“ฮิๆ เธอเป็นห่วงคนรักตัวน้อยอยู่หรือไง”
“อย่าพูดจาไร้สาระ!” เสียงที่ปลายสายดูอู้อี้เล็กน้อย
“ไร้สาระหรือเปล่าเธอเองก็รู้ดี”
“เธอโทรหาฉันทำไมเพื่อบอกเรื่องนี้?เธอนี่ไม่เบื่อบ้างหรือไง”
“เฮ้อ...”ชุยฮุ่ยฮุ่ยสูดหายใจเข้าลึกๆ และกล่าวอย่างจริงจังว่า “ฉันจะโทรหาเธอเพื่อเรื่องไร้สาระแบบนั้นหรือไง ฉันค้นพบเรื่องพิเศษของฉินลู่เข้าแล้ว”
“เรื่องพิเศษ”น้ำเสียงแปลกใจจากปลายสายดังขึ้น “เรื่องพิเศษอะไร”
“ฉันจะบอกเธอว่าฉันเห็นฉินลู่ขับรถอาวดี้คันหนึ่ง บนรถยังมีสาวสวยคนหนึ่งนั่งอยู่ด้วย!” ในที่สุดชุยฮุ่ยฮุ่ยก็พูดใจความสำคัญออกมาแล้ว
“อะไรนะสาวสวย!” น้ำเสียงของซุนอิงแสดงอย่างเห็นได้ชัดว่าตกตะลึงเป็นอย่างมาก
“ใช่ เป็นสาวสวยคนหนึ่ง ฉันตั้งใจมองแล้วมองอีก โอ้หน้าอกนั่น ใหญ่ขนาดนั้น น่าเกรงขามขนาดนี้…” ชุยฮุ่ยฮุ่ยเลิกคิ้วสูงพลางพูดเกินจริงไปด้วย
“...” ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่งแล้วพูดว่า"ชุยฮุ่ยฮุ่ย เธอมาบอกเรื่องพวกนี้กับฉันทำไม เขาพาสาวสวยไปด้วยแล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉัน"
“ฮ่าๆๆ” ชุยฮุ่ยฮุ่ยหัวเราะอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า"เกี่ยวหรือไม่ให้ฉันพูดให้ชัดเจนไหม!พวกเราเป็นพี่น้องกันมาหลายปี ผีเห็นผีนะสาว"
“...” ปลายสายเงียบลงอีกครั้ง
“แน่นอนว่าเรื่องต่างๆไม่ได้ร้ายแรงอย่างที่เธอคิด" ชุยฮุ่ยฮุ่ยยิ้มและพูดว่า"จากการสังเกตของฉัน ฉินลู่กับสาวสวยคนนั้นยังไม่ได้เป็นอะไรกันพวกเขาเว้นระยะห่างกันค่อนข้างมาก จากที่ฉันเห็น เหมือนฉินลู่มีแรงต้านทานสาวสวยโอกาสของเธอยังมีอยู่มากนะ ฉันแนะนำให้เธออย่ารอช้าอีก รีบฉวยโอกาสนี้เข้าจู่โจมจับฉินลู่ไว้ในมือเธอให้อยู่หมัดอย่าปล่อยให้เขาได้ไปสัมผัสนางตัวดีคนไหนอีก"
“เธอพูดอะไรฉันไม่เข้าใจที่พูดเลย”
ชุยฮุ่ยฮุ่ยเบะปากแล้วพูดติดตลกว่า "เอาล่ะๆ ฉันพูดชัดเจนขนาดนี้แล้วก็คิดเอาเองแล้วกัน เดี๋ยวฉันจะกลับไปหาทีมแล้ว เธอหาวิธีจัดการเอาเองนะ เอ้อหมายเลขทะเบียนรถสปอร์ตอาวดี้คันนั้น คือ XXXXXX ไม่พูดแล้ว บ๊ายบาย!"
"ตู๊ด!"
ชุยฮุ่ยฮุ่ยตัดสายแล้วเชิดคางอย่างภาคภูมิใจ“เสี่ยวอิง ฉันช่วยเธอได้เท่านี้แหละ”
บนรถอาวดี้ ฉินลู่กับเซี่ยหลิง ทั้งสองต่างไม่ได้พูดคุยกัน
แต่หลังจากนั้นไม่นาน เซี่ยหลิงก็เอ่ยขึ้นเป็นคนแรกว่า"เมื่อครู่ฉันเห็นทักษะทางการแพทย์ของนายแล้ว น่าทึ่งมาก แต่ไม่ได้เห็นเทคนิคอีกมากมายอย่างชัดเจน"
ฉินลู่เหลือบมองเธอและเอ่ยว่า "แน่นอนว่าเทคนิคต้องใช้ให้เร็วไม่ปล่อยให้ใครบางคนเรียนรู้มัน แบบนั้นคงไม่ดี"
“แบร่ๆ ขี้งกเรียนรู้ไว้นิดหน่อยก็ไม่ตายหรอกน่า”
“เธอรู้ได้ยังไงว่าถ้าฉันสอนให้เธอนิดหน่อยแล้วฉันจะไม่ตาย”ฉินลู่พูดอย่างจริงจัง
“ไม่คุยเรื่องนี้แล้ววันนี้นายจะกลับบ้านจริงๆ ใช่ไหม” เซี่ยหลิงเปลี่ยนหัวข้อสนทนา
“ที่เธอพูดมันไม่ดูไร้สาระไปหน่อยหรือฉันไม่กลับบ้านแล้วจะกลับไปที่ไหน”
เซี่ยหลิงลังเลอยู่ครู่หนึ่งและพูดว่า“แต่ในสถานการณ์ตอนนี้ นายทำให้หยางกรุ๊ปขุ่นเคืองพวกเขาต้องตอบโต้นายอย่างแน่นอน นายอยู่บ้านอันตรายเกินไป”
ฉินลู่โบกมืออย่างไม่ใส่ใจ “อันตรายอะไรเธอคิดมากแล้ว ตระกูลหยางเล็กๆ ไม่คณามือฉันหรอก”
“ตระกูลหยางเล็กๆ”เซี่ยหลิงหมดคำพูดกับความเย่อหยิ่งของฉินลู่ “ถ้านายพูดประโยคนี้ออกไปไม่รู้จะมีกี่คนที่หัวเราะเยาะ หยางกรุ๊ปเป็นที่รู้จักทั่วประเทศจีนแต่นายกลับบอกว่าพวกเขาเล็ก”
“ตระกูลหยางเทียบกับเจ้าพ่อค้ายารายใหญ่ได้หรือเปล่า”จู่ๆ ฉินลู่ก็ถามขึ้น
“นั่น...เปรียบเทียบกันไม่ได้ มันคนละอย่างกัน จะเทียบกันได้อย่างไร”
“งั้นตระกูลหยางเทียบกับขุนศึกใหญ่ตะวันออกกลางหรือเปล่า”
“แบบนั้นยิ่งเทียบกันไม่ได้เลย”
“ตระกูลหยางเทียบกับรัฐบาลได้หรือเปล่า”
“นายจะพูดอะไรกันแน่” เซี่ยหลิงพูดอย่างสงสัย
ฉินลู่ผายมือออกแล้วพูดว่า "เธอยังมองว่าตระกูลหยางเทียบกับพวกนั้นไม่ได้แล้วฉันอธิบายพวกเขาด้วยคำว่า ‘เล็กๆ’ ผิดหรือไง"
เซี่ยหลิงหมดหนทางเข้าใจกลไกลสมองของฉินลู่จึงตอบกลับไปว่า"แต่เมื่อเทียบกับนายที่เป็นคนธรรมดา ตระกูลหยางก็คือยักษ์ใหญ่นะ!"
“ใครบอกว่าฉันเป็นคนธรรมดา”ฉินลู่เหลือบมองเซี่ยหลิงพร้อมพูดขึ้นขณะขับรถว่า “เธอรู้ได้ยังไงว่าฉันเป็นคนธรรมดา”
เซี่ยหลิงมองฉินลู่ขึ้นลงแล้วถามด้วยความสงสัย"นายซ่อนภูมิหลังจากตระกูลที่ยิ่งใหญ่ไว้หรือไง งั้นนายเป็นใคร"
“หึๆ”ฉินลู่ลูบจมูกอย่างภูมิใจและพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจังว่า “ฉันเป็นผู้สืบทอดลัทธิคอมมิวนิสต์”
“พรวด...”
เซี่ยหลิงเกือบจะกระอักเลือดออกมาเต็มปาก
“นายนี่มันตอแหลสุดๆ”
"เฮ้" ฉินลู่โบกมือแล้วพูดว่า"เป็นสาวเป็นนางพูดหยาบคายได้อย่างไร"
“อย่ามาพูดใส่ร้ายฉันนายควรรู้ว่าเรื่องนี้มันเป็นเรื่องร้ายแรง นายไปอยู่บ้านฉันเถอะจากนั้นฉันจะหาทางพานายไปต่างประเทศสักสองสามปี รอให้ลมสงบลง"
"ไม่!" ฉินลู่ยกมือหยุดแล้วพูดว่า "นับจากนี้เป็นต้นไปไม่ต้องพูดเรื่องนี้อีกแล้ว"
"นาย... " เซี่ยหลิงรู้สึกเหมือนปอดกำลังจะฉีก"ไม่มีใครสนใจนายแล้ว! ตัวเองอยากตายก็ไปตายเถอะ!"
"วางใจได้ ใครจะตายก็ได้ แต่ฉันไม่มีทางตาย"ฉินลู่เผยรอยยิ้มที่มั่นใจให้กับเซี่ยหลิง
พยายามขับมากว่ายี่สิบนาที ฉินลู่ก็ขับรถไปถึงชุมชนเล็กๆ ที่ตนเองอยู่แล้วจอดรถตรงที่จอดรถ
เปิดประตูรถเดินลงมา ฉินลู่โบกมือพูดกับเซี่ยหลิงที่อยู่ในรถว่า “ขอบคุณสำหรับรถ พรุ่งนี้เจอกัน”
"ฉันรู้สึกว่าพรุ่งนี้ก็ไม่เจอนายแล้ว" เซี่ยหลิงตอบกลับ
"เธอทำไมมองโลกในแง่ร้ายขนาดนั้น ที่นี่คือประเทศจีน!คือเมืองหลวง! คือเมืองจิงเฉิง!" ฉินลู่ชี้ไปที่พื้นแล้วพูดว่า"ไม่มีใครกล้าทำเกินไปแบบนั้น”
“เฮ้อ...”เซี่ยหลิงถอนหายใจ “ฉันไม่รู้ว่าจะเรียกนายว่าโง่หรือไร้เดียงสานายไม่เข้าใจอะไรเกี่ยวกับสังคมชั้นสูงเลย”
ทันทีที่ฉินลู่ได้ยินประโยคนี้ก็ก้มลงด้วยรอยยิ้มลึกลับ"บางทีฉันอาจเข้าใจมากกว่าเธอเยอะ"
พูดจบฉินลู่ก็เดินจากไปโดยไม่หันกลับมามอง
เซี่ยหลิงมองดูฉินลู่จนหายลับเข้าไปในประตูลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แล้วหยิบโทรศัพท์ออกมาโทรออก จากนั้นก็ขับรถอาวดี้ออกไป
ฉินลู่เปิดประตูบ้านและเดินเข้าไปราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ปรุงยาอาบยาและฝึกตน
เมื่อฝึกลมปราณโคจรจุลจักรวาลครบเก้ารอบเขาก็ลุกออกจากอ่างอาบน้ำ แต่ก็ปาเข้าไปตีหนึ่งกว่าแล้ว
เมื่อทำความสะอาดอ่างอาบน้ำเสร็จฉินลู่ก็เดินไปที่ห้องนั่งเล่นและหยิบด้ายพิเศษเส้นหนึ่งออกมาจากในลิ้นชัก
ด้ายเส้นนี้เหลือจากภารกิจลอบสังหารครั้งก่อนสุดท้ายของเขาและตอนนี้ก็เหมาะที่จะนำออกมาใช้
เขาวางกับดักเล็กๆไว้ตรงประตูและหน้าต่างของแต่ละห้องอย่างชำนาญ จากนั้นก็ตรวจดูรอบๆและปรบมือด้วยความพึงพอใจ
“ดีมาก แบบนี้ก็ไม่มีปัญหาอะไรแล้ว”
หลังจากทำเสร็จทั้งหมดฉินลู่ก็กลับไปที่ห้องนอน หยิบหินหยกชิ้นหนึ่งออกจากลิ้นชักใส่เข้าปากนอนลงบนเตียงแล้วเริ่มเดินลมปราณ โคจรมหาจักรวาลค่อยๆ ตกอยู่ในห้วงนิทรา