
ตอนที่142 สมานฉันท์
อสูรมังกรสามหัว มันถอยหลังแล้วบินขึ้นกลางอากาศอีกครั้ง มันทำอย่างนี้วนเวียนไปมา แต่นานเข้าเหมือนกับว่ามันเริ่มรู้และฉลาดพอที่จะไม่ทิ้งเหยื่อที่อยู่ในถ้ำ คล้ายกำลังรอให้อาวุธของคนในนั้นหมดก่อน แล้วมันจึงจะเข้าไปจับกินเป็นอาหาร
แม้ว่ามันจะโหดร้ายแต่ก็มีความฉลาดแฝงอยู่ในตัวเช่นกัน ดังนั้นมันจึงไม่ผลีผลามเข้าไปกินคนด้านใน มันขยายตัวที่มีเกล็ดเข้าไปทดสอบอาวุธเป็นระยะระยะ
กริชเพชรยืนตัวแข็งทื่อเมื่อกระโดดเข้าไป กำลังจะช่วยหญิงสาวเมื่อเห็นนางพุ่งพรวดกลับคืนออกมาจากถ้ำ เขารีบหลบเข้าหลังต้นไม้อีกครั้ง ดีที่ร่างของชายหนุ่มโปร่งใสเพราะแปลงกายเป็นหนอนชิเมโจได๋ขั้นสาม จึงไม่มีใครจับสังเกตว่ามีกริชเพชรอยู่ในละแวกนั้นด้วย
'เอายังไงดีล่ะทีนี้เรา.. เจอไอ้พวกห้าคนนั้นก็นับว่าหนักมืออยู่แล้ว นี่ดันมีมังกรยักษ์สามหัวออกมาอีก อะไร? นางจะซวยขนาดนี้วะเนี่ย..เฮ่อ....'
ชายหนุ่มคิดหนักใจแทนหญิงผู้นั้น เขาพยายามใช้หัวคิดหาวิธีช่วยเหลือนางออกมาจากในถ้ำ ยิ่งตอนนี้หญิงสาวหลบอยู่ในนั้น คงจะไม่มีกะจิตกะใจต่อสู้กับพวกเผ่าสิงห์สั่งป่าทั้งห้า พวกเขาร่วมมือช่วยกันปกป้องตัวเองจากมังกรยักษ์สามหัวที่หญิงสาวบังเอิญไปปลุกมันออกมาจากในถ้ำ
'เอาอย่างนี้ก็แล้วกันเดี๋ยวให้รัตติกาลออกมาช่วยจับมังกรตัวนั้นไว้ ก่อนที่พวกเขาจะได้รับบาดเจ็บ..'
กริชเพชรตัดสินใจกลายร่างเป็นคนอีกครั้งหนึ่ง พอหลุดจากร่างของหนอนชิเมโจได๋ขั้นสาม เจ้ามังกรร้ายก็หันขวับมาทางเขา เหมือนมันจะสัมผัสถึงการอยู่ของชายหนุ่ม กริชเพชรถอยหลังกรูด รู้ได้ทันทีว่าเจ้ามังกรร้ายมันมีตบะแก่กล้า ตอนนี้มันสัมผัสถึงการคงอยู่ของเขาแล้ว
"รัตติกาลออกมาจัดการมัน.."
กริชเพชรพูดพร้อมกับเรียกเกราะเกล็ดอาวุธเทพอสูรมังกรโลกันตร์บรรพกาลออกมาสวมใส่อย่างรวดเร็วพร้อมกันในเวลาเดียว
นางปีศาจเปิดม่านมิติบนหัวออกเกิดเป็นผีหัวส้มพุ่งออกมานับร้อยตัวเข้าจู่โจมมังกรสามหัว มันหันควับมาระเบิดพลังสายฟ้าออกจากปาก ช็อตหัวผีสีส้มระเบิดกระจายเป็นทิวแถวพร้อมกับหัวอีกหนึ่ง พ่นไฟใส่กริชเพชร
ส่วนหัวสีขาวของมันพ่นน้ำออกมาเป็นกรดราดลดลงบนที่เขายืนอยู่ เสียงดังฉ่าๆ ฟองสีขาวเดือดพล่าน เหมือนมันจะสลายเกราะป้องกันของชายหนุ่มให้ละลายไปกลับตา
แต่ยังดีเกราะเกล็ดอาวุธเทพมังกรโลกันตร์บรรพกาล ยังสามารถป้องกันพิษน้ำกรดของเจ้ามังกรร้ายได้ แต่มันก็ทำให้กริชเพชรรู้สึกเสียวสันหลังขนลุกขนพองเพราะน้ำสีขาว ที่เดือดพล่านเป็นฟองฟู่ๆ อยู่บนเกราะของเขา
ฟู่ๆ ๆ ๆ!!
"อ๋อยยย..เสียวโคตรๆ!! "
ชายหนุ่มใช้หางตาเหลือบมองน้ำที่หยดลงบนพื้นแม้แต่ก้อนหินขนาดใหญ่ ยังผุระเหยเป็นควัน กรดของมันมีฤทธิ์ร้ายกาจสุดๆ
ชายหนุ่มดีดตัวหนีออกจากตรงนั้นสะบัดจนน้ำกรดกระเซ็นออกไปรอบๆ ข้าง มันอยาดหยดไปถึงที่ไหนก็เกิดเผาไหม้ด้วยกรดละอองควันขึ้นเป็นรูๆ อย่างน่าตกใจ ถ้าโดนเนื้อหนังธรรมดาเข้าไปมีหวังเละเป็นโจ๊กแน่งานนี้
"บิ๊กไบค์เหินเวหา.."
ชายหนุ่มพลิกกายขึ้นเรียกมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ออกมา ทะยานพุ่งเข้าหาเจ้าสัตว์ร้ายมันหนีโฉบขึ้นกลางอากาศ กริชเพชรยกล้อเบิ้ลเครื่องอัดชนกระแทกลำตัวของมันอย่างจัง
ตูมมม!!!
โครม!!!!
"เวทย์อุโมงค์ปีศาจ "
เสียงร่ายปีศาจดังสนั่นเปิดโอกาสให้รัตติกาลเปิดม่านมิติเรียกมือปีศาจออกมาใช้พลังกดทับมันไว้ มังกรร้ายเหมือนถูกจับขังกรง เพราะพลังกดทับอันมหาศาลทำให้มันต้องกระพือปีกกลางอากาศนิ่งอยู่กับที่
วูบๆ ๆ ๆ!!
แควกๆ ๆ!
"ระเบิดแตกไปซะ.."
ตูมมม!!
เสียงของนางปีศาจรัตติกาลดังคำรามหนักๆ ก่อนที่ร่างของมังกรสามหัวจะแตกระเบิดเป็นชิ้นๆ กริชเพชรตวัดข้อมืออีกครั้ง ก็เรียกบอลดวงจิตแก่นแท้ของมันเข้าไปไว้ในถุงนิมิต พร้อมกับเก็บเนื้ออสูรมังกรสามหัวขั้นเทพนี้ไว้เป็นทรัพยากรอย่างรวดเร็ว
เขาต้องทำเช่นนี้เพราะวางแผนไว้ล่วงหน้าแล้วว่าต้องหาทรัพยากร ให้องค์หญิงเจ้าเฟิงและหลงไป๋ไว้พัฒนาตัวเองขึ้นใหม่
สู่ขั้นสูงสุดไม่เช่นนั้นเขาคงจะไม่มีปัญญา ปกป้องพวกนางไปตลอดทั้งชีวิตแน่ๆ สาวๆ เหล่านี้มันเยอะเกินการดูแล ดังนั้นเขาจึงเก็บเนื้อและบอลดวงจิตแก่นแท้ของอสูรขั้นเทพตัวนี้ไว้เพื่อพวกนาง ทุกอย่างสงบพร้อมกับเสียงการต่อสู้หยุดลง คนทั้งหกก็ค่อยๆ เดินตัวลีบออกมาจากในถ้ำ เห็นชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งหน้าตาหล่อเหลา มีนอเขาอยู่บนหัว
พวกนั้นขนลุกขนพองมันบ่งบอกถึงลักษณะ ท่าทางของอสูรสายพลังจิต กริชเพชรเรียกรัตติกาลเข้าไปอยู่ในห้องสีชมพูอย่างเก่า
ก่อนจะหันไปยิ้มให้กับ คนทั้งหกที่ตอนนี้อาการสะบักสะบอมหน้าตาอิดโรยขาดความห้าวหาญ ไม่เหมือนที่เมื่อเขาเห็นพวกนี้ครั้งแรก
"คารวะคุณชาย พวกเรามาจากเผ่าสิงห์สั่งป่าขอคารวะคุณชายท่านมาจากเผ่าใดรึ.."
เสียงของไอ้คนถือขวานร่างใหญ่กล่าวพร้อมกับยกมือคารวะชายหนุ่ม เขารู้ดีว่าไม่อาจแข็งข้อกับกริชเพชรได้ พวกมันสังเกตว่าคนที่อยู่ตรงหน้าเป็นอสูรสายพลังจิต ซึ่งหาได้ยากยิ่งในดินแดนอสูรพฤกษา แม้ว่าเขาจะอยู่ในขั้นอสูรพลังจิตระดับทองเท่านั้น
"ข้าก็ขอบคุณท่านเช่นกัน..."
หญิงสาวที่เดินมาตามหลังสุด ใบหน้าของนางกึ่งยิ้มกึ่งบึ้ง ท่าทางห้าวๆ เย่อหยิ่งจองหอง กล่าวอย่างแผ่วเบา เสียงของนางดังขึ้นพร้อมกับขยับกายออกไปอีกฝั่ง
"นางตัวร้ายคุณชายนี่..ช่วยชีวิตของเจ้าไว้ยังทำเป็นหยิ่งเดี๋ยวพ่อจับกินซะเลย.."
เสียงของชายคนตัวใหญ่คำรามใส่สาวร่างเล็กที่ตอนนี้กริชเพชรมองด้วยความตะลึงลาน ชุดของนางเป็นเหล็กสีดำทั้งชุด
แต่ปกปิดส่วนสำคัญไว้เล็กน้อยเท่านั้นมันช่างเย้ายวนแฝงความป่าเถื่อนอยู่ลึกๆ ในตัวสาวสวย
"ก็ข้าขอบคุณเขาแล้วนี่ เจ้าอย่าปากหมาหาเรื่องข้าเดี๋ยวแม่ตบหน้าหัน..เชอะ.."
เสียงของนางคำรามใส่ไอ้คนตัวใหญ่ทั้งสองฝ่ายต่างขยับเร่งเร้าพลังบอลดวงจิตแก่นแท้ขึ้นหมายประหัตประหารกันอีกครั้ง
"อย่าคิดว่าข้าจะปล่อยเจ้าไปได้ง่ายๆ นะนางเผ่าจักรกลพวกเราเป็นศัตรูกันยังไงวันนี้ข้าไม่ปล่อยเจ้าไปแน่.."
ไอ้คนตัวใหญ่พลิกข้อมือสะบัดขวานขึ้นมาพร้อมจะห้ำหั่นกับนางทันที หญิงสาวก็ไม่รอช้ายกปืนพกในมือออกมาทั้งสองด้าม เตรียมยิงใส่ฝ่ายตรงข้ามอีกครั้ง
ควับ! ควับ!
แกรกๆ!!
"พอเถอะ..ท่านทั้งสองหยุดทะเลาะกันสักแป๊บได้ไหม? ..ข้าอุตส่าห์ช่วยพวกท่านไว้..ก็เห็นแก่หน้าข้าสักครั้ง..ยอมสงบศึกสมานฉันท์กันสักวันเถอะข้าขอร้อง..."
กริชเพชรพูดพร้อมกับขอร้องคนทั้งสองด้วยท่าทีสุภาพ ทำให้พวกมันหันมามองชายหนุ่มอย่างแปลกใจ คนเหล่านี้อยู่ในดินแดนอสูรพฤกษาไม่เคยเจอบุคคลที่มีพฤติกรรม อย่างผู้ชายที่อยู่ตรงหน้า มันช่างแตกต่างกันกับพวกเขาอย่างสิ้นเชิง
"ท่านว่าอะไรนะ? ..ลองพูดใหม่อีกครั้งสิ.."
หญิงสาวที่มาจากเผ่าจักรกลหันมาถามชายหนุ่มอย่างแปลกใจ นางไม่เคยพบคนเช่นนี้มาก่อน ส่วนมากก็มีแต่พวกป่าเถื่อน เป็นอสูรที่กักขฬะไม่เคยเจออสูรที่เป็นสุภาพบุรุษเช่นเขา
"ข้าขอร้องเจ้าทั้งสองฝ่ายอย่าได้ตบตีกันอีกเลยมีอะไรก็พูดค่อยๆ พูดกันดีๆ เถอะถ้าไม่อยากเห็นใครรบราฆ่าฟันกันจึงออกมาช่วยพวกท่าน เห็นแก่หน้าข้าสักครั้งละมือจากการทะเลาะกันครั้งนี้เถอะนะ..."
กริชเพชรหันไปบอกหญิงสาว กล่าวด้วยเสียงนุ่มนวลเหมือนจะเอาน้ำเย็นเข้าลูบ
"คิกๆ ..ข้าไม่เคยเห็นอสูรอย่างท่านเลย ท่านมาจากเผ่าพงษ์พันธ์ใดหรือ ถึงมีลักษณะท่าทีอ่อนนุ่มนิ่มเหมือนสตรีเพศอย่างนี้ ไม่นึกเลยว่าจะจัดการกับเจ้ามังกรสามหัวนั้นได้ในเวลาไม่กี่อึดใจ ถ้าข้าเห็นท่านโดยบังเอิญข้าคงต้องนึกว่าท่านเป็นพวกบัณฑิตมาจากเผ่าพันธุ์อสูรพฤกษา พวกปรุงยาเป็นอาชีพ..หรือว่าท่านเป็นอสูรพฤกษาเผ่าปรุงยา.."
หญิงสาวหัวเราะเบาๆ รู้สึกขำในคำพูดและท่าทีของกริชเพชร นางมองดูชายหนุ่มแบบเย้ยหยัน
เพราะในอาณาจักรอสูรพฤกษา เผ่าที่ปรุงยาเป็นเผ่าที่ต่ำต้อยที่สุด พวกเขาดำรงชีวิตด้วยการทำโอสถมีชีวิตอยู่อย่างสงบและพวกเขายังคงอยู่ได้เพราะโอสถที่ปรุงออกมา
มันช่วยชำระกายอสูรของคนในอาณาจักรอสูรพฤกษาซึ่งถ้าใครต้องการเลื่อนขั้นโดยมีกายบริสุทธิ์มากกว่าปกติ ต้องใช้ยาของพวกเผ่านี้
ดังนั้นคนในอาณาจักรอสูรพฤกษาจึงต้องพึ่งเผาพวกปรุงยา แม้ว่าพวกเขาจะไม่เก่งกาจในการสู้รบแต่ก็ได้รับ ความเกรงใจจากทุกเผ่าถึงเจ็ดส่วน
ดังนั้น เผ่านี้จึงไม่ถูกทำลายไปจากอาณาจักรอสูรพฤกษา เพราะด้วยเหตุนี้นี่เอง
'เอ..มันเป็นไปได้หรือเขามีพลังการรบที่แข็งแกร่ง จนสามารถควบคุมภูตระดับสูงได้ต้องเป็นคนมีฝีมือ และดูอีกทีเขาก็เหมือนกับว่าเป็นอสูรสายพลังจิต น่าจะอยู่เผ่าลึกลับผาน้ำแข็งมากกว่า ชายคนนี้ช่างดูแปลกประหลาดจริงๆ ..'
หญิงสาวขมวดคิ้วรู้สึกสับสน จ้องมองชายหนุ่มอย่างพิจารณา
"ข้าไม่ได้อยู่เผ่าไหนหรอกข้าเป็นคนพเนจรแค่เดินทางผ่านเข้ามาในอาณาจักรอสูรพฤกษาเท่านั้น พี่ชายท่านโปรดไว้ชีวิตผู้หญิงคนนี้เถอะ ข้าจะขอบคุณท่านมาก.."
เสียงของกริชเพชรหันไปพูดกับคนถือขวานเขาพยักหน้า
"เมื่อคุณชายต้องการเช่นนั้นข้าก็จะไว้ชีวิตนางสักครั้ง.."
คนร่างใหญ่ยกยิ้มให้ชายหนุ่มดูเขาก็ไม่ได้มีพิษมีภัยหรือเจ้าเล่ห์อะไรหนักหนา คงจะเป็นชนเผ่าที่กระทบกระทั่งบาดหมาง แล้วไล่เข่นฆ่ากันมากกว่า
"ฮ่าๆ ..เจ้าอย่าทำเป็นพูดดีไปเลยข้าหรือจะยอมให้เจ้าฆ่าข้าได้ง่ายๆ ..พูดเอาดีเข้าตัวพวกเจ้าทั้งห้าใช้คนมากกว่ารุมข้าคนเดียว ถ้าตัวต่อตัวเจ้าอย่าหวังเลยว่าจะทำอะไรข้าได้ไอ้พวกสุนัขลอบกัด.."
เสียงของนางกล่าวเยอะยันชายร่างใหญ่
"อีนางปากร้าย..ปากของเจ้าเป็นอย่างนี้สักวันข้าจะเอาขวานข้าตบปากเจ้าให้ฟันหลุดทั้งปาก.."
เสียงของเขาขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอย่างเดือดดานถ้าไม่เห็นแก่หน้ากริชเพชร คงจะกระโดดขย้ำผู้หญิงตรงหน้าให้แหลกคามือ
"แม่นางเจ้าก็อย่าปากเก่งเลยตัวคนเดียวถูกรุมหนีไปหนีมา ข้าเห็นแล้วอเนจอนาถจึงออกมาช่วยขอร้องเจ้าอย่า กวนประสาทเขาได้หรือไม่..."
กริชเพชรหันไปบอกหญิงสาวที่เชิดปากดวงตาเย่อหยิ่ง ถลึงตามองชายร่างใหญ่อย่างจองหอง
"ใครใช้ให้ท่านมาช่วยข้าล่ะ ข้าไม่เคยเอ่ยปากบอกท่านสักคำท่านเสือกเอง อย่ามาทวงบุญคุณกับข้า ข้าไม่เห็นหรือนับถือเจ้าหรอกคนอย่างข้าเผ่าจักรกลไม่เคยก้มหัวให้ใคร แต่บุญคุณต้องทดแทนความแค้นต้องชำระ
เมื่อท่านมีน้ำใจยื่นมือมาช่วยข้าเล็กๆ น้อยๆ ข้าก็จะเห็นแก่ท่านยกเว้นชีวิตของพวกมันทั้งห้าไว้ก่อน วันหน้าข้าจะมาล้างบางพวกมันไม่ให้เหลือสักตัวเดียว..."
หญิงสาวพูดกับกริชเพชรพร้อมกับหันไปเย้ยหยันชายทั้งห้า พวกเขากัดฟันกรอดๆ ด้วยความเดือดดาล เหมือนกับว่ากำลังจะเปิดศึกกันอีกครั้ง
"โอ้โนว..ข้าขอร้องพวกท่านหยุดปากสักคำก็ได้หรอกนะข้าปวดหัวเหลือเกิน วันนี้ละเว้นชีวิตกันหน่อยเถอะ เก่งๆ กันทั้งนั้น...เห็นหัวซุกหัวซุนวิ่งหนีเข้าถ้ำกันแบบไม่รู้ว่าใครเป็นมิตรใครเป็นศัตรู.."
กริชเพชรบ่นพึมพำนิดหน่อยแต่พวกเขาก็ได้ยินอย่างถนัดหู จึงสงบปากลงทันที
"แล้วตกลงว่าใครจะได้สิทธิ์เข้าไปในถ้ำ เพื่อเอาผนึกภูตวิญญาณดวงนั้นออกมาล่ะ.."
เสียงของหญิงสาวกล่าวขึ้นอย่างห้าวๆ
"ก็ต้องเป็นพวกข้าสิ..หรือเจ้าจะแย่งชิงกับข้าอีก.."
เสียงไอ้คนถือขวานใหญ่แค่นเสียงหนักๆ
"พวกเจ้ายังไม่พอใจอย่างนั้น ก็ได้เจ้าข้ามศพข้าไปก่อนข้าอุตส่าห์ด้นดั้นมาหลายร้อยลี้เพื่อหาผนึกวิญญาณดวงนี้ เจ้าต่างหากที่แอบซุ่มตามข้ามา
จึงรู้ว่าสมบัติศักดิ์สิทธิ์อยู่ที่นี่ แล้วบังอาจลอบทำร้ายข้าแบบหมาหมู่ ข้ายังไม่ได้คิดบัญชีกับพวกเจ้า จะมาตัดหน้าเอาของวิเศษจากข้าพวกเราคงต้องตีกันอีกครั้ง.."
หญิงสาวกล่าวอย่างโกรธแค้น กริชเพชรยกยิ้มเขาเพิ่งเข้าใจว่าพวกคนทั้งสองเผ่า ที่จริงแล้วกำลังตามล่าหาสมบัติกัน นางผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้านี่ก็ช่างกระไรมาหาสมบัติคนเดียว จนถูกล้อมโจมตีหนีหัวซุกหัวซุน คงจะคิดว่าตัวเองเก่งกล้าสามารถล้นเหลือเลยตกอยู่ในที่นั่งลำบาก
"เอาละเมื่อพวกท่านจะทะเลาะกันเรื่องสมบัติก็ฆ่ากันเลย ข้าไปล่ะ ข้าไม่อยากยุ่งกับพวกท่านแล้วข้ามีธุระเหมือนกัน.."
กริชเพชรสะบัดชายเสื้อแล้วเดินจากไป คนทั้งหก หันหน้ามามองกันแบบงงงวย
"อ้าว.! ไปซะแล้วแปลกพิลึกคน.."
พวกเขาทั้งหมดต่างอุทานออกมาพร้อมๆ กันต่างรู้สึกแปลกใจในตัวชายหนุ่มสุดๆ เวลาพวกเขากำลังทะเลาะกันอยู่ ชายหนุ่มขอร้องอ้อนวอนให้หยุด แต่พอพวกเขาพูดถึงเรื่องสมบัติ กริชเพชรกลับมีท่าทีไม่ค่อยพอใจ เดินหนีไปหน้าตาเฉย ซึ่งผิดแผกแตกต่างกับเหล่าอสูรทั่วไป
ถ้าได้ยินเรื่องสมบัติหรืออาวุธเทพซึ่งเป็นทรัพยากรล้ำค่าเหล่านี้ ต่างตาลุกวาวด้วยความละโมบ ต้องขอมีส่วน แต่เขากลับไม่เป็นเช่นนั้น เดินหนีไปแบบไม่ไยดีสักนิดเดียว
................................................................................................................................................................................................