ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ 133 ข้อความบนล็อกเกต
คาลอสมองชายชราครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจออกมา
เขาทำอะไรได้บ้าง หากคาลอสปฏิเสธก็หมายความว่าเขาอาจจะต้องเป็นผู้ที่เผชิญหน้ากับศัตรูเอง ตอนนี้ตัวเขาไม่มีแรงมากพอจะต่อกรกับอเวกระดับเก้าแล้ว สิ่งที่ทำได้คือพาเด็กหนุ่มเด็กสาวทั้งคู่ออกไปให้ห่างจากสนามต่อสู้ให้ได้มากที่สุด นั่นจึงจะทำให้ชายชราลงมือได้เต็มที่
ชายชราตัวติดกับหญิงชายทั้งคู่ไม่ยอมห่าง การที่อีกฝ่ายไว้วางใจให้เขาเป็นผู้ดูแลปกป้องแทน ก็น่าประหลาดใจไม่น้อยทีเดียว เช่นนั้นคาลอสควรรับความไว้วางใจนี้ไว้ใช่หรือไม่? ทั้งเพื่อตัวเอง และเพื่อสภาพการณ์โดยรวม
“ได้ ข้ารับปาก” ชายหนุ่มชุดแดงเปิดปากพูดตอบรับอีกฝ่ายไป
ชายชราพยักหน้าพอใจกับคำตอบของคาลอส ก่อนจะก้าวขาเดินไปด้านหน้าทีละก้าว ยืนขวางระหว่างกลุ่มคนทั้งสองฝั่งเอาไว้
เมื่อเห็นเช่นนั้นคาลอสก็หันมองไปยังเด็กหนุ่มเด็กสาวทั้งสองคน แล้วพูดขึ้นว่า “ตามข้ามา ตรงนี้ไม่ปลอดภัย”
ชายหนุ่มชุดแดงเดินนำกลับไปยังเส้นทางที่เข้ามา วัยรุ่นทั้งสองคนหันมองหน้ากันครู่หนึ่งก่อนที่ฝ่ายชายจะพยักหน้าให้กับเด็กสาว
เมื่อเห็นว่าเด็กหนุ่มยอมรับ เด็กสาวก็มั่นใจในตัวคาลอสเช่นเดียวกัน ในที่สุดทั้งสามก็พากันเดินหนีออกจากสถานการณ์ตรงหน้า
ร่างกึ่งวิญญาณขมุกขมัวมองทั้งสองทิศทางก่อนจะค่อยๆ ถอยกลับตามคาลอสไปด้วย เพราะถึงอยู่ไปร่างไร้สภาพที่มีพลังไม่ต่างไปจากอเวกระดับเจ็ดก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของกลุ่มศัตรูที่ทรงพลังขนาดนี้ ยกหน้าที่นี้ให้กับชายชราไปเสียดีกว่า ส่วนตัวเขาจะคอยดูแลปกป้องลูกหลานในตระกูลอีกทีหนึ่ง
กลุ่มวัยรุ่นทั้งสามคนกึ่งเดินกึ่งวิ่งหนีออกจากสนามต่อสู้ โดยมีร่างวิญญาณลอยตามมาด้านหลังไม่ห่าง
จาเวียสผู้ทรยศเห็นเช่นนั้นก็พ่นลมหายใจออกทางจมูกอย่างแรง เตะร่างของอลันผู้คุ้มกันที่บาดเจ็บหนักไปด้านข้าง ให้กลุ่มคนชุดดำกลุ้มรุมโจมตี จนหาโอกาสติดตามตนเองมาไม่ได้
ชายวัยกลางคนพุ่งตัวเข้าหาชายชราด้วยใบหน้าดุดัน ภารกิจจะสำเร็จได้ก็ต่อเมื่อกำจัดเลือดเนื้อเชื้อไขขององค์ราชาให้สิ้น ไม่เช่นนั้นเขาจะไม่ได้รับการยอมรับทั้งในฝั่งราชวงศ์เดิมและฝั่งกบฏ กลายเป็นฝ่ายอิสระที่ไร้อนาคตไปเสีย ในเมื่อเลือกเส้นทางแล้ว ก็ต้องไปให้สุดทางเดิน
หมัดของชายวัยกลางคนนั้นรุนแรงรวดเร็ว แต่ชายชราก็สามารถต้านรับเอาไว้ได้ทุกหมัดด้วยฝ่ามือที่แผ่วเบาราวกับปุยนุ่น ใช้อ่อนสยบแข็ง ทำให้การต่อสู้นิ่งค้างอยู่แบบนั้นไม่มีฝ่ายใดได้เปรียบเสียเปรียบแต่ประการใด
ชายวัยกลางคนที่เห็นกลุ่มวัยรุ่นทั้งสามคนกำลังหลบหนีไปก็เร่งเร้าการโจมตีมากขึ้นไปอีก แต่ชายชราก็สามารถขัดขวางไว้ได้ทั้งหมด
ประสบการณ์การเป็นผู้คุ้มกันมาตลอดชีวิตของชายชราทำให้เขาต้านรับการโจมตีได้หลากหลายประเภท ถึงแม้จะไม่โดดเด่นเรื่องการโจมตี ถ้าเป็นเรื่องการยื้อเวลาล่ะก็ ชายชราสามารถต่อสู้กับอีกฝ่ายได้ทั้งวัน
ใบหน้าของจาเวียสผู้ทรยศเคร่งเครียดมากขึ้นเรื่อยๆ หากเป็นเช่นนี้ต่อไป เขาอาจทำภารกิจล้มเหลวได้...มันต้องมีทางอื่น ทางที่แม้แต่ชายชราก็ไม่คาดคิดว่าเขาจะทำ
จาเวียสยังคงปล่อยหมัดต่อเนื่องพร้อมกับครุ่นคิดในใจ เขาพยายามคิดในรูปแบบเดียวกับคนของสมาคมนักฆ่าหัวใจทมิฬ ถ้าตกอยู่ในเหตุการณ์เช่นนี้พวกมันควรจะทำเช่นไร?
ในที่สุดมันก็คิดได้ รูปแบบการโจมตีเริ่มเปลี่ยนไป มันพยายามใช้การเคลื่อนไหวมากขึ้น หลอกล่อชายชราให้เคลื่อนที่ไปตามมันทีละน้อย ตัวมันรู้ดีว่าชายชรามีประสบการณ์ที่สูง จะต้องไม่ตกหลุมพรางง่ายๆ แน่ จึงต้องใจเย็นจนถึงที่สุด
แต่แน่นอนว่าความพยายามของมันไม่ค่อยสำเร็จผลมากนัก มันทำได้เพียงเปลี่ยนองศาของตนเองได้นิดหน่อย ไม่ได้ผลตามที่ใจต้องการ แต่เท่านี้ก็ดีมากเท่าไหร่แล้ว ตอนนี้มันไม่มีเวลาเหลือให้เสียอีกแล้ว จำเป็นต้องทำอะไรสักอย่าง
ชายวัยกลางคนจงใจเปิดเผยช่องโหว่ที่น่าเย้ายวนใจต่อหน้าชายชรา ล่อลวงให้อีกฝ่ายโจมตีเข้าใส่ตน
แน่นอนว่าชายชรารู้ว่านี่เป็นกลลวง แต่อีกฝ่ายกลับเปิดเผยช่องโหว่นี้ตลอดเวลา จนแม้แต่ชายชราเองก็ยากที่ทานทนไหว หากโจมตีโดนอีกฝ่ายเต็มๆ ชายวัยกลางคนจะต้องบาดเจ็บจนไม่สามารถต่อสู้ได้ดีเท่าเดิมได้อีกต่อไป
หลังจากพยายามยื้ออีกฝ่ายและไม่ยอมทำตามกลลวงที่อีกฝ่ายวางไว้อยู่นาน ในที่สุดชายชราก็คิดว่ามันควรปิดฉากลงเสียที หากสังหารอีกฝ่ายได้ สิ่งต่างๆ ก็คงง่ายที่จะจัดการ
ปัง!
ฝ่ามือของชายชรากระแทกเข้าที่หน้าอกของจาเวียสอย่างแรง ชายวัยกลางคนถูกแรงกระแทกถอยไปด้านหลัง พ่นเลือดออกมาอึกใหญ่เข้าใส่หน้าชายชรา
มันที่เตรียมตัวเอาไว้อยู่แล้ว ใช้แรงผลักจากฝ่ามือดังกล่าว ดันตัวเองไปด้านหลัง จนติดผนังเนินเขาสูง
ชายวัยกลางคนยกยิ้มมุมปาก เตะเท้าเข้าไปผนังดินด้านหลังก่อนจะพุ่งตัวหลบฉากออกมาจากชายชรา พุ่งตามกลุ่มคนที่กำลังหลบหนีไปด้วยความรวดเร็ว
ในที่สุดชายชราก็เข้าใจสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการ มันตั้งใจจะใช้แรงส่งจากฝ่ามือที่กระแทกเข้าไปหลบหนีจากการต่อสู้ เป้าหมายของมันหาใช่เพื่อกำจัดชายชรา แต่เพื่อกำจัดราชนิกุลทั้งสอง
ชายชรากัดฟันกรอด เช็ดเลือดบนใบหน้าพร้อมกับพุ่งตัวตามไปทันที
ทั้งสองพุ่งทะยานไปด้านหน้าอย่างไม่มีใครยอมใคร ชายวัยกลางคนที่นำหน้าไปก็ไม่ยอมลดความเร็วลงแม้แต่น้อย เป้าหมายของมันจะต้องสำเร็จ! หากมันทำภารกิจสำเร็จ ก็ไม่มีความจำเป็นจะต้องอยู่ที่นี่อีกต่อไป ไม่ต้องสู้กับชายชราอีก ทำอย่างเดียวนั่นคือหนีไปให้ไกล
หนึ่งคนไล่ล่า อีกหนึ่งคนพุ่งตัวหนี ในที่สุดจาเวียสคนทรยศก็เข้าใกล้เป้าหมายของมัน
“ระวัง!” คาลอสที่เห็นชายวัยกลางคนพุ่งเข้ามาก็ตะโกนเสียงดังเพื่อเตือนทุกคน กระชับขวานเตรียมพร้อมโจมตี
แต่อีกฝ่ายรวดเร็วกว่ามาก รู้ตัวอีกที่ก็เข้าใกล้เด็กหนุ่มพร้อมกับส่งหมัดตรงพุ่งไปเบื้องหน้าแล้ว
ปัง!
ปึด
เป็นร่างกึ่งวิญญาณของจินที่อาศัยความคล่องแคล่วของร่างกายพุ่งเข้าปะทะแขนของอีกฝ่ายจนการโจมตีเฉออกไป
เด็กหนุ่มรอดพ้นจากวิกฤติชีวิตมาได้อย่างฉิวเฉียดแต่ก็มิวายถูกพลังที่พุ่งออกมากระแทกเข้าที่ลำคอจนจุกแน่นไปหมด ร่างของเด็กหนุ่มกระเด็นกลิ้งไปด้านข้าง พร้อมกับสร้อยคอที่ฉีกขาดลอยคว้างไปกลางอากาศ
จี้คล้องคอปลิวไปกระแทกกับพื้นอย่างแรงจนตัวล็อกเกตเปิดออก วางแผ่หลาอยู่กับพื้น
“ด้วยรัก -เด็บบร้า ฮาวีรอน-” คาลอสที่เหลือบสายตาไปเห็นก็พึมพำข้อความดังกล่าวขึ้นมา แต่ยังไม่ทันได้คิดอะไร ชายชราก็พุ่งตามเข้ามาได้ทัน
ปัง!
อีกฝ่ามือกระแทกเข้าที่ด้านหลังของชายวัยกลางคนที่ลงมือพลาด ร่างของมันถูกกีดกันให้ออกจากเด็กหนุ่มเด็กสาวทั้งสอง
ฉับ!
คาลอสที่เตรียมพร้อมอยู่แล้ว ใช้ขวานสีแดงจามตามไปอีกระลอก ตัดเข้าที่สะโพกของชายวัยกลางคนเต็มๆ จนสะโพกของอีกฝ่ายแตกหักออกไปครึ่งซีก
“อ๊าก” ความร้อนของคมขวานสร้างความเจ็บปวดให้แก่มันจนต้องร้องออกมา สภาพของมันตอนนี้จะเดินเหินยังลำบาก จะให้หันกลับมาโจมตียิ่งไม่มีทางเป็นไปได้
ปัง ปัง ปัง!
ชายชราซ้ำฝ่ามือเข้าไปกลางหลังของมันด้วยความหงุดหงิด หากเมื่อครู่จินไม่ได้ขวางเอาไว้ ป่านนี้องค์ชายคงจะตายไปแล้ว และมันก็ไม่รู้ตอบพระสนมที่อยู่บนสวรรค์ได้อย่างไรว่าทำไมมันถึงไม่สามารถปกป้องดูแลองค์ชายได้...
“อั่ก ไว้...ไว้ชีวิตข้า ไว้....อั่ก!” ชายวัยกลางคนตะเกียกตะกายอยู่กับพื้น พร่ำร้องขอให้อีกฝ่ายไว้ชีวิตตน แต่มีหรือที่ชายชราผู้โกรธเกรี้ยวจะยอมหยุดมือ รีบกระแทกฝ่ามือเข้าไปย้ำให้มันไม่อาจลุกขึ้นมาพูดอะไรได้อีก
ไม่นานชายวัยกลางคนก็แน่นิ่งไป ไม่มีคำร้องอ้อนวอนหลุดออกจากปากอีก ลมหายใจแผ่วเบา และค่อยๆ จางหายไปในที่สุด
ชายชราหอบหายใจแรง พยายามสูดลมหายใจเข้าออกเพื่อระงับความกรุ่นโกรธของตนเอง มือที่กำแน่นค่อยๆ คลายออก ก่อนจะหันกลับมามองคนทั้งหมด
“ขอบคุณพวกเจ้ามาก ไม่เช่นนั้นข้าก็ไม่รู้ว่าจะให้อภัยตนเองได้หรือไม่” ชายชราถอนหายใจพร้อมกับพูดขอบคุณคาลอสและจิน
“ขอบคุณทุกท่านมาก ท่านลุงเมอร์ดิสเองก็ด้วย หากไม่มีท่าน ก็ไม่รู้ว่าข้าและน้องสาวจะตายไปแล้วกี่ครั้ง” เด็กหนุ่มค้อมหลังคารวะทุกคนรวมถึงชายชรา
“โอ้องค์ชาย มันเป็นหน้าที่ของข้าอยู่แล้ว เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับใช้และปกป้องท่าน” ชายชราก็ค้อมหลังลง ประสานมือรับการคารวะจากเด็กหนุ่ม
ส่วนจินและคาลอสเองก็ประสานมือรับตามมารยาท เมื่อไม่มีอะไรแล้ว เด็กหนุ่มจึงเดินไปหยิบจี้ห้อยคอที่ตกลงบนพื้นขึ้นมา
จังหวะนี้เองคาลอสก็ขมวดคิ้วขึ้นมองยามเมื่อมองไปที่จี้ห้อยคอของเด็กหนุ่ม เขารู้สึกว่าคุ้นเคยกับชื่อสกุลภายในนั้นเป็นอย่างมาก ไม่นานร่างขมุกขมัวด้านข้างก็เปรยขึ้นว่า “สกุลของฮาล์ฟอย่างไรเล่า”
เมื่อเห็นว่าคาลอสสงสัย จินที่มีระบบอยู่กับตัว สามารถตรวจสอบรายชื่อสมาชิกได้ตลอดเวลาก็พูดขึ้นมาคลายความสงสัยของคาลอส แต่นั่นกลับยิ่งทำให้คาลอสสงสัยมากขึ้นไปอีก
“ท่านลุงฮาล์ฟ? ชื่อสกุลว่าฮาวีรอน?” คาลอสพูดทวน พยายามทำความเข้าใจ นี่ไม่ได้หมายความว่าฮาล์ฟ ฮาวีรอนมีความเชื่อมโยงบางอย่างกับเด็กหนุ่มตรงหน้าอย่างนั้นหรือ?
ขณะที่ทั้งสองคุยกัน ชายชราก็ได้ยินทั้งหมดนั้นเต็มสองรูหูแม้จะคุยกันเบาแค่ไหนก็ตาม
“ฮาล์ฟ ฮาวีรอน? พวกเจ้ารู้จักท่านด้วยหรือ?” เมอร์ดิสหันมาถามทันทีที่ได้ยินทั้งสองคนพูดถึงชื่อที่ตัวเขาไม่ได้ยินมานานแสนนาน
เมื่อชายชราถามขึ้นมาเช่นนั้น คาลอสและจินที่คุยกันอยู่ก็มองหน้าชายชราค้างอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหันหน้ากลับมามองกัน