
ตอนที่110 อ้าว..ซวยแล้วเรา
เพราะโป๊ตงคิดตั้งตัวเป็นใหญ่ในอาณาจักรอสูรวารีแห่งทวีปที่เจ็ด
"ไม่จริงหรอก..จอมจักรพรรดิอสูรวารีข้าไม่เคยคิดอย่างที่ท่านว่าเลย เพราะความรีบร้อนในการช่วยเหลือบุตรชาย จึงลงมือโดยไม่ทันคิดหน้าคิดหลัง ขอโปรดท่านให้อภัยข้าด้วยเถิด.."
เขาแก้ตัวต่อแบบด้านๆ
"เจ้าเป็นขุนพลอันดับหนึ่งของข้าป้ายม่านมิติจอมทัพ เจ้าสามารถเพียงแค่คิดก็เข้าพบข้าโดยตรงทันที เรื่องมาช่วยคนเจ้าก็รู้ว่าข้าสามารถทำได้แค่พลิกฝ่ามือ
เจ้าเพียงใช้เรื่องนี้เป็นข้ออ้าง ทำลายพวกเขาแล้วยึดของอย่างชอบธรรมเท่านั้นเอง ถ้าองค์ชายสิบสี่ไม่มีฝีมือป่านนี้ คนที่ตายอย่างเกลื่อนกลาดคงเป็นทหาร และพงศ์พันธุ์อสูรวารีน้ำจืด ไม่ใช่พวกเจ้าแล้วล่ะ"
องค์กษัตริย์อสูรวารีหิมะอ้าปากค้างไม่อาจแก้ตัวอีกต่อไปได้
"เออ..ข้า!! "
กษัตริย์อสูรวารีน้ำจืดอ้ำอึ้งสุดท้ายก็ก้มหน้าลงยอมรับ ความผิดในการกระทำของตัวเอง
"ข้าจะปลดเจ้าออกจากการเป็นกษัตริย์กักบริเวณที่ถ้ำหิมะมรกตสำนึกผิดห้าร้อยปี ฐานคิดล้มล้างอาณาเขตการปกครองของข้า พร้อมบุตรชายของเจ้าที่เป็นตัวก่อปัญหา ข้าจะตั้งหลานคนโตของเจ้าขึ้นเป็นกษัตริย์อสูรวารีหิมะแทน.."
องค์กษัตริย์อสูรวารีหิมะก้มหน้านิ่งเขารู้ดีว่าคำสั่งของจอมจักรพรรดิไม่สามารถขัดขืนได้ เพราะพลังกายอสูรของเขายังห่างชั้นกับคนผู้นี้ จึงต้องกล้ำกลืนรับโทษต้องถูกกักบริเวณ ในถ้ำที่รกร้างกลางหุบเขาแดนหิมะในอาณาจักรของตนเองเป็นเวลาถึงห้าร้อยปี
"นายท่านคนผู้นี้กายอสูรระดับราชันย์ขั้นที่ห้าแล้ว พลังอำนาจของเขายิ่งใหญ่นัก..."
เสียงของหนิงหนิงกระซิบข้างหูกริชเพชรบอกถึงพลัง อันยิ่งใหญ่ของชายชราผู้เป็นเจ้านายเหนืออาณาจักรอสูรวารี
"ในฐานะที่ข้าเป็นผู้ปกครองเขตแดนอสูรวารี วันนี้ ข้าจะตัดสินลงโทษตามที่ข้าเห็นสมควรในการกระทำ เพื่อพวกเจ้าทุกคนจะอยู่ในกฎที่ข้าตั้งไว้ พวกเจ้าจงกลับไปนครของตัวเองซะ..รับโทษตามคำตัดสินของข้า ถ้าใครยังบังอาจขัดขืนละเมิดกฎอีกครั้ง ข้าจะลบมันผู้นั้นออกจากแผนที่การปกครองของข้าทันที.."
เสียงอันนุ่มนวลและทรงพลังของจอมจักรพรรดิดังก้องไปทั่วทุกส่วนประสาท ของเหล่าทหารและองค์จอมกษัตริย์อสูรวารีหิมะ
พวกเขาต่างเคลื่อนทัพกลับอย่างรวดเร็วเพราะเมื่อเจออิทธิฤทธิ์การเข่นฆ่าอย่างบ้าคลั่ง ขององค์ชายสิบสี่องค์กษัตริย์อสูรวารีหิมะ รีบเก็บหางกลับนครยุติสงครามไป
ทุกคนต่างตะลึงงันกับความสามารถในการรบขององค์ชายสิบสี่ จนมีการคาดหวังว่าศึกชิงรัชทายาทสายตรง คนผู้นี้ต้องอยู่ในระดับท็อปไฟว์ของคนรุ่นใหม่ ที่จะก้าวขึ้นชิงตำแหน่งเพื่อเป็นผู้สืบทอดขององค์จอมจักรพรรดิอสูรวารี
"ท่านปู่ทวดข้าดีใจยิ่งนัก..ข้าไม่พบท่านมาเป็นร้อยปี ท่านช่างใจดำไม่มาเยี่ยมเยียนหลานสาวผู้นี้เลย.."
องค์ฮองเฮาฝ่ายขวาลุกขึ้นกอดแขนปู่ทวดผู้ยิ่งใหญ่แห่งอาณาจักรอสูรวารี คนผู้นี้รูปร่างอ้วนเตี้ยหนวดของเขาเป็นสีขาวไล่ไปจนถึงหน้าอกผมดุจเส้นไหม รอยยิ้มกว้างหน้าแดงก่ำ สวมเสื้อผ้าลายเขียวปักดิ้นทองทั้งตัว เหมือนเจ้าสัวผู้มั่งคั่งของแดนสวรรค์
"ฮ่าๆ ๆ ..หลานรักของปู่เจ้าช่างเป็นคนดีที่ปู่อย่างข้าภาคภูมิใจยิ่งนัก สุดท้ายเจ้าก็ให้กำเนิดอัจฉริยะตามคำทำนายของเจ้าอสูรพลังจิตผู้หยั่งรู้ฟ้าดิน..สะใจข้าจริงๆ ..เจ้าทุกข์ยากลำบากมาหลายร้อยปีอภัยให้กับปู่ทวดด้วย..วันนี้ข้าจะนำพวกเจ้ากลับนครอสูรวารี.."
เสียงของชายชราดังแจ่มใสพูดจบหันไปมองกริชเพชร เขาประหม่าจนต้องก้มหน้าลงไม่รู้ว่าจะทำตัวอย่างไรดี ต่อหน้าผู้ยิ่งใหญ่ของอาณาจักรอสูรวารี
"หลานชายของข้าเจ้ามาใกล้ๆข้าสิ เจ้าองค์อาจหน้าตาหล่อเหลาเหมือนข้าสมัยหนุ่มๆ เลย..ฮ่าๆ ๆ ๆ .."
เสียงของผู้เฒ่าหัวเราะอย่างชื่นบานชำเลืองตา มองไปยังองค์กษัตริย์อสูรวารีน้ำจืด ที่ตอนนี้ถูกประคองออกมาต้อนรับจอมจักรพรรดิอสูรวารีโดยพระนางเจ้าเฟย
"เป็นยังไงบ้างเจ้าตัวโง่งม..หูตาสว่างบ้างหรือไม่..ข้านำสตรีที่ดีพร้อมมาเป็นชายาเจ้ามอบตำแหน่งที่ยิ่งใหญ่ให้กับเจ้า..
แต่เจ้ากลับไม่เห็นคุณความดี บังอาจขับไล่ไสส่งหลานข้า วันนี้ข้าจะนำพวกนางกลับไปด้วย ให้เจ้าโง่งมอยู่ในนครนี้ต่อไปเถอะ..."
เขาพูดเสียงดุๆ เรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะองค์กษัตริย์อสูรวารีน้ำจืดที่หน้ามืดตามัว ไม่ยอมทำตามคำสั่งขององค์จักรพรรดิอสูรวารี
'อ้าว..ซวยแล้วเรา..'
องค์จอมกษัตริย์หน้าเหวอหันไปมองคนนั้นคนนี้สุดท้ายหันมาส่งสายตา ขอความเห็นใจจากพระนางเจ้าจิงจง
"ถ้าไม่ใช่เพราะคำทำนายของฟ้าที่เกี่ยวข้องกับเชื้อสายกษัตริย์อสูรวารีน้ำจืด ข้าคงไม่ยอมเสียเวลาส่งหลานสาวคนโปรดของข้า เข้ามาเป็นภรรยาของเจ้าในนครแห่งนี้ จนสุดท้ายหลานสาว ของข้าต้องใช้การบวงสรวงนับร้อยปี จึงให้กำเนิดอัจฉริยะอย่างองค์ชายสิบสี่ขึ้นมาคนหนึ่ง.."
ทุกอย่างไม่ใช่ว่าองค์จอมจักรพรรดิอสูรวารีไม่หยั่งรู้เรื่องราวต่างๆ แต่เขาต้องปล่อยไปตามลิขิตสวรรค์ ไม่สามารถส่งเสริมผลักดันให้ทายาทที่ถูกเลือกเป็นนักรบ มาเกิดในเชื้อสายของตัวเองได้เต็มที่ นอกจากให้เขาทั้งสองสมรสกันเพื่อให้คำทำนายสำเร็จได้เพียงแค่นั้น
อย่างอื่นก็ต้องปล่อยไปตามลิขิตของฟ้ากว่าจะสำเร็จได้ก็ใช้เวลานับร้อยปี แม้ว่ามันไม่นานสำหรับคนในยุคอสูร แต่มันก็ทำให้ผู้เฒ่าจอมจักรพรรดิอสูรวารีอึดอัดใจ เพราะสัญญาของโลกคู่ขนานกำลังจะครบหมื่นปี การเพาะบ่มกำลังของทั้งสองโลก ต่างใกล้จุดสูงสุดและการนองเลือดระหว่างคนสองมิติ จะเกิดขึ้นในเร็ววันเมื่อสัญญาโลกคู่ขนานสิ้นสุดลง
ดังนั้นการพัฒนาสร้างกองทัพอสูรแปดทวีปให้แข็งแกร่ง ย่อมเป็นภาระของจอมจักรพรรดิอสูรจอมราชันย์ทั้งแปด และในฐานะที่จอมจักรพรรดิอสูรวารี เป็นขุนพลของจอมจักรพรรดิอสูรจอมราชันย์ในทวีปที่เจ็ด
หน้าที่ของเขาคือเฟ้นหานักรบสืบทอดตำแหน่งของตน เพื่อส่งไปเป็นกองทหารของจอมจักรพรรดิอสูรจอมราชันย์ทั้งแปดทวีป เพื่อรอคอยผู้สืบทอดที่เทพอสูรจอมราชันย์ประมุขรุ่นแรก จะส่งลงมาเกิดในโลกอสูรหลังสัญญาโลกคู่ขนานจบลง
เพื่อทำสงครามรวมโลกสองมิติให้เป็นหนึ่งเดียวกัน เหมือนครั้งบรรพกาลระหว่างโลกอสูรและโลกปีศาจ ก่อนผนึกสัญญาโลกคู่ขนานจะหมดพลังลงในเร็ววันนี้ ปลดปล่อยเจ้าปีศาจออกมาสู้รบล้างเผ่าพันธุ์กันอีกครั้งหนึ่งกับกองทัพอสูรของพวกตน
"ไม่ได้นะท่านปู่..ข้าทำตามทุกอย่างที่ท่านสั่งท่านจะเอาเมียข้าไปไม่ได้..ข้าไม่อาจยอมให้จิงจงไปกับท่านปู่.."
คำพูดขององค์กษัตริย์อสูรวารีน้ำจืด ทำให้ทุกคนที่ได้ยินต้องอ้าปากค้าง
"ฮะ"
พระนางเจ้าจิงจงต่าง งงงวยกับสิ่งที่เขากล่าวออกมา เมื่อทุกอย่างสงบลงความน้อยใจของนางก็ประดังขึ้นมาอีกครั้ง
"ท่านถามข้าแล้วหรือไม่ว่าจะอยู่กับท่าน ข้ามีชีวิตจิตใจข้าจะไปไหนก็เรื่องของข้า ไม่เกี่ยวกับท่านข้าไม่ใช่สิ่งของที่ให้ท่านเหยียบย่ำเล่น จำวันนั้นไม่ได้เหรอ ท่านพี่ไล่ข้าออกจากนครเหมือนหมูเหมือนหมา วันนี้จะว่าข้าเป็นคนของท่านได้อย่างไร เชอะ.."
องค์ฮองเฮาฝ่ายขวาสะบัดหน้า แล้วเดินกลับพระตำหนักส่วนตัวของพระนางไปแบบไม่ไยดี
"องค์ฮองเฮาฝ่ายขวาเจ้าจะหนีพี่ไปเยี่ยงนี้ได้ยังไง..พวกเราเป็นผัวเมียกัน พวกเรามีลูกด้วยกันเจ้าจะใจดำทิ้งพี่ไปได้ลงคอเชียวรึ เจ้าก็รู้ดีว่าตอนนี้พี่ไม่มีใครอีกแล้ว จิงจง! .."
องค์กษัตริย์อสูรวารีน้ำจืดร้องเรียกด้วยเสียงละห้อย ร่างกายของกษัตริย์อสูรวารีน้ำจืดยังบาดเจ็บอยู่ จึงลุกขึ้นไม่สะดวกหันไปมองน้องสาว เหมือนจะขอให้นางพยุงเขาไปตามพระนางเจ้าจิงจง
"องค์ชายสิบสี่หลานเป็นอย่างไรบ้าง..ท่านอาหญิงเป็นห่วงเจ้ายิ่งนักรู้หรือไม่.."
พระนางเจ้าเฟยเพิกเฉยต่อสายตาวิงวอนของพี่ชาย เดินไปจับแขนองค์ชายสิบสี่ แสดงความเป็นห่วงชายหนุ่ม เพราะนางหมั่นไส้พี่ชายที่หลงงมงายเชื่อพระนางเจ้าลีหงษ์ นางพูดเท่าไหร่ก็ไม่ฟังขับไล่ไสส่ง พี่สะใภ้กับหลานชายสุดที่รักของนางออกจากนคร ถึงเวลานี้จึงอยากแก้เผ็ดองค์กษัตริย์อสูรวารีน้ำจืดสักเล็กน้อย
"เจ้าเฟยน้องรัก..เดี๋ยวก่อนมาพยุงข้าไปหาพี่สะใภ้เจ้าก่อนสิ..ข้าจะตามไปง้อนาง.."
องค์กษัตริย์รีบบอกน้องสาวให้มาช่วยพยุงเขา ตามพระนางเจ้าจิงจงไปด้วยเสียงที่อ้อนวอน
"น้องผู้นี้ไม่มีวาสนารับใช้ท่านพี่ขนาดนั้นหรอก กระมั้ง ท่านมีความสามารถก็ไปง้อนางเองเถอะเรื่องของครอบครัว ข้าไม่อยากเกี่ยวข้องด้วยใช่ไหม? องค์ชายสิบสี่ หลานรักของอาหญิง.."
พระนางเจ้าเฟยพูดปนเชิงน้อยใจพี่ชายนิดๆ หันมาขอความคิดเห็นหลานชายสุดที่รัก
"ท่านอาหญิงเจ้าเฟยท่านก็อย่ากลั่นแกล้งเสด็จพ่อเลย ข้าไม่อยากให้พวกท่านทะเลาะกัน ท่านช่วยพาท่านพ่อไปหาท่านแม่หน่อยนะถือว่าข้าขอร้อง.."
กริชเพชรได้ยินคำพูดของเจ้าเฟยที่มีเจตนา กลั่นแกล้งองค์จอมกษัตริย์ เขาจึงขอร้องให้นางช่วยเหลือให้ทั้งสอง ได้มีโอกาสปรับความเข้าใจกัน กริชเพชรไม่อยากให้มีการ พลัดพรากเกิดขึ้นระหว่างองค์จอมกษัตริย์และพระนางเจ้าจิงจง
องค์หญิงเจ้าเฟยได้ยินองค์ชายสิบสี่ขอร้องนางแบบนั้น หญิงสาวยิ้มแก้มแทบฉีกกระโดดหอมแก้มหลานชายคนโปรดสองฟอดติดๆกัน อย่างแสนรักใคร่
"ได้สิจ๊ะพ่อรูปหล่อ..เดี๋ยวอาหญิงจะพาบิดาเจ้าไปหาท่านแม่ของเจ้า รับรองเชื่อมือท่านอาหญิงเถอะ เดี๋ยวก็คืนดีกัน ดีไม่ดีปีนี้เจ้าจะได้น้องเกิดขึ้นมาวิ่งเล่นเต็มนคร..."
หญิงสาวกล่าวจบก็คว้าข้อมือองค์หญิงเจ้าเฟิงให้พยุงองค์กษัตริย์อสูรวารีน้ำจืด ไปยังพระตำหนักขององค์ฮองเฮาฝ่ายขวาทันที
"ฮ่าๆ ๆ ..พวกเด็กๆ นี่มันเล่นอะไรกันไม่เลิกเลยแต่ก็ดีมากๆ ข้าอยากให้พวกเจ้ามีความสุขกันทุกคน เพราะอีกไม่นานเจ้ารู้หรือไม่ว่าโลกอสูรของเรา ต้องเกิดสงครามใหญ่กับจอมปีศาจโลกคู่ขนาน อีกไม่นานสัญญาสงบศึกโลกคู่ขนานจะสิ้นสุดลงเมื่อครบหมื่นปี ในอีกสิบปีข้างหน้า"
.............................................................................................................................................................................................