ขุนปราบกามสวาท
ตอนที่ 61 | เสียงร่ำไห้ของอัญชัน
หลังจากที่ทัพและอัญชันบรรเลงเพลงสวาทสุดเร่าร้อนกันที่ลำธาร ทั้งคู่ก็พักกินอาหารกันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่จะออกเดินทางมุ่งหน้าไปยังอาณาจักรผืนป่าตามเส้นทางที่อัญชันบก ซึ่งมันก็อยู่ห่างจากที่นี่ไม่มากเท่าไหร่นัก อันที่จริงจุดที่ทั้งสองอยู่ด้วยกันเมื่อคืน มันก็อยู่ในอาณาเขตของอาณาจักรผืนป่าแล้วเพียงแต่ว่ามันอยู่ในแถบชายแดนเท่านั้นเอง ทั้งคู่ก็เลยมุ่งตรงสู่เขตเมืองของอาณาจักร เพื่อไปแจ้งเรื่องดวงใจแห่งป่าที่ถูกดรากันลักพาตัวไป
"ย๊า!!!" ซึ่งทั้งคู่ก็เดินทางโดยการควบเจ้าสีนิลมุ่งตรงไป ตอนนี้ร่างบางของนางอัญชันได้นั่งอยู่ในอ้อมแขนของทัพ พร้อมกับขยับมือเรียวบางกุมมือเขาไปด้วย เพราะถ้าไปถึงอาณาจักรเมื่อใด สถานะของนางกับเขาอาจจะต้องเปลี่ยนไป เพราะที่นั่นนางไม่ใช่หญิงที่เขาพบเจอในป่า แต่นางเป็นหญิงที่มีสามีแล้ว
"เราต้องมุ่งหน้าไปทางเขาลูกนั้นใช่ไหมอัญชัน" ทัพถามนาง พลางชี้นิ้วไปทางภูเขาที่อยู่ลิบตา ซึ่งมันก็อยู่ในแนวเดียวกันกับต้นครองพิภพที่ยืนต้นสูงตระหง่านอยู่
"ใช่เจ้าค่ะ มุ่งหน้าตรงไปยังเขาลูกนั้นเลย"นางตอบเขากลับไป พร้อมกับใช้เวทมนตร์ปิดกับดังที่ปักเอาไว้ตามทางเดินไปด้วย ซึ่งมันก็เป็นกับดักที่นางและคนของอาณาจักรวางเอาไว้ ทั้งเพื่อดักจับสัตว์และเพื่อใช้โจมตีผู้มาเยือนที่ไม่หวังดีกับอาณาจักรของนาง
"ย๊า!!!!!" ทัพที่ได้ฟังแบบนั้น ก็ควบเจ้าสีนิลให้เร็วขึ้น เพราะเขาอยากจะไปถึงเขตเมืองของอาจักรก่อนจะมืด จะได้ไม่เสียเวลามากเกินไป เจ้าสีนิลที่รับรู้ถึงความร้อนใจขอทัพได้เป็นอย่างดี ก็รีบก้าวขาวิ่งตามความต้องการของผู้เป็นเจ้านาย กรุบ กรับ กรุบ กรับ จนเสียงฝีเท้ามันดังก้องไปทั่วทั้งป่า หากว่าทัพเคยมาที่นี่มาก่อนเขาคงเดินทางได้เร็วกว่านี้ เพราะใช้คาถาย่นระยะทางได้ แต่เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้มายังพิภพหิมพานต์ คาถาย่นระยะทางมันก็เลยไม่เป็นผล เพราะเขาไปเคยไปจุดไหนของที่นี่มาก่อนเลย
"ลอดใต้อุโมงค์ต้นไม้นั่นเข้าไปเลยเจ้าค่ะพี่ทัพ" อัญชันพูดพร้อมกับชี้นิ้วไปทางต้นไม้ที่ลำต้นโค้งเข้าหากันจนเกิดเป็นอุโมงค์ธรรมชาติ ซึ่งอุโมงค์ต้นนี้ไม้นี้ก็เป็นทางลัดที่จะพาทั้งคู่ไปสู่ต้นครองพิภพได้ไวขึ้น
"ย๊า!!!!" ทัพที่ได้ฟังแบบนั้น ก็สั่งให้เจ้าสีนิลมุ่งหน้าตรงไปยังอุโมงค์ต้นไม้นั้นทันที พลั่บ!!!!! พอมันวิ่งเข้าจนสุดอุโมงค์ต้นไหมนั้น ก็กลายเป็นว่าทั้งมัน ทั้งทัพ และอัญชันได้หายวับไป แล้วปรากฏกายขึ้นอีกครั้งที่ภูเขาอีกลูกที่อยู่ถัดออกไปข้างหน้า
"ฮี้!!!!" มันที่เห็นแบบนั้นก็ยกขาคู่หน้าขึ้นมาแล้วร้องออกมาอย่างสนุกสนานทันที ที่ได้เล่นอะไรที่สนุกแบบนี้
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า" ทัพที่เห็นม้าตัวคู่ใจเป็นแบบนั้นก็หัวเราะออกมา "ทำตัวเป็นเด็กไปได้น่าเจ้าสีนิล ทีคาถาย่นระยะทางของข้าพาเอ็งไปไกลกว่านี้ตั้งเยอะ เอ็งไม่เห็นจะทำท่าทางแบบนี้ออกมา" จากนั้นเขาก็พูดกับมันอย่างเอ็นดู ก่อนที่จะควบมันให้เดินหน้าต่อไป ส่วนอัญชันก็เกราะขนทัพเอาไว้แน่น เพราะนางตกใจเป็นอย่างมากที่จู่ๆ เจ้าสีนิลก็ยกข้าขึ้นมาเช่นนี้ ซึ่งมันก็ทำเอานางเขินทัพไม่ใช่น้อย ที่ส่งเสียงกรี๊ดตกใจออกมา ทั้งๆ ที่ตัวเองเป็นถึงนักรบของอาณาจักรผืนป่าแท้ๆ
"พี่ชอบนะ" ซึ่งในจังหวะที่นางกำลังเขินเขาจนหน้าแดงนั้นทัพก็พูดขึ้นมา นางที่ได้ฟังแบบนั้น ก็เลยหันใบหน้าสวยเหลียวกลับไปมองเขา
"ชอบอะไรหรือเจ้าคะ" ก่อนที่จะถามเขาอย่างสงสัย ว่าที่เขาพูดว่าชอบนั้นหมายถึงอะไร ทัพที่ได้ฟังแบบนั้นก็คลี่ยิ้มออกมา พร้อมกับกดใบหน้าต่ำลงมา จนแววตาเขาไปสบกับดวงตาคู่สวยของนาง
"ชอบตอนที่น้องทำหน้าเขินแบบในตอนนี้ไง" จากนั้นเขาก็พูดกับนางทำเอานางที่ได้ฟังแบบนั้นเขินอายจนใบหน้าสวยแดงก่ำขึ้นไปกันใหญ่
"///" จากนั้นนางก็รีบหันใบหน้าอันแดงก่ำนั้นกลับไปที่เดิม เพราะว่าเขินทัพจนสู้สายตาเขาไม่ไหว
"หยุด!!!!!!" แต่ทว่าตอนที่นางหันหน้ากลับไปนั้น เสียงของทัพเกิดดังขึ้นมาพร้อมกับมือของเขาที่ดึงเชือกเจ้าสีนิลขึ้นมาสุดกำลัง จนทันยกขาคู่หน้าขึ้นมาอีกครั้ง
สวบ!!!!!! ซึ่งในจังหวะที่มันยกขาคู่หน้าขึ้นมานั้น ก็มีหอกเวทมนตร์สีฟ้าพุ่งมาจากทางด้านซ้ายผ่านหน้ามันไป อัญชันที่เห็นแบบนั้นก็รีบหนหน้าไปทางที่หอกพุ่งมาทันที จึงได้เห็นว่ามีเงาของชายคนหนึ่งกำลังควบม้าพุ่งตรงเข้ามาหานางกับทัพ พร้อมกับง้างดาบเล่มใหญ่ในมือไปด้วย
"ย๊า!!!!" ทัพที่เห็นแบบนั้นก็กระโดดลงไปจากหลังเจ้าสีนิล หมับ!!!! แล้วชักดาบทั้งสองเล่มที่อยู่ในฝักออกมา พร้อมกับเคลือบใบดาบทั้งสองเล่มนั้นด้วยพญาเหล็กไหลจนเป็นสีดำสนิท จากนั้นเขาที่ลอยอยู่กลางอากาศ ก็ฟาดฟันดาบทั้งสองเล่มนั้น ไปรับดาบเล่มยักษ์ของศัตรูผู้มาเยือน เคล้ง!!!!! จนเสียงคมดาบปะทะกันดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วป่า
"ได้เจอกันอีกแล้วเจ้ามนุษย์" จากนั้นเสียงของศัตรูเจ้าของคมดาบก็ดังขึ้นมา ทัพที่เงยหน้าขึ้นไปมอง จึงได้เห็นว่าศัตรูที่เขามาโจมตีตัวเองคือชายครึ่งคนครึ่งม้า อาชาทมิฬนั่นเอง
"ได้ยังไงฉันฆ่าแกไปแล้วนี่น่า" ทัพที่เห็นแบบนั้นก็พูดขึ้นมา "ย๊า!!!" จากนั้นเขาที่อยู่กลางอากาศก็หมุนตัวฟาดฟันคมดาบโจมตีอาชาทมิฬไปอีกหนึ่งครั้ง เคล้ง!!!!! ซึ่งเขาขยับดาบยักษ์มารับคมดาบของทัพเอาไว้ได้ เพียงแต่ว่าแรงปะทะนั้นมันรุนแรงมัน จนข้างนั้นของอาชาทมิฬกระเด้งไปด้านหลังตามแรงปะทะ
"เหมือนจะเก่งขึ้นนี่ แต่รอบนี้ข้าไม่แพ้เจ้าหรอก ย๊า!!!!!" พอพูดจบเขาก็พาดคมดาบดิ่งลงมาหาทัพ พลับ!!!! ทัพที่เห็นแบบนั้นก็กระโดดถอยไปด้านหลัง พร้อมกับอุ้มอัญชันออกมา แล้วคลายคาถาของเจ้าสีนิลออก จนมันนั้นหายวับไป ตู้ม!!!!! ก่อนที่ดาบยักษ์ของอาชาทมิฬจะฟาดลงไปที่พื้นอย่างจัง จนพื้นดินยุบลงไปเป็นหลุม และเกิดแรงสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งป่า
"ไม่จริงน่า......ไม่จริง......." ซึ่งในจังหวะที่ทัพกำลังจดจ่อกับอาชาทมิฬอยู่นั้น เสียงของอัญชันก็เกิดดังขึ้นมา ซึ่งนาก็กำลังมองอีกฝั่งหนึ่งด้วยแววตันแหลกสลาย ทัพที่เห็นแบบนั้นก็เลยหันตามไปมองบ้าง จึงได้เห็นร่างไร้วิญญาณของชายหญิง ที่แต่งตัวคล้ายๆ กับอัญชันราวๆ 4-5 คนนอนกองอยู่ที่พื้นและห้อยอยู่ตามกิ่งไม้
"แก!!!!!!" จากนั้นนางก็กรีดร้องออกมา แล้วขยับตัวพุ่งเข้าไปหาอาชาทมิฬที่ยืนยิ้มอยู่ พลั่บ!!!!! แต่ทว่ายังไม่ทันที่นาจะก้าวขาได้ถึงสองก้าว ทัพก็พุ่งแซงหน้านางไปด้วยความเร็วที่สูงยิ่งกว่า
"เจ้าคิดว่าเจ้าจะล้มข้าได้เหมือนครั้งที่อยู่พิ.........." อาชาทมิฬที่เห็นว่าทัพพุ่งเข้ามาหาตัวเองก็พูดขึ้นมา แต่ยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบ เขาก็รู้สึกว่าตัวเองนั้นเปล่งเสียงไม่ได้ สวบ!!!!! และพอรู้ตัวอีกทีเขาก็ได้รู้ว่าหัวของเขากับลำตัวนั้นแยกออกจากกันแล้ว "อั่ก!!!!!" พร้อมกับเลือดสีแดงฉานที่พุ่งออกมาจากคอเป็นน้ำ
"คนเลวๆ แบบเอ็ง ข้าไม่เสียเวลามาเสวนาด้วยหรอ" พลั่บ!!! จากนั้นทัพก็พูดขึ้นกับสะบัดดาบที่ชุ่มไปเลือดลงไปที่พื้น ก่อนที่ร่างกำยำและหัวที่หลุดออกมาของอาชาทมิฬจะค่อยๆ สูญสลายไป
"ฮือ ฮือ ฮืออออ" จากนั้นทัพก็เดินตรงไปหาอัญชันที่นั่งคุกเข่าร้องไห้ฮืออยู่ตรงหน้ากองศพของเพื่อนๆ ที่ถูกอาชาทมิฬฆ่าตาย เขาที่เดินมาหยุดอยู่ข้างหลังนางแล้วก็เข้าไปสวมกอดนางจากทางด้านหลังอย่างอ่อนโยน เพื่อให้อ้อมกอดอันอบอุ่นนี้ช่วยคลายความแหลกสลายในใจของนาง
โปรดติดตามตอนต่อไป