โหมดความยากระดับนรก: ผมจะอยู่รอดด้วยการอัปเลเวล

    บทที่ 28 หนึ่งรุมสอง

    บทที่ 28 หนึ่งรุมสอง

     

     

     

    หลังจากผมบดขยี้ก๊อบลินวอริเออร์จนจมกองเลือดและเดินกลับมายังจุดเดิมโชอี้ก็ทรุดฮวบลงกับพื้นพอดี สภาพของเธอประดูไม่ได้เลยเลือดกำเดาไหลอาบจนเปื้อนไปถึงคอเสื้อ

     

    “ฉัน... ฉันไม่ไหวแล้ว...”

     

    เสียงของเธอสั่นพร่าและขาดห้วงทันทีที่สมาธิของเธอหลุดลอยฝูงก๊อบลินที่เคยถูกบงการให้เมินเฉยต่อพวกเราก็เริ่มชะงัก พวกมันหันมองไปรอบๆอย่างสับสน คล้ายกำลังพยายามประมวลผลว่าเพื่อนพ้องของพวกมันหายไปไหนหมด

     

    ผมจ้องมองโชอี้ด้วยสายตาเย็นชาดูเหมือนนี่จะเป็นขีดจำกัดที่เธอจะเค้นออกมาให้ผมได้แล้ว

     

    ผมเบือนหน้าไปมองที่ตู้ขบวนรถไฟก่อนตะโกนออกไป

     

    “เฮ้!”

     

    เสียงของผมดังกังวานสะท้อนไปทั่วพื้นที่โล่งมันดังผิดปกติ และบิดเบี้ยวเล็กน้อยจนชวนให้ขนลุกทั้งหมดนี้เป็นผลจากการที่ผมจงใจอัดมานาเข้าไปที่ลำคอและเส้นเสียงเพื่อขยายอำนาจการขู่ขวัญ

     

    “พวกนายทุกคนมีเวลา 10 วินาทีถ้ายังมุดหัวอยู่ข้างในและไม่ยอมออกมาสู้หลังจากหมดเวลา...พวกเราจะทิ้งพวกนายไว้ที่นี่!”

     

    น้ำเสียงของผมเย็นเยียบดุจน้ำแข็งและผมหมายความตามที่พูดทุกคำ ไม่มีการล้อเล่น ไม่มีการผ่อนปรน

     

    “คุณทำแบบนั้นไม่ได้นะ...”

     

    โชอี้เค้นเสียงออกมาพลางใช้แขนที่สั่นเทายันกายเพื่อเงยหน้ามองผมแต่เธอไม่ได้ใช้ทักษะบงการกับผม เพราะเธอรู้ดีว่าหากทำเช่นนั้น มันจะกลายเป็นจุดจบ...

     

    ผมจะทิ้งน้องสาวของเธอและผู้โดยสารทุกคนไว้ข้างหลังทันทีหากผมสัมผัสได้แม้เพียงเศษเสี้ยวของมานาที่พยายามจะล้ำเส้นเข้ามาในสมองของผม

     

    ครั้งนี้ผมจะเป็นคนตัดสินใจเองและถ้าผมจะพาตัวเองไปเสี่ยงนั่นเป็นเพราะผมมั่นใจว่าผมจะรอดกลับมาพร้อมผลประโยชน์ที่คุ้มค่าเท่านั้น

     

    ฝูงก็อบลินเริ่มแผดเสียง และสูดดมกลิ่นก่อนจะค่อยๆ หันมาตามต้นเสียงของผมเป็นตาเดียว ต่อให้พวกมันกรูเข้ามาตอนนี้ผมก็มั่นใจว่าตัวเองหนีเอาตัวรอดได้สบายๆ

     

    แต่ถ้าคนพวกนั้นไม่ยอมสู้ออกมาผมก็จะไป... ผมจะไม่เอาชีวิตไปทิ้งเพื่อพวกที่เอาแต่นั่งงอมืองอเท้าเด็ดขาด

     

    “ห้า...”

     

    เสียงของผมดังกังวานกดดันบรรยากาศพวกก็อบลินเริ่มเคลื่อนที่เข้าหาเราช้าๆ เลิกสนใจตู้ขบวน และผู้โดยสารข้างในไปชั่วขณะ

     

    “สี่!”

     

    ก็อบลิน วอริเออร์ สองตัวคอยใช้หอกทิ่มแทงและผลักพวกตัวเล็กๆ เพื่อกระตุ้นให้พวกมันก้าวร้าวขึ้น

     

    “สาม!”

     

    หนึ่งใน ก็อบลิน วอริเออร์ ที่นำหน้ามาคือเลเวล6 มันถือมีดสั้นไว้ในมือทั้งสองข้างด้วยท่าทางคล่องแคล่ว ส่วนอีกตัวคือเลเวล 5ที่กระชับหอกในมือแน่น

     

    “สอง!”

     

    พวกมันหันหลังให้กับตู้ขบวนรถไฟ และเดินมาได้ครึ่งทางแล้วพวกมันทิ้งศพที่ถูกรุมแทะจนแหว่งไว้เบื้องหลังอย่างน่าเวทนา

     

    “หนึ่ง!”

     

    ในขณะที่ผมเค้นเสียงสุดท้ายออกมาผมรู้สึกถึงการไหลเวียนของมานาที่นุ่มนวลและทรงพลังขึ้นเรื่อยๆ

     

    [การควบคุมมานา เลเวล 3> เลเวล 4]

     

    เคร้ง!

     

    ประตูตู้ขบวนรถไฟถูกผลักเปิดออกชายวัยกลางคนที่ชื่อจาค็อบวิ่งพรวดออกมาพลางกวัดแกว่งขวานในมือแม้เสียงตะโกนของเขาจะสั่นเครือด้วยความกลัว แต่เขาก็ยอมก้าวออกมาสู้

     

    คนอื่นๆ อีกสองสามคนรีบตามออกมาสมทบทันทีทำให้ก๊อบลินบางตัวต้องหันกลับไปรับมือกับเหยื่อที่ยอมออกจากที่ซ่อน

     

    แวบหนึ่ง ความคิดที่จะหนีแล่นเข้ามาในหัวผม...

     

    ในขณะที่พวกนั้นกำลังดึงความสนใจของก๊อบลินไว้ผมจะมีเวลาเหลือเฟือที่จะพาคนของผมหนีไปโดยไม่มีตัวอะไรตามล่า

     

    แต่คนเราควรจะหนีก็ต่อเมื่อมั่นใจว่าไม่มีทางชนะเท่านั้นหากเป็นก่อนหน้านี้ผมคงไม่อยู่รอแล้ว แต่วินาทีนี้... ในฐานะเลเวล 5ผมกลับรู้สึกว่าพวกมันไม่ใช่เพชฌฆาต แต่เป็นเพียงเหยื่อที่รอให้ผมขย้ำเท่านั้น

     

    ผมก้าวเข้าหาพวกก็อบลินที่กำลังพุ่งเข้ามาแล้วจมดิ่งเข้าสู่สมาธิ ทันที เสียงรบกวนรอบข้างถูกกรองทิ้งไปจนสิ้น สีสันของโลกดูจืดจางลงแต่สีเข้มของเลือดและแสงเหนือที่สาดส่องบนท้องฟ้าสีน้ำหมึกกลับเด่นชัดขึ้นมาอย่างน่าประหลาด

     

    “โชอี้ ดึงความสนใจของพวกก็อบลิน วอริเออร์มาที่ผม!”

     

    ผมคำรามสั่งเสียงเฉียบพลันสถานการณ์ตรงหน้าบีบคั้นเกินกว่าจะใจเย็นได้ ผมเห็นรูปการสู้ของคนพวกนั้นแล้วไม่มีใครรับมือพวกเลเวลสูงไหวแน่โดยเฉพาะถ้าพวกมันรวมหัวกันรุมทึ้งพร้อมกับลูกสมุน

     

    “เทส เธออยู่ตรงนี้ คอยสนับสนุนระยะไกลใช้หอกที่เก็บได้จากศพพวกมันนั่นแหละ!”

     

    พวกมอนสเตอร์ผิวเขียวใกล้เข้ามาจนได้กลิ่นสาบน่าขยะแขยงของพวกมัน

     

    “เควินนายไปคุมแนวหน้าร่วมกับลีออนและแฮดวิน ให้มายาคอยหนุนหลังไว้!”

     

    ในวินาทีที่ความตายคืบคลานเข้ามาจิตใจของผมกลับสงบนิ่งได้อย่างน่าประหลาด ก็อบลินประมาณสิบสองตัวพุ่งตรงมาทางนี้ขณะที่อีกห้าตัวกำลังรุมโจมตีผู้โดยสารคนอื่นอย่างบ้าคลั่ง

     

    ขณะที่พวกนักรบก็อบลินมัวแต่ตั้งท่าคุมเชิงอยู่แนวหลังผมก็ชิงจังหวะเปิดฉากก่อนทันที มานาในร่างถูกอัดฉีดลงสู่เรียวขาจนกล้ามเนื้อปูดโปน

     

    ผมถีบส่งตัวพุ่งออกไปสุดแรงจนเศษดินกระจายทะลวงเข้าใส่ฝูงก็อบลิน เลเวล 2 และ 3 ที่ขวางหน้าอย่างไม่ลังเล

     

    ผมเหวี่ยงกระบองในมือสุดแรงหัวของก็อบลินตัวแรกระเบิดเละเป็นน้ำแตงโม

     

    [คุณสังหารก็อบลิน เลเวล 3 สำเร็จ]

     

    ผมตวัดกระบองต่อเนื่องโดยไม่หยุดพักอีกตัวก็ตายลงทันที

     

    [คุณสังหารก็อบลิน เลเวล 2 สำเร็จ]

     

    พวกมันพยายามจะล้อมกรอบผมแต่ผมทิ้งน้ำหนักลงที่เท้าแล้วสปริงตัวกระโดดข้ามหัวพวกมันไปดื้อๆในขณะที่ยังคงความเร็วในการวิ่งไว้ได้

     

    มีก็อบลินสองตัวหันมามองด้วยความตกตะลึงที่เห็นผมโผล่มาข้างหลังแบบไม่ทันตั้งตัวผมไม่รอช้ารีบจัดการเผด็จศึกทันที

     

    [คุณสังหารก็อบลิน เลเวล 2 สำเร็จ]

     

    [คุณสังหารก็อบลิน เลเวล 2 สำเร็จ]

     

    ตอนนี้ผมยืนประจันหน้ากับก็อบลินวอริเออร์ สองตัว แล้ว

     

    คลื่นมานาจากโชอี้ซัดผ่านตัวผมไปหาพวกก็อบลินลูกสมุนทำให้พวกมันเมินผมแล้วกรูกันไปหาเหยื่อกลุ่มใหญ่ด้านหลังแทน... พวกนั้นมีกันหกคนก็ขอให้โชคดีละกันนะ

     

    มานาในกายผมพลุ่งพล่านสมาธิจดจ่อจนถึงขีดสุด

     

    [สมาธิ เลเวล 3 > สมาธิ เลเวล 4]

     

    ผมผ่อนลมหายใจออกช้าๆโลกที่เคยโกลาหลพลันเงียบสงัดลงจนเหลือเพียงเป้าหมายสองตัวตรงหน้า

     

    ผมสูดลมหายใจเข้าลึกบิดไหล่จนกระดูกลั่นเปรี๊ยะมานาปะทุออกจากฝ่าเท้าจนสัมผัสได้ถึงแรงสะท้อนจากผืนดินเบื้องล่าง

     

    ก๊อบลิน วอริเออร์ เลเวล 6พุ่งเข้าใส่ผมทันที มีดสั้นในมือทั้งสองเล่มหมายจะปักเข้ากลางอก

     

    ก่อนที่คมมีดจะถึงตัว ผมพุ่งสวนกลับไปโดยเหวี่ยงกระบองสุดแรงหมายจะเอาชีวิตแต่มันรวดเร็วพอจะดึงมีดกลับมากันแรงปะทะไว้ได้ในวินาทีสุดท้าย

     

    แรงกระแทกมหาศาลส่งร่างของมันเซถอยไปผมรีบก้าวถอยฉากเพื่อรักษาระยะแรงกดจากการหักเหความเร็วฉับพลันทำเอาข้อเท้าเจ็บแปลบขึ้นมา

     

    และในจังหวะนั้นเอง หอกของ วอริเออร์เลเวล 5 อีกตัวก็พุ่งเฉียดศีรษะผมไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด!

     

    จังหวะที่เหวี่ยงตัวหลบผมเปลี่ยนมากุมกระบองด้วยมือขวาเพียงข้างเดียว ส่วนมือซ้ายกระชับมีดสั้นไว้มั่นผมอัดมานาเข้าสู่ร่างกายจนกล้ามเนื้อหัวไหล่และเอวเริ่มฉีกขาดจากการบิดตัวด้วยความเร็วเหนือมนุษย์

     

    ผมจ้วงแทงมีดสวนกลับไปที่ตาซ้ายของเจ้าตัวถือหอกมันพยายามจะหลบแต่ติดแรงเฉื่อยจากการแทงหอกของตัวเองทำให้ใบมีดของผมกรีดผ่านใบหน้าของมันจนเลือดสาดกระเซ็น

     

    ที่หางตาผมเห็นก๊อบลินเลเวล 6พุ่งเข้ามาอีกระลอกพร้อมจ้วงมีดสั้นใส่ผมจึงกระโดดเบี่ยงออกข้างแล้วยื่นมือไปคว้าคอเจ้าตัวถือหอกเหวี่ยงร่างของมันมาเป็นโล่มนุษย์คั่นกลางไว้พอดีกับที่เจ้าเลเวล 6แทงมีดสวนเข้ามาด้วยความเร็วที่หยุดไม่ได้

     

    มีดสั้นปักพรวดเข้าไปในร่างของก๊อบลินเลเวล5 ทันที!

     

    เสียงคำรามด้วยความเจ็บปวดสาหัสดังขึ้นเมื่อมีดปักเข้าจุดสำคัญผมไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดมือ สะบัดมีดสั้นปาดคอหอยเจ้าเลเวล 5ซ้ำเป็นทางยาวจนเลือดทะลักออกมาราวกับเขื่อนแตก

     

    เจ้าเลเวล 6 ดูจะไม่ใส่ใจการบาดเจ็บของเพื่อนแม้แต่น้อยมันคำรามอย่างรำคาญพลางพยายามกระชากมีดออกจากตัวเพื่อนมัน แต่ก่อนที่มันจะทำสำเร็จผมก็เหวี่ยงกระบองใส่หัวมันสุดแรง

     

    แต่เจ้าก๊อบลินตัวนี้รวดเร็วสมกับที่เป็นเลเวล6 จริงๆ มันก้มหลบได้อย่างหวุดหวิด และชักอาวุธออกมาได้สำเร็จ

     

    ในจังหวะที่มันเสียหลักจากการกระชากมีดผมอาศัยแรงส่งนั้นบิดตัวเตะเข้าที่ใบหน้าของมันเต็มแข้ง ความเจ็บปวดแล่นพล่านขึ้นมาหาผมจนรู้สึกเหมือนกระดูกหน้าแข้งร้าวไปแล้ว แต่มันก็คุ้มค่าเพราะร่างของมันกระเด็นหงายหลังไป

     

    ผมกัดฟันทนความเจ็บปวดใช้สมาธิกรองความรู้สึกเหล่านั้นออกไป ก่อนจะเค้นมานาออกมาแล้วพุ่งเข้าหาเจ้าเลเวล6 ที่กำลังเสียหลักทันที

     

    กระบองของผมกระแทกเข้าที่มือของมันจนมีดสั้นร่วงลงพื้นไปเล่มหนึ่งมันถลาเข้าหาผมด้วยสัญชาตญาณสัตว์ร้ายที่จนตรอก ผมจึงใช้หมัดเสยคางมันกลับไปสุดแรงแลกกับการถูกกรีดเป็นทางยาวที่มือซ้ายจนกล้ามเนื้อฉีกขาด!

     

    เจ้าก็อบลินโซเซไปเล็กน้อยและในจังหวะนั้น หอกเล่มหนึ่งพุ่งมาจากความว่างเปล่าเสียบทะลุมือขวาของมันจนปักติดพื้น!

     

    โจมตีได้สวยมาก เทส!

     

    เมื่อมีดเล่มสุดท้ายของเจ้าก๊อบลินร่วงหล่นลงบนพื้นผมก็ถีบส่งร่างของมันไป จนล้มคว่ำทั้งที่มีหอกปักมืออยู่ ผมไม่รอช้าเงื้อกระบองฟาดลงไปด้านล่างด้วยมานาทั้งหมดที่มีจนกล้ามเนื้อปวดร้าวแทบระเบิด

     

    ใบหน้าของมันบิดเบี้ยวผิดรูปภายใต้แรงกระแทกผมฟาดซ้ำลงไปที่เดิมครั้งแล้วครั้งเล่า ขาของมันกระตุกไม่หยุดพร้อมฟองเลือดที่ทะลักออกมาจากปาก

     

    [คุณสังหารก็อบลิน วอริเออร์ เลเวล 6 สำเร็จ]

     

    ผมหันกลับไปหาก๊อบลินเลเวล 5 ที่โดนปาดคอไป ดูเหมือนมันจะอึดใช้ได้ โดนไปขนาดนั้นแล้วยังไม่ตายผมเดินเข้าไปหามันอย่างช้าๆ และปิดบัญชีมันด้วยการฟาดกะโหลกซ้ำๆ

     

    [คุณสังหารนักรบก็อบลิน เลเวล 5 สำเร็จ]

     

    [เลเวล 5 > เลเวล6]

     

    เมื่อการแจ้งเตือนปรากฏขึ้นผมก็ทุ่มแต้มสถานะทั้งหมดลงไปที่ค่ามานาทันที ในวินาทีนั้นเองกระแสพลังอันเข้มข้นก็เริ่มเอ่อล้นขึ้นมาอีกครั้งจนผมอดไม่ได้ที่จะเหยียดยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ

     

    หลังจากจัดการกับค่าสถานะเรียบร้อยผมก็ตวัดสายตากลับไปมองทางตู้ขบวนรถไฟ ตอนนี้เหลือพวกก๊อบลินที่ยังมีชีวิตอยู่อีกเพียงไม่กี่ตัวเท่านั้น...

     

    ผมกระชับด้ามกระบองในมือจนแน่นสัมผัสได้ถึงมานาที่ไหลเวียนพลุ่งพล่านราวกับน้ำเดือด

     

    ได้เวลาจบเรื่องนี้เสียที

     

     

    คล้ายกับเรื่องโหมดความยากระดับนรก: ผมจะอยู่รอดด้วยการอัปเลเวล ที่คุณอ่าน