(ดรอปไม่เขียนต่อ)BEHEMOTH ราชันแห่งมอนเตอร์

    ตอนที่ 72 ความสนใจจากหลายๆฝ่าย

            ในเมืองหมิงหรู่ เมืองที่เต็มไปด้วยแสงไฟและความเคลื่อนไหวของผู้คน สถานที่ซึ่งเสียงสนทนาถูกส่งต่อกันตามถนนและตรอกซอกซอย ไม่ว่าจะเป็นในผับบาร์หรือร้านค้ามากมาย ผู้คนต่างพากันกล่าวถึงบุคคลหนึ่งที่กลายเป็นหัวข้อสนทนาแห่งยุค—ทันย่า ราชันสงครามแห่งสมาพันธ์โลก


            “เธอสวยเย้ายวนเหมือนนางมารร้าย...”


            “แค่เห็นแววตาก็ทำให้คนรู้สึกสั่นสะท้าน”


            เสียงของหญิงสาวในร้านน้ำชาดังขึ้น ขณะที่เธอพิงตัวบนโต๊ะพลางจิบชาอย่างสบายใจ


            “เธองดงามขนาดนั้นเชียวหรือ? ฉันได้ยินว่าเขาเป็นผู้ชายซะอีก ท่าทางแข็งแกร่งราวกับภูผา”


            อีกคนในกลุ่มถามพลางขมวดคิ้ว


            นัยน์ตาเองก็ดูนึกสงสัย เพราะมีคนน้อยมากที่ได้พบเจอกับทันย่าผู้นี้


            “เฮ้อ ไม่ใช่หรอก งั้นข้าจะบอกอะไรให้ละกัน”


            ชายวัยกลางคนที่นั่งใกล้กันถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม


            “ไม่ว่าเขาจะเป็นชายหรือหญิง ความแข็งแกร่งของทันย่าต่างหากที่ทำให้โลกต้องยอมรับ อย่าไปมองเพียงแค่รูปลักษณ์”


            “แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีอะไรบางอย่างในตัวเขาที่ทำให้ผู้คนหลงใหล!”


            หญิงสาวคนแรกยิ้มเจ้าเล่ห์


            “ไม่ว่าจะเป็นพลังหรือเสน่ห์ของเธอ...หรือเขา ฉันไม่เคยเห็นใครเหมือนทันย่ามาก่อน”


            เสียงสนทนาเงียบลงชั่วครู่ ก่อนที่ชายคนหนึ่งในกลุ่มจะกระซิบกระซาบ


            “ว่ากันว่าตอนนี้ในเมืองป้อมปราการแห่งหนึ่ง พวกผู้เฒ่าทหารกำลังวิตกกังวลกันอยู่ เพราะการขึ้นมาดำรงตำแหน่งราชันสงครามของทันย่า”


            “พวกเขากลัวเธอหรือ?


            หญิงสาวเลิกคิ้วถาม ชายคนนั้นส่ายหน้า จากนั้นก็เริ่มยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆ พลางพูดซุบซิบออกมาอยู่เล็กน้อย


            “ไม่ใช่กลัว! แต่ไม่รู้จะจัดการกับคนอย่างเขายังไงต่างหาก เขาเป็นคนที่ไม่มีใครคาดเดาได้”


            สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงแค่สถานที่แห่งเดียว เมืองหมิงหรู่เต็มไปด้วยการคาดเดาและคำถามที่ลอยวนไปทั่ว ทันย่ากลายเป็นสัญลักษณ์ของความลึกลับและอำนาจ ไม่ว่าจะในสายตาของชายหรือหญิง ทุกคนต่างเห็นพ้องกันในเรื่องเดียว—ทันย่าคือบุคคลที่ไม่มีใครจะมองข้ามได้


            ——


            แม้ค่าดัชนีพลังของทันย่าจะถูกวัดได้เพียงแค่ระดับ 1 ดาว ซึ่งเป็นค่าพื้นฐานที่ต่ำมากเมื่อเทียบกับนักสู้คนอื่นๆในระดับราชันสงคราม


            แต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนตกตะลึงอย่างแท้จริงคือ พลังจิตของทันย่า ซึ่งอยู่เหนือกว่าระดับพลังของเขาถึง 3 ขั้น หรือระดับ 4 ดาว


            การมีพลังจิตที่สูงขนาดนี้ในขณะที่พละกำลังทางกายภาพยังคงอยู่ในระดับเริ่มต้นนั้นนับว่าเป็นสิ่งที่หาได้ยากยิ่ง


            ผู้คนต่างพากันพูดถึงศักยภาพอันไร้ที่สิ้นสุดของทันย่า หลายคนในสมาพันธ์โลกเองก็อดไม่ได้ที่จะวิพากษ์วิจารณ์ และถกเถียงกันเกี่ยวกับการเติบโตของพลังของเขา ว่าจะนำพาเขาไปสู่จุดใด


            หลายฝ่ายเชื่อว่าพรสวรรค์ที่แฝงอยู่ภายในตัวทันย่าจะผลักดันให้เขาก้าวข้ามขีดจำกัดของนักสู้ทั่วไปได้อย่างรวดเร็ว


            “แค่พลังจิตของเขาก็สามารถบดบังพลังของนักสู้ระดับสูงหลายคนได้แล้ว”


            หนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้านพลังจิตในสมาพันธ์กล่าว


            “นี่ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นได้บ่อยๆในหมู่นักสู้พันธุกรรมทั่วไป แต่ทันย่าดูเหมือนจะมีพรสวรรค์ที่เหนือธรรมชาติมากอย่างถึงที่สุด”


            นักวิจัยและนักสู้พันธุกรรมหลายคนในสมาพันธ์โลกต่างเห็นพ้องกันว่าทันย่าเป็นบุคคลที่มี ศักยภาพแฝง พัฒนาไปสู่ระดับที่ยิ่งใหญ่กว่าได้


            “การที่เขามีพลังจิตสูงเกินกว่าค่าพลังระดับร่างกายของตัวเองถึง 3 ขั้น แสดงถึงความเชื่อมโยงที่ลึกซึ้งระหว่างจิตวิญญาณและพลังร่างกาย ซึ่งมีเพียงนักสู้พันธุกรรมไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถพัฒนาได้ในชีวิตของพวกเขา ไม่ใช่ซิ เผลอๆอาจไม่มีบุคคลเช่นนี้ปรากฏขึ้นมาอีก”


            “เขาอาจจะเริ่มจากระดับต่ำและช้ากว่าใครเพื่อน แต่ศักยภาพและพรสวรรค์นี้จะผลักดันให้เขาก้าวไกลกว่าคนทั่วไปในเวลาอันสั้น”


            อีกหนึ่งคนกล่าวด้วยความเคารพ


            การพูดคุยเหล่านี้ยิ่งเพิ่มความสนใจและความคาดหวังต่ออนาคตของทันย่า เขากลายเป็นจุดสนใจของนักสู้และนักวิจัยทั่วทั้งโลกมนุษย์ ทุกคนต่างเฝ้ารอดูว่าพลังที่แฝงอยู่ในตัวเขาจะปลดปล่อยออกมาในรูปแบบใด และเขาจะนำพาสมาพันธ์โลกไปสู่เส้นทางไหน


            ——


            อีกด้านบนยอดตึกสูงตระหง่านแห่งหนึ่ง ชายวัยกลางคนผู้มีเส้นผมสีแดงเข้มกำลังยืนอยู่ใกล้หน้าต่าง มือของเขาไพร่หลัง สายตาคมกริบจับจ้องไปยังทิวทัศน์เบื้องหน้า ภายในใจยังคงคิดถึงความมุ่งมั่นและแรงจูงใจของทันย่า


            “เด็กคนนี้...เขาไม่เลือกสำนักมังกร หรือองค์กรอื่นๆที่มีอำนาจล้นฟ้า”


            “แต่กลับเลือกสมาพันธ์โลก?”


            ชายผู้นั้นพึมพำกับตัวเอง น้ำเสียงของเขาแฝงความประหลาดใจและสนใจในตัวทันย่า ขณะที่เดินกลับไปที่โต๊ะ พลางหยิบแก้วน้ำขึ้นจิบช้าๆ

    เขารู้ดีว่าการเลือกสมาพันธ์โลกไม่ได้ง่าย การเข้าร่วมหมายถึงการยอมรับความท้าทายที่ใหญ่กว่าที่ใครจะเข้าใจ


            “หรือว่าเจ้าเห็นอะไรบางอย่างในสมาพันธ์โลกที่ข้าเองยังมองไม่เห็น...”


            ซวนหยวนพูดพลางยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะวางแก้วน้ำลงบนโต๊ะอย่างเบามือ


            ในเวลานั้นเสียงฝีเท้าเบาๆได้ดังขึ้นจากด้านหลัง ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาในห้องด้วยท่าทีนอบน้อม


            “ท่านผู้นำสูงสุดครับ มีรายงานเพิ่มเติมเกี่ยวกับทันย่าและการทดสอบของเขา!”


            ชายผมแดงหันมามองผู้มาใหม่ สายตายังคงแฝงความสงสัย


            “ทันย่ากำลังเตรียมตัวสำหรับการทดสอบแห่งตำนาน ดูเหมือนเขาจะไม่ต้องการอยู่ใต้คำสั่งของใครในสมาพันธ์โลกน่ะครับ”


            ซวนหยวนได้ยินแบบนั้นก็หัวเราะร่าออกมาเสียงดัง จากนั้นเขาก็ส่ายหน้าเล็กน้อย


            “เด็กคนนี้ไม่ธรรมดาจริง ๆ เขาไม่เพียงแค่ปฏิเสธองค์กรที่แข็งแกร่ง แต่ยังต้องการพิสูจน์ด้วยการทดสอบที่ไม่เคยมีใครกล้ารับมาก่อน!”


            น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความคาดหวัง เขารู้สึกถึงความตื่นเต้นเล็กๆในใจ การได้เห็นใครสักคนที่กล้าท้าทายทุกสิ่งแบบทันย่า ทำให้เขาอยากรู้ว่าอนาคตของเด็กคนนี้จะไปสิ้นสุดที่ตรงไหน


            ——


            เมื่อข่าวที่ทันย่าตัดสินใจเข้ารับการทลายพันธะแห่งราชันสงครามได้ถูกส่งไปยังสำนักงานใหญ่ บรรยากาศภายในองค์กรก็เต็มไปด้วยความตึงเครียดและการรอคอย


            ขณะที่ภายในห้องทำงานบนตึกสูงของสำนักงานใหญ่ มีชายชราร่างสูงโปร่งคนหนึ่งยืนเอามือไพล่หลัง จ้องมองออกไปทางนอกหน้าต่าง ราวกับกำลังครุ่นคิดบางอย่าง


            แสงอาทิตย์อ่อนๆส่องผ่านกระจกหน้าต่างใหญ่ลงมาสู่พื้นห้อง เผยให้เห็นเงาของชายชราที่แม้ดูสงบนิ่ง แต่ใบหน้ากลับแฝงไปด้วยความเฉียบขาด เขาคือหัวหน้าใหญ่ของสมาพันธ์โลก เทพแห่งสงคราม หลี่จิ้ง ผู้ที่ปกครองและควบคุมทุกความเคลื่อนไหวขององค์กรยักษ์ใหญ่แห่งนี้


            ชายชราพยักหน้าเล็กน้อยราวกับนึกถึงอะไรบางอย่าง


            “เด็กคนนี้เพิ่งปรากฏตัวขึ้นไม่กี่วัน แต่กลับสร้างความปั่นป่วนได้ถึงเพียงนี้?”


            เขาพูดเสียงแผ่วเบา แต่แฝงไปด้วยความสนใจในตัวทันย่า ดวงตาของเขาเป็นประกายแหลมคมเมื่อได้ยินว่าเด็กคนนี้ไม่เพียงแค่ปฏิเสธคำเชิญชวนจากหลายองค์กร แต่ยังเรียกร้องที่จะรับบททดสอบอันเป็นตำนานที่ไม่เคยมีใครกล้ารับมาก่อนในระยะหลัง


            “เขาอาจจะเป็นผู้เปลี่ยนแปลงสมดุลของอำนาจในสมาพันธ์...”


            ชายชรายิ้มออกมาเล็กน้อย รอยยิ้มของเขาเต็มไปด้วยความคาดหวัง เขาหันไปมองเอกสารรายงานที่กองอยู่บนโต๊ะ รายงานเกี่ยวกับตัวตนของทันย่าเต็มไปด้วยข้อมูลที่น่าประหลาดใจ


            ความสามารถและพลังที่เขาแสดงออกมาเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด


            ที่สำคัญ ชะตากรรมของเด็กคนนี้เลวร้ายมาก ไม่คิดเลยว่าในความสิ้นหวัง เขาจะปลุกยีนพันธุกรรมที่แข็งแกร่งเช่นนี้ขึ้นมาได้


            “ก๊อก!ก๊อก!ก๊อก!”


            ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ


            “เข้ามา!”


            ชายชรากล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่ก็ดูน่าเกรงขาม ชายหนุ่มในชุดทหารคนหนึ่งเปิดประตูเข้ามาพร้อมกับรายงานฉบับใหม่


            “ท่านครับ มีข่าวเกี่ยวกับทันย่าเพิ่มเติม เขาได้ยืนยันเข้ารับการทดสอบแล้ว”


            “และกลุ่มราชันสงครามกำลังจัดเตรียมการให้เป็นไปตามข้อกำหนด!”


            ชายชราพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยขึ้น


            “ดีมาก! จัดการเรื่องนี้ให้ดี ฉันอยากเห็นเด็กคนนี้จะไปได้ไกลแค่ไหน!”


            คำพูดของชายชราทำให้บรรยากาศในห้องนั้นเยือกเย็นลง ชายหนุ่มในชุดทหารรู้ดีว่าการที่เทพสงครามกล่าวเช่นนี้ จะมีเพียงผู้ที่แข็งแกร่งและน่าจับตามองอย่างแท้จริงเท่านั้นที่สามารถดึงดูดความสนใจจากเขา


            หลังจากที่ชายหนุ่มออกจากห้องไป ชายชราก็ยังคงยืนมองออกไปนอกหน้าต่าง จิตใจของเขากำลังวุ่นวายกับความคิดหลายอย่าง


            “ถ้าเด็กคนนี้รอดพ้นจากการทดสอบได้... ”


            “อนาคตของสมาพันธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล”


            เขาพึมพำกับตัวเอง ดวงตาของชายชราฉายแววราวกับมองเห็นอะไรบางอย่างที่ยิ่งใหญ่ในอนาคต ทันย่าอาจไม่ใช่แค่เด็กน้อยธรรมดา


            แต่เป็นบุคคลที่มีศักยภาพที่จะเปลี่ยนแปลงทุกอย่างในสมาพันธ์โลก และไม่แน่ว่าอำนาจและบัลลังก์ที่เขาครอบครองมาเป็นเวลานาน อาจถูกท้าทายโดยชายหนุ่มผู้มุ่งมั่นในเร็วๆนี้



            ...

            เฮ้อ สมาพันธ์ชิบหายหมดแน่ 555+