“เห….เม็ดยาระดับ 1 คุณภาพ 10 ส่วนแม้จะระดับต่ำไปหน่อยแต่ปริมาณที่หลอมได้ในแต่ละครั้ง กับสมุนไพรที่ใช้ไปน้อยมาก เหลือเชื่อ ไม่คิดว่าจะมีใครทำแบบนี้ได้”
ซิงเยียนเข้าไปยืนมองจ้องเตาหลอมยาของตงฟาง ข้างในมีเม็ดยาหล่นอยู่หนึ่งเม็ด เธอจึงใช้ความสามารถในการตรวจสอบจากประสบการณ์ทำงานในหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้ามาตรวจสอบเม็ดยา ผลที่ออกมากลับทำให้เธอตกใจเพราะยาคุณภาพ 10 ส่วน ไม่ได้หากันง่ายๆ แม้เม็ดยาจะเป็นระดับ 1 มันก็ยากที่จะหามาใช้งาน
ในการหลอมยา 10 ครั้งจะต้องมีเม็ดยาคุณภาพ 9 ส่วนเกิดขึ้นเพียงแค่ 1 แต่การหลอมยาของตงฟาง กลับทำให้เม็ดยามีคุณภาพ 10 ส่วนทุกเม็ด
“พี่สาวซิงเยียนทำอะไรอยู่เหรอ”
ตงฟางเดินกลับเข้ามาในถ้ำหลังจากไปล่าเนื้อมาทำอาหารค่ำ โดยเนื้อที่ซิงเยียนมองจ้องไปนั้นเธอก็รับรู้ได้เลยว่ามันเป็นเนื้อสัตว์อสูรระดับ 3 จากลวดลายชั้นไขมันเธอคิดว่าการมองไม่มีทางผิดแน่
ด้วยระดับพลังเพียงแค่สัมผัสวิญญาณขั้น 2 ของตงฟางไม่น่าจะล่ามันได้ แม้ข้างเอวของเขาจะมีมีดระดับ 2 อยู่ 8 เล่มแล้วยังมีระดับ 3 อีก 2 เล่มยังคงเป็นเรื่องยากเช่นเดียวกัน
“ตงฟางหลอมยาคุณภาพ 10 ส่วนทุกครั้งเลยเหรอ”
“อ๋อ เรื่องนี้เองเหรอครับ ใช่แล้ว มันเป็นยาระดับ 1 จึงหลอมง่าย การหลอมจึงมีคุณภาพ 10 ส่วน”
“นี่ตงฟาง หากพี่เดาไม่ผิด การที่ตงฟางหลอมยาจำนวนมากคงจะนำมันไปขายใช่ไหม” ตงฟางฉีกยิ้ม การทิ้งเม็ดยาเอาไว้ในเตาหลอมเป็นแผนของเขาเอง การที่พี่สาวซิงเยียนเป็นลูกสาวหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้า จะต้องมีเส้นทางค้าขายอย่างแน่นอน เขาจึงวางแผนใช้ยาล่อให้เธอมาทำข้อตกลงกับเขา
“ใช่ครับ ผมหลอมยายี่จงคุณภาพ 10 ส่วนได้ทุกครั้งเลย พี่สาวมีอะไรหรือเปล่า”
“จากที่ตงฟางแกล้งทิ้งมันเอาไว้” ตงฟางเบิกตากว้างเล็กน้อยพลางเกาแก้ม เขาไม่สามารถแกล้งแสดงต่อหน้าพี่สาวซิงเยียนได้เลยสักครั้งเดียว
“ฮ่าๆ ผมก็แค่เก็บไม่หมด”
“งั้นเหรอ เอาแบบนั้นก็ได้พี่สาวจะเชื่อสักครั้ง จากการที่ตงฟางเก็บมันไม่หมด พี่สาวคิดว่าตงฟางคงจะวางแผนขายมันใช่ไหม”
“ใช่ครับ”
“ถ้าอย่างนั้นมาตกลงกับพี่สาวหน่อยไหม พี่สาวมีลู่ทางการขายมากมายเลยนะ ด้วยคุณภาพของมันขนาดนี้แม้จะเป็นเม็ดยาระดับ 1 สามารถวางขายในหอประมูลของพี่สาวได้เลยล่ะ”
“ผมไม่มีหัวคิดทางด้านค้าขายด้วยสิ พี่ซิงเยียนแนะนำหน่อยได้ไหม” ตงฟางขอร้อง เขายังไม่อยากเปิดเผยความคิดของตัวเอง กลัวจะขัดผลประโยชน์ที่เขาควรจะได้รับ
“งั้นเอาเป็นว่าน้องชายตงฟางต้องหลอมยามาให้หอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้า พี่สาวจะเป็นตัวแทนในการขาย ส่วนแบ่งเราคิดที่ 70 30 น้องตงฟางเอาไปเลย 70 ส่วน 30 พี่สาวจะรับไว้”
“เดี๋ยวก่อนนะพี่ซิงเยียน ผมคิดว่าส่วนแบ่ง 30 มันเยอะมากๆเลยนะ”
“30 % ไม่มากหรอกจ้ะ สำหรับพี่คิดว่าจ่ายเพื่อความปลอดภัยในการขาย น้องตงฟางไม่ต้องเปิดตัวให้ใครเดินทางไปหาเรื่อง ทุกๆอย่างหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้าจะรับผิดชอบเองถ้าการขายไปขัดผลประโยชน์ของใครภายในเมือง”
“อ๋อ ผมคิดว่ามันสมเหตุสมผล ยิ่งการที่พี่สาวซิงเยียนมีหอประมูลศัตรูคู่แข่งจะต้องมีปัญหาในการขายอย่างแน่นอน แต่ผมคิดว่าพี่สาวน่าจะแบ่งสัก 20 % นะครับ”
“ทำไมเหรอ” ซิงเยียนทำสีหน้าสงสัย ด้วยใบหน้าของเธอที่ยื่นเข้ามาใกล้ๆทำเอาตงฟางต้องรีบอุดจมูก
“พี่ซิงเยียนใกล้เกินไปแล้วครับ จะใช้ความสวยหลอกผมเหรอ เหอะ ผมไม่หลงกลหรอก”
“นี่ๆ บอกมาก่อนทำไมพี่สาวต้องได้ส่วนแบ่งแค่ 20 %”
“เป็นเพราะผมเชื่อว่า เม็ดยายี่จงระดับ 1 ของผมจะต้องทำให้ผู้คนแห่มาใช้งานหอประมูลเก้าชั้นฟ้าอย่างแน่นอน คิดซะว่า 10 % ที่ผมหักไปเป็นการช่วยเหลือให้หอประมูลเก้าชั้นฟ้ามีลูกค้าเพิ่มมากขึ้น”
“วาห์ตายจริง ไหนบอกว่าค้าขายไม่เป็นไง แต่ว่านะ ถ้าพี่สาวทำแบบนี้ น้องชายตงฟางคิดว่ายังไง”
ตงฟางมองไปยังชุดกี่เพ้าสีแดงกำลังค่อยๆถูกแหวกจนเห็นหัวไหล่ ทันใดนั้นเลือดกำเดาของเขาก็เริ่มไหลจนล้มตัวลงไปนอนแน่นิ่งบนพื้นดิน
“น้องตงฟาง ยังไม่ถึงเนินอกเลยนะ”
“พอแล้วพี่ซิงเยียน ผมใจไม่ถึง พอแล้ว ยอม ยอมแล้ว 30 ก็ 30 แต่ผมขอดูอีกครั้งชัดๆได้ไหม ผมสัญญาเลยจะตั้งใจดู”
“งั้นก็ดูให้เต็มตา” ตงฟางลืมตาตื่นแล้วหันมองไปยังพี่สาวซิงเยียนทันใดนั้นเขาถึงขั้นเลือดกำเดาพุ่งอาบตัวกับชุดที่เหลือเพียงแค่นิดหน่อย จากการพับส่วนต่างๆเปิดให้เห็นขาอ่อนและเนินภูเขาอันขาวเนียน
“ตงฟาง ตงฟาง วาห์ตายจริง เป็นพวกบ้าผู้หญิงแต่พอโดนยั่วยวนดันสลบ ฮิฮิ”
—------------------------------------
“พี่ลู่จิว ให้พวกเราเข้ากลุ่มด้วยเถอะนะ พวกเราจะทำทุกอย่างเลย”
“ไม่ ยังไม่ถึงเวลา ไปทำหน้าที่ของพวกแกเลยไป”
ลู่จิวไล่กลุ่มศิษย์ทั่วไปที่กำลังวิ่งตามให้หนีออกห่าง ตอนนี้เขาสู่วันที่ 3 ของการมีคนวิ่งตาม แล้วยังเป็นเหมือนที่ตงฟางกล่าวเอาไว้ไม่มีผิด ว่าจำนวนผู้คนจะลดจำนวนน้อยลงไป ตอนนี้เหลืออยู่หลัก 20 เท่านั้น หลังจากนับจำนวนผู้วิ่งตาม เขาได้เดินทางไปยังหอแห่งการฝึกฝน เพื่อฝึกศิลปะต่อสู้ที่ตงฟางมอบให้
—-----------------------------------
“แอ็ก แค็กๆ กลิ่นนี้มันอะไรกัน”
ตงฟางลืมตาตื่นในช่วงเช้ามาพบเข้ากับกลิ่นเหม็นไหม้และควันไฟพุ่งกระจายไปทั่วถ้ำ เขาจึงมองจ้องหาต้นเหตุจนพบกับพี่ซิงเยียนกำลังย่างเนื้อด้วยเตาไฟ ทว่าการย่างกลับทำให้เนื้อไหม้กลายเป็นสีดำสร้างความรู้สึกหนักใจให้เขาไม่น้อย
“ตงฟาง พี่สาวว่าจะย่างอะไรให้กินตอนเช้าๆ ผลที่ได้มันกลับไม่เป็นอย่างที่คิด”
“อาห์ เมื่อคืนนี้ผมเป็นอะไรไป” ตงฟางจับไปบนใบหน้าพยายามฟื้นความทรงจำ ทันใดนั้นเขาก็รีบกำจมูกไม่ยอมให้เลือดไหลออกมาหลังจากภาพของพี่ซิงเยียนกลายเป็นภาพติดตาของเขา
“คิดอะไรอยู่เอ่ย”
“พี่ซิงเยียนเลิกแกล้งผมได้แล้ว ผมอ่อนไหวต่อผู้หญิง แล้วยังขาดความสามารถในการตัดสินใจอีกด้วยหากผู้หญิงคนนั้นสวยมากๆ”
“งั้นแสดงว่าพี่สาวคนนี้ก็สวยมากๆสิ ทำให้น้องชายตงฟางนอนหลับจนถึงเช้าได้ด้วยใบหน้ายินดีขนาดนั้น”
“ใช่ วันหลังอย่าทำอีกนะครับ ผมจะตายเอา”
“จ้าๆ แล้วสัญญาของเราจะเขียนเมื่อไหร่”
“สัญญา” ตงฟางทำหน้าสงสัย เขาพยายามนึกหาสัญญาว่าตกลงอะไรไว้ ทันใดนั้นเขาก็นึกออกว่าเมื่อคืนพี่สาวซิงเยียนตงลงการค้าขายยายี่จงกับเขา
“ 70 30 น้องตงฟางรับ 70 ส่วนพี่สาวรับ 30 หวังว่าเห็นท่าทางแบบนั้นของพี่สาวแล้วจะยอมรับกับ 30 % ของพี่สาวนะ”
“ครับ แต่พี่ซิงเยียนต้องทำบางอย่างให้ผมนะ เดี๋ยว หยุด หยุดก่อน”
ตงฟางพยายามหยุดพี่สาวซิงเยียนหลังจากเธอพยายามใช้มือปลดเสื้อเพื่อเปิดหัวไหล่ ยังดีที่มันเป็นเพียงแค่การแกล้งเท่านั้นทำให้เขาถอนหายใจออกมาด้วยท่าทางโล่งอก
“คืองี้นะพี่ซิงเยียน ผมต้องการให้พี่เป็นผู้จัดหาวัตถุดิบให้กับผม ส่วนค่าใช้จ่ายในการหาวัตถุดิบผมจะจ่ายเอง พี่สาวแค่ส่งคนไปจัดซื้อหรือไปเก็บพวกมันมาขายให้ผมก็พอ”
“ได้จ้ะ”
“แล้วผมขอห้องในหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้าด้วย ผมจะหลอมยาที่นั่น”
“ได้จ้ะ แต่ตงฟางจ๊ะ มันมีอีกวิธีหนึ่งนะที่น้องตงฟางไม่ต้องลงแรงให้เหนื่อยเปล่า เพียงแต่น้องจะได้ส่วนแบ่งน้อยมากๆ”
“อะไรอย่างนั้นเหรอครับ”
“ขายสูตรหลอมยายี่จงให้พี่สาว พี่ขอคิด 80 % สมุนไพรทุกอย่างพี่สาวจะเป็นคนจัดหาเอง ส่วนน้องตงฟางนอนรับ 20 % สบายๆ ไม่ต้องเดินทางให้เหนื่อยเปล่า”
“งั้นเก็บข้อเสนอนี้ไว้ก่อนนะครับ ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาขายสูตร ผมขอแบบนี้ก่อนเพราะอาจจะได้ใช้บริการหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้า”
“จ้า พี่ซิงเยียนรอได้เสมอ แล้วเรื่องของเราที่ตกลงกันไว้อีกเรื่องล่ะ”
“เรื่องอะไรอย่างนั้นเหรอครับ” ตงฟางทำหน้าสงสัยเขาจำได้ว่าตกลงเรื่องค้าขายไว้เพียงอย่างเดียวไม่ได้ตกลงอะไรเพิ่มเติมอีก
“เรื่องคุ้มกันพี่สาวกลับเมืองไง”
“อ๋อ ผมคงต้องปฎิเสธเพราะพลังไม่มากพอ”
“ฆ่าอสูรระดับ 3 ได้โดยไม่มีบาดแผลยังไม่มากพออีกเหรอ งั้นเอาแบบนี้ก็ได้ พี่สาวจะอยู่กับตงฟางจนกว่าจะฟื้นฟูพลังวิญญาณ หากตงฟางดูแลพี่สาวดีๆ นอกจากพี่จะจ่ายให้อย่างงามแล้วยังมีโอกาสได้แตะเนื้อต้องตัวพี่ ในแบบที่ไม่เคยมีใครสัมผัสมาก่อนเลยนะ”
“พี่ซิงเยียน อย่าเล่นแบบนี้สิโถ่ว ผมหัวใจวายตายจริงๆนะจะบอกให้ เรื่องคุ้มกันกลับเมืองผมทำให้ไม่ได้จริงๆ ส่วนเรื่องให้ผมดูแลจนกว่าพลังวิญญาณฟื้นฟูน่าจะพอได้”
“งั้นตกลง”
“พี่ซิงเยียนมีแผนอยู่ใช่ไหม” ตงฟางรู้ว่าการขอติดตามของพี่สาวซิงเยียนจะต้องมีแผนอย่างแน่นอน จึงถามออกไปตรงๆเพราะพี่สาวซิงเยียนดูจะเป็นคนตรงๆเช่นเดียวกัน
“ฮิฮิ ปิดไม่ได้จริงๆสินะ งั้นพี่บอกตามตรงเลยแล้วกัน น้องชายตงฟางน่าสนใจมากพี่สาวจึงอยากตีสนิทด้วย อยากรู้ทุกอย่างว่าตอนเช้าชอบทำอะไร ตอนเที่ยงชอบทำอะไร ตอนดึกชอบทำอะไร แล้วน้องตงฟางเก็บซ่อนพลังไว้มากมายแค่ไหน มีอะไรอีกไหมนอกจากหลอมยา พี่สาวอยากรู้ทั้งหมดเลย แต่บอกก่อนนะถึงว่าแม้พี่สาวจะใช้พลังวิญญาณไม่ได้ พละกำลังของพี่สาวยังคงอยู่ในขั้นผสานวิญญาณสามารถช่วยน้องตงฟางได้แน่นอน อีกอย่างการที่เรารู้จักกันเป็นการเปิดช่องทางมากมายอีกด้วย ยกตัวอย่างเช่น ข่าวสมุนไพรหรืออาวุธหายากต่างๆมากมาย”
“ครับพี่สาวซิงเยียน ผมจะพยายามสุดความสามารถให้พี่พอใจก็แล้วกัน”
“เยี่ยมมาก…. โครก~!!!”
เสียงท้องของซิงเยียนดังขึ้นในช่วงเช้าหลังจากทำอาหารพลาดไป ตงฟางถึงขั้นกุมขมับ หากให้มองเฉยๆพี่สาวซิงเยียนเป็นผู้หญิงที่สวยเป็นอย่างมาก สวยจนไม่กล้าเข้าใกล้ แต่การมาอยู่ใกล้ๆ ทำให้ตงฟางกุมขมับเพราะเธอเป็นคนที่ซนมากๆ แม้อายุจะ 25 ปีไปแล้วก็ตาม
ตงฟางกลับคิดว่าความซนของพี่สาวคงไม่มีใครเคยเห็นมากนัก การเป็นลูกสาวของหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้า เธอคงต้องสุขุมและทำตัวให้ดูเย็นชา เพื่อให้ลูกน้องยำเกรง รวมไปถึงทำให้แขกเกรงใจ
“ตงฟาง นั่นสัตว์อสูรระดับ 3 ฆ่ามันเลย”
ตงฟางถอนหายใจออกมาด้วยความรู้สึกหนักใจ เขาไม่อยากใช้พลังจิตให้ใครเห็นมากนัก แล้วก็ไม่อยากให้ใครรู้ว่ามันเป็นพลังจิต แม้พี่สาวซิงเยียนจะดูเป็นมิตร ในโลกเดิมของเขากลับไม่มีมิตรถาวร ดังนั้นเขาจึงมองจ้องไปยังสัตว์อสูรระดับ 3 แล้วซัดมีดออกไปสุดแรงเกิด
ฉั๊วะ ฉั๊วะ ฉั๊วะ ฉั๊วะ ฉั๊วะ ฉั๊วะ
สิ้นเสียงร่างของสัตว์อสูรระดับ 3 ได้ร่วงลงไปนอนกองบนพื้นดิน สร้างความตกใจให้กับซิงเยียนไม่น้อย ด้วยพละกำลังของตงฟางไม่น่าจะมากพอฆ่าสัตว์อสูรระดับ 3 ได้ ต่อให้มีดของเขาทั้ง 6 เล่มที่ซัดออกไปจะเป็นอาวุธระดับ 2 ก็ตามยังไงแรงของเขาก็ไม่มากพอจะส่งมีดทะลวงผิวหนังของสัตว์อสูรระดับ 3
“สิ่งที่ผมใช้เป็นทักษะลับตระกูล ใช้สำหรับซัดอาวุธลับโดยเฉพาะ แม้ผมจะมีพลังที่น้อยมาก แต่ด้วยทักษะของตระกูลทำให้ผมเพิ่มความสามารถในการซัดอาวุธในช่วงระยะเวลาหนึ่งได้มากกว่าเดิม 1 ระดับพลัง”
“มีทักษะสุดยอดแบบนี้ด้วย น้องตงฟางสนใจขายให้พี่สาวไหม”
“ไม่ครับพี่ซิงเยียน มันไม่ได้มีไว้ขาย”
“นานะ สอนให้พี่สาวคนเดียวก็ได้ หรือไม่แต่งกับพี่สาวเป็นไง แบบนี้พี่สาวก็เป็นคนในตระกูลน้องตงฟางแล้ว”
“อร๊ากกกก ผมอยากจะบ้าตาย” ตงฟางยกมือขึ้นจับหัว เขาเคยผ่านประสบการณ์กอดผู้หญิงมาแล้วครั้งหนึ่ง ครั้งนั้นเขาไม่รู้สึกตื่นเต้นลนลานเลยสักนิด ผิดจากตอนนี้ที่ทำตัวไม่ถูก แม้พี่ซิงเยียนจะทำเพียงแค่กอดแขน เขากลับไร้เรี่ยวแรงในการเดิน
“พี่ซิงเยียน หยุดล้อเล่นกับผมได้แล้ว ไม่งั้นเราจะตายกันหมดนะครับ”
“จ้าๆ ยิ่งอยู่ใกล้ๆน้องตงฟางพี่ยิ่งรู้สึกอุ่นใจ ไปกันต่อเถอะจ้ะ พี่สาวอยากรู้มากๆว่าน้องตงฟางกำลังจะทำอะไรต่อจากนี้”
“งั้นกินข้าวก่อนแล้วกันนะครับ ไม่งั้นเราจะไม่มีแรงเดินทาง”
“จ้า”