ในตอนเช้ามีข่าวใหญ่เกิดขึ้นดังไปทั่วโลกนั่นคือ มีการกวาดล้างแก๊งเฮยหลง ที่เป็นแก๊งมังกรจีนข้ามชาติที่สร้างอาชญากรรมเอาไว้มากมายยิ่งครั้งนี้สามารถบุกทลายโกดังยาเสพติดที่ใหญ่ที่สุดตั้งแต่เคยพบมาอีกทั้งยังเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์
และยังมีแก๊งค้าอวัยวะมนุษย์อีกและเห็นสภาพศพที่ถูกชำแหละอีกหลายสิบศพกำลังจะถูกนำไปเผาสร้างความตื่นตะลึงไปทั่วทั้งโลก ข้าราชการนักการเมือง ตำรวจผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องต่างพากันมาถ่ายรูปเป็นสักขีพยาน เป็นจำนวนมาก
นอกจากนี้ก็มีข่าวใหญ่ไม่แพ้กัน ก็คือ ลูกเขยของ ผู้การตำรวจภาค 9ถูกโจรบุกเข้ามาสังหารตายคาบ้าน และปล้นทรัพย์สินไปเป็นจำนวนมากส่วนภรรยาก็ไม่สามารถจำเรื่องที่เกิดขึ้นได้ มีเพียงผู้การตำรวจภาค 9 เท่านั้นที่คาดเดาได้ว่า มีคนเดียวเท่านั้นที่จะทำเรื่องเช่นนี้ได้ นั่นคือหน้ากากมัจจุราช
ณ โรงพยาบาลซานตาครอส
“หลังจากตกลงกันเสร็จเรียบร้อย ผมก็จะนำเงินไปจ่าย พร้อมกับเซ็นสัญญา แต่จู่ๆ ตัวแทนของเจ้าของที่กลับปฏิเสธไม่ยอมขายทำให้เราไม่สามารถซื้อที่ดินแปลงนั้นได้”
ผอ.อีริคเอ่ยกับอัสนีด้วยความเสียดาย
“เขาให้เหตุผมอะไรถึงไม่ยอมขาย?” อัสนีคิดว่า มันคงต้องมีบางอย่างแอบแฝงอยู่แน่ๆ
“ คือตัวแทน บอกว่าเจ้าของที่จะขายให้กับคนที่คู่ควร”
“ แล้วใครที่คู่ควร?”
“ น่าจะเป็นคนตระกูลเซี่ย“
“ถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เราหาสถานที่ใหม่ ให้ใหญ่และกว้างขวางกว่านี้ห่างจากชุมชนหน่อยก็ไม่เป็นไร”
“ทำแค่ที่จอดรถอย่างเดียวเนี่ยนะ?”
“ เปล่าครับผมคิดจะสร้างโรงพยาบาลขนาดใหญ่ สร้างให้ครบวงจรไปเลย ตั้งแต่การตรวจสุขภาพ รักษาอาการ ไปจนถึง การสร้างสถานที่พักให้กับคนชราด้วย”
“ หมออัสนีครับนั่นคือการสร้างโรงพยาบาลใหม่ หากทำเช่นนั้น ผมว่า งบประมาณน่าจะไม่ต่ำกว่า 5พันล้านเลยนะครับ” รองผอ.เกรียงที่ยืนฟังอยู่ก็รีบเอ่ยเตือนอัสนี
“ ผมพอมีอยู่เรื่องนี้ ต้องรบกวนท่านรอง และ ผอ. ดำเนินการด้วยนะครับส่วนเรื่องเงินผมจะจัดการเอง”
อัสนีเอ่ยจบก็ขอตัวกลับวันนี้เป็นวันเสาร์ เจ้าหน้าที่รับคิวแค่ครึ่งวัน ดังนั้นเขาจึงได้กลับบ้านเร็ว เขามาหาพ่อกับแม่ ที่แม้มีเงินล้านแล้วยังคงขายน้ำเต้าหู้ปาท่องโก๋ต่ออีก
“ แม่ กับพ่อไม่เหนื่อยบ้างหรือไงครับ บ่ายๆ แบบนี้ ใครเขาจะมาซื้อน้ำเต้าหู้ปาท่องโก๋กัน”อัสนี เอ่ยพร้อมกับ ช่วยพ่อ ทอดปาท่องโก๋กลับไปกลับมาบนกระทะอยู่
“ ก็มันเคยชินจะให้นอนอยู่กับบ้านเฉยๆ เดี๋ยวจะกลายเป็นง่อย สู้ทำงานแบบนี้ดีกว่า”แม่เอ่ยอย่างอารมณ์ดี พร้อมส่งสายตาไปทางพ่อของเขา ที่ยังคงสีหน้าเฉยเมยไม่มองเขาทั้งๆ ที่รู้ว่าเขามา แต่ก็ยังดี แม้ไม่พูด แต่ก็ยังรับไหว้เขา
“นี่เงินเดือนงวดแรกของผม ผมให้แม่กับพ่อเอาไว้ใช้นะครับ”
อัสนีโอนเงินเข้าบัญชีแม่กับพ่อคนละสองล้านบาท ทำให้พ่อกับแม่ถึงกับตกใจ
“นี่มันทำไมเยอะขนาดนี้เล่าลูก”
“ เป็นคนไข้เขาให้มาผมไม่ได้เรียกร้องอะไร เงินส่วนใหญ่ที่ได้มา ผมก็โอนให้กับมูลนิธิเพื่อรักษาคนที่มีรายได้น้อย”
“แล้วโอนให้พวกเขาเท่าไร พอไหม เอาของแม่กับพ่อไปทำบุญด้วยซิ”
“ ไม่ต้องหรอกครับก้อนแรก ผมมอบให้พวกเขาไป 100 ล้านบาท หากไม่พอ ผมจะหามาเพื่มอีกครับ”
“ ร้อยล้านบาท อืมก็ดีนะ หา เดี๋ยวนะ นี่แกว่าอะไรนะ นั่นมันเงิน 100 ล้านบาทเชียวนะเว้ยนี่แกรักษาคนไข้ หรือว่าปล้นใครเขามากันแน่?” คราวนี้พ่อทิม ถึงกับอดไม่ได้ที่จะพูดออกมา
“ผมรักษาคนไข้คนหนึ่ง เขาให้ทองคำผมมา 1 ตัน”
“ อะไรนะแค่รักษาเนี่ยนะ?” แม่นิ่มตอนนี้ตัวอ่อนไปแล้ว อัสนีต้องประคองเอาไว้
“ จริงๆ ครับพ่อกับแม่เห็นตึกแถวข้างหน้าแปดห้องนั่นไหมครับ”
พ่อกับแม่พยักหน้าพร้อมกับหันมามองหน้าอัสนีเหมือนจะถามว่า จะให้มองตึกแถวนั้นไปเพื่ออะไร
“ ผมซื้อเอาไว้แล้วต่อไปพ่อกับแม่ อยากขายน้ำเต้าหู้ปาท่องโก๋ ก็เปิดหน้าร้านเองได้เลยไม่ต้องเข็นรถเข้าออกแบบนี้อีก”
“ตึกนั่นมันราคาตึกละ 16 ล้านเลยนะลูก แม่เห็นเซลล์เคยมาซื้อน้ำเต้าหู้บอกกับแม่”
“ ใช่ครับตอนนี้ผมซื้อเอาไว้แล้ว พ่อกับแม่เข้าไปอยู่ได้ทันที ผมสั่งให้พวกเขาแต่งห้องนอนทั้งชั้นสี่เอาไว้ให้แล้ว”
“ โอ้ยฉันจะขึ้นไงไหว แค่ชั้นเดียวก็จะแย่อยู่แล้ว”
“ผมได้สร้างลิฟท์ให้แล้ว แต่หากพ่อกับแม่ไม่ชอบชั้นสี่ผมก็ได้ทำห้องนอนชั้นล่างให้กับพ่อแม่เรียบร้อยแล้ว พ่อกับแม่อยากนอนชั้นไหนก็ได้เลยพวกเราเข้าไปดูกันเถอะ”
อัสนีเข็นรถน้ำเต้าหู้ของพ่อกับแม่ มาที่ตึกแถวทั้งแปดห้อง พอไปถึง เขาก็ใช้รีโมทเปิดประตูเหล็กให้มันยกขึ้นทั้งแปดบานพ่อกับ แม่เข้าไปลูบคลำ ราวกับว่า กลัวมันจะหายไป พ่อนั้นได้แต่มองไปมา ไม่พูดอะไร ส่วนแม่นั้นต่างชื่นชมอัสนียกใหญ่
“ ชาตินี้ผมจะดูแลพ่อกับแม่ให้ดีที่สุดเพื่อชดเชยในสิ่งที่ผมทำชั่วไปในชาติที่แล้ว”
อัสนีเอ่ยออกมาเบาๆ
ณ บ้านของผู้การภาค 9 พ.ต.ท. วันชัยกำลังพูดกับลูกสาวภรรยาม่ายของหลงอู่ ชื่อว่าวันดี
“ เท่าที่ลูกตรวจสอบพบว่า เงินคลิปโต ถูกโอนไปที่บัญชีใหม่ไปแล้ว พวกเราคงต้องรอเวลาที่มันเบิกเงิน มันจะต้องยืนยันตัวตนวันนั้นเราจะได้รู้ว่า มันเป็นใคร”
“หากมันไม่เบิกเงินสด แต่นำไปโอนให้กับคนอื่นเล่า แล้วเราจะรู้ได้ยังไง”ท่านวันชัยเอ่ยเสียงเครียด
ลูกสาวก็ได้แต่กำหมัดแน่นน้ำตาไหล ไม่รู้จะทำอย่างไรต่อดี
“ พี่น้องของแก๊งเฮยหลงคิดว่า พ่อมีส่วนในเรื่องนี้ด้วย จะให้พ่อชดใช้ มันชักจะมากไปแล้ว คนที่ทำคือหน้ากากมัจจุราช กลับไม่ไปหาเรื่องกับมัน อยากจะหาเรื่องกับฉันแทน ดีหากพวกมันบ้าก็จะได้ให้พวกมันรู้จักว่า ฉันคือใคร ใช่คนที่พวกมึงจะมาหาเรื่องด้วยหรือไม่” ท่านวันชัยเอ่ยจบ ก็โทรสั่งการทันที
“สายสืบของเรารายงานข่าวด่วนมาว่า มีคนของแก๊งเฮยหลง อยู่ที่โรงแรมโฟร์มิน ที่ห้อง3304 พวกมันมีกันสี่คน แต่ละคนล้วนมีหมายจับจากจากอินเตอร์โพลตำรวจสากล ส่งหน่วยสวาทปฏิบัติการทันที ระวังตัวระดับสูงสุด คนเหล่านี้อันตรายมาก อย่าให้พวกมันหนีรอดได้หากจับเป็นไม่ได้ ก็จับตายได้เลย”
พ.ต.ท. พาณุหัวหน้าหน้วยสวาทภาค 9รับคำสั่งเรียกเจ้าหน้าหน่วยสวาทมาปฏิบัติหน้าที่ครั้งนี้จำนวน 30 คนเพื่อไม่ให้มีการผิดพลาด
ณ โรงแรมโฟร์มิน
ตอนนี้อัสนีได้มาเป็นแขกรับเชิญงานแต่งของเพื่อนรุ่นน้อง ที่ชื่อว่า หมอรงค์ซึ่งเป็นรุ่นน้องของเขา ตั้งแต่สมัยเรียนมหาลัยแพทย์ และเขาเองก็เป็นคนแนะนำการเรียนแพทย์ให้เขาจนกระทั่งจบการศึกษา และได้ทำงานที่เดียวกัน คือโรงพยาบาลเทพพิทักษ์ หมอรงค์นั้นไม่เชื่อว่า อัสนีจะเป็นฆาตกรฆ่า ผอ.วิชัยเพราะเขารู้จักอัสนีดีที่สุด
“ พี่อัส พี่มาจริงๆด้วย”
หมอรงค์ เห็นอัสนีเดินมาคนเดียว ก็พาเจ้าสาวเข้ามาหาเขาทันที
“ งานแต่งนายฉันไม่มาได้ยังไง”
“ เบล นี่คือพี่หมออัสนี เขาเป็นคนสอนทุกอย่างให้ฉัน จนกระทั่งมีวันนี้”
“ สวัสดีค่ะพี่หมอรงค์ พูดถึงพี่บ่อยมาก”
อัสนียิ้มให้กับทั้งสองคนในความทรงจำของชาติก่อน ตอนนั้นเขาอยู่ในคุกพวกเขามาหาอัสนีที่เรือนจำเพื่อให้อวยพรให้ ซึ่งวันงานแต่งพวกเขากลับถูกคนร้ายจากแก๊งเฮยหลงสังหารโหดในงานแต่งงานของพวกเขาทั้งสอง
อัสนีจะไม่ยอมให้เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นอย่างแน่นอนและดวงตามัจจุราช ก็ยังบอกให้เขามาทำภารกิจ คุ้มครองพวกเขาให้รอดปลอดภัยและจัดการกากเดนของแก๊งเฮยหลงให้สิ้นซาก จะได้รางวัลเป็นยาเม็ดที่สามารถรักษาโรคมะเร็งได้ทุกชนิด จำนวน 1 เม็ด
แต่พอเขาเข้าไปในงาน ก็พบว่า เพื่อนๆร่วมงานที่โรงพยาบาลเทพพิทักษ์กลับต่างสุมหัวพูดคุยกันไม่กล้าเข้ามาพูดกับเขาแม้แต่คนเดียว จนกระทั่งเขาเห็นหมอรินณลี กับหมอสันทัดเดินเคียงคู่กันเข้ามา นอกจากนั้น ยังมีคนของตระกูลเซี่ยมากันหลายคนมีคุณชายใหญ่เซี่ยอี้ คุณชายรองเซี่ยเอ้อคุณชายสามเซี่ยซา และยังพาหมวยเล็ก กับเจเจ มาร่วมงานในครั้งนี้ด้วย
“ โอ้ นึกไม่ถึงว่า จะมาเจอเพื่อนเก่าวันนี้ด้วยได้ข่าวว่า ไปทำงานให้กับโรงพยาบาลซานตาครอส ได้ข่าวว่ากิจการดีขึ้นนี่ถึงกับคิดขยายพื้นที่ แต่น่าเสียดายที่เขาไม่ขายให้ ฮ่า ฮ่า ฮ่า รู้ไหมว่าทำไม”
“เป็นเพราะนายอย่างนั้นรึ?”
อัสนีเริ่มสงสัย
“ เปล่า ฉันไม่เกี่ยวแต่เป็นเพราะคุณชายใหญ่เซี่ย ต้องการที่ดินแปลงนั้นมาสร้างคอนโดหรูพวกเขาเลยให้ราคาที่เจ้าของพอใจ ผอ.ของนายเจ้าเอาปัญญาอะไรมาแข่งกับ คนของตระกูลเซี่ย”
“ คุณหมอสันทัดก็พูดเกินไป พวกเราแค่ทำธุรกิจ บางครั้ง อาจต้องยอมขาดทุนกำไรลงนิดหน่อยก็แค่นั้น” คุณชายใหญ่เซี่ยเอ่ยอย่างไม่สนใจ อัสนี
แต่เขาก็หาได้สนใจคำพูดเหล่านี้ไม่แต่กลับมองหน้าของ หมวยเล็ก ที่ไม่รู้ว่า นางกินยาเพื่อรักษาความทรงจำแล้วหรือไม่แต่สายตาของเธอมองมาที่เขา ด้วยความรู้สึกที่สับสน
“ คุณคือ คนที่ไปบ้านฉันครั้งก่อนใช่ไหม?”
“ เขาคือคนชั่วที่ทำร้ายลุงห้า กับลุงหก แม่อย่าไปคุยกับเขาเลย” เจเจเข้ามายืนขวางอัสนีป้องกันไม่ให้เขามาทำร้ายแม่
“ ใช่ครับ”
“ ฉันรู้สึกว่าเราเคยพบกันมาก่อน”
“ คุณจำได้แล้ว?”
“ แค่ความรู้สึกฉันจำไม่ได้ แต่ก็ยินดีที่ได้พบอีกนะ หวังว่า คุณจะตามหาหมวยเล็กของคุณเจอโดยเร็ว”
“ ไปกันเถอะอย่ายุ่งกับคนผู้นี้อีกเลย” คุณชายรองเซี่ยเอ้อ รีบพาหมวยเล็กเดินจากไปในทันที
“เป้าหมายของคุณอย่างนั้นเหรอ?” หมอรินณลีเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“นี่มันเรื่องส่วนตัวของผม คุณไม่เกี่ยว” อัสนีก็ตอบกลับไปอย่างเย็นชาเช่นกัน
“ ไม่ให้เกี่ยวอย่างนั้นเหรอ คุณฆ่าพ่อของฉันไม่ว่าอย่างไรแค้นนี้ฉันก็ไม่มีทางจบแน่”
“ ใจเย็นๆ ก่อนพ่อบอกแล้วนี่ ว่าท่านกำลังจัดการ เดี๋ยวจะเสียรูปคดีไป” หมอสันทัดกระซิบบอกกับ รินณลี ที่มองหน้าอัสนีอย่างโกรธแค้น แล้วสะบัดหน้าเดินหนีไปอัสนีก็ไม่ใส่ใจ แต่แล้วก็มีหญิงชราคนหนึ่งถูกเข็นเข้ามาในงาน เธอคือยายของเบลเจ้าสาวของหมอรงค์ ทุกๆคน ดูจะเคารพเธอ และเข้ามาไหว้กับแทบทุกๆ คนไม่เว้นแม้นแต่พวกหมอสันทัด และ คนของตระกูลเซี่ย………..