หลังจากที่เสียงฝีเท้าของหลี่เหว่ยและหลี่จงเงียบหายไปแล้วเป็เวลานาน หลิวเม่ยก็ยังคงนั่งนิ่งอยู่บนเตียงหอในชุดเ้าสาวสีแดงสดที่หนักอึ้ง เสียงเฉลิมฉลองจากแเื่ข้างนอกเริ่มเบาลงเป็ลำดับ จนในที่สุดก็เงียบสงบไปหมด เหลือเพียงเสียงลมที่พัดผ่านหน้าต่างและเสียงใบไผ่ที่เสียดสีกันเบาๆ
เธอเงยหน้ามองไปยังเทียนแดงคู่ที่จุดอยู่บนโต๊ะหอ แสงไฟที่ส่ายไหวทำให้เงาของเธอเต้นระบำอย่างเศร้าโศกบนผนังห้อง กลีบกุหลาบแดงที่กระจายอยู่บนเตียงเริ่มเหี่ยวแห้งและสูญเสียความหอมหวาน กลิ่นหอมของกำยานที่เคยอบอวลไปทั่วห้องก็เริ่มจางลงเป็ลำดับ
หลิวเม่ยลูบไล้ผ้าไหมสีแดงของชุดเ้าสาวด้วยความรู้สึกผสมผสาน ชุดนี้ถูกสั่งตัดโดยช่างฝีมือชั้นเยี่ยมจากเมืองหลวง ใช้ผ้าไหมเกรดสูงสุดที่นำเข้ามาจากแคว้นไกล ปักลายหงส์ทองด้วยด้ายทองแท้และประดับด้วยไข่มุกน้ำจืดที่หาได้ยาก แต่ตอนนี้มันกลับรู้สึกเหมือนเครื่องพันธนาการที่หนักอึ้งและอึดอัด
เธอคิดถึงบ้านเก่าของตัวเองที่เรียบง่ายแต่อบอุ่น ที่ซึ่งเธอเคยใช้ชีวิตอย่างสงบสุขกับพ่อแม่ พ่อของเธอเป็พ่อค้าผ้าไหมที่มีชื่อเสียงในเมือง แม่ของเธอเป็หญิงสาวที่อ่อนโยนและเก่งงานฝีมือ พวกเขาไม่ได้ร่ำรวยมากมาย แต่ก็มีความสุขและรักใคร่กัน
การแต่งงานครั้งนี้เป็โอกาสทองของตระกูลหลิว ที่จะได้ผูกพันกับตระกูลแม่ทัพใหญ่ที่มีอำนาจและอิทธิพลมากมาย พ่อแม่ของเธอดีใจมากจนน้ำตาไหล เมื่อได้รับข่าวว่านายท่านขอสู่ขอหลิวเม่ย พวกเขาเตรียมงานแต่งงานอย่างยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยหวังว่าลูกสาวจะได้มีชีวิตที่ดีกว่าเดิม
แต่ตอนนี้ หลิวเม่ยรู้สึกเหมือนนกในกรงทอง เธอได้ฐานะและความมั่งคั่ง แต่เสียเสรีภาพและความสุขส่วนตัวไป เธอเป็ภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่ก็เป็ภรรยาที่ถูกทิ้งไว้ในคืนแรกของการแต่งงาน
เสียงเคาะประตูเบาๆ ดังขึ้น ทำให้หลิวเม่ยสะดุ้ง
"คุณหนู" เสียงของเสี่ยวหลาน สาวใช้ส่วนตัวที่ตามเธอมาจากบ้านเก่า ดังขึ้นจากด้านนอกประตู "ข้าขออนุญาตเข้าไปข้างในได้หรือไม่คะ"
"เข้ามาเถิด" หลิวเม่ยตอบด้วยเสียงที่เหนื่อยล้า
เสี่ยวหลานเดินเข้ามาพร้อมกับชุดนอนสีขาวที่เรียบง่าย ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความเป็ห่วงและความเศร้าใจ เธออายุใกล้เคียงกับหลิวเม่ยและเติบโตมาด้วยกัน จึงเข้าใจความรู้สึกของคุณหนูเป็อย่างดี
"คุณหนู" เสี่ยวหลานเดินเข้ามาใกล้และคุกเข่าลงข้างเตียง "ให้ข้าช่วยคุณหนูถอดชุดเ้าสาวและแต่งตัวเป็ชุดนอนไหมคะ ชุดนี้หนักมาก คุณหนูคงเหนื่อยแล้ว"
หลิวเม่ยพยักหน้าอย่างเงียบๆ เสี่ยวหลานเริ่มช่วยเธอถอดเครื่องประดับต่างๆ ออกอย่างระมัดระวัง ั้แ่กิ๊บทองที่ประดับด้วยไข่มุก ต่างหูทองคำที่แกว่งไกว สร้อยคอที่ทำจากหยกแท้ และแหวนทองที่สลักลายมงคล
"คุณหนู" เสี่ยวหลานพูดขณะที่ช่วยแก้กระดุมชุดเ้าสาว "ข้ารู้ว่าคุณหนูเศร้าใจ แต่นี่เป็หน้าที่ของชายชาติทหาร คุณหนูต้องเข้าใจ นายท่านเป็คนดี เขาคงไม่อยากทิ้งคุณหนูไปเหมือนกัน"
"ข้าเข้าใจ" หลิวเม่ยตอบด้วยเสียงเบา "แต่ข้าก็เศร้าใจ ข้าคิดว่าคืนนี้จะเป็คืนที่สำคัญที่สุดในชีวิตของข้า"
เสี่ยวหลานช่วยหลิวเม่ยสวมชุดนอนสีขาวที่นุ่มนวลและสบาย แล้วหวีผมยาวสีดำที่เป็เงางามของเธอให้เรียบร้อย ผมของหลิวเม่ยยาวถึงเอวและนุ่มลื่นเหมือนผ้าไหม เมื่อปล่อยลงมาแล้วทำให้เธอดูอ่อนเยาว์และบริสุทธิ์มากยิ่งขึ้น
"คุณหนูสวยมาก" เสี่ยวหลานกล่าวด้วยความจริงใจ "นายท่านโชคดีมากที่ได้คุณหนูเป็ภรรยา"
หลิวเม่ยมองตัวเองในกระจกทองเหลืองที่ขัดเงาจนส่องแสงได้ ใบหน้าของเธอสะท้อนกลับมาอย่างชัดเจน ผิวขาวใสเหมือนหยกขาว ดวงตาใสวาวเหมือนดาวในคืนใส จมูกโด่งสวยงาม และริมฝีปากที่อิ่มเอิบเป็ธรรมชาติ เธอรู้ว่าตัวเองสวย แต่ความสวยนั้นกลับไม่ได้นำความสุขมาให้ในคืนนี้
"เสี่ยวหลาน" หลิวเม่ยหันไปมองสาวใช้ที่ซื่อสัตย์ "เ้าคิดว่าข้าจะมีความสุขในจวนนี้หรือไม่"
เสี่ยวหลานลังเลสักครู่ก่อนจะตอบ "ข้าเชื่อว่าคุณหนูจะมีความสุข นายท่านเป็คนดี และตระกูลนี้มีเกียรติยศ คุณหนูจะได้รับการดูแลอย่างดี ท่านพ่อสามีก็ดูใจดีมาก เขาคงจะรักและปกป้องคุณหนูเป็อย่างดี"
หลิวเม่ยยิ้มเศร้าๆ เธอหวังว่าเสี่ยวหลานจะพูดถูก ในใจของเธอยังคิดดีกับทุกคนในจวนนี้ เธอเชื่อว่าหลี่เหว่ยเป็พ่อสามีที่ดี และฮูหยินหลี่เป็แม่สามีที่เมตตาใจ เธอไม่เคยคิดร้ายกับใครเลย
"เสี่ยวหลาน" หลิวเม่ยเรียกอีกครั้ง "เ้าต้องอยู่ใกล้ข้าเสมอ ข้าไม่อยากอยู่คนเดียวในจวนนี้"
"เ้าค่ะ คุณหนู" เสี่ยวหลานตอบอย่างมั่นใจ "ข้าจะไม่ทิ้งคุณหนูไปไหน"
เมื่อเสี่ยวหลานเก็บของและเตรียมจะออกไป เธอหยุดที่ประตูและหันกลับมา "คุณหนู ข้าจะไปนอนในห้องข้างๆ ถ้าคุณหนู้าอะไร ให้เรียกข้าได้เลย"
หลิวเม่ยพยักหน้า "ขอบใจเ้า เสี่ยวหลาน"
เมื่อประตูปิดลง หลิวเม่ยก็นอนลงบนเตียงหอที่กว้างขวางและเย็นเฉียบ เตียงนี้ถูกออกแบบมาสำหรับสองคน แต่คืนนี้มีเพียงเธอคนเดียว ผ้าปูที่นุ่มนวลและหอมหวานกลับรู้สึกเหงาและว่างเปล่า
เธอมองขึ้นไปยังเพดานที่แกะสลักลายัและหงส์อย่างประณีต แสงเทียนที่ส่ายไหวทำให้ลวดลายเ่าั้ดูเหมือนมีชีวิตและเต้นระบำอยู่เหนือหัวของเธอ เธอคิดถึงนายท่านที่ต้องออกไปรบในคืนแรกของการแต่งงาน เขาคงเศร้าใจและรู้สึกผิดมาก เธอเข้าใจหน้าที่ของเขาและไม่โกรธเคืองแต่อย่างใด
แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็รู้สึกโล่งใจอยู่บ้าง เพราะเธอยังไม่พร้อมสำหรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในคืนแรก เธอเป็หญิงสาวที่บริสุทธิ์และไร้เดียงสา ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเื่ระหว่างชายหญิง นอกจากสิ่งที่แม่เธอเล่าให้ฟังอย่างคลุมเครือพร้อมตำราชุนกงที่อยู่ใต้หีบเ้าสาว
ขณะที่หลิวเม่ยกำลังจมอยู่ในความคิด ที่ด้านนอกจวน หลี่เหว่ยกำลังยืนอยู่ในสวนหลังบ้านใต้แสงจันทร์ เขาไม่ได้ออกไปรบตามที่บอกไว้ แต่ส่งนายท่านไปกับกองทัพส่วนหนึ่ง ส่วนเขาเองแกล้งทำเป็ออกไปแล้วแอบกลับมา
เขามองขึ้นไปยังหน้าต่างห้องหอที่ยังมีแสงเทียนส่องออกมา ในใจของเขาเต็มไปด้วยภาพของหลิวเม่ยในชุดเ้าสาวสีแดงสด ความงามและความบริสุทธิ์ของเธอทำให้เขาหลับตาไม่ลง ความปรารถนาที่ถูกปลุกขึ้นมาเมื่อเห็นเธอครั้งแรกยังคงเผาผลาญอยู่ในใจ
เขายิ้มเย็นๆ ในความมืด แผนการที่ชั่วร้ายเริ่มก่อตัวขึ้นในใจของเขา เขารู้ว่าโอกาสนี้อาจจะไม่มาอีก ลูกชายจะไปรบอยู่นานหลายเดือน และในระหว่างนั้น หลิวเม่ยจะอยู่ภายใต้การดูแลของเขา
เขาเดินกลับเข้าไปในจวนอย่างเงียบๆ หัวใจเต้นแรงด้วยความตื่นเต้นและความปรารถนา เขารู้ว่าสิ่งที่เขากำลังคิดนั้นผิด แต่เขาไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ ความงามของหลิวเม่ยได้จุดประกายไฟแห่งความปรารถนาที่เขาไม่สามารถดับได้
ในห้องหอ หลิวเม่ยเริ่มรู้สึกง่วงนอน เธอหลับตาลงและพยายามหลับ ในใจยังคิดถึงนายท่านที่ต้องไปรบ และหวังว่าเขาจะปลอดภัย เธอไม่รู้ว่าอันตรายกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ และคนที่เธอควรจะเคารพและไว้วางใจมากที่สุดกลับเป็คนที่เธอควรจะระวังมากที่สุด
คืนนั้นผ่านไปอย่างเงียบสงบ แต่มันเป็ความเงียบที่หลอกลวง เพราะใต้ผิวเผินของความสงบสุข มีพายุที่รุนแรงกำลังก่อตัวขึ้น