“หึ เช่นนั้นพวกเจ้าก็ส่งของทั้งหมดมา” หัวหน้าโจรเอ่ยเสียงดังพร้อมกับชี้กระบี่มาด้านหน้าซานหลง
“หืม ทำไมข้าต้องส่งให้พวกเจ้าด้วยล่ะ” ซานหลงที่ได้ยินดังนั้นจึงถามกลับไปด้วยน้ำเสียงชวนสงสัยและกวนอารมณ์ฝั่งตรงข้าม
“ปากดีนัก จัดการเลยมั้ยหัวหน้า” หนึ่งในลูกน้องโจรที่โดนซานหลงยั่วโมโห ทำท่าจะเข้ามา
“ยังก่อน ข้าอยากจะรู้นักว่ามันจะใจเย็นไปได้ถึงเมื่อใด พวกเจ้าไปจับบุตรสาวมันลงมา”
“ขอรับหัวหน้า” หลังจากนั้นลูกน้องคนเดิมที่ทำท่าจะเข้าไปทำร้ายซานหลงก็ได้อาสาเข้าไปจับตัวจินเออร์ทันที
เพียงแต่ยังไม่ทันจะได้ก้าวเดินเข้ามา ชิ้นส่วนของร่างกายมนุษย์กลับลอยออกไปต่อหน้าสมาชิกที่กำลังตามหลังพวกมันทันที แม้แต่เสียงกรีดร้องยังไม่สามารถทำได้
“ถอยออกมาแกทำอะไรกับลูกน้องข้า พวกเราจัดการมันซะ” หัวหน้าโจรที่ ลูกน้องโดนฆ่าต่อหน้าทั้งๆ ที่ยังไม่ได้ทำอันใดเลยถึงกับหน้าขึ้นสีเลือดทันที
“เฮ้ จัดการพวกมันให้หมด”
“ชึก เคร้ง เคร้ง ชึก”
เสียงกระบี่ฟาดฟันกันด้านนอก ยังคงดังอย่างต่อเนื่อง ทว่าช่วงที่กำลังต่อสู้นั้นหลงซานได้โดนลอบทำร้ายจากด้านหลัง เพียงแต่เป่ยจินที่กำลังนั่งดูสถานการณ์อยู่นั้นได้ใช้พลังของตนเองช่วยเอาไว้ได้ทันท่วงที ทำให้หลงซานไม่เกิดบาดแผลใดๆ
“อั่ก ก ….”
“ฟื้ว เคร้ง สวบ”
หลังจากที่หัวหน้าโจรสั่งลุย เหล่าลูกน้องต่างกรูกันเข้าไปทำร้ายซานหลงและคนในรถ เป่ยจินที่กำลังนั่งฟังสถานการณ์อยู่ตลอดเวลาพร้อมกับท่านตาในรถม้า เมื่อเห็นว่าซานหลงกำลังสนุกที่ได้แสดงวิชานั้นจึงนั่งรออย่างเงียบๆ พร้อมกับชวนท่านตาสนทนาไปด้วยพลางๆ เพื่อรอสถานการณ์สงบลง
“พะ…พวกเจ้า มีพลังปราณ”
“อืม ข้าจำเป็นต้องบอกพวกเจ้าด้วยงั้นหรือ”
“เจ้า พวกเราถอย พวกมันมิใช่คนธรรมดา”
“อ๊ากกกก”
“คิดว่าจะหนีไปได้ง่ายๆ เช่นนั้นหรือ” หลงซานจัดการแช่แข็งคนที่กำลังวิ่งหนีไปด้วยธาตุน้ำแข็งของตนเอง จากนั้นจึงตวัดกระบี่ทันทีเพื่อจัดการโจรเหล่านั้น
“ฉึก”
“ตุบ”
เมื่อเสียงภายนอกเงียบลงแล้ว ซานหลงจึงกลับมานั่งที่รถม้าเช่นเดิม ส่วนศพก็ได้ใช้โอสถสลายร่างที่จินเออร์บุตรสาวให้ไว้ติดตัวพร้อมกับโอสถอื่นๆ จัดการไปในทันที
“เรียบร้อยแล้วหรือเจ้าค่ะท่านพ่อ”
“อืม พ่อว่าตอนนี้พ่อพัฒนาฝีมือมากขึ้นเชียวล่ะจินเออร์”
“ฮ่าๆ เจ้าคนหลงตัวเอง”
“ท่านตาละก็ แต่ท่านพ่อเก่งกาจมากกว่าเดิมนะเจ้าค่ะ ว่าแต่ท่านพ่อได้รับบาดเจ็บส่วนใดหรือไม่เจ้าค่ะ”
“อืม พ่อยังไม่ทันได้ทำอันใดเลยจินเออร์เพียงแค่ลองตวัดกระบี่ลงไปพร้อมพลังปราณ พวกโจรก็สิ้นท่าเสียแล้ว”
“อืมม ดีแล้วๆ แล้วมีคนรอดไปได้หรือไม่อาซาน”
“มีหัวหน้าพวกมันขอรับที่รอดไปได้ เพียงแต่ก็น่าจะบาดเจ็บสาหัสพอสมควร หากมิได้รับการรักษาภายในสามชัวยามข้าว่าคงมิรอดขอรับ”
“เช่นนั้นก็ปล่อยไปเถิด อีกอย่างเรายังไม่รู้ว่าพวกใดกันที่ส่งมันมา”
“พวกมันพูดถึงเรื่องใดบ้างหรือเจ้าค่ะท่านพ่อ”
“อืม มีเพียงบอกให้เราส่งของทั้งหมดไป ไม่แน่ว่าสิ่งใดบ้าง อาจเป็นเพียงทรัพย์สิน หรือไม่ก็อาจจะเป็นโอสถ…”
“เช่นนั้นเรากลับกันเถิดอาซาน จินเออร์ เรื่องนี้ค่อยกลับไปคุยกันที่บ้านเถิด อีกอย่างทางที่ดี ข้าว่าเรามิควรบอกยายแก่กับแม่เจ้าหรอกนะ สองคนนั้นจะเป็นกังวลเสียเปล่าๆ”
“ขอรับท่านพ่อ”
เมื่อกลับถึงบ้านแล้วทั้งหมดได้มาทานข้าวร่วมกัน จากนั้นเป่ยจินจึงเอ่ยว่าต้องการให้ครอบครัวซูที่ต้องการฟื้นฟูพลัง เข้าสู่มิติจิตของนาง โดยจะเข้าไปในตอนกลางคืนและออกมาตอนกลางวัน เพื่อมาทำงานตามปกติ ส่วนเรื่องเวลาไม่ต้องกังวลนางจะปรับให้มิติของนาง ครึ่งชั่วยามในโลกภายนอก เท่ากับ หนึ่งเดือนของโลกภายใน
โดยนางจะให้ทุกคนเข้ามิติในยามซวี (19.00-20.59 น.) และออกมาในยามเหม่า (เวลา 05.00-06.59 น.) เช่นนั้นในแต่ละคืนทุกคนจะได้ฝึกฝนถึงห้าชั่วยาม หรือหากเป็นโลกภายนอกกก็เป็นระยะเวลาถึงสิบเดือนด้วยกัน หากไม่หนักหนาจนเกินไป ความแข็งแกร่งของทุกคนก็จะสำเร็จภายในคืนเดียว
ใครจะหาว่าโกงก็แล้วไปเถิด นางมีมิติเลยนะ จะให้มาเริ่มต้นธรรมดา แถมนานๆ ได้ไงกัน หึ
พรึ่บ
หลังจากนั้นทุกคนก็เข้าสู่มิติ
“คารวะนายท่านและคุณหนูเจ้าค่ะ”
“อืมม คนพวกนี้ใครกันหรือจินเออร์”
“แหะๆ ท่านพ่อช่่วยลูกด้วยเจ้าค่ะ”
“อืม เจ้านี่นะ”
“คนพวกนี้คือทาสที่ลูกซื้อตัวมาให้เป็นคนของเราเจ้าค่ะ”
“อืม จริงสิ ข้ายังไม่ได้ตั้งชื่อให้หน่วยของพวกเจ้าเลยสินะ งั้นเอาเป็นหน่วยราตรีกาลละกันนะเจ้าค่ะทุกท่าน”
หลังจากนั้น เป่ยจินจึงได้แนะนำหน่วยราตรีกาลให้กับทุกคน และตระกูลจางเช่นกัน นอกจากนี้เป่ยจินยังเอ่ยสิ่งที่ให้ทุกคนต้องตกตะลึงออกมา
“และหัวหน้าหน่วยของทุกคนคือ ซูหยางคงเจ้าค่ะ”
“ห๊ะ หยางคง”
"ขะ..ข้าหรือขอรับคุณหนู" แต่ข้าในตอนนี้นั้นยังไม่มีอันใดเลย จะดีหรือขอรับ" พูดจบก็เงยหน้าขึ้นมองหน่อยราตรีกาลที่กำลังมองมาทางเขาด้วยสาตาสงสัยใครรู้
เพียงแต่เป่ยจินสัมผัสได้ว่า หน่วยราตรีกาลไม่ได้มีจิตใจคิดเป็นอื่น เพียงแค่สงสัยเท่านั้น ซึงถือว่าดีมากสำหรับการเป็นคนของนาง ต้องเชื่อใจ ไว้ใจและปฏิบัติตาม นั้นคือสิ่งที่นางต้องการในตอนนี้นอกเหนือจากความภักดี
“ขอรับคุณหนู” หน่วยราตรีกาลพร้อมใจเอ่ยออกมาอย่างไม่ลังเล
“เช่นนั้นพวกท่านกลับไปฝึกฝนต่อเถิด” หน่วยราตรีกาลจึงแยกย้ายกันไปฝึกฝน
“เช่นนั้นด้านซ้ายมือของพวกท่านคือบ้านพักเจ้าค่ะ พวกท่านสามารถพักได้หากต้องการ"
“เจ้าค่ะคุณหนู”
“ท่านลุงและคนอื่นๆ ข้าจะให้ท่านคนในครอบครัวช่วยฝึกฝนนะเจ้าค่ะ ส่วนเจ้าหยางคงหลังจากถอนพิษและรักษาทุกคนเรียบร้อยแล้ว ข้าจะเป็นคนสอนเจ้าเอง อ่อ เจี่ยฉง ออกมาสิ”
“เจ้าค่ะคุณหนู”
“ข้าขอแนะนำทุกคนอีกครั้งนะเจ้าค่ะ นี่ เจี่ยฉงเพื่อนของข้าเจ้าค่ะ จะมาดูแลทุกคนที่นี่”
“ฝากตัวด้วยนะขอรับท่านเจี่ยฉง”
“เจ้าค่ะ”
เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยเป่ยจินไม่ตรงการเสียเวลาใดๆ อีก จึงจัดการรักษาคนในตระกูลซู โดยท่านปู่ซูเหลียงอี้และซูจงอวี้นั้น นางได้ทำการรักษาเช่นเดียวกับท่านตา ที่โดนทำลายพลังไป โดยนางได้ให้ทั้งสองทานโอสถเสริมพลังชีวิตไปก่อนเช่นเดียวกับท่านตาของนาง
เมื่อทั้งสองทานลงไปแล้วร่างกายมีความแข็งแรงขึ้นเช่นเดียวกับวิธีการรักษาท่านตา จากนั้นนางจึงให้โอสถเม็ดที่สองเข้าแกพวกเขา ร่างกายของคนทั้งสองเริ่มมีอาการเจ็บปวดตามร่างกาย จุดตันเถียนที่แห้งขอดของคนทั้งสองในร่างกายก็เริ่มก่อตัวขึ้นมาเพื่อเชื่อมเส้นปราณ
ทำให้ตอนนี้แม้ตันเถียนจะกลับคืนมาแต่ก็ยังไหลออกไปจากจุดเส้นลมปราณที่ขาดจากกัน แถมยังต้องดึงมาซ่อมแซ่มเส้นปราณทั่วร่างกายความทรมาณที่เกิดขึ้นนั้นทำให้จินเออร์ ถึงกับต้องยื่นมือเข้าช่วยเช่นเดียวกับท่านตาของนาง เพียงแต่นางในตอนนี้นั้นแข็งแกร่งกว่าเดิม
จึงไม่ต้องให้เจี่ยฉงที่เกาะไหล่นางอยู่ยื่นมือเข้าช่วย เพียงแค่นางสะบัดพลังธาตุแสงไม่กี่เส้นสาย ทำให้ทั้งสองลดความเจ็บปวดและทรมาณลงได้บางส่วน จนร่างทั้งสองสงบลง จึงถอนมืออกมา
จนในที่สุด ร่างกายของคนทั้งสองก็ระเบิดพลังปราณออกมาอย่างรุนแรงและกระอักเลือดออกมาอีกคำโต การรักษาอาการการโดนทำลายปราณจึงได้เสร็จสิ้นลงไป
ตอนนี้ทั้งสองกลับมามีพลังอยู่ในขั้นปราณสีแดงขั้นสูงแล้ว ซึ่งเป็นปราณระดับเริ่มต้น เนื่องจากนางมิได้ถ่ายถอดพลังเพิ่มเติมให้พวกเขา ด้วยมิอยากเสียพลังมากเกินไป เพราะนางตั้งใจจะรักษาหยางคงต่อทันที
“หยางคง เจ้าพร้อมหรือยัง”
“ขอรับคุณหนู”
“เช่นนั้นรับนี้ไป” หยางคงที่ได้รับโอสถมาแล้ว จึงไม่ลังเลที่จะนำเข้าปากของตนเอง และนั่งลงเพื่อทำสมาธิ ในตอนนี้นั้นสิ่งที่รับรู้ได้คือ เริ่มมีไอเย็นล้อมรอบตัวของทั้งเขาเช่นเดียวกับท่านพ่อท่านแม่ของนาง
ปัง ปัง ปัง
เสียงระเบิดพลังของหยางคงดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับพลังปราณที่เพิ่มระดับขึ้นอย่างรวดเร็ว ระดับสีแดงขั้นต้น… ระดับสีส้มขั้นต้น… ระดับสีส้มขั้นกลาง …
ปัง
ยังไม่จบเท่านั้น
ปัง
ปัง
…
ระดับสีเขียวขั้นสูง
เจี่ยฉงที่บินสังเกตการณ์อยู่รอบๆ ถึงกับตื่นเต้นไปกับนาง นี่สินะ ที่บอกนางว่า เด็กคนนี้มีประโยชน์ต่อนาง ทำไมสวรรค์ช่างลำเอียงโดยแท้
“หึ ท่านช่างกล้าว่าคนอื่นนะเจ้าค่ะคุณหนู”
เมื่อสิ้นสุดเสียงดัง ร่างของเด็กน้อยมีสิ่งสกปรกสีดำไหลซึมออกมาจากร่างกาย และเมื่อสิ้นสุดกระบวนการถอนผนึกพลัง หยางคงลืมตาขึ้นพร้อมกับการกระอักเลือดคำโตออกมา มีลักษณะเช่นเดียวกับท่านพ่อท่านแม่ของนางนั้นคือมีสีดำแดงเข้ม นอกจากนั้นร่างกายเด็กน้อยตรงหน้านางนั้นต่างเปลี่ยนแปลงไป โตกว่านาง แถมยังสูงกว่านางอีก อือ ขี้โกงชัดๆ
“ไปล้างตัวก่อนเถิดค่อยถาม”
“ขอรับคุณหนู”
ปล.1 มาเติมทรูให้น้องกันหน่อย