ในเมืองหมิงหรู่ เมืองที่เต็มไปด้วยแสงไฟและความเคลื่อนไหวของผู้คน สถานที่ซึ่งเสียงสนทนาถูกส่งต่อกันตามถนนและตรอกซอกซอย ไม่ว่าจะเป็นในผับบาร์หรือร้านค้ามากมาย ผู้คนต่างพากันกล่าวถึงบุคคลหนึ่งที่กลายเป็นหัวข้อสนทนาแห่งยุค—ทันย่า ราชันสงครามแห่งสมาพันธ์โลก
“เธอสวยเย้ายวนเหมือนนางมารร้าย...”
“แค่เห็นแววตาก็ทำให้คนรู้สึกสั่นสะท้าน”
เสียงของหญิงสาวในร้านน้ำชาดังขึ้น ขณะที่เธอพิงตัวบนโต๊ะพลางจิบชาอย่างสบายใจ
“เธองดงามขนาดนั้นเชียวหรือ? ฉันได้ยินว่าเขาเป็นผู้ชายซะอีก ท่าทางแข็งแกร่งราวกับภูผา”
อีกคนในกลุ่มถามพลางขมวดคิ้ว
นัยน์ตาเองก็ดูนึกสงสัย เพราะมีคนน้อยมากที่ได้พบเจอกับทันย่าผู้นี้
“เฮ้อ ไม่ใช่หรอก งั้นข้าจะบอกอะไรให้ละกัน”
ชายวัยกลางคนที่นั่งใกล้กันถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
“ไม่ว่าเขาจะเป็นชายหรือหญิง ความแข็งแกร่งของทันย่าต่างหากที่ทำให้โลกต้องยอมรับ อย่าไปมองเพียงแค่รูปลักษณ์”
“แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีอะไรบางอย่างในตัวเขาที่ทำให้ผู้คนหลงใหล!”
หญิงสาวคนแรกยิ้มเจ้าเล่ห์
“ไม่ว่าจะเป็นพลังหรือเสน่ห์ของเธอ...หรือเขา ฉันไม่เคยเห็นใครเหมือนทันย่ามาก่อน”
เสียงสนทนาเงียบลงชั่วครู่ ก่อนที่ชายคนหนึ่งในกลุ่มจะกระซิบกระซาบ
“ว่ากันว่าตอนนี้ในเมืองป้อมปราการแห่งหนึ่ง พวกผู้เฒ่าทหารกำลังวิตกกังวลกันอยู่ เพราะการขึ้นมาดำรงตำแหน่งราชันสงครามของทันย่า”
“พวกเขากลัวเธอหรือ?
หญิงสาวเลิกคิ้วถาม ชายคนนั้นส่ายหน้า จากนั้นก็เริ่มยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆ พลางพูดซุบซิบออกมาอยู่เล็กน้อย
“ไม่ใช่กลัว! แต่ไม่รู้จะจัดการกับคนอย่างเขายังไงต่างหาก เขาเป็นคนที่ไม่มีใครคาดเดาได้”
สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงแค่สถานที่แห่งเดียว เมืองหมิงหรู่เต็มไปด้วยการคาดเดาและคำถามที่ลอยวนไปทั่ว ทันย่ากลายเป็นสัญลักษณ์ของความลึกลับและอำนาจ ไม่ว่าจะในสายตาของชายหรือหญิง ทุกคนต่างเห็นพ้องกันในเรื่องเดียว—ทันย่าคือบุคคลที่ไม่มีใครจะมองข้ามได้
——
แม้ค่าดัชนีพลังของทันย่าจะถูกวัดได้เพียงแค่ระดับ 1 ดาว ซึ่งเป็นค่าพื้นฐานที่ต่ำมากเมื่อเทียบกับนักสู้คนอื่นๆในระดับราชันสงคราม
แต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนตกตะลึงอย่างแท้จริงคือ พลังจิตของทันย่า ซึ่งอยู่เหนือกว่าระดับพลังของเขาถึง 3 ขั้น หรือระดับ 4 ดาว
การมีพลังจิตที่สูงขนาดนี้ในขณะที่พละกำลังทางกายภาพยังคงอยู่ในระดับเริ่มต้นนั้นนับว่าเป็นสิ่งที่หาได้ยากยิ่ง
ผู้คนต่างพากันพูดถึงศักยภาพอันไร้ที่สิ้นสุดของทันย่า หลายคนในสมาพันธ์โลกเองก็อดไม่ได้ที่จะวิพากษ์วิจารณ์ และถกเถียงกันเกี่ยวกับการเติบโตของพลังของเขา ว่าจะนำพาเขาไปสู่จุดใด
หลายฝ่ายเชื่อว่าพรสวรรค์ที่แฝงอยู่ภายในตัวทันย่าจะผลักดันให้เขาก้าวข้ามขีดจำกัดของนักสู้ทั่วไปได้อย่างรวดเร็ว
“แค่พลังจิตของเขาก็สามารถบดบังพลังของนักสู้ระดับสูงหลายคนได้แล้ว”
หนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้านพลังจิตในสมาพันธ์กล่าว
“นี่ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นได้บ่อยๆในหมู่นักสู้พันธุกรรมทั่วไป แต่ทันย่าดูเหมือนจะมีพรสวรรค์ที่เหนือธรรมชาติมากอย่างถึงที่สุด”
นักวิจัยและนักสู้พันธุกรรมหลายคนในสมาพันธ์โลกต่างเห็นพ้องกันว่าทันย่าเป็นบุคคลที่มี ศักยภาพแฝง พัฒนาไปสู่ระดับที่ยิ่งใหญ่กว่าได้
“การที่เขามีพลังจิตสูงเกินกว่าค่าพลังระดับร่างกายของตัวเองถึง 3 ขั้น แสดงถึงความเชื่อมโยงที่ลึกซึ้งระหว่างจิตวิญญาณและพลังร่างกาย ซึ่งมีเพียงนักสู้พันธุกรรมไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถพัฒนาได้ในชีวิตของพวกเขา ไม่ใช่ซิ เผลอๆอาจไม่มีบุคคลเช่นนี้ปรากฏขึ้นมาอีก”
“เขาอาจจะเริ่มจากระดับต่ำและช้ากว่าใครเพื่อน แต่ศักยภาพและพรสวรรค์นี้จะผลักดันให้เขาก้าวไกลกว่าคนทั่วไปในเวลาอันสั้น”
อีกหนึ่งคนกล่าวด้วยความเคารพ
การพูดคุยเหล่านี้ยิ่งเพิ่มความสนใจและความคาดหวังต่ออนาคตของทันย่า เขากลายเป็นจุดสนใจของนักสู้และนักวิจัยทั่วทั้งโลกมนุษย์ ทุกคนต่างเฝ้ารอดูว่าพลังที่แฝงอยู่ในตัวเขาจะปลดปล่อยออกมาในรูปแบบใด และเขาจะนำพาสมาพันธ์โลกไปสู่เส้นทางไหน
——
อีกด้านบนยอดตึกสูงตระหง่านแห่งหนึ่ง ชายวัยกลางคนผู้มีเส้นผมสีแดงเข้มกำลังยืนอยู่ใกล้หน้าต่าง มือของเขาไพร่หลัง สายตาคมกริบจับจ้องไปยังทิวทัศน์เบื้องหน้า ภายในใจยังคงคิดถึงความมุ่งมั่นและแรงจูงใจของทันย่า
“เด็กคนนี้...เขาไม่เลือกสำนักมังกร หรือองค์กรอื่นๆที่มีอำนาจล้นฟ้า”
“แต่กลับเลือกสมาพันธ์โลก?”
ชายผู้นั้นพึมพำกับตัวเอง น้ำเสียงของเขาแฝงความประหลาดใจและสนใจในตัวทันย่า ขณะที่เดินกลับไปที่โต๊ะ พลางหยิบแก้วน้ำขึ้นจิบช้าๆ
เขารู้ดีว่าการเลือกสมาพันธ์โลกไม่ได้ง่าย การเข้าร่วมหมายถึงการยอมรับความท้าทายที่ใหญ่กว่าที่ใครจะเข้าใจ
“หรือว่าเจ้าเห็นอะไรบางอย่างในสมาพันธ์โลกที่ข้าเองยังมองไม่เห็น...”
ซวนหยวนพูดพลางยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะวางแก้วน้ำลงบนโต๊ะอย่างเบามือ
ในเวลานั้นเสียงฝีเท้าเบาๆได้ดังขึ้นจากด้านหลัง ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาในห้องด้วยท่าทีนอบน้อม
“ท่านผู้นำสูงสุดครับ มีรายงานเพิ่มเติมเกี่ยวกับทันย่าและการทดสอบของเขา!”
ชายผมแดงหันมามองผู้มาใหม่ สายตายังคงแฝงความสงสัย
“ทันย่ากำลังเตรียมตัวสำหรับการทดสอบแห่งตำนาน ดูเหมือนเขาจะไม่ต้องการอยู่ใต้คำสั่งของใครในสมาพันธ์โลกน่ะครับ”
ซวนหยวนได้ยินแบบนั้นก็หัวเราะร่าออกมาเสียงดัง จากนั้นเขาก็ส่ายหน้าเล็กน้อย
“เด็กคนนี้ไม่ธรรมดาจริง ๆ เขาไม่เพียงแค่ปฏิเสธองค์กรที่แข็งแกร่ง แต่ยังต้องการพิสูจน์ด้วยการทดสอบที่ไม่เคยมีใครกล้ารับมาก่อน!”
น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความคาดหวัง เขารู้สึกถึงความตื่นเต้นเล็กๆในใจ การได้เห็นใครสักคนที่กล้าท้าทายทุกสิ่งแบบทันย่า ทำให้เขาอยากรู้ว่าอนาคตของเด็กคนนี้จะไปสิ้นสุดที่ตรงไหน
——
เมื่อข่าวที่ทันย่าตัดสินใจเข้ารับการทลายพันธะแห่งราชันสงครามได้ถูกส่งไปยังสำนักงานใหญ่ บรรยากาศภายในองค์กรก็เต็มไปด้วยความตึงเครียดและการรอคอย
ขณะที่ภายในห้องทำงานบนตึกสูงของสำนักงานใหญ่ มีชายชราร่างสูงโปร่งคนหนึ่งยืนเอามือไพล่หลัง จ้องมองออกไปทางนอกหน้าต่าง ราวกับกำลังครุ่นคิดบางอย่าง
แสงอาทิตย์อ่อนๆส่องผ่านกระจกหน้าต่างใหญ่ลงมาสู่พื้นห้อง เผยให้เห็นเงาของชายชราที่แม้ดูสงบนิ่ง แต่ใบหน้ากลับแฝงไปด้วยความเฉียบขาด เขาคือหัวหน้าใหญ่ของสมาพันธ์โลก เทพแห่งสงคราม หลี่จิ้ง ผู้ที่ปกครองและควบคุมทุกความเคลื่อนไหวขององค์กรยักษ์ใหญ่แห่งนี้
ชายชราพยักหน้าเล็กน้อยราวกับนึกถึงอะไรบางอย่าง
“เด็กคนนี้เพิ่งปรากฏตัวขึ้นไม่กี่วัน แต่กลับสร้างความปั่นป่วนได้ถึงเพียงนี้?”
เขาพูดเสียงแผ่วเบา แต่แฝงไปด้วยความสนใจในตัวทันย่า ดวงตาของเขาเป็นประกายแหลมคมเมื่อได้ยินว่าเด็กคนนี้ไม่เพียงแค่ปฏิเสธคำเชิญชวนจากหลายองค์กร แต่ยังเรียกร้องที่จะรับบททดสอบอันเป็นตำนานที่ไม่เคยมีใครกล้ารับมาก่อนในระยะหลัง
“เขาอาจจะเป็นผู้เปลี่ยนแปลงสมดุลของอำนาจในสมาพันธ์...”
ชายชรายิ้มออกมาเล็กน้อย รอยยิ้มของเขาเต็มไปด้วยความคาดหวัง เขาหันไปมองเอกสารรายงานที่กองอยู่บนโต๊ะ รายงานเกี่ยวกับตัวตนของทันย่าเต็มไปด้วยข้อมูลที่น่าประหลาดใจ
ความสามารถและพลังที่เขาแสดงออกมาเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด
ที่สำคัญ ชะตากรรมของเด็กคนนี้เลวร้ายมาก ไม่คิดเลยว่าในความสิ้นหวัง เขาจะปลุกยีนพันธุกรรมที่แข็งแกร่งเช่นนี้ขึ้นมาได้
“ก๊อก!ก๊อก!ก๊อก!”
ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ
“เข้ามา!”
ชายชรากล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่ก็ดูน่าเกรงขาม ชายหนุ่มในชุดทหารคนหนึ่งเปิดประตูเข้ามาพร้อมกับรายงานฉบับใหม่
“ท่านครับ มีข่าวเกี่ยวกับทันย่าเพิ่มเติม เขาได้ยืนยันเข้ารับการทดสอบแล้ว”
“และกลุ่มราชันสงครามกำลังจัดเตรียมการให้เป็นไปตามข้อกำหนด!”
ชายชราพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยขึ้น
“ดีมาก! จัดการเรื่องนี้ให้ดี ฉันอยากเห็นเด็กคนนี้จะไปได้ไกลแค่ไหน!”
คำพูดของชายชราทำให้บรรยากาศในห้องนั้นเยือกเย็นลง ชายหนุ่มในชุดทหารรู้ดีว่าการที่เทพสงครามกล่าวเช่นนี้ จะมีเพียงผู้ที่แข็งแกร่งและน่าจับตามองอย่างแท้จริงเท่านั้นที่สามารถดึงดูดความสนใจจากเขา
หลังจากที่ชายหนุ่มออกจากห้องไป ชายชราก็ยังคงยืนมองออกไปนอกหน้าต่าง จิตใจของเขากำลังวุ่นวายกับความคิดหลายอย่าง
“ถ้าเด็กคนนี้รอดพ้นจากการทดสอบได้... ”
“อนาคตของสมาพันธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล”
เขาพึมพำกับตัวเอง ดวงตาของชายชราฉายแววราวกับมองเห็นอะไรบางอย่างที่ยิ่งใหญ่ในอนาคต ทันย่าอาจไม่ใช่แค่เด็กน้อยธรรมดา
แต่เป็นบุคคลที่มีศักยภาพที่จะเปลี่ยนแปลงทุกอย่างในสมาพันธ์โลก และไม่แน่ว่าอำนาจและบัลลังก์ที่เขาครอบครองมาเป็นเวลานาน อาจถูกท้าทายโดยชายหนุ่มผู้มุ่งมั่นในเร็วๆนี้
...
เฮ้อ สมาพันธ์ชิบหายหมดแน่ 555+