King - of - Element

    ตอนที่ 44

      “พี่กัส!!” ซานเดรียตกใจเมื่อรู้ว่าชายที่พึ่งมาใหม่นั้นคือพี่ชายของตัวเอง ในตอนนี้รอบตัวของชายคนนั้นเต็มไปด้วยประกายสายฟ้าคล้ายออร่าอยู่ทั่วร่างกาย ใบหน้าของเขานั้นไม่สบอารมณ์เท่าไหร่นัก ทั้งๆที่พึ่งออกมาจากคุกพิเศษได้แล้ว ตัวเขาเองก็หวังจะได้พักผ่อนอย่างสบายๆแล้วแท้ๆ แต่นี่กลับมาเจอเรื่องราวชวนปวดหัวอย่างเมืองโดนโจมตี อีกทั้งน้องสาวที่เป็นดังยอดดวงใจของเขาต้องมาโดนคนไม่รู้หัวนอนปลายเท้าแบบนี้รังแกซะได้ “ไม่เป็นไรใช่มั้ยซานเดรีย.....พักซักหน่อยเถอะ ที่เหลือให้พี่จัดการเอง!” แวนกัสใช้มือลูบผมของน้องสาวตนอย่างอ่อนโยนเพื่อสำรวจดูว่าเธอไม่เป็นอะไรจริงๆ ก่อนที่จะหันหน้าไปคุยกับเจ้าของเรื่องด้วยใบหน้าที่คล้ายจะโกรธสุดๆ “อ้าวๆ ก็นึกว่าอัศวินที่ไหนขี่ม้าขาวมาช่วยเจ้าหญิง ที่แท้ก็เป็นราชันย์ขี้คุกนี่เอง ฮ่าๆ” สไปค์ยังไม่เลิกปากดีแม้จะกำลังเผชิญหน้ากับราชันย์แห่งสายฟ้าตัวเป็นๆอยู่ก็ตาม “นี่แกเป็นใครกัน!! แกบังอาจมากนะที่เข้ามาบุกเมืองที่ฉันปกครองอยู่แบบนี้ แกต้องไม่ตายดีแน่!” แวนกัสตะคอกถามใส่ชายตรงหน้าของตน เขาไม่รู้จักชายตรงหน้าเขาเลย แต่ก็พอเดาได้ว่าเป็นใครเพราะฉายาแห่งราชันย์ที่ขึ้นอยู่เหนือหัวของเขา “โอ๊ะ คุณคงไม่รู้เรื่องอะไรสินะ คงอยู่ในคุกจนไม่เห็นเดือนเห็นตะวันเลยสิท่า.....ก็อย่างที่เห็นนั่นแหละผม สไปค์ ราชันย์น้ำแข็งคนใหม่ยังไงล่ะ!” สไปค์พูดแนะนำตัวเองพลางเก๊กท่าอย่างภาคภูมิใจในตำแหน่งของตัวเอง แวนกัสเองก็มีสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อย เป็นเพราะเขาอยู่ในคุกพิเศษเลยไม่รู้เรื่องราวภายนอกเลยว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้างในช่วงเวลาที่เขาไม่อยู่ แวนกัสพลางใช้ความคิดของตัวเองประเมินสถานการณ์ตรงหน้าปะติดปะต่อเรื่องราวที่คาดว่าจะเป็นไปได้ และตอนนี้เขาก็พอเข้าใจเรื่องราวแล้ว “แกคิดจะขยายการปกครองสินะ!?” “หัวไวใช้ได้นี่...ตั้งแต่ฉันได้ตำแหน่งราชันย์มา เป้าหมายแรกๆของพวกเราก็คือการขยายขั้วอำนาจให้ครอบคลุมทั้งโลกแห่งนี้ และเมืองของคุณที่เปรียบดังขุมทองของพวกเรา ทั้งดันเจียน เหมืองแร่ หอคอย แหล่งทรัพยากร แหล่งท่องเที่ยว แหล่งเศรษฐกิจ ร้านค้า และผู้เล่น ฉันเกือบจะได้ครอบครองมันทุกอย่างแล้วแท้ แต่ตัวปัญหาอย่าแกดันกลับมาก่อนซะได้ ให้ตายสิ!” สไปค์ทำสีหน้าไม่พอใจเล็กน้อย เดิมทีตัวเขาตั้งใจจะมาบุกเมืองให้ไวกว่านี้แท้ๆ แต่สงครามชิงราชันย์มันกลับยืดเยื้อเกินไปจนทำให้แวนกัสที่ติดคุกอยู่นั้นกลับมาปกป้องเมืองเอาไว้ได้ทัน นั้นจึงทำให้อะไรหลายๆอย่างนั้นยุ่งยากมากขึ้นไปอีก แต่เขาก็ยังยึดตามแผนที่วางเอาไว้อยู่ดังเดิม “เหอะ แกอย่าหวังว่าต่อจากนี้แกจะได้สิ่งที่ต้องการกลับไปเลย! เพราะแกต้องข้ามศพฉันไปก่อน!” “เอ....มันจะเป็นแบบนั้นแน่หรอ!?” ทันทีที่สไปค์พูดจบ กลุ่มผู้เล่นจากกิลด์ของแวนกัสบางส่วนเริ่มขยับเท้าเดินไปเปลี่ยนข้างย้ายไปอยู่กับราชันย์น้ำแข็ง และหนึ่งในนั้นเป็นถึงผู้เล่นขั้นเสนาธิการประจำกิลด์ “ขอโทษนะครับคุณแวนกัส แต่ทางนี้ให้ข้อเสนอที่ทำให้ผมยากจะปฏิเสธ....ผมอดใจไม่ไหวจริงๆ” เสนาธิการหนุ่มร่างยักษ์คนนั้นอธิบายเหตุผลที่เลือกข้างใหม่ แวนกัสเองก็ไม่ได้ยื้อเขาเอาไว้แม้จะเป็นผู้เล่นระดับสูงของกิลด์ก็ตาม เมื่อคนมันหมดใจ จะยื้อเอาไว้ก็ไร้ความหมาย เขาพลันฉุดคิดอะไรบางอย่างก่อนจะหันไปพูดกับลูกน้องตัวเอง “ทุกคนฟัง! ฉันจะไม่ห้ามพวกนายหรอกถ้าจะเลือกข้างใหม่ ทุกคนมีสิทธิเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเองเสมอ ดังนั้นสำหรับคนที่ยังอยู่ฉันขอบคุณที่ยังเชื่อมั่นในตัวฉันแม้ว่าฉันจะเป็นหัวกิลด์ที่ไม่ดีมากนัก และสำหรับคนที่เลือกข้างใหม่ จงรู้ไว้ว่านับตั้งแต่วันนี้ พวกนายและตัวฉัน เราเป็นศัตรูกัน!” เมื่อแวนกันพูดจบเขาพลันปล่อยจิตสังหารแห่งราชันย์ออกไป ศัตรูตรงหน้าเขาล้วนโดนจิตสังหารเข้ากดดันจนแทบจะประคองสติตัวเองเอาไว้ไม่อยู่ จิตสังหารแห่งราชันย์ของแวนกัสนั้นรุนแรงกว่าจิตสังหารแห่งราชันย์ของสไปค์ที่ปล่อยไปเมื่อก่อนหน้านี้อยู่มาก แม้แต่คนที่ใกล้ชิดกับแวนกัสยังแปลกใจที่เขาแข็งแกร่งมากขึ้นขนาดนี้ได้ในเวลาอันสั้น ๆนี้ได้ยังไง ทางด้านของสไปค์เองก็คาดไม่ถึงเช่นกันว่าเขาจะโดนกดดันถึงขนาดนี้ แต่ถึงกระนั้นเขาก็ไม่ได้หวาดกลัวชายตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย “มีพลังแค่นี้เองงั้นหรอ? ก็ไม่เท่าไหร่นี่!” สไปค์พยายามยั่วโมโหให้แวนกัสนั้นโกรธจนใช้พลังของตัวเองโจมตีใส่พวกเขาจนติดโทษของการ PK และติดคุกไปอีกรอบ ถ้าเป็นเช่นนั้นแล้วเขาก็จะสามารถกำจัดตัวปัญหาได้อีกครั้ง และแน่นอนว่ามันได้ผล แวนกัสนั้นเป็นคนที่คอยปกครองเมืองหลวงของอาณาจักรสายฟ้าแห่งนี้ อีกทั้งยังเป็นหัวหน้ากิลด์ติดอันดับท็อป 10 ของ KoE โดยมีตำแหน่งราชันย์แห่งสายฟ้าเป็นตัวเดิมพัน และจะเป็นยังไงถ้าหากวันหนึ่งเขากลับมาและพบว่าเมืองที่เขารัก และผูกพันมาเป็นเวลานานนั้นถูกทำลายลงโดยที่เขายังไม่ทันได้เริ่มปกป้องเลยแม้แต่น้อย หนำซ้ำน้องสาวอันเป็นที่รักยิ่งดันถูกใครหน้าไหนไม่รู้มาทำตัวสถุลใส่อีก และผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นมันจะทำให้ใครหลายคนที่ยืน ณ ที่แห่งนี้ต้องเสียใจภายหลังอย่างแน่นอน ครึมม!!เกิดหมู่เมฆสีดำขยายเป็นวงกว้างเกือบครอบคลุมทั้งเมืองลอยฟุ้งอยู่บนฟ้าพร้อมกับสายฟ้าเส้นน้อยใหญ่ที่แล่นไปมาทั่วเมฆดำนั้นไม่รู้จบ พลังสายฟ้านั้นหนาแน่นมาก และมันพร้อมที่จะปลดปล่อยสายฟ้านับล้านเส้นลงมาข้างล่างนี้พร้อมกับเสียงฟ้าร้องดังระงมไปทั่วสร้างความหวาดกลัว และแรงกดดันให้ศัตรูเป็นอย่างดี “ล้อกันเล่นใช่มั้ยเนี่ย!” ผู้เล่นคนหนึ่งของฝั่งผู้บุกรุกอุทานออกมาหลังจากเห็นทักษะที่แวนกัสกำลังร่ายเอาไว้พร้อมที่จะปลดปล่อยมันลงมาใส่พวกมัน เขาไม่เคยเห็นพลังที่สุดแสนจะ OP ขนาดนี้มาก่อนเลย “นี่พี่ติดคุกอยู่ หรือไปทำอะไรมากันแน่ถึงได้แข็งแกร่งมากขึ้นแบบนี้ พี่กัส!”ซานเดรียคุ้นเคยความแข็งแกร่งของพี่เธอดี แต่นี่มันไม่ใช่พี่ของเธอคนก่อนอย่างแน่นอน ความแข็งแกร่งของพี่เขาในตอนนี้มันมากกว่าตอนก่อนจะเข้าคุกไปเสียอีก เมื่อเตรียมการร่ายทักษะเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้แวนกัสพร้อมที่จะปลดปล่อยเหล่าสายฟ้านับล้านเส้นลงผ่าใส่ศัตรูของเขาให้มอดไหม้ไปเสียโดยลืมไปแล้วว่าตัวเขาอาจจะกลับไปเข้าคุกพิเศษอีกรอบ แต่เมื่อความโกรธของเขานั้นถึงขีดสุดเขาก็ลงมือโดยไร้ความลังเลทันที โดยไม่สนใจผลเสียที่จะตามมาทีหลังอีกต่อไปแล้ว “โดนฟ้าผ่าจนไหม้ไปซะ!!” แวนกัสตะโกนลั่นพร้อมกับเรียกใช้งานทักษะให้ปลดปล่อยพลังของมันออกมา แต่วินาทีที่แวนกัสกำลังจะปลดปล่อยทักษะนั้นกลับโดนใครบางคนขัดไปเสียก่อน “นี่ ตาลุง อยากกลับเข้าคุกไปอีกรอบรึไง!? คุณก็รู้ไม่ใช่หรอว่าการต่อสู้ของผู้เล่นระดับราชันย์มันรุนแรงแค่ไหนน่ะ!?” ชายผู้มาใหม่พูดเตือนแวนกัสถึงผลที่ตามมา เขาอยู่ในชุดเกราะเบาสีแดงลายไฟ ในมือถือคันธนูที่มีกลุ่มไฟลุกท่วมระดับ L พร้อมกับออร่าของชุดเกราะที่ส่องแสงเป็นประกาย และชายคนนี้ก็เป็นที่รู้จักของผู้เล่นดีแม้จะไม่มีฉายาที่เป็นเหมือนป้ายบอกตำแหน่งอยู่ด้วยก็ตาม และนั่นก็คือ ราชันย์ไฟ! ซึ่งไม่มีใครรู้เลยว่าเขามายืนแทรกอยู่ระหว่างแวนกัส กับสไปค์ ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่มีใครทราบ “เหอะ ใครสนกัน มันคิดว่าเก่งมากรึไงที่มาบุกรังของฉันแบบนี้!” แวนกัสยังหัวร้อนไม่หาย หูขอเขายังอื้ออึงไม่ฟังคำของใครทั้งนั้นในตอนนี้ “ต้องสนสิ ตอนนี้คุณอาจจะสะใจที่ได้ระบายอารมณ์ออก แต่ถ้าคุณติดอีกรอบคุณก็ไม่สามารถปกป้องสิ่งที่อยากปกป้องได้แล้วนะ คิดดูสิว่าคุณติดคุกอีกกี่วัน และคุณฆ่าพวกมันแล้วมันจะเกิดใหม่ในอีกกี่ชั่วโมง เวลามันต่างกันนนะ กว่าคุณจะออกจากคุกมาอีกครั้งทุกอย่างมันก็คงจะสายไปเสียแล้ว....” ราชันย์แห่งไฟ หรือตัวผมเองได้พูดออกไปแบบนั้นเพื่อให้แวนกัสใจเย็นลงกว่านี้ และไม่ทำอะไรบ้าๆลงไปซะก่อน ตัวของแวนกัสเองก็เริ่มชะงักกับคำพูดของผมเล็กน้อย เมื่อเขาลองมาคิดๆดูแล้วก็จริงเหมือนอย่างที่ผมว่า อีกทั้งน้องสาวของเขา และพรรคพวกของเขาเองก็ไม่อยู่เฉยๆ ต่างพากันเข้ามาเกลี้ยกล่อมราชันย์สายฟ้าที่อารมณ์ยังไม่คงที่เช่นกัน แวนกัสค่อยผ่อนคลายตัวเองลงไปเรื่อยๆ เขาเริ่มคล้อยตามสิ่งโน้มน้าวรอบข้างแล้ว และตอนนี้เขายอมถอยไปก้าวหนึ่งตามคำเรียกร้องของพวกพ้อง แต่เขาต้องจัดการเรื่องนี้ให้จบลงแน่ไม่ว่าช้าก็เร็ว เพราะมันยังมีอีกหลายวิธีที่จะเล่นงานพวกมันได้ “แล้วจะให้ฉันปล่อยพวกมันไว้เฉยๆแบบนี้รึไง!?” แวนกัสถามผมกลับหลังจากที่เริ่มสงบลง “ใช่....แต่ว่า...ให้ผมจัดการได้ไหม?” ผมพูดด้วยสีหน้า และน้ำเสียงที่จริงจังกว่าที่เคย แม้ผมจะสวมหมวกปิดหน้าไว้มิดชิดก็ตาม แต่ก็ทำให้แวนกัสที่ชินกับผมตอนทำตัวขี้เล่นอยู่ด้วยกันเมื่อครั้งอยู่ในคุกพิเศษนั้นไม่ชินจนทำตัวไม่ถูกเอาเสียเลย “เดี๋ยวสิ แต่ว่าพวกมัน-......” แวนกัสพยายามจะห้ามผมแต่ผมพูดตัดบทเขาเสียก่อน “คุณไม่ต้องกลัวว่าจะเป็นหนี้ผมอีกหรอกนะ ผมก็มีเรื่องที่จะคุยกับชายคนนั้นอยู่เหมือนกัน!” พอพูดจบผมพลันหันหน้าไปคุยกับชายที่ได้ชื่อว่าเป็นราชันย์แห่งน้ำแข็งทันที “หืมๆ นี่คุณราชันย์แห่งไฟมีธุระอะไรกับกระผมงั้นหรือครับ?” สไปค์ยังพูดจายียวนกวนปราสาทเช่นเดิม แต่ผมหาได้สนใจไม่ “คุณคือราชันย์น้ำแข็งคนใหม่สินะ? ผมขอถามอะไรหน่อยสิ พวกคุณคงจะไม่ได้ใช้วิธีสกปรกชิงตำแหน่งนั้นมาจากเขาใช่ไหม?” “หืมๆ จู่ๆก็มาถามอะไรแบบนี้เนี่ย วิธีสกปรกงั้นหรอ? ผลลัพธ์ของสงครามมันมีแค่แพ้ กับชนะเท่านั้น จะวิธีไหนมันก็ไม่เกี่ยวหรอกน่า! แต่ว่านะ หน้าของมันตอนกำลังจะโดนฉันฆ่านั้นมันตลกเป็นบ้าเลย เสียงร้องขอให้อย่ายุ่งกับพรรคของมันนั้นน่ารำคาญจริงๆ ตัวเองจะตายอยู่แล้วยังมีเวลาไปห่วงคนอื่นอีก คนทำตัวน่าสมเพชแบบนั้นไม่สมควรจะเป็นราชันย์หรอก! ฮ่าๆ” สไปค์พูดเยาะเย้ยลีออนอย่างสนุกปาก แต่นั้นมันทำให้ผมนั้นเริ่มจะมีน้ำโหขึ้นมา “เพราะเขาเป็นคนแบบนั้นไง คนรอบข้างเลยเคารพ และรักเขามาก!” “เหอะ! ไร้สาระสิ้นดี นั่นมันคือจุดอ่อนต่างหาก! รู้อะไรมั้ยหลังจากที่มันตายพวกเราก็ไล่ฆ่าพันธมิตรของพวกมันอย่างหมูอย่างหมาที่ไม่ยอมภัคดีกับพวกเราจนหมดสิ้นเลย ฮ่าๆ พูดแล้วยังสะใจเป็นบ้า!” “หุบปากไปซะ! คุณลีออนเป็นคนหนึ่งที่ผมเคารพนับถืออย่างมาก แต่คุณกลับทำแบบนั้นเพื่อชิงเอาตำแหน่งมาจากเขางั้นหรือไง!?” เสียงของผมนั้นนิ่ง และเรียบจนน่ากลัวขึ้นไปเรื่อยๆ “ฮ่าๆ ก็แล้วยังไงล่ะ นายจะแก้แค้นแทนเขางั้นหรอ อย่าทำตัวเป็นเด็กหน่อยเลยน่า.....แต่ฉันว่าน้ำหน้าอย่างแกคงไม่ไหวมั้ง....เดี๋ยวนะ นี่แค่คลาส 8 เองงั้นหรอเนี่ย!! เป็นถึงราชันย์แท้ๆทำไมระดับน้อยแบบนี้เนี่ย น่าขันจริงๆ ฮ่าๆ........อะ-อัก-!.....” สไปค์หัวเราะร่าจนลืมดูศัตรูตรงหน้าของตัวเองไป ราชันย์ไฟหายไปจากระยะสายตาของเขาเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ พอรู้ตัวอีกทีเขาโดนเล่นงานไปเสียแล้ว ผมที่พึ่งหายไปจากจุดที่ยืนอยู่ด้วย Sonic ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวด้วยความไวสูง และผลจากการฝึกก็แสดงผลของมันแล้ว ผมเคลื่อนที่ไปโผล่ข้างหน้าของสไปค์ด้วยความเร็วที่แม้แต่ราชันย์อีกสองคนยังไม่สามารถมองตามทันได้ จากนั้นผมใช้มือของตัวเองทาบไปที่ใบหน้าของสไปค์ และกดลงไปกับพื้นดินเบื้องล่างด้วยความรุนแรงในระดับที่เขาไม่เคยได้พบเจอมันมาก่อนในชีวิตนี้อย่างแน่นอน “พูดมากน่ารำคาญ!!” ตู้ม.......!! ....

    คล้ายกับเรื่องKing - of - Element ที่คุณอ่าน