ท้าทายดินแดนพระเจ้า

    ตอนที่ 36 เบื้องหน้าตระกูลเหยา

            เฉินเซี่ยงกลับเข้ามาในเมืองก่อนรุ่งสางตลอดทั้งวัน ชายหนุ่มสกัดกลั่นเม็ดยาอย่างบ้าคลั่ง พอตกกลางคืนก็ออกไปนอกเมืองเพื่อฝึกฝนวนเวียนอยู่เช่นนี้ตลอดทั้งยี่สิบวัน ด้วยความที่มิอาจล้มเหลวได้เพียงครั้ง ไม่เพียงจะได้รับความแข็งแกร่งเพิ่มมากขึ้นแต่ยังเชี่ยวชาญการสกัดกลั่นเม็ดยาระดับมนุษย์ขั้นกลางและในระดับที่ต่ำกว่านั้น เวลาที่เป็นสิ่งจำเป็นในกระบวนการสกัดกลั่นเม็ดยากลับถูกลดถอนอย่างมากจนถึงจุดที่นักปรุงยามากประสบการณ์อย่างเฉินหลู่ซ่งยังต้องอับอายราวกับกลายเป็นปมด้อยของตน

             

            เม็ดเงินจำนวนเจ็ดแปดส่วนที่ได้มาจากการขายหญ้าวิญญาณโลหิตพันปีได้ใช้จ่ายไปเรียบร้อยแล้วเฉินเซี่ยงและเฉินหลู่ซ่งสกัดกลั่นเม็ดยาสามัญระดับมนุษย์ขั้นต่ำไปมากมายแต่มันยังคงห่างไกลกับคำว่าเพียงพอ

             

            ถ้ากล่าวถึงต้นวิญญาณโลหะที่เฉินเซี่ยงได้ปลูกไว้แน่นอนตอนนี้มันออกผลแล้วมากมาย! ในช่วงยี่สิบวันที่ผ่านมา เขาผลิตน้ำลายมังกรอย่างต่อเนื่องและใช้มันเพื่อเร่งการเจริญเติบโตนี่เป็นครั้งแรกที่เขาที่เขากระตุ้นการเจริญเติบโตของสมุนไพรเพียงหนึ่งชนิดโดยใช้เวลาที่ยาวนานเช่นนี้แต่แน่นอนว่ามันคุ้มค่าอย่างมาก

             

            ต้นวิญญาณโลหะคือความลับส่วนตัวของเขา ซึ่งนั่นเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเขาจึงปลูกมันในลานกว้างส่วนตัวแม้แต่เฉินหลู่ซ่งยังไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาในพื้นที่ของเขา

             

            “ตราบที่เราว่าจ้างนักปรุงยาได้มากพอ ข้าย่อมไร้กังวลและยังเป็นการเพิ่มพื้นที่หายใจข้าอีกด้วย!” เฉินเซี่ยงลูบผลไม้สีทองขนาดเล็กที่มันเพิ่งผลิออกมาจากต้นเมื่อเช้านี้หลังจากที่เขาบำรุงมันด้วยน้ำลายมังกร

             

            เฉินเซี่ยงไม่คิดอ่านเพียงเรื่องการสกัดกลั่นและการขายเม็ดยาตลอดทั้งวันเท่านั้นเขายังมีแรงปรารถนาจะทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่อีกหลายอย่างเช่น การค้นหาสมุนไพรวิญญาณล้ำค่าสังหารเหล่าสัตว์อสูร แสวงหาและฝึกฝนทักษะการต่อสู้ที่เหมาะสม หรือแม้กระทั่งออกท่องเที่ยวไปในโลกที่กว้างใหญ่

             

            ณ เวลานี้ งานแข่งขันประลองทักษะการต่อสู้แห่งเมืองโหวหวางเหลือเวลาเพียงหนึ่งเดือนเท่านั้นฉะนั้นเฉินเซี่ยงจึงได้ไปลงชื่อเพื่อเข้าร่วมการแข่งขัน นอกจากนี้ยังเป็นเหตุให้เฉินเซี่ยงหดหู่กับความจริงที่ว่างานแข่งขันประลองทักษะการต่อสู้แห่งเมืองโหวหวางมีเจ้าภาพจัดงานคือตระกูลเหยา และในระหว่างนี้สถานที่สำหรับสมัครเข้าร่วมงานประลองยังอยู่ในพื้นที่ตระกูลเหยาอีก

             

            เฉินเซี่ยงในตอนนี้พำนักอยู่ที่เมืองโหวหวางมาได้สักพักหนึ่งแล้วและเขาก็ยังได้ยินผู้คนถกเถียงกันถึงเรื่องการหายตัวไปของเหยาเทียนหัวและผู้อาวุโสตระกูลเหยาแต่ถือเป็นเคราะห์ดีสำหรับเฉินเซี่ยงที่มีนักสู้ขององค์กรที่ชั่วร้ายเที่ยวไล่สร้างความเสียหายอยู่ภายนอกเมืองโหววางอยู่บ่อยครั้งพวกมันปล้นและสังหารเด็กๆ ของเมืองโหวหวางที่มาจากตระกูลขุนนาง ดังนั้นเฉินเซี่ยงจึงไม่กลายเป็นจุดสนใจกับสิ่งที่เกิดกับเหยาเทียนหัวและผู้อาวุโสตระกูลเหยา

             

            ผู้คนต่างกล่าวว่า ทั่วทั้งตระกูลเหยาในยามนี้คั่งแค้นเป็นอย่างมากเนื่องจากการหายตัวไปของอัจฉริยะและผู้อาวุโสของพวกมันพวกมันต่างยัดเยียดความผิดให้เหล่าขุมกำลังชั่วร้ายพวกนั้นและด้วยความช่วยเหลือจากตระกูลจักรพรรดิและตระกูลอื่นๆอีกมากมายที่มีความสัมพันธ์อันดีกับตระกูลของพวกมัน เพียงไม่กี่วันเหล่าขุมกำลังชั่วร้ายที่เป็นต้นเหตุให้เกิดเรื่องยุ่งวุ่นวายภายนอกเมืองโหวหวางบ้างก็ถูกล่าล้างสังหาร บ้างก็ถูกทำลายจนสิ้น แต่ถึงอย่างนั้นตระกูลเหยาก็ยังไม่อาจค้นหาเงื่อนงำใดๆเกี่ยวกับเหยาเทียนหัวได้แม้แต่น้อย

             

            ในความเป็นจริง เหยาเทียนหัวและผู้อาวุโสตระกูลเหยาต่างถูกเฉินเซี่ยงสังหารไปนานแล้วร่างกายของพวกมันถูกเผาทำลายเหลือเพียงเถ้ากระดูก การที่ตระกูลเหยาออกสืบเสาะค้นหาในสิ่งที่เกิดขึ้นอาจทำให้เฉินเซี่ยงกังวลเพียงเล็กน้อย

             

            ปัจจุบัน เฉินเซี่ยงมาถึงบริเวณของตระกูลเหยาและเขาต้องตกใจเพราะพื้นที่ของตระกูลเหยามีขนาดใหญ่มากภายในใจของเขาในตอนนี้บังเกิดความกลัวเล็กน้อยเมื่อจ้องมองไปยังทางเข้าที่เขาต้องก้าวเข้าไปเพียงลำพัง

             

            การรับสมัครผู้เข้าแข่งขันถูกจัดขึ้นบริเวณพื้นที่ขนาดใหญ่เบื้องหน้าทางเข้าตระกูลเหยาแม้ว่าการรับสมัครจะเริ่มขึ้นตั้งแต่เช้า แต่ยังคงมีผู้คนจำนวนมากทยอยกันมาสมัครตลอดทั้งวันทั่วทั้งบริเวณรับสมัครคลาคล่ำไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตา บรรยากาศคึกคัก แต่ละคนต่างต่อแถวกันยาวเหยียดราวกับมังกร(จีน)

             

            เฉินเซี่ยงเข้าแถวมาสักพักหนึ่งแล้วและในที่สุดก็ถึงเวลาที่เขายืนอยู่เบื้องหน้าโต๊ะรับสมัครชายหนุ่มอายุประมาณยี่สิบปีหรือมากกว่านั้นได้รับหน้าที่ดูแลการรับสมัคร มันหาวพร้อมกับหยิบปากกาและกระดาษขึ้นพร้อมกล่าวถามอย่างเกียจคร้าน“ชื่อ..?”

             

            “เฉินเซี่ยง!”

             

            หลังจากได้ยินคำสองคำนั้น จากเดิมที่มันนั่งง่วงเหงาหาวนอนกลายเป็นตาสว่างขึ้นในทันตาพร้อมกับจ้องมองเฉินเซี่ยงอย่างระมัดระวังทุกคนโดยรอบต่างพากันหันมอง! นาม’ เฉินเซี่ยง’ เป็นที่รู้จักกันดีของทุกคนในที่นี้ไม่เพียงแต่เขาสกัดกลั่นเม็ดยาชำระไขกระดูกได้เท่านั้น แต่ความแข็งแกร่งของเขายังเทียบได้กับคนที่มีความแข็งแกร่งระดับ7 ขอบเขตนักสู้! เขาทำร้ายผู้อาวุโสตระกูลเหยาจนบาดเจ็บ ทุบตีบุตรชายของเจ้าเมืองโหวหวางและได้รับความโปรดปรานอย่างมากจากจ้าวคฤหาสน์สมุนไพรดันเซี่ยงผู้ที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นสตรีที่งดงามที่สุดในเมืองนี้!นี่เป็นเพียงบางเรื่องที่โดดเด่นของเขาเท่านั้น

             

            เฉินเซี่ยงมีภาพลักษณ์เทียบเท่าได้กับเหยาเทียนหัวตราบใดที่คนผู้หนึ่งเดินไปมารอบๆ เมืองก่อนหน้านี้ มันย่อมต้องเคยได้ยินชื่อของเขานอกจากนี้ในสายตาของตระกูลเหยาต่างไม่คิดว่าเฉินเซี่ยงเป็นอื่นใดนอกจากเสี้ยนหนาม สมาชิกทุกคนในตระกูลเหยาล้วนเกลียดชังมันเป็นที่สุดสำหรับพวกมันแล้ว การที่เฉินเซี่ยงทำร้ายผู้อาวุโสและเหยาเทียนหัวจนได้รับบาดเจ็บเป็นเพียงเหตุผลที่ทำให้ทั้งสองหายไปเนื่องเพราะหากผู้อาวุโสไม่ได้รับบาดเจ็บย่อมไม่ทางเกิดอันตรายใดๆ ขึ้นได้

             

            “ไปทดสอบความแข็งแกร่งทางนั้น เพียงเจ้าผ่านการทดสอบเจ้าก็สามารถเข้าร่วมแข่งขันในงานประลองได้” ชายหนุ่มชี้ไปที่อีกแถวหนึ่ง

             

            ก่อนจะมายังที่แห่งนี้ เฉินเซี่ยงเคยได้ยินเกี่ยวการทดสอบความแข็งแกร่งก่อนจะจบขั้นตอนการสมัครอย่างสมบูรณ์ผู้ที่ไม่ผ่านการทดสอบจะไม่สามารถเข้าร่วมงานประลองได้

             

            หลังจากชายหนุ่มเขียนชื่อและวางกระดาษลงบนโต๊ะเรียบร้อยแล้วเฉินเซี่ยงหยิบมันขึ้นพร้อมกับเดินไปยังอีกแถว

             

            เฉินเซี่ยงอยู่ใกล้กับพวกมันอย่างมาก เพียงแค่คิดพวกมันก็ตื่นเต้นเป็นอย่างมากเป็นถึงนักปรุงยา เป็นถึงหลานชายของผู้นำตระกูลเฉิน (รุ่นก่อน) ที่มีชื่อเสียง อนาคตของเขาย่อมไม่จำกัดนั่นเป็นสิ่งที่ทำให้ผู้คนเริ่มมีความคิดที่จะเข้ามาตีสนิทและพูดคุยกับเขา

             

            เวลาผ่านไปเล็กน้อย เฉินเซี่ยงยังคงมีความสุขที่ได้พูดคุยกับรุ่นเยาว์จากตระกูลต่างๆพวกมันต่างพยายามงัดเอาด้านที่ดีของตนออกมาเพื่อหวังจะได้รับการสนับสนุนจากตระกูลเฉินบางคนก็เกรงกลัวว่าจะกระทำผิดต่อตระกูลเหยาและก็ยังเกรงกลัวต่อพันธมิตรตระกูลเฉิน นอกจากนี้พวกมันยังได้รู้จากเฉินเซี่ยงว่าตระกูลเฉินมีร้านขายเม็ดยาดังนั้นอย่างน้อยพวกมันจะต้องระวังภัยคุกคามจากตระกูลเหยาไว้ด้วย

             

            ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใด ในที่สุดก็ถึงคราวของเฉินเซี่ยงวิธีทดสอบความแข็งแกร่งของแต่ละคนนั้นง่ายมาก เพียงแค่โจมตีเข้าไปยังศิลาแปลกๆ เท่านั้นจากเดิมศิลาจะมีสีดำ แต่ถ้าคนที่โจมตีมีความแข็งแกร่งมากพอย่อมทำศิลาเปลี่ยนสีได้

             

            เฉินเซี่ยงกำลังยืนอยู่เบื้องหน้าศิลาที่สูงกว่าตัวเขา!บุคคลที่เป็นผู้รับชอบการทดสอบกล่าวขึ้น “ตราบใดที่เจ้าสามารถเปลี่ยนสีของศิลานี้ให้กลายเป็นสีเหลืองได้….ก็ถือว่าเจ้าผ่านการทดสอบ”

             

            ถ้าวัดตามความแรงของการโจมตี ศิลาจะเปลี่ยนจากสีดำ-> แดง-> ส้ม-> เหลือง-> เขียว-> คราม-> ฟ้า-> ม่วงสีม่วงถือเป็นระดับสูงสุดที่ศิลาจะสามารถวัดได้

             

            ตั้งแต่ที่ยืนอยู่บริเวณนี้ เขาเห็นผู้คนมากมายทำให้ศิลาเปลี่ยนเป็นสีแดงบางครั้งก็เปลี่ยนเป็นสีส้ม แต่ยังไม่มีใครสามารถทำให้ศิลาเปลี่ยนเป็นสีเหลืองได้

             

            “ข้าเคยได้ยินมาว่าระหว่างการทดสอบของมกุฎราชกุมารท่านสามารถทำให้หินเปลี่ยนเป็นสีฟ้าได้ อ่า~~ ความแข็งแกร่งของท่านช่างลึกล้ำนัก!”

             

            “โอ้!! ข้าก็เคยได้ยินมาว่าผู้เยาว์ตระกูลเหยาผู้หนึ่งก็น่าเกรงขามมากเช่นกันเขาสามารถเปลี่ยนให้ศิลากลายเป็นสีฟ้าได้ด้วย”

             

            “เฮอะ!! ก็งั้นๆ บุตรสาวของแม่ทัพใหญ่เหลิ่งสามารถเปลี่ยนศิลาให้เป็นสีม่วงได้!”

             

            “...”

             

            ทันใดนั้นเฉินเซี่ยงก็ได้ยินผู้คนถกเถียงกันเรื่องความแข็งแกร่งของบุคคลที่โดดเด่นในตอนนี้ดูเหมือนทุกๆ คนกำลังเฝ้าดูเขาอย่างใจจดใจจ่อเพื่อรอคอยผลการทดสอบ พวกเขาต่างเฝ้ามองว่าความแข็งแกร่งของเฉินเซี่ยงจะยิ่งใหญ่ดังเช่นที่พวกเขาเคยได้ยินมาหรือจะเป็นเพียงแค่ข่าวลือเนื่องเพราะในบรรดาผู้คนเหล่านี้ยังไม่เคยมีใครได้เห็นความแข็งแกร่งของเฉินเซี่ยง

             

            เฉินเซี่ยงลูบหมัดของตนขณะที่ยืนอยู่เบื้องหน้าศิลาตระกูลเฉินเองก็มีศิลาเช่นนี้เพียงแต่มันเล็กกว่า ถ้าเทียบในด้านคุณภาพย่อมเท่าเทียมกันในการใช้ตัดสินความแข็งแกร่งมันย่อมเจ็บปวดอย่างมากเมื่อชกเข้าไปยังหิน แต่ถึงอย่างนั้นเฉินเซี่ยงก็คอยลองทดสอบมันอยู่ที่บ้านของเขาเมื่อนานมาแล้วแต่ตอนนั้นเขากลับไม่สามารถทำให้มันเปลี่ยนสีแม้กระทั่งสีแดงอ่อนๆ ก็ไม่ นั่นแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งที่อ่อนด้อยของเขาในตอนนั้น

             

            แต่ตอนนี้ทุกสิ่งได้เปลี่ยนไปแล้ว เฉินเซี่ยงบรรลุสู่ความแข็งแกร่งระดับ6 ขอบเขตนักสู้! เขามีความกระหายที่จะทดสอบความแข็งแกร่งของเขาอย่างมาก

             

            หลังจากเตรียมตัวเรียบร้อย เฉินเซี่ยงสูดลมหายใจเข้าเล็กน้อยและเริ่มโคจรปราณแท้จริงแห่งหงส์เพลิงและมังกรครามภายในตันเถียนของเขาเข้าด้วยกัน ขณะที่มันผสานกันเข้าด้วยกันภายในมือของเขาจู่ๆ แขนที่ล่ำสันพลันปรากฏเส้นชีพจรสีฟ้า

             

            ในเวลานี้ผู้ที่อยู่รอบๆ การทดสอบกลับกลายเป็นเงียบสนิทบางคนที่อยู่ใกล้กับเฉินเซี่ยงต่างสัมผัสได้ถึงปราณแท้จริงอันน่าหวาดผวาปริมาณมหาศาลมันระเบิดออกอย่างฉับพลันส่งผลให้ผู้คนที่เห็นอำนาจการระเบิดของมันจมลงสู่ความหวาดกลัวในตอนนี้เองล้วนไม่มีผู้ใดกังขาว่าเฉินเซี่ยงทำให้ผู้อาวุโสตระกูลเหยาบาดเจ็บได้อย่างไรผู้คนทั่วทั้งบริเวณพลันตื่นตระหนกจากแรงกดดันอันหนักหน่วงที่ปลดปล่อยออกมาจากปราณแท้จริงของเฉินเซี่ยง!

             

            เพียงพริบตา คุณลักษณะแห่งปราณแท้จริงทั้งสองทะลักออกมาจากแขนเฉินเซี่ยงชโลมไปทั่วทั้งหมัด จากนั้นเขาก็ชกมันออกไป! ด้วยความรุนแรงและความเร็วราวกับสายฟ้าฟาดหมัดของเขากระแทกลงไปที่ศิลาอย่างโหดเหี้ยม

             

            “ตูม!!!”

             

            ศิลาแตกออกเป็นเสี่ยงๆ กระจัดกระจายอยู่บนพื้นในฉับพลันเถ้าควันที่เกิดจากแรงระเบิดของปราณแท้จริงกระจายไปทั่วทั้งพื้นที่

             

            ………...