มิติรักหงส์เคียงมังกร (นิยายแปล) by ตำหนักไร้ต์รัก

    ตอนที่ 15 เศร้าใจซ้ำโมโห (1)

    ตอนที่ 15 เศร้าใจซ้ำโมโห (1)

            “น้องสี่ ไม่ต้องเขียนแล้ว” อวี๋เตี๋ยที่เรียนกับอาจารย์เสร็จ คิดไม่ถึงว่าน้องสี่กลับกำลังเขียนเข้าจริงๆ หรือ ไม่รู้เป็นเช่นไร นางที่เมื่อครู่นี้คิดว่าน่าขันอยู่ ได้แต่รู้สึกว่าใบหน้าร้อนฉ่า เมื่อเห็นอีกฝ่ายก็หยุดมือพลางเบิกดวงตาที่สุกใสมองตนเองนิ่งๆ พอเธอชะงักแล้ว ก็เอ่ยเสียงต่ำว่า “ไม่ต้องฟังน้องห้าหรอก อักษรตัวนั้นไม่ได้อ่านว่าพุ อ่านว่าผุ ไม่ต้องตั้งท่าแล้ว รีบเก็บขึ้นมาเถอะ”

            “ที่แท้อักษรตัวนี้อ่านว่าผุหรือ อักษรที่อาจารย์ให้ไว้เมื่อวาน ข้าก็ถามพี่รองมาแล้ว ถึงรู้ว่าอ่านว่า ‘พาน’ วันนี้ไม่ต้องถามพี่รองเลย ดีจริง” เมื่อยิ้มบางๆ เด็กสาวก็ก้มใบหน้าขาวสะอาดลง คัดอักษรเงียบๆ ต่อไป ทิ้งให้อวี๋เตี๋ยที่รู้สึกกระอักกระอ่วนเสียเอง ไม่รู้ว่าควรจะโน้มน้าวต่อไปหรือไม่

            “นี่ ข้าว่าเจ้าไม่มีสมองนะ พี่หญิงรองก็บอกเจ้าแล้วว่ามันอ่านว่า ‘ผุ’ อ่านว่า ‘ผุ’ ไง เจ้าไม่เคยได้ยินคำว่าไม้ผุไม่อาจแกะสลัก[1]หรือ” เดิมทีอวี๋เหยาที่กินขนมอยู่ข้างๆ อย่างออกรสชาติ เห็นสถานการณ์นี้แล้วก็ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดความโมโหในใจถึงได้พุ่งสูงขึ้นมา กระทั่งนางจะกลั้นก็กลั้นไม่อยู่แล้ว เคยเจอคนโง่มาก่อน แต่กลับไม่เคยเจอคนโง่ถึงเพียงนี้ ส่วนที่น่าโมโหยิ่งกว่าก็คือนางเป็นพี่สาวร่วมตระกูลเดียวกันอีก นางมีสมองหรือไม่กันแน่

            อวี๋เจียววางพู่กันในมือพลางมองพี่สามด้วยความแปลกใจ “แต่มันเป็นการบ้านที่อาจารย์ให้ไว้นะ อ่านเช่นใดก็ต้องคัดสิ”

            อวี๋เหยาพลันชะงักเพราะจุกในคำพูดนี้ ขณะมองใบหน้าที่ราวกับว่ามันก็ต้องเป็นเช่นนี้อยู่แล้วของอีกฝ่าย จู่ๆ นางก็ไม่รู้ว่าจะเอ่ยสิ่งใดแล้ว แต่จะไม่พูดสักหน่อยก็รู้สึกไม่สบายใจ พออยากจะเอ่ย ก็คิดว่าไม่มีเหตุผลอีก ทันทีที่นางเดือดขึ้นมา ก็โยนขนมที่อยู่ในมือทิ้งแล้วเดินไปเลย

            อวี๋เจียวที่ใบหน้าอธิบายไม่ได้แอบรู้สึกขำ คิดไม่ถึงว่านอกจากพี่หญิงคนนี้จะยอมให้คนอื่นดีกว่าตนเองไม่ได้แล้ว จิตใจก็ไม่ได้แย่เพียงนั้น ถูกตามใจจนเคยตัวแท้ๆ

            ...

            ตอนนี้อวี๋ฮูหยินในห้องหลักได้ข่าวเรียบร้อยแล้ว แม่นมโจวไล่สาวใช้น้อยที่เข้ามารายงานข่าวออกไป หันหลังเอ่ยกับฮูหยินของตนเองว่า “อาจารย์ซ่งผู้นี้ช่วยได้เยอะทีเดียว ต่อไปมีฉายาเช่นนี้ค้ำอยู่ ดูว่าคนดีๆ ที่ไหนจะกล้าแต่งนางเจ้าคะ” แต่งไม้ผุท่อนหนึ่งเข้าเรือน นี่ผู้ใดเตรียมจะนำไปเผาฟืนหรือ

            ขณะพลิกบัญชีในมือ อวี๋ฮูหยินก็เอ่ยราวกับไม่ยี่หระว่า “ข้ากลับคิดว่าการกระทำนี้ของอาจารย์ซ่งรุนแรงมากไปหน่อย สิบเอ็ดปีเพิ่งจะร่ำเรียน นางเป็นสตรีมากความสามารถคนหนึ่ง อบรมจนเสียคน ตอนนี้เป็นเช่นนี้...” ก่อนจะส่ายหน้าอย่างไม่พอใจ นางเอ่ยอีกว่า “เพียงแต่ในเมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว ก็อย่าให้เสียความตั้งใจนี้ของอาจารย์ซ่งเลย สั่งคนไปกระจายเรื่องนี้ บอกว่าคุณหนูสี่เราเติบใหญ่อยู่ข้างกายอี๋เหนียง ขี้ขลาดตาขาว ไม่รู้จักตัวอักษร อาจารย์สอนไปนับไม่ถ้วนก็ไม่รู้เรื่อง ถูกตั้งฉายาว่าไม้ผุ”

            ได้ยินคำนี้แล้ว แม่นมโจวที่เมื่อครู่ยังยิ้มอยู่ ก็ห้ามความกังวลไม่ได้ “ฮูหยินเจ้าคะ ถ้านายท่านรู้เข้า เกรงว่าจะไม่พอใจกระมัง อีกอย่างเรื่องนี้ก็จะไม่ดีต่อคุณหนูสามของเราเหมือนกันนะเจ้าคะ” พอคนนอกว่าถึงบุตรสาวตระกูลอวี๋ว่ามีไม้ผุโผล่มาท่อนหนึ่ง เด็กสาวคนอื่นๆ ควรทำเช่นไรกันเล่า

            อวี๋ฮูหยินถอนใจคราหนึ่ง แววตาลึกล้ำทอดมองไปไกล “แม่นม ท่านไม่รู้สึกว่าเด็กสาวน่าโมโหนั่นสวยมากไปหรือ ว่ากันตามหลัก ข้าเป็นแม่ของนาง ตราบใดที่ข้ายังอยู่ ก็ไม่ต้องกลัวว่านางจะมางัดกรอบอำนาจของข้าได้ นับประสาอันใดกับนิสัยขี้ขลาดตาขาวเช่นนาง จะก่อเรื่องอันใดก็ไม่ได้เหมือนกัน แต่เจ้าอย่าลืมสิ ว่าตอนนั้นนางสารเลวที่มาทีหลังแต่รุดหน้าก่อนอย่างเฝิงหว่านเหมยนั่น อาศัยหน้าตาบอบบางอ่อนแอเช่นนั้นแล้วได้รับความชอบมากเพียงใด บุรุษใคร่กามา หนำซ้ำนางอายุเท่ากับเหยาเอ๋อร์อีก หากว่าตอนที่เหยาเอ๋อร์หาสามีแล้วนางมาขัดขวาง ต่อให้ไม่สำเร็จก็เลี่ยงที่จะขยะแขยงไม่ได้”

            เชิงอรรถ

    ^ ไม้ผุไม่อาจแกะสลัก สื่อถึง ท่อนไม้ที่ผุพังไม่สามารถนำไปแกะสลักได้ อุปมาถึง คนที่ไม่สามารถประสบความสำเร็จ เรื่องราวหรือรูปการณ์ที่ล้มเหลวจนไม่สามารถกอบกู้ได้

    คล้ายกับเรื่องมิติรักหงส์เคียงมังกร (นิยายแปล) by ตำหนักไร้ต์รัก ที่คุณอ่าน