บทที่ 52
“องค์เหนือหัวแห่งอาณาจักรซาทารอสเสด็จแล้ว...” ทหารที่ทำหน้าที่ป่าวประกาศได้เอ่ยขึ้นมาเสียงดัง และแน่นอนว่าทุกคนรวมถึงตัวของรีออนเองก็ต้องคุกเข่าเพื่อทำความเคารพ ฟรีลิมลงจากม้าที่ประทับ ก่อนจะเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าของรีออน“เจ้ายังไม่ตายจริงๆอย่างนั้นรึ เจ้าชายรีออน...” ฟรีลิมกล่าวออกมาอย่างนั้นมันทำให้ทุกคนนั้นถึงกับตกใจ ทั้งทหาร และชาวบ้านของเมืองเลบานอน พวกเขาต่างรู้วีรกรรมของเจ้าชายรีออนดีว่าเป็นคนอย่างไรจากข่าวลือที่กระจัดกระจายไปทั่วดินแดน“พระองค์ยังคงสบายดีเหมือนเดิมนะขอรับ... ตัวข้าค่อนข้างเนื้อหนังเหนียวผิดแปลกไปจากมนุษย์ธรรมดา สัตว์อสูรยักษ์คงจะเคี้ยวข้าลำบากอยู่ไม่น้อย...” รีออนตอบกลับกวนๆ เขายังสงสัยไม่หายกับคำตรัสของกษัตริย์ ว่าจะดูแลแม่ และน้องสาวอย่างดี แต่กลับทำให้เขานั้นค่อนข้างผิดหวัง และนั่นมันก็เพียงพอทำให้ฟรีลิมหัวเราะออกมา“เจ้าก็ยังกวนประสาทข้าได้เหมือนเดิมทุกวี่ทุกวันจริงๆ... ข้ารู้ว่าเจ้าคิดอะไรอยู่ เอาไว้ข้าจะเอ่ยเล่าให้เจ้าฟังทีหลังก็แล้วกัน... ตอนนี้ข้าต้องการพบผู้บัญชาการของเมืองซาทารอส สงครามใกล้เข้ามาจะถึงแล้ว เจ้ารีบไปเรียกเขามา...” ฟรีลิมกล่าวออกมา ตอนนี้เรื่องส่วนตัวต้องเอาไว้ทีหลัง“ผู้บัญชาการของเมืองซาทารอสก็อยู่ต่อหน้าท่านแล้วนี่ขอรับ...” รีออนกล่าวตอบ มันทำให้พระราชาสงสัย และมองหน้า แต่เขาก็พบเพียงเจ้าลูกชายตัวแสบของเขาเท่านั้น ฟรีลิมถึงกับขมวดคิ้วทำสีหน้าเคร่งเครียดในทันที“ถ้าจะล้อเล่นก็ให้มันน้อยๆหน่อย.. เรามีเวลาเหลือไม่มากแล้ว..” รีออนที่ได้ยินอย่างนั้นก็ให้แคทเทอรีนช่วยยืนยันอีกคน แน่นอนว่าหลังจากที่แคทเทอรีนแนะนำตัวเองว่าเป็นบุตรีของผู้ครองเมือง และกล่าวยืนยัน มันก็ทำให้ฟรีลิมถึงกับอึ้งไปสักพักหนึ่ง“เจ้าดยุคนั้นคิดได้อย่างไรให้เจ้ารับตำแหน่งที่สำคัญขนาดนี้กัน.. ช่างเถอะ สายข่าวข้าบอกว่าเจ้าต้องมานำทางกองทัพข้าด้วยตัวเอง ก็รีบๆนำทางไปได้แล้ว...” ฟรีลิมไม่อยากพูดอะไรมาก ในเมื่อเขามาถึงที่แห่งนี้แล้ว ยังไงซะ เขาก็ต้องเป็นผู้บัญชาการใหญ่อยู่ดี ตอนนี้ก็ยังพอวางแผนทันการณ์อยู่จึงไม่คิดอะไรมาก ปรืบ!!ปรืบ!!ปรืบ!! รีออนปรบมือสามครั้งทหาร และชาวบ้านต่างก็ตั้งแถวสองข้างทาง เว้นเป็นช่องว่างให้กับกองทัพเดินตามทางนั้นไป ทางที่เห็นมันเป็นเหมือนตัวเอสที่วนซ้ายทีขวาที“กำชับให้ทหารของท่านเดินตามเท่านั้น ถ้าไม่อยากตาย.. แต่ถ้าอยากจะลองดีก็เชิญ ข้าไม่ได้ว่าอะไร...” จากนั้นรีออกก็เดินนำไปเป็นคนแรก แม้ว่าจะมีเรื่องให้สงสัยอยู่ แต่ก็ไม่มีใครที่อยากจะลองดี พวกเขาไม่รู้ว่ามันมีอะไรอยู่ตรงนั้น และการที่อยากรู้อะไรบางอย่างมันก็จะต้องแลกด้วยชีวิต พวกทหารได้แต่ตั้งแถวเป็นตอนลึกสามแถว และเดินเข้าไปอย่างช้าๆ ด้วยคนจำนวนหลักหมื่นมันก็ทำให้กินเวลาไปไม่น้อยเลยทีเดียว กว่าสามชั่วโมงจะเดินออกจากป่าแห่งนี้ได้ทั้งหมด ฟรีลิมกำลังจะจัดแถวอีกครั้งแต่รีออนกลับห้ามเอาไว้ก่อน เขาสั่งให้เดินตามเขามาต่อ และแน่นอนว่าไม่มีใครไม่เชื่อฟัง ไม่นานเพียง 500 เมตรจากตัวชายป่า รีออนก็ปรบมือขึ้นอีกครั้ง เหล่าทหารและชาวบ้านก็ทำแนวทางให้พวกทหารเดินต่อ ในที่สุดจากชายป่าอีกฝั่งจนถึงตัวเมือง ต้องใช้เวลามากถึง 5 ชั่วโมงนิดๆ นับว่ากินเวลาพอตัว และเมื่อมาถึงมันก็เป็นช่วงเย็นของวันที่สองพอดี ฟรีลิมได้สั่งจัดแถวทัพใหม่ก่อนจะเริ่มสั่งการต่างๆให้เรียบร้อย แบ่งไปช่วยเหลือคนที่กำลังทำงานในส่วนต่างๆ รวมถึงเวรยามบนกำแพงเมืองอีกด้วย จากนั้นก็ถึงเวลาพักผ่อนของฟรีลิมเสียที “องค์ราชาขอรับ.. ข้าขอกล่าวอะไรกับท่านสักเล็กน้อย ..ท่านให้คนของท่านช่วยเหลืองาน และเวรยามอื่นๆได้ แต่ห้ามพวกเขามายุ่งกับแผนที่ข้ากำลังทำนะขอรับ” รีออนกล่าว พระราชาที่ได้ยินอย่างนั้นก็หัวเสียขึ้นมา เขาไม่เข้าใจเลยว่าเจ้าลูกชายโง่ของเขากำลังจะทำอะไร“เจ้ากำลังล้อข้าเล่น?... ข้าเป็นถึงผู้บัญชาการใหญ่ การละเล่นของเจ้าควรหยุดแต่เพียงเท่านี้เถอะ นี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆที่เจ้าทำเหมือนกับภายในเมืองหลวงหรอกนะ” พระราชากล่าวออกมาอย่างน่าปวดหัว รีออนเลิ่กคิ้วของตัวเองต่ำลงเล็กน้อย เขายังไม่ได้พูดอะไรตอบ แต่องค์ราชินีก็เดินเข้ามาเสียก่อน“ในตอนแรกข้าก็คิดว่าท่านเปลี่ยนไปแล้วเสียอีกฟรีลิม... แต่ท่านก็ยังเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน แถมท่านยังกล้ามาดูถูกดูแคลนลูกชายของข้าอีก... ข้าไม่น่าหวังพึ่งท่านเลยจริงๆ” พระราชินีเซล่าเดินเข้ามา และพูดแดกดันพระราชาในทันที ถึงเขาจะเคยเป็นชายที่เธอรัก แต่ถึงอย่างนั้นคนเป็นพ่อก็ไม่ควรพูดกับลูกชายแท้ๆอย่างนั้นอย่างที่เคยเป็นมาอยู่ตลอดเวลาที่เจอหน้าหรือเปล่า“ข้ามาที่นี่ก็ไม่ได้อยากมาเพื่อที่จะทะเลาะกับเจ้าหรอกนะ... เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆที่เห็นชีวิตของประชาชนเป็นผักเป็นปลา..” พระราชาสวนกลับไปในทันที น้ำเสียงของเขามันบ่งบอกได้อย่างชัดเจนถึงความโกรธที่แม้จะถึงตอนนี้เธอยังให้ท้ายลูกชายอยู่ได้“ข้าจะบอกอะไรท่านไว้สักอย่างให้รู้ตัวก็แล้วกัน... เหตุผลที่ข้ากลับมายังบ้านเกิด เพราะว่าข้าไม่ต้องการที่จะเห็นหน้าของท่านอีก.. ท่านไม่ได้คิดถึงลูกของเราเลยสักครั้ง ท่านคิดเพียงแค่อำนาจของตัวเองก็เท่านั้นเอง... และข้าไม่ต้องการเป็นราชินีเคียงคู่กับคนที่สังหารได้แม้แต่สายเลือดของตัวเอง... ข้าจะหย่ากับท่าน..” เซล่ากล่าวออกมาทั้งน้ำตา ไม่ใช่ว่าเธอไม่รักเขา แต่สิ่งที่เขาได้ทำกับเธอ กับหัวใจของเธอ กับลูกๆของเธอ มันปวดใจมากกว่านี้หลายเท่าตัว“แต่ท่านรู้หรือไม่ว่า.. ตอนที่ข้าได้พบกับลูกชายของข้าอีกครั้งหนึ่ง สิ่งแรกที่ข้าคิดคือท่าน.. ข้าตั้งคำถามกับตัวเองมาตลอด.. จนตัดสินใจว่าข้าจะให้โอกาสท่านอีกสักครั้ง แต่ตอนนี้ท่านกลับทำในสิ่งที่... หลังจากสงครามจบลง ท่านกับข้า..เราไม่เกี่ยวข้องกันอีก” จากนั้นเซล่าก็ปัดผ้าม่านของเต็นท์ และวิ่งออกไปในทันที คราบน้ำตายังกระเด็นไปในอากาศเป็นหยดเห็นได้ชัดเจน ฟรีลิมนิ่งอึ้งไปเล็กน้อย เขาไม่รู้จะทำยังไงดี และมันเป็นจังหวะเดียวกันที่เซฟีน่าเดินออกมาจากที่หลบซ่อนตัวพอดี เธอเดินออกมาพร้อมกับน้ำตาที่ไหลริน ทั้งๆที่อายุ 15 ปีแล้ว แต่เรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่ทำลายความรู้สึกของเธอเกินจะรับไหว รีออนเดินเข้าไปลูบหัวด้วยความสงสาร จากนั้นเขาก็พูดออกมา“ท่านเคยให้สัตย์สาบานกับข้า แต่ท่านก็ไม่สามารถทำมันได้เลยสักข้อเดียว... หากว่าท่านยังเป็นกษัตริย์อยู่ ก็ควรออกตามท่านแม่ไป.. ส่วนเซฟีน่าปล่อยให้ข้าจัดการเอง และแน่นอนว่าเรื่องสงคราม ข้าจะเป็นคนที่นำทัพด้วยตัวของข้าเอง ทหารของท่านให้เป็นแค่กองสำรองไปซะ” รีออนเข้ากอดกับเซฟีน่าที่เริ่มจะกัดฟันร้องไห้หนักขึ้นเรื่อยๆ เธอมองไปยังพระบิดาของตัวเองก่อนจะเอ่ยขึ้นทั้งน้ำตา“ท่านกำลังทำให้ครอบครัวของข้านั้นแตกแยก.. ถึงข้าจะเด็กที่สุดในราชวัง แต่ข้าก็ไม่ได้โง่ ข้าไม่พูดออกไปไม่ได้แปลว่าข้าไม่รู้.. ท่านปล่อยให้นางสนมนั่นคอยรังแกทั้งข้า และแม่ของข้ามาโดยตลอด... พวกเราไม่จำเป็นต้องมีท่านก็ได้ และมันน่าจะดีกว่านี้...” จากนั้นเธอก็ซบ และร้องไห้ออกมาเสียงดังภายใต้อกของพี่ชายที่รักของเธอ “ท่านยังไม่ไปอีกหรือยังไง... ข้าให้โอกาสท่านเป็นครั้งสุดท้าย หากว่าท่านทำไม่ได้จริงๆ ท่านก็ลืมๆเราสามแม่ลูกไปเสียเถอะ คิดซะว่าเราแค่ผ่านมา และก็ผ่านไปเท่านั้นพอ...” รีออนอุ้มเซฟีน่า และหันกลับมากล่าวกับบุคคลที่เป็นพระราชา เป็นพ่อของคนทั้งอาณาจักร แต่เป็นพ่อที่ห่วยแตกสำหรับครอบครัว.....