ปาฏิหาริย์ที่บ้านสวน

    ตอนที่ 51 ปุริมกุฑรากับฤษิวิศรุต 1

            ภายในห้องนอนที่เรนิตาจัดให้เทวิน ตกถึงกลางคืนเขายังไม่นอนหากแต่เพียงกำลังเตรียมตัวที่จะเข้าไปสู่โลก
    ในอีกห่วงเวลาหนึ่งโดยผ่านดวงตาทั้งคู่ของแมวสีนิล

            เขาจำเป็นต้องใช้สมาธิจึงต้องรอให้ทุกคนภายในบ้านหลับนอนกันหมดก่อนพญาเสือดำในร่างแมวสีนิลได้ส่งคลื่นพลังงาน
    ที่มองไม่เห็นออกมาทำให้ร่างของแมวดำเปล่งประกายตาแวววาว

            เขานั่งคู้ขาหลับตาบนเตียงนอนโดยร่างแมวดำนั่งอยู่ข้างหน้าดวงตาทั้งสองมองที่เทวิน เขาค่อยๆ ลืมตาและมองเข้าไปในดวงตา
    สองข้างของร่างกายแมวสีนิล

            ..........................

            1,200 ก่อนพุทธกาลอารยธรรมลุ่มแม่น้ำสินธุ

            ร่างทิพย์ของพญาเสือดำและร่างเสมือนรูปกายแสงของเทวินทั้งสองมาโผล่ที่ริมแม่น้ำสายใหญ่ น้ำใสเย็นที่ละลายจากหิมะ
    บนเทือกเขาหิมาลัยไหลเป็นสายยาวก่อนลงสู่ทะเล ‘แม่น้ำสินธุ’

            ทั้งสองเดินเรียบริมแม่น้ำไปไม่ไกลนักก็ได้พบเห็นมีสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่ง 2 ตัว เป็นสิ่งมีชีวิตขนขาวไปทั้งตัว แต่ขนยาวบริเวณสันคอ
    มาที่หลังมีสีเปลือกมังคุดแซมเป็นหย่อมๆรูปร่างคล้ายกับม้า สี่เท้าเป็นกีบสีเปลือกมังคุด รูปหน้ายาว บนหน้าผากมีเขาแหลมยาวหนึ่งเขา
    ลักษณะเป็นเกลียวปลายแหลม ปลายที่แหลมเป็นสีแดง ส่วนอื่นถึงโคนเขาเป็นสีเปลือกมังคุด
     จะว่าไปแล้วมันเหมือนม้ากับแรด
    แต่ไม่รู้จะเรียกอะไรดี

            “ยูนิคอนหรือ!?” เทวินเหมือนจะถามกับพญาเสือดำ

            พญาเสือคำรามเสียงเบา เทวินสื่อความหมายได้ว่า‘จะเรียกว่าอย่างนั้นก็ได้’ เขาได้เข้าใจและคิดว่าเรียกเป็น ‘ยูนิคร์อน’ ก็แล้วกัน

            ยูนิคอนทั้ง 2ตัว ได้วิ่งกระโจนไปบนผิวน้ำที่กว้างใหญ่อย่างรวดเร็ว วิ่งข้ามแม่น้ำสินธุด้วยความว่องไวไม่นานก็ไปอีกฝั่งของแม่น้ำ

            สัตว์ชนิดนี้กลับคล้ายมีตัวเบาที่วิ่งไปบนน้ำได้เพียงแต่ดูแล้วมันก็แสดงออกถึงการหายใจที่แรงขึ้นนี่ต้องใช้แรงกำลังและความเร็วมาก
    จึงวิ่งข้ามไปได้ ยูนิคอนทั้งสองกินน้ำจากริมแม่น้ำเมื่อไปถึงอีกฝั่งและได้แสดงความรักต่อกันออกมา

            ร่างทิพย์ของพญาเสือดำกับร่างเสมือนกายแสงของเทวินก็ได้ข้ามผ่านแม่น้ำสินธุ ตามยูนิคอนคู่นั่นไปด้วยดูเหมือนจะเป็นตัวผู้
    และตัวเมีย เมื่อถึงอีกฝั่งของแม่น้ำก็ได้คลอเคลียลำตัวกันและกันดังสัตว์ที่แสดงความรักต่อกัน

            มาถึงบริเวณต้นไม้ใหญ่หนึ่งระหว่างริมแม่น้ำและตีนเขายูนิคอนทั้งสองได้อยู่พักใต้ร่มไม้ใหญ่นี้ ‘ต้นอัสสัตถะ’

            ใต้ต้นอัสสัตถะ ไม่ได้มีเพียงแค่ยูนิคอนคู่นี้ยังมีจอมปลวกหนึ่งที่บริเวณโคนต้น เหตุการณ์ดูเหมือนจะสงบสุข ขณะที่ยูนิคอนยืนหลับ
    พักอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ดินที่เกาะเป็นจอมปลวกค่อยๆ มีการขยับเคลื่อนไหว

            ยูนิคอนคู่ตื่นตัวจากการหลับ หันมองหน้ากันขณะเดียวกันดินที่ก่อเป็นจอมปลวกค่อยๆ ทลายลง ค่อยเผยให้เห็นเป็นคนชรา
    ร่างกายผอมแห้งมีเพียงหนังหุ้มกระดูกไร้ซึ้งเส้นผมและเส้นขนผิวกายสีดำอยู่ในท่านั่งขัดสมาธิ

            ชายชราค่อยๆ ลืมดวงตา

            “สัตว์วิเศษทั้งสองเจ้าจะนำพาข้าไปยังสถานที่หนึ่งได้หรือไม่?” เสียงดังกังวานกล่าวมาจากชายชรา

            แม้ไม่มีเสียงอันใด ยูนิคอนทั้งสองตกลงชายชราเปลือยกายไร้เกศาและเส้นขนค่อยๆ ลุกขึ้นเขาแม้ชราผอมแห้งแต่เดินเหินคล่องแคล่ว
    ไปที่ริมแม่น้ำได้ชำระกายจากคราบดินจากจอมปลวก

            “เขาบำเพ็ญตนกระทั่งมีจอมปลวกขึ้นท่วมตัว”ร่างเสมือนกายแสงของเทวินกล่าว

            ร่างทิพย์พญาเสือดำรามออกมาเบาๆ เช่นเคย

            หลังจากชำระกายชายชราได้กลับมาที่ใต้ต้นอัสสัตถะและกล่าวขึ้น“พวกเจ้ามาแต่ไกลข้ามผ่านกาลเวลามาหลายพันปี คงเป็นเพราะว่า
    สิ่งที่ข้าค้นพบสินะ”

            “อ๊ะ!!...ท่านเห็นพวกเราด้วยรึ?”ร่างเสมือนกายแสงของเทวินตกใจเอ่ยถามชายชรา

            “ดวงตาของข้ามองเห็นเลือดในร่างกายที่เป็นสีเขียวของเจ้าและร่างทิพย์ของพญาเสือดำตัวใหญ่ที่อยู่ข้างกายของเจ้า”

            “HH..H..H..” ยูนิคอนคู่ตอนนี้ค่อยส่งเสียงออกมาแล้ว

            “พวกเจ้ารอข้าสักประเดี๋ยวไปหาที่พักผ่อนก่อนก็ได้” ชายชรากล่าว เสียงยังคงกังวานแม้ไม่ดังมากแต่ฟังแล้วให้รู้สึกเกรงขาม
    ยูนิคอนทั้งคู่จึงเดินเข้าไปในป่าที่ตีนเขาเมื่อสัตว์ทั้งสองไปแล้วเขาได้หันมากล่าว

            “เรื่องทั้งหมดนี้เป็นเพราะข้าผิดเองพวกเจ้านั่งลงก่อนเถอะ“ ชายชรานั่งลงที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ร่างเสมือนกายแสงของเทวินและร่างทิพย์
    ของพญาเสือดำหาที่นั่งเหมาะรอฟังสิ่งที่ชายชราจะบอกกล่าว

            “อืม...ข้าคือ ฤษิวิศรุตสัตว์ทั้งสองนั้นเป็นสิ่งมีชีวิตหายากมาก เรียกว่า ทุวากะ”

            “ทุวากะ!? ไม่ใช่ยูนิคอน?”

            “ยุคสมัยพวกเจ้าอาจเรียกว่าอย่างนั้นแต่ทุวากะคู่นี้เป็นสุดท้ายที่มีอยู่บนโลกและจะไม่มีอีก ทุวากะคู่นี้เดิมได้เลือกอยู่เป็นคู่อาศัยร่วมกับ
    ปุริมกุฑรา ผู้เป็นเจ้ากษัตริย์แห่งลุ่มน้ำสินธุนี้”

            “อ๊ะ!..ครับ”

            “สิ่งที่พวกเจ้ากำลังเผชิญในยุคสมัยของพวกเจ้าเป็นวิชาหนึ่งซึ่งข้าได้บรรลุความสำเร็จโดยไม่ตั้งใจ แต่ไม่เป็นที่ยอมรับ
    ของเหล่าบรรดาผู้ถือการบำเพ็ญตน”ฤษิวิศรุตได้เล่าความให้ทั้งคู่ฟัง

            “ที่ป่าต้นทับทิมข้ากับอีกสามผู้บำเพ็ญได้มุ่งสู่สมาธิปฏิบัติตนและเรียนรู้ในวิถีธรรมชาติอันให้ได้ซึ่งความรู้ 
    โดยมีปุริมกุฑราเป็นพยานต่อการบำเพ็ญ”

            “ผ่านไปช่วงเวลา 3 ฤดูฝน ผู้หนึ่งบรรลุได้ความรู้การคำนวณดวงดาว ดินฟ้าอากาศผู้หนึ่งบรรลุได้ความรู้ทางการแพทย์การรักษาโรค เชี่ยวชาญผสมยาสมุนไพรอีกผู้หนึ่งบรรลุได้การสื่อสารภาษาต่างๆ อีกทั้งสื่อสารกับสัตว์ได้”

            “ในตอนนั้นข้าบรรลุได้วิชายังชีวิตเป็นอมตะสามารถกลับมาจากความตาย” 

            “ยังชีวิตให้เป็นอมตะ!?” ร่างเสมือนกายแสงของเทวินตกตะลึงเอ่ยถามออกไป

            “อืม...ใช่ยังชีวิตให้เป็นอมตะ กลับมาจากความตาย”

    คล้ายกับเรื่องปาฏิหาริย์ที่บ้านสวน ที่คุณอ่าน