ตอนที่ 12 : การปลอมตัว
“แหม ๆ แบบนี้มันน่าใเหมือนกันนะจ๊ะเนี่ย”
ฟูกะใยกมือขึ้นแนบแก้ม เหมือนเป็ตัวแทนทุกคนที่อ้าปากค้างไปเพราะค้นพบความจริงว่าอาเรียเป็ผู้หญิง
“เดี๋ยวนะ ว่าแต่อาเฮียรู้ได้ไงเนี่ยว่ายัยนี่เป็ผู้หญิง”
สกอตต์หันไปถามเดลล์ ทุกคนพยักหน้าตามเป็จังหวะยังกับตุ๊กตาหน้ารถ สงสัยเื่เดียวกันหมด
เดลล์เอียงคอสวนกลับมา
“หืม? พูดอะไรน่ะ ดูยังไงยัยนี่ก็เป็ผู้หญิงชัด ๆ เลยไม่ใช่เหรอ?” เดลล์หรี่ตามองทุกคน
ดูไม่ออกกันจริงดิ? สายตาของเดลล์เหมือนจะบอกอย่างนั้น
แกนั่นแหละดูออกได้ยังไง!
ทุกคนอยากจะะโสวน แต่แน่นอนว่าไม่มีใครพูดอะไรออกมา
เป็ที่รู้กันดีว่าบางครั้งเดลล์ก็เฉียบคมได้อย่างน่าเหลือเชื่อ การจะไปคิดตามเขามันค่อนข้างเหนื่อยฟรี
แทนที่จะอธิบาย เดลล์ถึงหันไปหาอาเรียผู้เป็ต้นประเด็นแทน
“แล้ว... มีเหตุผลอะไรถึงต้องปิดบังเื่นี้กันล่ะอาเรีย”
เดลล์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนขึ้น แต่อาเรียก็ยังไหล่กระตุก ดูท่าแรงกดดันก่อนหน้านี้จะยังมีผลอยู่
แต่เ้าตัวเองก็รู้แก่ใจ ว่าหากไม่อธิบายไปชัด ๆ เธอคงไม่ได้เข้ารับการทดสอบแน่
โอฟีเลียกับไอชามองอาเรียเปิดปากด้วยสายตาเป็ห่วง
“คุณเดลล์ ซิลวาเนียใช่ไหมคะ”
“ไม่ต้องเต็มยศขนาดนั้น เรียกเดลล์ก็ได้”
เดลล์ตอบอาเรียด้วยรอยยิ้ม หวังให้เธอผ่อนคลายลงสักนิดก็ยังดี
แต่แววตาของอาเรียก็ยังดูหม่นหมองอยู่ ...ถึงจะไม่ใช่เพราะเดลล์แล้วก็ตาม
“คุณเดลล์... ทราบจำนวนของนายทหารชั้นประทวนที่เป็เพศหญิงทั่วโลกในตอนนี้ไหมคะ”
อาเรียเงยหน้ามองเดลล์ พูดถึงยศทหารกลุ่มที่รองลงมาจากชั้นสัญญาบัตรที่เธออยากจะเป็
“ไม่รู้หรอก” แน่นอนว่าเดลล์ยักไหล่
“รวมฉันด้วยก็มี 1,109,245 คนค่ะ... แล้วทราบไหมคะว่ามีนายทหารชั้นสัญญาบัตรที่เป็เพศหญิงกี่คน”
อาเรียทิ้งท้ายประโยคด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ
โอฟีเลียกับไอชาเห็นแล้วจะเดินเข้าไปหา แต่อาเรียก็ยื่นมือขวางไม่ให้เข้ามาก่อน ทั้งสองหยุดเท้าเพราะรู้จักนิสัยของอาเรียดี เธอไม่อยากให้ใครรู้สึกสงสารหรือเวทนา
...แม้แต่ตอนที่ทำสีหน้าเหมือนฝันสลายแบบนี้ก็ตาม
“ไม่มีสินะ...”
เดลล์เป็ตัวแทนพูดเพราะคงไม่มีใครกล้า อาเรียเองก็พยักหน้ารับทั้งที่รู้คำตอบอยู่แล้ว
เป็ที่รู้กันดีว่าในวงการทหารนั้นไม่ค่อยยอมรับเพศหญิงเข้ามาทำอาชีพด้านนี้
จะด้วยเหตุผลเื่ค่านิยมที่ผู้หญิงต้องเป็ฝ่ายถูกปกป้อง หรือเื่ศักยภาพทางร่างกายที่ผู้ชายมีมวลกล้ามเนื้อมากกว่าก็ตาม แต่เหตุผลเ่าั้นี่เองที่ทำให้ทหารหญิงถูกกีดกัน
ดังเช่นตัวเลขที่อาเรียเอ่ยให้ฟัง... จำนวนทหารหญิงยศชั้นประทวนนั้นมีจำนวนน้อยกว่าเพศชายเกือบสิบเท่า ทั้งเพราะถูกกดดันและถูกกดคะแนนสอบ
ยิ่งถ้าเป็ระดับสัญญาบัตรที่อาเรียอยากจะเป็ เธอจะถูกปัดตกก่อนได้สิทธิพิจารณาเลื่อนยศเสียด้วยซ้ำไป
...นั่นแหละคือสถานการณ์ที่อาเรียกำลังเผชิญ
“ฉันเข้าใจสถานการณ์แล้วล่ะ”
เดลล์เข้าใจความยุ่งยากในเื่นั้น เขาเกาหัวไม่สบอารมณ์ไปด้วย
...แต่เขาก็ได้แค่รำคาญใจ เพราะคนที่มีหน้าที่เปลี่ยนแปลงเื่นั้นคืออาเรีย
แม้ว่าตอนนี้ เธอจะกลับไปก้มหน้ามองพื้นแล้วก็ตาม
“ฉันน่ะ เกิดในตระกูลทหารค่ะ” อาเรียน้ำเสียงสั่นเครือ
“ฉันชื่นชมหน้าที่ที่ครอบครัวสืบต่อกันมาตลอด อยากเป็ทหารที่ช่วยเหลือผู้คนได้อย่างเต็มภาคภูมิเหมือนกับท่านพ่อ... ก็เลยพยายามมาตลอดแท้ ๆ... ทั้ง ๆ ที่อุตส่าห์พยายามจนเรียนจบโรงเรียนนายร้อยได้แท้ ๆ”
อาเรียน้ำตาคลอเบ้า กำมือทั้งสองข้างแน่น
ทั้งด้วยความโกรธและความเศร้า
อาเรีย...
โอฟีเลียเห็นแล้วพลอยเศร้า เธออยู่กับอาเรียมานานกว่าใครถึงได้รู้ว่ามันขมขื่นแค่ไหน
ความโกรธที่ฝันถูกกีดกันสะท้อนทางแววตาของอาเรีย ความโกรธแค้นอันไร้ทางลงปะทุออกมา
“ถึงแบบนั้นกลับไปสูงกว่านี้ไม่ได้! อ่อนแอบ้าอะไรกัน! เป็ผู้หญิงบ้าบออะไรกัน! เื่ไร้สาระพรรค์นั้นเอามาตัดสินคนอื่นได้ยังไงกัน!!!”
อาเรียะโปานจะก่นด่าโลกทั้งใบ น้ำตาเธอหลั่งรินเป็สาย ความรู้สึกเจ็บใจมาถึงจุดที่เกินจะแบกรับไว้ได้
“บ้าที่สุด... ฉันไม่น่าเกิดมาเป็ผู้หญิงเลย...”
อาเรียก้มหน้ามองพื้น น้ำตาที่ไหลรินหยดลงพื้นถูกกลืนหายไป ดังเช่นความหวังที่ไม่อาจต้านทานความเป็จริงได้
เธอเองก็รู้ดีแก่ใจ... ต่อให้ปลอมตัวเป็ผู้ชาย สุดท้ายมันก็เลี่ยงการตรวจสอบไม่ได้อยู่ดี
ถึงแบบนั้นก็ยังอยากเดิมพันกับความเป็ไปได้อันน้อยนิด เพราะไม่อาจยอมรับความจริงได้ว่าความฝันของตัวเองสลายไปั้แ่ลืมตาดูโลก
ความรู้สึกอัดอั้นพวกนั้นแน่นอยู่ในอกของอาเรีย มันล้นทะลักออกมาผ่านคราบน้ำตาและเสียงกัดฟัน
เหล่าสมาชิกกิลด์รู้สึกเห็นใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ พวกเขารู้สึกเพียงแค่เข้าใจ
เพราะไม่มากก็น้อย.. ความฝันของพวกเขาเองก็ถูกโลกใบนี้กีดกันจากสิ่งที่พวกเขามีและเป็
ไม่ว่าใครต่างก็เคยรู้สึกแย่ที่ไม่สามารถเป็ได้มากกว่าสิ่งที่ตัวเองอยากจะเป็
ไม่ว่าใคร... ต่างก็เคยมี่เวลาที่รู้สึกเหมือนถูกโลกนี้ปฏิเสธ ให้ไม่สามารถยืนหยัดเพื่อตัวเองได้
...แต่แน่นอน ว่ามันไม่ใช่แบบนั้นเสมอไป
“ไม่เห็นจะเป็ไรนี่”
เด็กหนุ่มผู้รักอิสระอย่างเดลล์ยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน แววตาที่มองไปยังอาเรียดูอบอุ่นกว่าเคย และดูอิสระกว่าใคร
ต่อให้ถูกพัดโดยสายลมทั้งโลก ต่อให้เขากลายเป็เมฆ แต่คนเดียวที่จะดื้อดึงไม่ยอมไหลไปตามกระแสลมนั้นก็มีแต่เขา
มาตรฐานหรือความเป็จริงที่คนอื่นเชื่อว่าเป็ไปไม่ได้ไม่เคยอยู่ในหัวชายคนนี้... เดลล์ไม่เคยเชื่อเื่แบบนั้น
“เกิดเป็ผู้หญิงก็ไม่เห็นจะเป็ไรเลยนี่นา”
เดลล์หยิบปากกาออกมาเขียนบางอย่างลงในกระดาษของอาเรีย
“ไปให้ความสำคัญกับคำพูดไร้สาระของเ้าพวกหัวโบราณน่ะน่าเสียดายจะตาย เธออุตส่าห์มีความฝันดี ๆ อยู่กับตัวเองแท้ ๆ”
“...พูดเอาแต่ได้นี่คะ ความฝันมันจะสวยงามแค่ไหนแต่ถ้าเป็จริงไม่ได้มันก็ไม่มีความหมายหรอกค่ะ!!!”
อย่างคุณจะไปเข้าใจอะไร!
อาเรียส่งสายตาทิ่มแทงใส่เดลล์
แต่ไม่ได้ผล ...กลับกัน เดลล์ยิ่งมองอาเรียด้วยความเอ็นดู
“แล้วทำไมเธอถึงได้ปลอมตัวมาเข้าทดสอบกันล่ะ?”
“!!!?”
เดลล์จ้องไปที่อาเรีย คำพูดแทงใจดำกระตุ้นให้ดวงตาและไหล่ของเธอสั่นสะท้าน
“ถ้าคิดว่ามันไม่มีความหมาย หรือเป็ไปไม่ได้แต่แรก... ทำไมถึงไม่ยอมแพ้กันล่ะ”
“เื่นั้น———”
“เพราะตัวเธอรู้ดีกว่าใครและปรารถนายิ่งกว่าใคร ว่านั่นเป็ความฝันที่เป็จริงได้... เป็ไปไม่ได้กับเป็ไปได้ยากมันเป็คนละความหมายกัน นั่นเป็เื่ที่เธอรู้ดีที่สุด”
เดลล์พูดย้ำเสียงหนักแน่น ปิดช่องไม่ให้อาเรียหนี ...จากความรู้สึกของตัวเอง
และแน่นอน... อาเรียหนีไปจากตัวเองไม่ได้ ไม่มีใครทำได้
แต่... ถึงแบบนั้นก็เถอะ
คำพูดของเดลล์ทำอาเรียนึกย้อนถึงเส้นทางที่ผ่านมาทั้งที่อยากจะลืม
ความลำบากจากการแกว่งดาบนับครั้งไม่ถ้วน เสียงดูแคลนจากคนรอบตัวที่พยายามให้เธอล้มเลิกความฝัน
แต่เธอก็ไม่เคยหยุดแกว่งดาบ... แม้ต้องกัดฟันทั้งน้ำตาไปด้วย แต่ก็ยังพยายามอย่างเอาเป็เอาตายเพราะเชื่อว่าความฝันของตัวเองเป็จริงได้
ถึงแบบนั้นหลายต่อหลายครั้ง เธอเห็นภาพตัวเองเอื้อมมือขึ้นสูงเพื่อหมายคว้าดวงจันทร์แต่กลับไปไม่ถึงแม้แต่ดวงดาว ความเป็จริงตอกย้ำเธอหลายต่อหลายครั้งจนสิ้นหวัง รู้สึกเหมือนทุกย่างก้าวที่ผ่านมามันไร้ความหมายจนบางครั้งก็อยากจะทำตามที่คนอื่นบอก
ว่าให้ทิ้งความฝันนี้แล้วลืมมันไปซะ
แต่... ทุกครั้งที่รู้สึกแบบนั้น เธอจะย้ำเตือนตัวเองอยู่เสมอว่าอย่าไปยอมแพ้! ความฝันของเราเป็ไปได้!
เธอเป็คนเดียวที่รู้ว่าตัวเองพยายามอย่างหนักมาตลอดเพื่ออะไร
เธอเป็คนเดียวที่รู้ว่าตัวเองรู้สึกอย่างไร
และเป็คนเดียว... ที่รู้ว่าจริง ๆ แล้วตัวเอง้าอะไร
เดลล์เดินเข้ามายืนเบื้องหน้าของเธอ
อาเรียเงยหน้าขึ้นมองกระดาษที่เดลล์ยื่น น้ำตาเธอคลอเบ้าหวนนึกถึงสิ่งสำคัญที่ลืมไปเพราะความสิ้นหวัง
‘อยากเป็นายทหารชั้นสัญญาบัตรหญิงคนแรกของโลก’
อาเรียเบิกตากับข้อความที่ถูกเขียนแก้
ตัวอักษรเ่าั้ไม่เพียงเป็สิ่งยืนยันความคิดอันหนักแน่นที่เธอมีมาตลอด แต่มันคือสิ่งที่สะท้อนความ้าแท้จริงที่อยู่ในหัวใจของเธอ
คือความฝันที่เธอไม่สามารถปฏิเสธมันได้
“ฮือออ!!!!!!”
อาเรียหยิบกระดาษแผ่นนั้นเข้ามากอด ร้องไห้เสียงดังระงม ความปรารถนาของเธอพุ่งทะลักจนไม่อาจเพิกเฉยกับความรู้สึกของตัวเองได้อีกแล้ว
ภาพเด็กสาวกอดแผ่นกระดาษไว้ในอ้อมอกประหนึ่งไข่ทองคำ กอดเก็บความฝันของตัวเองไว้และจะปกป้องมันด้วยทุกสิ่งที่มีทำเอาเหล่าสมาชิกกิลด์น้ำตาซึม
โดยเฉพาะเ้านักเลงหัวไม้กับเด็กแว้นที่ร้องไห้งอแงหนักกว่าใครเพื่อน
โอฟีเลียกับไอชาคุกเข่าลงไปปลอบเพื่อนสนิททั้งน้ำตา แต่รอยยิ้มเองก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าพวกเธอด้วย
เพราะในที่สุด เพื่อนสนิทของพวกเธอก็ยอมรับสิ่งที่ตัวเองเป็และสิ่งที่ตัวเองอยากจะเป็สักที
“อื้ม! ก็ประมาณนี้ละกัน”
เดลล์เห็นทุกคนยอมรับได้ เขาเผยยิ้มอ่อนอย่างพอใจ
โดยเฉพาะเด็กใหม่ทั้งสาม... โอฟีเลีย ไอชาและอาเรียยืนขึ้นเช็ดน้ำตาตัวเอง เดลล์คิดว่าพวกเธอน่าจะโอเคกันแล้ว
“งั้นวันนี้พวกเธอไปพักผ่อนกันก่อนละกันนะ วันพรุ่งนี้โน่นแหละถึงจะเริ่มทดสอบ”
เดลล์พูดไปหาวไป แถมยังบิดี้เีสบายอารมณ์
ท่าทางเ้าสำราญทำเอาเด็กใหม่ทั้งสามคนยิ้มแห้ง รู้สึกเหมือนเป็คนละคนกับกิลด์มาสเตอร์ที่มอบความหวังให้กับเด็กสาวที่กำลังสิ้นหวัง
แต่ยังไงเื่ที่เขาทำก็ไม่ได้เปลี่ยน อาเรียยังรู้สึกขอบคุณเขาไม่หาย
สามสาวค่อย ๆ ปรับอารมณ์ พยักหน้าให้เดลล์อย่างแข็งขันเพื่อไปพักตามที่เขาแนะนำ
“อ๊ะ! คุณเดลล์ จะว่าไปที่จะสอบพรุ่งนี้มีอะไรที่พวกเราต้องเตรียมตัวก่อนบ้างไหมคะ”
โอฟีเลียกลับมากระตือรือร้นเหมือนเด็กเรียนนั่งหน้าห้องอีกครั้ง
พอบรรยากาศสงบ เธอก็กลับมาเป็ตัวเองทันที
และเดลล์เองก็เช่นกัน...
“ถามได้ดีนี่”
“อึ๊ย!”
รอยยิ้มของเดลล์ทำโอฟีเลียเสียวสันหลังวาบ
รอยยิ้มชั่วร้ายนั่นทำเอาสามสาววิตกในบัดดล เดาได้เลยว่าการทดสอบพรุ่งนี้น่าจะประหลาดเหมือนกับนิสัยคนในกิลด์แน่ ๆ
“แต่ไม่บอกหรอกนะ”
“เอ้า! คุณเดลล์อ่า!”
โอฟีเลียร้องลั่นอีกครั้ง รู้สึกว่าเดลล์ชอบแกล้งทิ้งเธอไว้กลางทางเสียเหลือเกิน
“เอาน่า ถ้ารู้อยู่ก่อนแล้วมันน่าเบื่อจะตาย ต้องก้าวไปข้างหน้าโดยที่ไม่รู้ว่ามีอะไรรออยู่ต่างหากถึงจะสนุกกว่าเป็ไหน ๆ ไม่สิ... แบบนั้นต่างหากถึงจะเรียกได้ว่าเป็การผจญภัย! เข้าใจรึเปล่า!” เดลล์ชี้นิ้วใส่โอฟีเลียสีหน้าจริงจัง
“อย่างงี้นี่เอง เข้าใจแล้วค่ะ!”
พอมีคำว่า ‘ผจญภัย’ อยู่ในประโยค โอฟีเลียก็ติดกับเชื่อเดลล์ทุกคำ ทั้งที่ก็เห็นชัด ๆ ว่าเขาแค่บ่ายเบี่ยง
สมาชิกกิลด์คนอื่นถึงกับแอบคิดเลยว่าโอฟีเลียเองก็เป็เด็กแปลก ๆ เหมือนกัน
คนบ้าย่อมไม่รู้ว่าตัวเองบ้า... เป็สำนวนที่เหมาะกับสถานการณ์นี้ในหลาย ๆ ความหมาย
อย่างไรก็ดี... ในเมื่อเื่คลี่คลายลงแล้ว ทุกคนก็ถึงเวลาพัก
เดลล์ถึงกับรีบพับเก้าอี้เตรียมไปวิ่งเล่นลั่นล้า
“เอาล่ะ งั้นก็ไปพักผ่อนกันเถอ———”
“เดี๋ยวย่ะ”
เอมิเลียคว้าคอเสื้อเดลล์ดัง หมับ!
เขากลัวจนค้างอยู่ในท่าชูมือขึ้นฟ้าดีใจที่ได้พักผ่อน
แต่ดูทรง... การพักผ่อนของเขาน่าจะหายไปแล้ว
“อะ อะไรเหรอครับพี่เอมิเลีย”
เดลล์ค่อย ๆ หันศีรษะไปหาเอมิเลียอย่างหวาด ๆ
เขาที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรผิดได้แต่มองทุกคนตาปริบ ๆ
ช่วยฉันด้วย!
เดลล์ส่งสายตาอ้อนวอน
แต่ที่ได้กลับมาคือรอยยิ้มส่งลาพร้อมนิ้วโป้ง ก่อนที่ทุกคนจะเผ่นแน่บหนีไปกันหมด
...จนสุดท้ายเหลือแต่เด็กใหม่สามคน โอฟีเลีย ไอชา อาเรียที่กำลังสับสน
กับเอมิเลียและฟูกะที่มีธุระกับเดลล์
“ตายจริง เดลล์ลืมไปแล้วเหรอคะว่าวันนี้มีประชุมผู้นำเซนทรัลอิกดราซิลน่ะ” ฟูกะเตือนความจำด้วยใบหน้าของพี่สาวใจดี
“อ๋อ... เอ้ย! มะ ไม่ได้ลืมนะครับพี่เอมิเลีย”
“เด็กอย่างเธอนี่มัน... เฮ้อ”
เอมิเลียกุมขมับถอนหายใจ เพราะสุดท้ายเดลล์ก็ลืมเื่สำคัญนี้ไปจริง ๆ
“ประชุมผู้นำเหรอ”
มีเพียงโอฟีเลียที่ติดใจ เธอพึมพำจนไอชากับอาเรียที่อยู่ข้าง ๆ ได้ยิน
และที่ทำให้ไอชาสนใจ ก็คือสีหน้าตึงเครียดของโอฟีเลีย
“เป็อะไรไปเหรอคะท่านโอฟีเลีย” ไอชาถาม โอฟีเลียยิ่งขมวดคิ้ว
“ก็การประชุมผู้นำเซนทรัลอิกดราซิลน่ะ ปกติจะจัดแค่ปีละ 4 ครั้งหลังแข่งประจำไตรมาสเสร็จนี่นา ...ถ้ามีการประชุมนอกเหนือจากนั้นก็แสดงว่าจะต้องมีเื่สำคัญอะไรแน่”
“ยังรู้รายละเอียดเยอะเหมือนเดิมเลยนะเนี่ย”
เดลล์พูดแทรกจนโอฟีเลียสะดุ้งโหยง เธอร้อง งือ... ครางในลำคออย่างน่ารักน่าชัง
แต่ก็เพราะเดลล์เข้าร่วมวงสนทนา เด็กใหม่ทั้งสามคนเลยหันมาสนใจเขา เพราะถ้าจะมีใครรู้เื่การประชุมก็ต้องเป็กิลด์มาสเตอร์อย่างเดลล์
“แต่จริง ๆ เื่มันก็แพร่ไปทั่วเซนทรัลอิกดราซิลกับประเทศรอบ ๆ หมดแล้วล่ะ พวกบ้านนอกไกลปืนเที่ยงก็แบบนี้แหละน้า”
“ไม่ได้บ้านนอกขนาดนั้นนะคะ!”
“ใช่ค่ะ! ไม่ได้บ้านนอกขนาดนั้นซะหน่อยค่ะ!”
อาเรียกับโอฟีเลียเถียงคอเป็เอ็น แต่เห็นพวกเธอทำแก้มป่องใส่แล้วไม่ได้ทำให้รู้สึกว่าน่ากลัวเลย
“แล้วเื่ที่ว่านั่นมันอะไรเหรอคะ” ไอชาดึงประเด็นกลับมา แต่ก็โดนโอฟีเลียวางมือบนไหล่ทันที
“ไม่เอาน่าไอชา นั่นเป็เื่ของเบื้องบนนะ”
“เอาเถอะ มันไม่ใช่เื่ที่ต้องปิดบังอะไรอยู่แล้วล่ะนะ เพราะมันก็เห็น ๆ กันอยู่”
เดลล์ยักไหล่ โอฟีเลียผิดคาดที่ไม่ใช่เื่ลับลมคมใน
ในตอนนั้นฟูกะก็เดินเขยิบเข้ามาใกล้
“เื่ก็คือ ่นี้มีปีศาจปรากฏตัวขึ้นในหลาย ๆ เมืองเต็มไปหมดเลยน่ะสิจ๊ะ ลำบากกันมากเลยล่ะจ้ะ”
“ “เอ๋!?” ”
โอฟีเลียกับไอชาหลุดอุทาน ทำอาเรียเอียงคอสงสัยเพราะไม่รู้ว่าทั้งสองคนไปเจออะไรมาก่อนถึงที่เมืองหลวง
“จะว่าไปพวกเธอเองก็โดนด้วยนี่ ซวยกันซะจริงนะให้ตายสิ”
“พูดยังกับตัวเองไม่เกี่ยวเลยนะคะ”
ไอชาตบมุกหน้าตาย รู้สึกเหมือนเดลล์จะไม่เคยรู้สึกรู้สาอะไรเลย
“กะแล้วเชียว... เพราะงั้นเรกะเลยเอาไม่อยู่สินะคะเดลล์”
ฟูกะพยักหน้ารับ พอเข้าใจแล้วว่าทำไมเดลล์ถึงต้องลงมือเอง เอมิเลียที่ยังขมวดคิ้วอยู่ก็ได้แต่จำใจยอมรับ
“ก็นะครับ... ถึงจริง ๆ จะเป็เพราะยัยนั่นเหนื่อยจากเควสตอนเช้าด้วยก็เถอะนะ” เดลล์ยักไหล่ช่วยไม่ได้
“งั้นแสดงว่ายังต้องฝึกอีกเยอะสินะคะ”
“ช่ายยยยย”
เดลล์ตอบฟูกะแบบเอื่อยเฉื่อย
แต่กลับกัน... สีหน้าฟูกะจริงจังขึ้นต่างจากปกติ คงเพราะเป็เื่ของน้องสาวตัวเอง ดูท่าเธอจะเป็ประเภทที่เข้มงวดกับน้องสาวน่าดู
เื่เรกะก็เื่นึง เดลล์อธิบายให้ทั้งฟูกะและเอมิเลียเข้าใจไปแล้ว
ส่วนที่เหลือคือเื่ประชุมที่พวกโอฟีเลียถาม
“แต่ยังไงก็เถอะ เื่พวกนั้นไม่ใช่เื่ที่พวกเธอต้องสนใจหรอก โฟกัสที่การทดสอบเข้ากิลด์กันจะดีกว่า วันนี้น่ะแค่กลับไปพักผ่อนเยอะ ๆ ก็พอแล้ว หาว...”
สุดท้ายเดลล์ก็ตัดบทคำถาม เขาไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่าหาวหวอดใหญ่ทิ้งท้าย แล้วเดินนำออกไปจากกิลด์โดยมีเอมิเลียกับฟูกะเดินตาม
และมีโอฟีเลีย ไอชากับอาเรียยืนส่ง
โอฟีเลียมองแผ่นหลังของเดลล์แล้วอยู่ในห้วงความคิด
จริงด้วย... เื่ที่เราต้องทำในตอนนี้น่ะไม่ใช่การคิดเื่อื่น
โดยปกติการสอบเข้ากิลด์จะทำได้แค่ปีละครั้ง ถ้าพลาดหนนี้ก็ต้องรอใหม่ทั้งปีเลย
และที่สำคัญ... กิลด์ระดับ S ที่อื่นนอกจากคริสตัลคลาวด์ก็ไม่เปิดรับเด็กใหม่ไร้ประสบการณ์ด้วย
เพราะงั้น นี่เป็โอกาสเดียวที่มีแล้ว!!!
โอฟีเลียกำมือแน่น โอกาสสุดท้ายในมือนี้ทำเธอตื่นเต้นมากกว่ากลัว และยังทำให้รู้สึกมีชีวิตชีวาด้วย
อาเรียที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เองก็หยิบใบสมัครของตัวเองขึ้นมาดูอีกครั้ง
เราเองก็ต้องพยายาม
นี่มันเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น ไม่ยอมให้มาสะดุดตรงนี้หรอก!
ความฝันที่ถูกเขียนแก้โดยเดลล์ช่วยย้ำเตือนเธออีกครั้ง หนนี้เธอจะเชื่อมั่นในสิ่งที่ตัวเองต้องทำโดยที่ไม่ต้องให้ใครมาเตือนให้ได้
ไอชาที่ยืนอยู่นิ่ง ๆ เองก็หลับตาลงราวภาวนา
แต่แท้จริงแล้วเธอไม่ได้หวังพึ่งพระเ้า เธอแค่สงบตัวเองลงเพื่อให้แสดงศักยภาพตัวเองออกมาได้ดังใจนึก
ในเวลานี้... แม้เป้าหมายหรือความฝันจะแตกต่างกัน แต่พวกเธอคิดสิ่งเดียวกัน
พรุ่งนี้... ฉันจะต้องผ่านการทดสอบให้ได้!!!
ภายในใจของสามสาวลุกโชนด้วยเปลวไฟอันร้อนระอุโหมกระหน่ำ
เพื่อวันพรุ่งนี้... ที่ความฝันของพวกเธอจะเริ่มออกเดินก้าวแรก
❖❖❖❖❖

