยว่าหุบเขาสัตว์อสูรแห่งนี้เป็นของวพกเจ้าตระกูลหวง"ชายหนุ่มอีกคนก็กล่าว"แน่นอนว่าหุบเขาสัตว์อสูรแห่งนี้ไม่ใช่ของพวกเราตระกูลหวงเพียงแต่ว่าคนของตระกูลหวงเราได้ถูกสังหารไปมากมายในหุบเขาแห่งนี้ทำให้พวกเราในตอนนี้กำลังออกคนหาคนคนนั้นอยู่ถ้าพวกเจ้าเข้าไปละก็อาจจะเกิดอันตรายขึ้นมาได้เพราะงั้นทางที่ดีพวกเจ้ากลับไปซะจนกว่าพวกเราจะหาตัวคนร้ายได้พวกเจ้าไม่ควรเข้ามาหุบเขาสัตว์อสูรเด็ดขาด"ชายชรากล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา"เหอๆดูเหมือนว่าการที่หวงซวงที่กำลังหมั้นกับองค์ชายเจ็ดจะทำให้พวกเจ้าทำท่ากร่างไปทั่วเลยสินะ"ชายหนุ่มใบหน้าหล่อเหล่าข้างหลังมีกระบี่สะพายอยู่กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา"นายน้อยเฟิงหุนท่านเข้าใจผิดแล้วถึงซวงเอ๋อจะหมั้นกับองค์ชายเจ็ดพวกเราก็ไม่คิดจะเบ่งอำนาจหรือทำอะไรทำนางนั้นเลยพวกเราก็แค่เป็นห่วงความปลอดภัยของพวกท่านเท่านั้นเอง"ชายชรากล่าว"อย่างพวกเจ้าหรือจะมาเป็นห่วงคามปลอดภัยของพวกข้า น่าขันด้วยพลังของข้าในตอนนี้สามารถจัดการตาแก่อย่างเจ้าได้ง่ายแล้วมีอะไรต้องกลัวในหุบเขาสัตว์อสูรอีกใสหัวออกไปซะพวกข้าจะเข้าไป"เฟิงหุนกล่าวด้วยความโกรธแล้วเดินเข้าไปในหุบเขาสัตว์อสูรทันทีใบหน้าของชายชราเขียวปีดพร้อมกับสั่นไปด้วยความโกรธพลังของเฟิงหุนนั้นแข็งแกร่งอย่างมากและที่สำคัญเฟิงหุนนั้นเป็นอัจฉริยะที่ทรงพลังที่สำคัญเฟิงหุนอายุ 16 ปีก็สามารถทะลวงสู่ปราณปฐพีได้แล้วนี่ทำให้เฟิงหุนถูกมองว่าเป็นอัจฉริยะและเป็นก้างขวางคอตระกูลหวงอย่างยิ่ง"พวกเราจะทำอย่างไรดีผู้อาวุโส"ชายวัยกลางคนกล่าวกับชายชรา"ปล่อยพวกมันไปภายในหุบเขาแห่งนี้เต็มไปด้วยอันตรายถ้าเกิดเข้าไปในถิ่นของสัตว์อสูรระดับ3 ละก็ต่อให้เป็นเฟิงหุนก็คงยากที่จะหนีรอดออกมาได้"ชายชรากล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาและสั่งให้คนตระกูลหวงออกตามหาตัวอู่หมิงต่ออู่หมิงที่แอบฟังพวกชายชราคุยกันมาตลอดก็รอบยิ้มอย่างเย็นชาด้วยพลังของอู่หมิงตอนนี้แน่นอนว่าไม่สามารถต่อสู้ซึ่งๆหน้ากับชายชราได้แต่ถ้าเป็นการลอบสังหารนั้นก็อีกเรื่องเพราะด้วยพลังของกระบี่เงาสังหารนั้นสามารถสังหารพวกชายชราได้อย่างง่ายดายอย่างแน่นอนเพียงแต่ว่าตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่อู่หมิงจะลงมือพวกอู่หมิงได้ลอบออกไปจากหุบเขาสัตว์อสูรพร้อมกับเข้าไปในเมืองหวงอย่างรวดเร็ว-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------