ความพ่ายแพ้อันย่อยยับของกลุ่มหมาป่าเหล็กเมื่อคืนก่อน ส่งผลให้บรรยากาศบริเวณรอบห้องรวม 4 เงียบสงบลงอย่างเห็นได้ชัด คีย์การ์ดคลังลับและผลึกปราณแร่ดาวตกที่ยึดมาได้กลายเป็วัตถุดิบตั้งต้นสำหรับการสร้าง "เตาหลอมเงา" ทว่าก่อนที่การดัดแปลงจะเริ่มขึ้น เช้าตรู่วันถัดมาเหล่านักศึกษาใหม่ทุกคนก็ถูกเรียกมารวมตัวกัน ณ โถงเรียนหลัก
โถงบรรยายครึ่งวงกลมขนาดใหญ่ของวิทยาลัยคาลิฟานั้นเงียบสงัดราวกับสุสาน แม้จะอัดแน่นไปด้วยนักศึกษาใหม่ชั้นปีที่หนึ่งนับร้อยชีวิต แสงสลัวจากหลอดก๊าซเวทมนตร์สะท้อนกับพื้นโลหะเย็นเยียบ กลิ่นน้ำมันเครื่องผสมผสานกับไอพลังงานจางๆ ลอยกรุ่นหลอมรวมอยู่ในอากาศ
อาลอนนั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะเหล็กกล้าตัวยาว ั์ตาสีดำสนิทดูเรียบเฉย ขณะที่เลนส์ตากลไกซีกซ้ายกะพริบแสงสีฟ้าแ่เบา ระบบภายในกำลังประมวลผลวิเคราะห์โครงสร้างอาคารและหาตำแหน่งทางระบายความร้อนของห้องอย่างเงียบเชียบ ข้างกายเขาคือชาลัค ยักษาหนุ่มที่กำลังเอนตัวเท้าคาง แววตาสีส้มแดงลุกวาวเปี่ยมไปด้วยความคาดหวังต่อบทเรียนแรก
ตึง... ตึง... ตึง…
เสียงฝีเท้าหนักแน่นและเป็จังหวะดังก้องมาจากหน้าประตูเหล็กบานั์
ร่างสูงใหญ่กำยำของเผ่าอสูรเยื้องกรายเข้ามาภายในโถง ผิวกายสีเทาเข้มขลิบด้วยเกราะโลหะรับกับเขาโค้งสีดำสนิทที่แผ่ออร่าความกดอากาศออกมาอย่างมหาศาล ิัของเขาเต็มไปด้วยร่องรอยแห่งประสบการณ์ ทั้งรอยแผลเป็จากการพุพองด้วยไฟแปรธาตุและดวงตาสีแดงฉานเื้ัแว่นโมนอเคิล ‘เนตรรู้แจ้งอักขระ’ ที่ส่องประกายคมกริบ กวาดมองเหล่านักศึกษาด้วยสายตาที่คล้ายจะทะลวงลึกไปถึงโครงสร้างิญญา
บุรุษผู้นี้คือ อาจารย์ไอซัค หัวหน้าภาควิชาโครงสร้างอักขระและกลไกปราณ ผู้กุมความลับแห่งการหลอมรวมเครื่องจักรเข้ากับจิติญญา
"วิชาของข้าคือการจารึกโครงสร้างิญญาและการถักทออักขระ..." น้ำเสียงทุ้มต่ำดุจเสียงหินบดขยี้กันของไอซัคดังกังวานไปทั่วโถง บรรยากาศหนักอึ้งจนเหล่านักศึกษาต้องเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว "แต่วันนี้ เราจะยังไม่แตะต้องเครื่องมือช่างใดๆ เพราะก่อนที่พวกเ้าจะริเริ่มสร้างศาสตรา... พวกเ้าต้องเข้าใจถึง 'พลังงาน' ที่จะใช้ขับเคลื่อนมันเสียก่อน นั่นคือสัจธรรมพื้นฐานที่พวกคนโง่มักจะมองข้ามไป"
อาจารย์ร่างั์ก้าวลงมาจากแท่นบรรยายช้าๆ ในมือหนาหยาบกร้านถือ 'ผลึกแก้วสเปกตรัม' ขนาดเท่ากำปั้น อุปกรณ์แปรธาตุชั้นสูงที่ใช้สะท้อนความหนาแน่นและลำดับขั้นของลมปราณออกมาในรูปของความถี่แสง
"ข้าจะตรวจประเมินพวกเ้าทุกคนในที่นี้... เริ่มจากเ้า ลูกชายศุลต่านผู้เลื่องชื่อ" ไอซัคหยุดยืนนิ่งอยู่ที่หน้าโต๊ะของอาซิม แววตาภายใต้เลนส์มนองเคิลจดจ้องอย่างกดดัน
อาซิมเหยียดยิ้มอย่างหยิ่งผยอง เขากระแทกฝ่ามือลงบนผลึกแก้วอย่างมั่นใจในพร์ ทันใดนั้น ผลึกแก้วก็สว่างวาบเจิดจ้าเป็ แสงสีเหลืองอำพัน อันปั่นป่วนและเข้มข้น พลังงานนั้นหนาแน่นจนก่อตัวเป็คลื่นความร้อนแผ่ออกมาเป็ระลอก
"หึ... ระดับหล่อหลอม (Refining Stage) ขั้นปลาย ใกล้จะทะลวงสู่ระแก่นแท้แล้วสินะ" ไอซัคเอ่ยประเมินด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
"สมแล้วที่เป็บุตรแห่งศุลต่านอาหมัด!" เสียงกระซิบประจบประแจงดังมาจากกลุ่มขุนนางรอบข้าง "อายุเพียงเท่านี้ก็ใกล้จะแตะขอบเขตแก่นแท้แล้ว พร์ช่างเหนือชั้นกว่าใครเพื่อน!"
ไอซัคเดินตรวจต่อไปตามโต๊ะต่างๆ อย่างเป็จังหวะ นักศึกษาขุนนางส่วนใหญ่ล้วนยืนหยัดอยู่ในระดับหล่อหลอมขั้นต้น ขณะที่เหล่านักศึกษาจากป้อมสนิมแดงส่วนใหญ่มักจะหยุดนิ่งอยู่ที่ระดับก่อเกิดขั้นกลางหรือสูง จนกระทั่งรอยเท้าอันหนักแน่นนั้นมาหยุดลงตรงหน้าเด็กหนุ่มผู้มีั์ตาเรียบเฉยดุจผิวน้ำ
"ถึงตาเ้าแล้ว... อาลอน"
อาลอนยื่นมือเรียวยาวออกไป ััลงบนผลึกแก้วอย่างแ่เบา ท่าทางของเขาดูนิ่งสงบ ไร้ซึ่งความลังเลหรือความประหม่าที่ควรจะมี
วูบ...
ผลึกแก้วกะพริบ แสงสีรุ้งจางๆ ออกมาแ่เบาราวกับแสงหิ่งห้อยที่กำลังจะดับมอด กระแสพลังงานนั้นนิ่งสนิท ไร้ซึ่งการหมุนวนหรือรัศมีข่มขู่ใดๆ มันเบาบางเสียจนแทบจะมองไม่เห็นหากไม่พิจารณาให้ดี
[System 377: Suppressing Core Energy Output]
[Status: Displaying Surface Awakening Stage Rank-1]
"เหอะ! อะไรกันน่ะ?" อาซิมพ่นลมหายใจออกทางจมูกอย่างเหยียดหยาม ก่อนจะะเิเสียงหัวเราะลั่นโถงบรรยาย "แสงริบหรี่ปานนั้น... ระดับก่อเกิด (Awakening Stage) ขั้นที่ ต้น งั้นรึ?! นี่มันระดับพลังของพวกกรรมกรขุดเหมืองชัดๆ! ที่แท้ก็ผ่านการทดสอบรอบแรกมาได้เพราะเครื่องมือพังอย่างที่เขาว่าจริงๆ สินะ ขยะไร้ค่าเอ๊ย!"
เสียงหัวเราะเยาะเย้ยดังก้องไปทั่วฝั่งขุนนาง นักศึกษาหลายคนมองอาลอนด้วยสายตาสมเพชเวทนา ขณะที่ชาลัคขมวดคิ้วแน่นด้วยความเดือดดาล เขาขยับตัวเตรียมจะลุกขึ้นไปซัดหน้าพวกที่ปากพล่อย
ทว่า... อาลอนกลับยังคงนิ่งเงียบ ใบหน้าคมคายเรียบเฉยดุจรูปสลักศิลา ระบบ ทำการจัดเก็บคำดูถูกเ่าั้เป็เพียงข้อมูลขยะที่ไม่มีความสำคัญต่อการประมวลผลทางยุทธศาสตร์
แต่ท่ามกลางเสียงหัวเราะเ่าั้ คนที่ยืนนิ่งค้างไปในวินาทีนั้น... กลับเป็ อาจารย์ไอซัค
แกร๊ก... แกร๊กๆๆ!
ฟันเฟืองทองเหลืองชิ้นจิ๋วบนกรอบแว่นโมนอเคิลส่งเสียงครางถี่รัวอย่างวิปริต แสงสีแดงในเลนส์กะพริบวาบสลับดับลงซ้ำๆ ราวกับระบบวิเคราะห์อักขระขั้นสูงกำลังรับภาระการประมวลผลที่หนักหน่วงเกินขีดจำกัดจะรับไหว!
ในสายตาคนนอก อาลอนอาจมีพลังปราณริบหรี่ดุจหยดน้ำก้นแก้ว... แต่ผ่าน 'เนตรรู้แจ้งอักขระ' ของไอซัค สิ่งที่ซ่อนอยู่ภายใต้เปลือกนอกของเด็กหนุ่มคนนี้ไม่ใช่แค่ปริมาณพลังงาน... หากแต่เป็ 'ภาชนะ' ที่แปลกประหลาดและลึกล้ำจนยากจะหยั่งถึงขีดสุด!
หากระดับหล่อหลอมของอาซิมคือการเติมน้ำจนปริ่ม 'ขวดโหล' ขนาดเล็ก... สิ่งที่ไอซัคมองเห็นในตัวอาลอน ก็เปรียบเสมือนการหยดน้ำเพียงหยดเดียวลงไปใน 'มหาสมุทรที่มืดมิดและไร้ก้นบึ้ง'!
มวลพลังงานระดับก่อเกิดเพียงหยดเดียวนั้น... ไม่ได้เบาบางอย่างที่ตาเห็น แต่กลับถูกบีบอัดจนหนาแน่นด้วยสมดุลอันสมบูรณ์แบบ จนมีแรงดันมหาศาลยิ่งกว่าปราณระดับหล่อหลอมของขุนนางพวกนี้เสียด้วยซ้ำ!
'เด็กคนนี้... ภาชนะของเขามันคือสิ่งใดกันแน่?' ไอซัคขบคิดอย่างตื่นตะลึง รอยยิ้มลึกลับปรากฏที่มุมปาก 'เหตุใดพลังงานระดับก่อเกิด ถึงมีความหนาแน่นพอที่จะบดขยี้โลหะกล้าได้โดยที่เส้นชีพจรไม่ปริแตกกัน...?'
ไอซัคเก็บผลึกแก้วสเปกตรัมลงโดยไม่เอ่ยคำอธิบายใดๆ เขาปล่อยให้พวกขุนนางสำลักความขบขันในความโง่เขลาของตนเองต่อไปตามยถากรรม
"เงียบ!" ไอซัคคำรามเสียงต่ำสยบทุกความเคลื่อนไหว ก่อนจะเดินกลับไปยังแท่นบรรยาย "พวกเ้าหลายคนคิดว่าลมปราณคือปาฏิหาริย์ แต่ในสายตาข้า... มันคือ 'ชุดรหัสสถิติ' ที่มีลำดับชั้นตายตัว ลมปราณในโลกนี้แบ่งออกเป็ 6 ระดับใหญ่ เพื่อให้เห็นภาพง่ายขึ้น ข้าขอให้พวกเ้าจินตนาการถึง 'น้ำ' และ 'ภาชนะ' ซึ่งก็คือร่างกายของพวกเ้าเอง"
ไอซัคยกนิ้วขึ้นชี้ตามลำดับขั้น:
ระดับก่อเกิด (Awakening Stage): "จุดเริ่มต้นที่ร่างกายเปรียบเสมือนขวดโหลที่มีหยดน้ำตกลงไป เ้าเริ่มััพลังงานในชั้นบรรยากาศได้..." ไอซัคปรายตามองอาลอนเพียงครู่หนึ่ง "...ทว่า ในบางกรณี คุณภาพของน้ำเพียงหยดเดียวนั้น อาจจะหนักหน่วงยิ่งกว่าน้ำทั้งโอเอซิส หากมันถูกบีบอัดด้วยสมดุลที่สมบูรณ์แบบ"
ระดับหล่อหลอม (Refining Stage): "เมื่อเ้าเค้นหยดน้ำเ่าั้จนเต็มภาชนะ มวลน้ำจะเริ่มควบแน่น เ้าสามารถดึงพลังมาเคลือบิัหรือศาสตราได้ นี่คือขอบเขตที่พวกเ้าส่วนใหญ่ยืนอยู่"
ระดับแก่นแท้ (Core Stage): "เส้นแบ่งที่แยกเด็กน้อยออกจากนักรบที่แท้จริง ขวดโหลจะถูกทำลาย ขอบเขตร่างกายขยายตัวออกเปรียบเสมือน 'ทะเลสาบ' เ้าสามารถปลดปล่อยปราณออกมาสร้างเกราะคุ้มกันภายนอกได้โดยตรง รุ่นพี่ สิบยอดมงกุฎ หลายคนก็ล้วนสถิตอยู่ในขั้นนี้"
ระดับปรมาจารย์ (Master): "ทะเลสาบระเหยกลายเป็พายุฝน ควบคุมสภาพแวดล้อมรอบตัวได้อย่างอิสระ"
ระดับตำนาน/ราชัน (Legend): "พลังแปรเปลี่ยนเป็มหาสมุทรไร้ก้นบึ้ง"
ระดับจุติเทวะ (Deva Incarnation): "สัจธรรมสูงสุดที่พวกเ้าไร้ทางเอื้อมถึง"
ไอซัคหยุดก้าวเท้า เขาจ้องมองนักศึกษาทุกคนด้วยสายตาเข้มงวด "แต่จงระวังไว้... กฎแห่งการแลกเปลี่ยนนั้นเหี้ยมเกรียมเสมอ ร่างกายของพวกเ้าคือ 'ภาชนะ' หากเ้าพยายามรวบรวมพลังที่เกินขีดจำกัด... ข้าจะสาธิตผลลัพธ์ให้ดู"
อาจารย์ร่างั์วางลูกบาศก์กลไกเหล็กกล้าลงบนโต๊ะกลาง "นี่คือจำลองร่างกายของนักรบระดับ 'หล่อหลอม' ที่บังอาจฝืนดึงพลังระดับ 'ระดับแก่นแท้' เข้าสู่ร่างโดยปราศจากอุปกรณ์กลั่นกรอง"
ฟึ่บ!
สิ้นเสียงคำอธิบาย ไอซัคกระแทกปราณสีแดงฉานอัดเข้าไปในลูกบาศก์เหล็กโดยไร้ความปรานี!
ครืนนนนน... ตึง!
ลูกบาศก์เหล็กเริ่มสั่นกราวอย่างรุนแรง ฟันเฟืองภายในหมุนทะลุขีดจำกัดจนเกิดประกายไฟแลบ ไอความร้อนแผ่กระจายจนนักศึกษาแถวหน้าต้องยกแขนขึ้นป้องใบหน้า รอยปริร้าวเรืองแสงสีเพลิงลามไปทั่วพื้นผิว ก่อนที่ความอดทนสุดท้ายของโลหะจะสิ้นสุดลง...
ตู้มมมมมมมม!!
ลูกบาศก์ะเิกลายเป็เศษผงโลหะและเขม่าดำคลุ้งไปทั่วรัศมี! แรงอัดอากาศมหาศาลพัดพากระดาษปลิวว่อน นักศึกษาหลายคนสะดุ้งสุดตัวด้วยความตื่นตระหนก
"ถ้าโค้ดของเ้าผิดพลาด ถ้าเ้าประเมินขีดจำกัดภาชนะตัวเองไม่ขาด สิ่งประดิษฐ์—หรือแม้แต่ร่างกายของเ้า—จะกลายเป็ะเิฆ่าตัวตายในพริบตา!" ไอซัคปัดผงเหล็กออกจากมืออย่างไม่ใส่ใจ "นี่คือเหตุผลที่พวกเ้าต้องเรียนรู้วิทยาการจักรกล (Magitech) เพื่อสร้างอุปกรณ์มาช่วย 'กระจายแรงดัน' ไม่ให้ร่างของพวกเ้าต้องแหลกเหลวไปเสียก่อน!"
ชาลัคเป่าปากเบาๆ "อู้ววว... โหดเอาเื่เลยว่ะอาลอน"
ในขณะที่เพื่อนร่วมรุ่นกำลังขวัญหนีดีฝ่อ อาลอนยังคงนั่งนิ่ง แววตาจดจ้องไปยังเศษเหล็กบนโต๊ะด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยการวิเคราะห์อันลึกซึ้ง
[System 377: Energy Pressure Venting Algorithm Loaded]
[Conclusion: High-Density Internal Prana Requires Secondary Mechanical Pressure Release Unit]
เพื่อให้สามารถควบคุมและปลดปล่อยพลังงานความหนาแน่นสูงที่หลับใหลอยู่ภายในภาชนะของเขา... อาลอนรู้ดีว่า แขนกลและอุปกรณ์ที่เขากำลังจะรังสรรค์ขึ้นใน 'เตาหลอมเงา' จะต้องเป็วิทยาการที่ก้าวล้ำยิ่งกว่าสิ่งใดที่วิทยาลัยแห่งนี้เคยมีมา!