“เ้าว่าคุณหนูรองเป็อะไรนะ!” ดวงตางามของชุยอี๋เหนียงเบิกกว้าง เวลามองคนสว่างจ้าราวดาวหางเย็นเยียบ
สาวใช้ที่มารายงานหดหดคอ ตอบกลับอย่างหวาดหวั่น “คุณหนูรองผลักคุณหนูใหญ่ตกูเาจำลอง นายท่านสามเพื่อช่วยคุณหนูใหญ่ จึงะโลงไป คุณหนูใหญ่ไม่ได้รับาเ็ แต่นายท่านสามกลับถูกกระแทกจนสลบ คุณหนูรองยังด่าคุณหนูใหญ่ว่าทำไมไม่ตาย ฮูหยินลงโทษคุณหนูรองให้ไปคุกเข่าอยู่ด้านนอกหอบรรพชน เมื่อไหร่ที่นายท่านสามฟื้น ก็ให้คุณหนูรองลุกขึ้นมาเมื่อนั้นเ้าค่ะ”
นอก .….ด้านนอกหอบรรพชน
ชุยอี๋เหนียงหน้าเปลี่ยนเป็ไม่น่าดู เฟิงซื่อไม่เพียงแต่ลงโทษบุตรสาวนาง ยังใช้โอกาศนี้เตือนด้วยว่า บุตรสาวของนางมีฐานะเป็บุตรสาวสายรอง มีตรงไหนที่ลงโทษไม่ได้ ยังจงใจลงโทษที่ด้านนอกหอบรรพชน นี่เป็การตบหน้านางชัดๆ!
ชุยอี๋เหนียงโกรธจนหน้าอกกระเพื่อม นางเป็คนสวย มีเสน่ห์แบบสวยสดใสและมีสีสัน ยิ่งเป็ตอนที่โกรธหางคิ้วล้วนยั่วยวนโดยไม่มีสาเหตุ นายท่านใหญ่เสิ่นก็ชอบหน้าตาแบบนี้ของนาง เวลาขมวดคิ้ว หรือเวลายิ้มล้วนยั่วยวน ถึงข้างกายจะมีอนุมากมายเท่าไร นางล้วนเป็ที่โปรดปรานมาโดยตลอด
“ข้าต้องไปดูเสียหน่อย!” ชุยอี๋เหนียงพอไตร่ตรองเื่ราวได้ทะลุปรุโปร่ง สะบัดผ้าเช็ดหน้าเดินออกประตูไป
สาวใช้รีบดักหน้านาง “อี๋เหนียง ท่านไปดูก็ไม่มีประโยชน์อะไรขึ้นมาหรอกเ้าค่ะ ฮูหยินผู้เฒ่าเองก็เห็นด้วยกับการลงโทษครั้งนี้นะเ้าคะ….”
อาหญิงของนางก็เห็นด้วยกับการลงโทษเหลียนเอ๋อร์!?
จะเป็ไปได้อย่างไรกัน ถึงแม้เบื้องหน้าอาหญิงของนางจะเอาใจสองแม่ลูกนั่นทุกอย่าง แต่ส่วนตัวคือรักเหลียนเอ๋อร์มาก
เห็นนายหญิงทำหน้าเหมือนไม่อยากจะเชื่อแบบนี้ สายตาของสาวใช้ตกไปอยู่ที่อกนางที่กระเพื่อมมากขึ้น นึกถึงคำพูดลับหลังที่สวี่อี๋เหนียงว่านางว่าหน้าอกใหญ่แต่ไร้สมอง ตอนนี้เห็นท่าว่าจะจริง
เมื่อกี้นางก็บอกชัดเจนแล้ว เื่นี้พัวพันไปถึงนายท่านสาม ไม่มีใครไม่รู้ว่าฮูหยินผู้เฒ่าเอ็นดูบุตรชายคนเล็กมาก เอ็นดูจนถึงขนาดนายท่านใหญ่ต้องยืนหลบไปด้านข้าง และที่นายท่านสามได้รับาเ็ ก็เป็เพราะเื่ที่คุณหนูรองก่อ ที่ฮูหยินผู้เฒ่าเห็นด้วยกับการลงโทษคุณหนูรอง ก็ไม่ใช่เื่ปกติหรอกหรือ นางไปตอนนี้สิ่งที่ได้รับก็คงมีเพียงใบหน้าที่เ็าเท่านั้น
แต่ชุยอี๋เหนียงรักลูกสุดหัวใจ ต่อให้เข้าใจดี นางก็ยังต้องไป
สาวใช้ได้แต่มองชุยอี๋เหนียงพาสาวใช้ออกจากเรือน จากนั้นนั่งผึ่งแดดอยู่ในลานบ้าน อาศัยโอกาสนี้พักผ่อนเงียบๆ สักพักหนึ่ง รอจนชุยอี๋เหนียงกลับมาที่เรือนจะต้องวุ่นวายเป็แน่
ซิ่วอิ๋งที่อยู่ในเรือนท่านย่านั้นว่านอนสอนง่ายมาก
ตอนเกิดเื่ฮูหยินผู้เฒ่าพานายท่านสามมาที่เรือนของนางโดยตรง หลังจากที่หมอมาดูอาการก็บอกว่าไม่ควรขยับเขยื้อนอีก เลยให้นายท่านสามพักผ่อนอยู่ห้องฝั่งตะวันออก ซิ่วอิ๋งเฝ้าอยู่ข้างเตียง หมั่นนำผ้าเช็ดหน้าจุ่มน้ำชาแล้วแตะที่ปากของเขาเพื่อทำให้ริมฝีปากเขาชุ่มชื้น จากนั้นก็คอยมองเขาอยู่เงียบๆ
มันค่อนข้างรู้สึกแปลกๆ ที่ได้เห็นอาสามของนางในตอนนี้
นางกลับมาตอนอายุได้แปดปี และท่านอาสามก็เพิ่งสิบสี่ปี คิ้วบางของเขายังเหมือนกับในอดีต แต่ก็ดูหนุ่มกว่าในความทรงจำของนางมาก ตอนนางตายอายุได้สิบแปดปี อาสามตอนนั้นก็ยี่สิบสี่ปีแล้ว แต่ว่าตัวอาสามยังให้ความรู้สึกเ็าไม่เปลี่ยนเลย
แม้ว่าตอนนี้เขาจะหลับอยู่ และยังดูเด็ก
ซิ่วอิ๋งยิ่งมองหน้าตาที่หล่อเหลาของเขา ก็ยิ่งรู้สึกสนุกมากยิ่งขึ้น
อย่างเช่นใบหน้าอาสามในวัยยี่สิบสี่ปีตอนไม่แสดงอารมณ์ใดๆ ริมฝีปากจะมีร่องลึกรอยหนึง แต่ตอนนี้กลับไม่มี หรือเป็เพราะหลังเขาโตมักจะปิดปากไม่พูดไม่จา ดังนั้นจึงมีริ้วรอยเพิ่มมา นางไม่เคยมองอาสามแบบใกล้ๆ มาก่อน พบว่าขนตาของเขายาวมาก เทียบกับนางแล้วแทบไม่ต่างกันเลย แต่ก็ทำให้เขาหล่อเหลาสง่างาม เขายังให้ความรู้สึกห่างเหินทำให้ผู้คนไม่กล้าเข้าใกล้ ถึงแม้ว่าทั้งหมดนี่เป็สิ่งที่ผู้อื่นบอกกับนางก็ตาม ตอนนี้มาคิดดูแล้ว หลังจากอาสามเป็ขุนนาง นับวันก็ยิ่งมีบารมีมากขึ้น บางครั้งเพียงนั่งอยู่ตรงนั้น ก็น่าเกรงขามจนคนไม่กล้าหายใจ
มีหญิงสาวมากมายเพียงใดที่หลงใหลเขา และมีหญิงสาวมากมายเพียงใดที่ถูกเขากวาดสายตาเ็าใส่ จนถอยหนีด้วยความกลัว
ชาตินี้นางจะเกลี้ยกล่อมอาสามดีหรือไม่ ว่าอย่าทำให้พวกผู้หญิงกลัวบ่อยนัก ทำจนเขาอายุไม่น้อยแล้วก็ยังไม่ได้แต่งภรรยา
ซิ่วอิ๋งนั่งอยู่ข้างเตียง เพ่งสมาธิตั้งอกตั้งใจ ฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นมาหลายรอบแล้ว เห็นนางจริงจังเฝ้าอยู่อย่างน่ารักขนาดนั้น ถึงแม้วันนี้นางจะเสียหน้าไปบ้าง สุดท้ายก็ยังรู้สึกปลาบปลื้มใจ บุตรชายคนเล็กไม่ได้เอ็นดูหลานสาวอย่างเสีบเปล่า
ฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นกลับออกไปอีกครั้งอย่างเงียบๆ ด้านชุยอี๋เหนียงก็มาถึงแล้ว
ชุยอี๋เหนียงเป็คนที่ใส่ใจกับรูปลักษณ์ภายนอก แม้จะรีบร้อน ก่อนจะเข้าห้องก็ยังให้สาวใช้จัดการทำผมปักปิ่น จัดเสื้อผ้าดีแล้วถึงก้าวผ่านธรณีประตูเข้าไป
ฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นได้ยินว่านางมาถึงแล้ว สีหน้าเรียบเฉย หลังจากชุยอี๋เหนียงทำความเคารพตามกฎแล้ว นางก็ร้องว่าท่านอาออกมา ใช้เพียงดวงตาคู่สวยมองนางท่าทางน่าเวทนา
ชุยอี๋เหนียงกับฮูหยินผู้เฒ่าที่จริงมีส่วนที่คล้ายกันมาก เห็นได้ชัดว่าฮูหยินผู้เฒ่าก็จัดเป็คนสวยคนหนึ่ง อย่างไรก็ตามชุยอี๋เหนียงใช้กลอุบายแกล้งทำเป็น่าสงสารแบบนี้กับฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นไปก็ไม่เป็ผล วิธีเหล่านี้ฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นเป็ผู้สอนนางเองว่าจะใช้เล่ห์เหลี่ยมอย่างไรจึงจะมัดใจลูกชายคนโตไว้ได้ เห็นชุยอี๋เหนียงทำเช่นนี้แล้ว ฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นก็รู้สึกหงุดหงิดจนไม่อาจบรรยาย
หลานสาวคนนี้เติบโตขึ้นมาแล้วงดงามทีเดียว แต่เมื่อเปรียบกับเฟิงซื่อแล้วกลับยังได้ไม่ถึงครึ่ง
เฟิงซื่อเป็สาวงามนุ่มนวล นางไม่ได้มีภาพลักษณ์น่าสงสาร เวลาที่นางพูดและบรรยากาศที่แผ่ออกมาจากกายนางนั้นให้ความรู้สึกเหมือนสายลมยามวสันต์อันอบอุ่นทำให้ผู้คนรู้สึกผ่อนคลาย และััได้ถึงความอ่อนโยน องคาพยพทั้งห้าบนใบหน้านั้นงดงาม แม้จะมีั์ตาดอกท้อ แต่เวลามองคนกลับกระจ่างชัดไม่มีใครเทียบได้ เป็ความงามอย่างละเมียดละไมบริสุทธิ์ แม้ว่าตอนนี้จะอายุมากขึ้น แต่ความงดงามนั้นก็ไม่ได้ลดน้อยลงเลย ไม่แปลกที่ในปีนั้นบุตรชายของตนหลงใหลในตัวนางมาก แม้แต่ตอนนี้ความหลงใหลนั่นก็ยังไม่จาง
คิดไปถึงบุตรชายคนโต สีหน้าฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นบิดเบี้ยวขึ้นหลายส่วน ความหงุดหงิดที่มีต่อชุยอี๋เหนียงจางไปไม่น้อย ใบหน้าก็ไม่บึ้งตึงแล้ว
“เ้ามาทำไม”
นี่ไม่ใช่รู้แล้วยังแกล้งถามเหรอ ชุยอี๋เหนียงในใจโกรธเคือง แต่ไม่กล้าแสดงออกมาบนใบหน้า “ได้ยินว่านายท่านสามตกลงมา ข้าจึงมาเยี่ยมเ้าค่ะ”
ฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นมองนาง “น้ำใจของเ้าข้าทราบแล้ว ตอนนี้เ้าสามยังไม่ฟื้น เ้ากลับไปก่อนเถอะ”
เพิ่งจะพูดได้สองประโยคก็ถูกไล่ ชุยอี๋เหนียงใจกระตุกวูบ เข้าใจแล้วว่านี่ร้ายแรงแล้วจริงๆ ทันใดนั้นดวงตานางก็แดงก่ำ บิดผ้าเช็ดหน้าเอ่ยว่า “ท่านอา เหลียนเอ๋อร์นางไม่ได้ตั้งใจ...”
“กลับไป!” ฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นจ้องนาง ใบหน้าดุจน้ำค้างแข็ง
ชุยอี๋เหนียงเห็นฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นโกรธขนาดนี้ก็เงียบเสียงลง ลุกขึ้นคารวะนางหนึ่งครั้งก็จากไป ตอนนางเคยมาจวนเสิ่นบ่อยๆ ั้แ่สมัยยังเด็ก นางรู้ดีว่านิสัยของฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นเป็เช่นไร ยามฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นโกรธจะต้องไม่ไปยุ่งด้วยเป็อันขาด มิเช่นนั้นก็ไม่ต่างจากการกระตุกหนวดเสือเลย
เดินจากเรือนคังหนิงด้วยใบหน้าบึ้งตึง ชุยอี๋เหนียงเกลียดจนขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน เดินไปดูเสิ่นซิ่วเหลียน
เสิ่นซิ่วเหลียนถูกคนของเฟิงซื่อจับตามองอยู่ กระทั่งฉีมามาเองก็ถูกส่งมาเฝ้า ชุยอี๋เหนียงเห็นบุตรสาวแต่กลับเข้าใกล้ไม่ได้ มองบุตรสาวร้องไห้จนใบหน้าเล็กแดงไปหมด บนร่างกายก็สกปรก ยิ่งเ็ปใจมากขึ้น หันกลับเดินไปยังประตูกลาง จากนั้นส่งสาวใช้คนสนิทไปที่จวนด้านหน้าสืบดูว่านายท่านใหญ่เสิ่นกลับมาหรือยัง
นางรอแล้วรอเล่าจนท้องฟ้ามืดแล้ว ยามเย็นเฟิงซื่อไปคารวะฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นอีกจึงได้รู้ว่านายท่านสามยังไม่ฟื้น ซิ่วอิ๋งเองก็ยืนกรานจะอยู่เฝ้า นางจึงกลับเรือนไปเพียงผู้เดียว
ซิ่วอิ๋งรับสำรับลวกๆ กินไปไม่มากเท่าไหร่ จากนั้นก็เฝ้าอยู่ข้างเตียงต่อ ฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นส่งสาวใช้มานำนางไปนอนเตียงห้องข้างๆ นางก็ไม่ยอม ถึงแม้นางจะรู้ว่าอาสามต้องวันพรุ่งนี้จึงจะฟื้นขึ้นมา แต่นั่นก็ไม่แน่ ขนาดนางยังสามารถย้อนกลับมาได้ เช่นนั้นก็มีโอกาสที่อาสามอาจจะฟื้นขึ้นมาเร็วกว่าเดิม
นางยืนกรานจนในที่สุดเสิ่นฮูหยินผู้เฒ่าก็ให้คนย้ายเก้าอี้ยาวมาวางไม่ไกลเตียงมากนัก ถ้าหากนางเหนื่อยจะได้พักสบายๆ
ในตอนแรกซิ่วอิ๋งไม่อยากใช้เก้าอี้ยาว ถึงแม้ร่างกายนางตอนนี้จะอายุแปดปี แต่ิญญาข้างในเป็ผู้ใหญ่ ความแตกต่างระหว่างชายหญิงยังชัดอยู่ในจิตสำนึก แต่ร่างนี้ยังเด็กนัก ทั้งยังมีพลังจำกัดไหนเลยจะรับไหว เฝ้าเขาอยู่สักพักก็ไม่รู้ว่าหลับไปั้แ่เมื่อใด
พวกสาวใช้เห็นนางนั่งฟุบหลับเป็ก้อนกลมๆ แล้วชวนให้หัวเราะเสียจริง เฟิงซื่อทำอาหารอร่อย ทั้งนางยังเป็คนตะกละ จึงอ้วนกว่าเด็กคนอื่นอยู่บ้าง ดูไปแล้วก็ช่างชวนให้ผู้อื่นชื่นชอบเสียจริง
ถึงแม้สาวใช้จะรู้สึกว่านางที่เป็แบบนี้นั้นน่ารักดี แต่ก็ไม่กล้าให้นางนอนแบบนี้ หากเป็หวัดขึ้นมาฮูหยินใหญ่คงไม่ให้อภัยพวกนาง สาวใช้สองสามนางอยากจะย้ายนางไปนอนบนเก้าอี้ยาว ใครจะไปรู้ว่านางหลับแล้วยังจะกำแขนเสื้อของนายท่านสามไว้แน่น พวกสาวใช้ไม่กล้าใช้แรงดึงอีก สุดท้ายก็ต้องย้ายเก้าอี้ยาวมาไว้ข้างๆ เตียง
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/7012340b7983053f1267ffdb04fe563d