ณ ทิศตะวันตกของสำนักปราณพิทักษ์ฟ้าในยามนี้ได้ปรากฏร่างของเด็กหนุ่มผู้หนึ่งขึ้น ซึ่งดูเหมือนมันกำลังกวาดตามองหาใครบางคนอยู่
"คุณชายหายไปไหนแล้วนะ ทีแรกคิดข้าว่าจะมาหาที่หลบภัยแต่พอมาคิดดูอีกทีหาก กลับไปแล้วนายท่านรู้เข้า คงมิใช่เื่ดีแน่.."
เ้าอาฟงนั้นเอง มันบ่นพึมพำขณะกำลังเดินตามหาเฟยฮุ่น คุณชายของมันอยู่
และในขณะที่มันกำลังมองหาอยู่นั้นเอง หางตาของเ้าอาฟงก็เหลือบไปเห็นเข้ากับร่างของหญิงสาวนางหนึ่งในชุดผ้าไหมสีชมพู่อ่อนแสนงาม ที่กำลังนั่งาเ็ที่บริเวณขาอยู่ตรงซากปรักหักพัง สองตาของเ้าอาฟงถึงกับพลันเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึงั้แ่ในวินาทีแรกที่มันได้เห็นใบหน้าของหญิงสาวผู้นี้
ใบหน้าของนางเป็รูปไข่ คิ้วดก ยาว โค้งเรียวยาวดุจใบหลิว หางตาตวัดโค้งขึ้น ลูกั์ตาดำสนิทงดงามดุจดอกท้อแย้มบานในฤดูใบไม้ผลิ ริมฝีปากเล็ก สีชมพู เป็มันเงา รูปร่างอรชรอ้อนแอ้น
เ้าอาฟงถึงกับยืนตัวแข็งด้วยความตื่นตะลึง "นี่มันเดินมาพบเทพธิดานางฟ้าที่ร่วงมาจากสรวง์หรือนี่…..แถมดูจากเสื้อผ้าอาภรณ์ที่นางสวมใส่ ดูยังไงก็มาเป็บุตรสาวของตระกูลขุนนางชั้นสูงเป็แน่ หากเข้าไปช่วยเหลือนาง และสานสัมพันธ์ บางทีในอนาคต ของตัวมันอาจจะได้พบกับความรุ่งเรือง และไม่ต้องมาเป็ขี้ข้าต่ำต้อยอย่างเช่นทุกวันนี้ก็เป็ได้"
เ้าอาฟงครุ่นคิดในใจด้วยความตื่นเต้นถึงสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต หากมันก้าวเท้าเข้าไปช่วยสตรีผู้งดงามผู้นี้ ทว่า…ยังไม่ทัน ที่เ้าอาฟงจะได้ขยับกายเข้าไป จู่ ๆ ผืนดินรอบกายของมันก็เกิดสั่นไหวอย่างรุนแรง ก่อนจะพลันปรากฏร่างของเ้า หนอนทมิฬั์มรณะตัวหนึ่งโผล่ขึ้นมาใกล้ ๆ กับจุดที่ สตรีนางนั้นนั่งาเ็อยู่
เ้าอาฟงถึงกับหยุดชะงัก ใบหน้าพลันซีดเผือดด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
"เหวอออ..! เ้าสัตว์อสูรฟ้าดินของพรรคมารนี่ โผล่หัวออกมาอะไรยามนี้วะ ข้า…ข้ากำลังจะได้กลายเป็วีรบุรุษไปช่วยแม่นางคนงามผู้นั้นอยู่แล้วเชียว…." เ้าอาฟงบ่นออกมาด้วยท่าทางหงุดหงิด ปนกับท่าทางกล้า ๆ กลัว ๆ ในขณะที่สายตายังคงมองไปที่ สตรีนางนั้นอย่างสุดแสนเสียดาย
"ชะ…เช่นนี้ข้าควรจะทำเช่นไรต่อดี วรยุทธ์ที่ข้ามี คงพอจะใช้ป้องกันตัวได้ แต่มันจะคุ้มแน่รึ.? หากป้องกันไม่ได้เล่า ข้าอาจจะต้อง……" เ้าอาฟงกลืนน้ำลายดังอึกใหญ่เมื่อ มันเห็นภาพของตัวเองในหัวที่ถูกเ้าหนอนั์ตัวนั้น กัดขาดจนกลายเป็สองท่อนตายอย่างน่าอนาถ…
อันที่จริงวรยุทธ์ที่เ้าอาฟงมีติดตัวนั้น เรียกว่าวิชา กำแพงศิลา์ เป็เคล็ด วรยุทธ์ธาตุดิน ชั้นปฐีระดับสูง สายป้องกันที่หายาก วิชานี้ เฟยเหลียนบิดา ของเฟยฮุ่นซื้อมาให้อาฟงร่ำเรียนโดยเฉพาะ ทว่า…จุดประสงค์มิได้เอาไว้ให้อาฟงฝึกเพื่อตัวมันเอง แต่เป็การฝึกเพื่อเอาไว้ป้องกันเฟยฮุ่นต่างหาก หรือจะเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ฝึกเอาไว้ รับมือ รับเท้าของศัตรู แทนเฟยฮุ่นนั้นเอง…เพราะผู้ใช้วรยุทธ์นี้ สามารถเปลี่ยนร่างกายของตนให้มีความแข็งแกร่งทนทานประดุจ ศิลาวิเศษที่ใช้สร้างกำแพง์ได้
ทว่า...ผู้ฝึกเองก็จำต้องฝึกให้ถึงขั้น 7 ขึ้นไป จึงจะนับว่าสำริจผล สามารถท่องยุทธได้ด้วยไม่ต้องเกรงกลัวคมหอก คมดาบ และหากจะถามว่า เ้าอาฟงฝึกได้ถึงขั้นไหนแล้ว คำตอบคือ มันฝึกได้เพียงแค่ ขั้น 2 และมิอาจทะลวงชีฟจรไปต่อได้ ด้วยความที่ขาดโอสถล้ำค่า และไร้ซึ่งจิตปราณมากพอ ดังนั้นวิชาของมันจึงทำได้แค่ ป้องกันการโจมตีได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น บางคราก็มีไว้เป็ตัวล่อ เพื่อให้เฟยฮุ่นได้มีโอกาสลงมือจัดการคู่ต่อสู้ หากเป็การโจมตีที่หนักหน่วง รุนแรงมาก มันก็อาจจะาเ็สาหัส หรือถึงตายได้...
"วิชาต่ำต้อยของข้ายามนี้คงไม่แข็งแกร่งพอจะรับการโจมตีของเ้าสัตว์อสูรตัวนี้ได้ ขอข้าอภัยด้วยนะแม่นาง ขอให้เ้าไปสู่ที่ชอบ ๆ เถิด…" เ้าอาฟงบ่นพึมพำ ด้วยความหวาดกลัว จนร่างของมันสั่นระริก ขณะที่กำลังมองมาที่สตรีนางนั้น ซึ่งกำลังจะถูกเ้าหนอนั์ทมิฬมรณะเล่นงาน
เ้าสัตว์อสูรฟ้าดินดุร้าย จ้องมองเหยื่ออันโอชะตรงหน้าพร้อมน้ำลายที่ไหลย้อยออกมาจากปากอย่างน่าขยะแขยง ก่อนมันจะพลันขยับกาย อ้าปากพุ่งลงมาหาสตรีนางนั้นด้วยความรวดเร็ว ชีวิตของนางคงจบลงตรงนี้เป็แน่ ทว่า….ในตอนนั้นเอง ก็ได้มีเสียงของคนผู้หนึ่งะโร้องดังขึ้น แถมมันยังกระโจนเข้าขวางนาง จากการโดนเ้าหนอนั์เล่นงานอย่างกล้าหาญ
"แม่นางระวัง…!!"
จางิ่ส่งเสียงดังลั่นก่อนจะมายืนขวางอยู่เบื้องหน้าของหญิงสาวผู้นั้น จากนั้นจึงกำหมัดแน่น ก่อนจะง้างไปด้านหลัง และชกสวนเข้าไปที่ใบหน้าของเ้าหนอนั์สุดแรง จนร่างของมันกระเด็นหันไปอีกทาง และล้มลงกับพื้นจนเกิดเสียงดังสนั่น
"ทะ..ท่านคือ…"สตรีน้อยงดงามผู้นั้นถึงกับตกตะลึง ก่อนที่จะเอ่ยปากถามขึ้น จางิ่หันมาหาก่อนที่มันจะมอบรอยยิ้มบาง ๆ ให้นาง แล้วกล่าวขึ้น "แม่นางคงจะเป็คุณหนู อี้เฟย ของท่านแม่ทัพเฟยเย่ใช่หรือไม่"
"ท่านรู้จักข้าได้อย่างไร.? เราเคยพบกันมาก่อนรึ"
"ไม่เคยพอกันหรอก ทว่า…ข้านั้นถูกไหว้วาน มาจากบิดา และสาวใช้ของคุณหนู ให้ออกมาตามหาท่านและ หากดูจากรายละเอียดที่นางบอก คงเป็ท่านไม่ผิดแน่.."
"พี่เหม่ยอิน กับท่านพ่อกระนั้นรึ..!? " ดวงตากลมโตของ อี้เฟ่ยเบิกกว้างด้วยความดีใจ ก่อนที่นางจะเผยรอยยิ้มสดใสออกมา รอยยิ้มนั้นช่างดูงดงาม เป็ยิ่งนัก ไม่ว่าชายใดที่ได้เห็นย่อมหวั่นไหวเป็แน่ โดยเฉพาะกับเ้าอาฟงที่แอบดูอยู่ หัวใจของมันแทบจะหยุดเต้นกันเลยทีเดียว ทว่า…ความรู้สึกนั้นก็คงอยู่ไม่นาน ก่อนจะพลันเปลี่ยนเป็ความคับแค้นใจ เพราะสตรีผู้งดงามนางนั้นที่มันหมายปองในทีแรก กลับโดนลูกของบ่าวไพร่อันต่ำต้อยในสกุลชิงตัดหน้า เข้าไปตีสนิทเสียแล้ว
และ ด้วยนิสัยขี้อิจฉา และไม่เคยเห็นหัวจางิ่เป็ทุนเดิม เ้าอาฟงจึงไม่คิดโทษตัวเอง ที่ตัวมันไม่มีความกล้า พุ่งเข้าไปช่วย อี้เฟยั้แ่ตอนแรกที่มันพบนาง
"กรอดดดด….เ้าเศษสวะจางิ่ แกกล้าดียังไงถึงได้แย่งคุณหนูคนงามของข้า..คอยดูเถอะกลับถึงบ้านเมื่อไร ข้าจะทำให้เ้ากับครอบครัวต้องชดใช้ในเื่นี้อย่างแสนสาหัส…" เ้าอาฟงกำหมัดแน่น ดวงตาแดงก่ำเต็มด้วยจิตอาฆาตเคียดแค้น ก่อนที่มันจะก้าวเท้าหายไปในความมืดอย่างเงียบงัน…
"คะ..คุณหนูท่าน..ท่านยืนไหวหรือไม่ ถ้าท่าน…ยืนไม่ไหวเช่นนั้นข้าขอ….ขอ..พยุงท่านไปได้หรือไม่…" จางิ่เด็กหนุ่มผู้องอาจกล้าหาญ ผู้ซึ่งชกเ้าหนอนั์ให้กระเด็นด้วยมือเพียงข้างเดียว ทว่า…ยามนี้ใบหน้าของมันนั้นเขินอายจนแดงก่ำ พูดจาติด ๆ ขัด ๆ เมื่อรู้ตนเองอาจจะ ถูกเนื้อต้องตัว ของคุณผู้งดงามตรงหน้า
อี้เฟยพอเห็นเช่นนั้นนางก็อมยิ้มเบา ๆ ก่อนจะหัวร่อคิกคักออกมาอย่างน่ารัก
"เ้าอายรึ.? ช่างผิดกับคนก่อนนี้เสียจริง ตัวข้าในยามนี้ ดูเหมือนจะาเ็ที่ขาด้านซ้าย คงมิอาจขยับลุกเดินได้ถนัด หากเ้าไม่ช่วยพยุงข้า เห็นที่ข้าคงจะไปไหนไม่ได้เป็แน่.." อี้เฟ่ยเองก็กล่าวด้วยท่าทางเขินอายเช่นกัน ถึงแม้จะดูน้อยกว่าจางิ่ก็ตาม
และในเมื่อไม่มีทางเลือกอื่น จางิ่จึงต้องกล่าวขอภัย อี้เฟย ก่อนที่มันจะพยุงนางให้ลุกขึ้น และพากลับไป แม่ทัพ ซานกวน เฟยเย่ และ สาวใช้เหม่ยอินที่เฝ้ารออยู่ในสถานที่หลบภัย…
จบบทที่ 21