Fallen paradise

    #48 อาณาจักรภูลิอัน/โอเปอเรชั่นภูเขาทมิฬ

    ณ กลางเวหาในสมรภูมิกลางอากาศกำลังดุเดือดและโกลาหลมากยิ่งกว่าบนพื้นดินกองยานคลาสต่างๆตอนนี้กำลังสยิงใส่กันแบบไม่มีการกั๊กอาวุธ ปืนใหญ่ที่แต่เดิมถูกบำรุงรักษาอย่างเดียวในอดีตช่างขัดกับตอนนี้ที่พวกเขายิงราวกับอยากให้มันออกมาทีละหลายๆลูกในเวลาเดียวกันที่กองยานของอาณาจักรภูลิอันในตอนนี้ยานคลาส Destroyer สามลำกำลังพยายามที่จะปิดล้อมยานธงของอาณาจักรก็อบลินแต่พวกเขาก็ต้องถูกสกัดโดยยานคลาส Aviation Battleship สองลำที่เป็นเหมือนกำแพงเหล็กที่ไม่ให้ศัตรูผ่านไปได้ลอยลำขวางกั้นในตอนนี้กองยานของแต่ละอาณาจักรภูลิอันได้เปิดใช้งานเตาปฏิกรณ์พลังงานก่อกำเนิดเตาที่สองและเปิดใช้งานระบบ Dual Reactor core engine ซึ่งระบบนี้จะทำให้ยานของพวกเขาทรงพลังมากยิ่งขึ้นไปอีกทั้งพลังการยิง เกราะพลังงานและการเคลื่อนที่และยังสามารถเปิดใช้งานจั๊มไดร์ทำให้สามารถเคลื่อนย้ายยานในระยะสั้น(Blink)ได้สองจังหวะและระยะเวลาฟื้นฟูพลังงานคือห้านาทีจึงจะสามารถใช้อีกครั้งได้แต่กองยานของก็อบลินก็เปิดเผยไพ่ตายเหมือนกันด้วยระบบ Overdrive มันสามารถปลดปล่อยพลังงานได้อีก 1.5 เท่าของปกติโดยที่ระบบนี้ยังสามารถติดตั้งให้กับยานขนาดเล็กอย่าง Type fighter SmG แต่การที่เปิดใช้ไปนานกว่า 1 ชั่วโมงจะทำให้เตาปฏิกรณ์เสื่อมสภาพอย่างรวดเร็วและรังสี Lumon ที่ใช้ในการรักษาขอบนอกของเตาปฏิกรณ์จะแพร่กระจายออกมาและคร่าชีวิตของ pilot คนนั้นได้ในเวลาไม่ถึง 3 วินาที ตอนนี้ยาน Destroyer ได้ใช้ Blink ถอยออกมารวมกลุ่มกับยานธงแล้วตอนนี้ยานทั้งสี่ลำของอาณาจักรภูลิอันได้ต่อสู่อย่างหนักหน่วงกับกองยานของอาณาจักรก็อบลินที่มีมากกว่าพวกเขาสองเท่าแต่ด้วยการใช้งานของกลยุทธ  Blink และเนื่องด้วยยานของข้าศึกเป็นแบบผลิตจำนวนมากทำให้พวกเขาสามารถเห็นจุดอ่อนได้อย่างไม่ยากเย็นนักทั้งหมดนี้ทำให้พวกเขาสามารถจมยานของอีกฝ่ายได้อย่างรวดเร็วจนกองยานของอีกฝ่ายเหลือเพียงยานธงและยานคลาส Aviation Battleship สองลำเท่านั้น   ขณะที่ศึกของยานรบขนาดใหญ่ดูเหมือนจะกินกันไม่ลงศึกของยานขนาดเล็กนั้นก็กำลังดุเดือดด้วยการที่ยานรบขนาดเล็กนั้นไม่สามารถเจาะการป้องกันของยานรบขนาดใหญ่ได้แต่พวกเขาสามารถขนขีปนาวุธที่จะสามารถสลายการป้องกันและสามารถสร้างความเสียหายให้กับยานรบขนาดใหญ่แต่ก็ไม่สามารถจมยานรบขนาดใหญ่ได้ ในตอนนี้นาวาอากาศเอกจอร์น สมิทได้นำฝูงบินของเขาตีฝ่าเข้าแนวรับของข้าศึกอย่างกล้าหาญ จากจุดเริ่มต้นพวกเขามีห้าร้อยฝูงบินและข้าศึกมีฝูงบินเกือบ 800 ฝูงบินและด้วยฝีมือที่เหนือชั้นกว่าและกลยุทธทำให้พวกเขาสามารถทำลายฝูงบินข้าศึกได้เกินกว่าครึ่งแต่ก็ต้องแลกมากับเกือบราคาที่แสนแพง ด้วยการเสียสละของ pilot ระดับ C ผู้กล้าหาญกว่า 2000 นายเพื่อใช้กลยุทธคลื่นทะเลที่จะทะลวงแนวรับข้าศึกและเลี้ยวรอบเพื่อให้ข้าศึกส่วนหน้าถูกตัดขาดจากแนวหลังด้วยการเสียสละก็ทำให้สามารถแหวกกองกลางของทัพข้าศึกและทำลายส่วนหน้าได้ในที่สุดแต่หลังจากนั้นข้าศึกคงถูกทำลายกว่า 80% เป็นแน่ถ้าพวกเขาไม่ได้ตัดสินใจใช้งาน Overdrive ซะก่อนหลังจากนั้นไม่นานก็มีคำสั่งให้ใช้งาน HUVA Link ที่จะทำให้พวกเขาเชื่อมต่อกับ AI ประจำยานของพวกเขาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบินขึ้นไปอีกระดับโดยระบบ HUVA Link จะถูกใช้งานหลังจากที่ pilot และ AI มีความสัมพันธ์เกินกว่าระดับ B ขึ้นไปโดยที่ความสัมพันธ์นี้จะเริ่มตั้งแต่ pilot สามารถสอบใบรับรองระดับ F ที่ต่ำที่สุดหลังจากผ่านการสอบอันหฤโหดมาได้ pilot จะได้รับใบอนุญาติและ AI ประจำตัวของพวกเขาซึ่ง AI จะเริ่มเรียนรู้ลักษณะนิสัยของ pilot และปรับแต่งเพื่อให้เข้ากับตัวของ pilot มากขึ้นเรื่อยๆจนในที่สุด AI จะตอบสนองต่อ pilot ได้อย่างรวดเร็วเสมือนเป็นพี่น้องที่คลานตามกันมาจากท้องแม่อย่างไรอย่างนั้น   หลังจากที่นาวาอากาศเอกจอร์น สมิทได้เปิดใช้งาน HUVA Link เขาก็ตัดสินใจพุ่งเข้าใส่ฝูงยานขับไล่ของข้าศึกทันทีในตอนนี้ การถ่ายโอนข้อมูล การวิเคราะห์และการตอบสนองได้ถูกดึงขึ้นสู่จุดสูงสุดทำให้การควบคุมยานของเขามีความรวดเร็วอย่างมากโดยที่เมื่อมีชุดข้อมูลเข้ามาจะถูกประมวลผลและตอบสนองในเวลาไม่ถึง 0.2 วินาทีส่งผลให้ยานรบของเขาสามารถหลบหลีกลำแสงได้ครอบคลุม 360 องศา เมื่อยานของเขาทะลวงผ่านแนวหน้าได้แล้วเขาก็หันหัวยานแล้วยิงลำแสงที่ถูกชาร์จเอาไว้เข้าใส่ยานรบของศัตรูในการยิงครั้งนี้เขาสามารถทำลายยานรบศัตรูได้นับสิบลำ