เป่ยจิน...ข้าจะย้อนอดีตไปสร้างความร่ำรวย เล่ม 1

    ตอนที่ 54 ทดสอบพลัง

    “หึ เช่นนั้นพวกเจ้าก็ส่งของทั้งหมดมา” หัวหน้าโจรเอ่ยเสียงดังพร้อมกับชี้กระบี่มาด้านหน้าซานหลง
     

    “หืม ทำไมข้าต้องส่งให้พวกเจ้าด้วยล่ะ” ซานหลงที่ได้ยินดังนั้นจึงถามกลับไปด้วยน้ำเสียงชวนสงสัยและกวนอารมณ์ฝั่งตรงข้าม
     

    “ปากดีนัก จัดการเลยมั้ยหัวหน้า” หนึ่งในลูกน้องโจรที่โดนซานหลงยั่วโมโห ทำท่าจะเข้ามา
     

    “ยังก่อน ข้าอยากจะรู้นักว่ามันจะใจเย็นไปได้ถึงเมื่อใด พวกเจ้าไปจับบุตรสาวมันลงมา”
     

    “ขอรับหัวหน้า” หลังจากนั้นลูกน้องคนเดิมที่ทำท่าจะเข้าไปทำร้ายซานหลงก็ได้อาสาเข้าไปจับตัวจินเออร์ทันที
     

    เพียงแต่ยังไม่ทันจะได้ก้าวเดินเข้ามา ชิ้นส่วนของร่างกายมนุษย์กลับลอยออกไปต่อหน้าสมาชิกที่กำลังตามหลังพวกมันทันที แม้แต่เสียงกรีดร้องยังไม่สามารถทำได้
     

    “ถอยออกมาแกทำอะไรกับลูกน้องข้า พวกเราจัดการมันซะ” หัวหน้าโจรที่ ลูกน้องโดนฆ่าต่อหน้าทั้งๆ ที่ยังไม่ได้ทำอันใดเลยถึงกับหน้าขึ้นสีเลือดทันที
     

    “เฮ้ จัดการพวกมันให้หมด”
     

    “ชึก เคร้ง เคร้ง ชึก”
     

    เสียงกระบี่ฟาดฟันกันด้านนอก ยังคงดังอย่างต่อเนื่อง ทว่าช่วงที่กำลังต่อสู้นั้นหลงซานได้โดนลอบทำร้ายจากด้านหลัง เพียงแต่เป่ยจินที่กำลังนั่งดูสถานการณ์อยู่นั้นได้ใช้พลังของตนเองช่วยเอาไว้ได้ทันท่วงที ทำให้หลงซานไม่เกิดบาดแผลใดๆ 
     

    “อั่ก ก ….”
     

    “ฟื้ว เคร้ง สวบ”
     

    หลังจากที่หัวหน้าโจรสั่งลุย เหล่าลูกน้องต่างกรูกันเข้าไปทำร้ายซานหลงและคนในรถ เป่ยจินที่กำลังนั่งฟังสถานการณ์อยู่ตลอดเวลาพร้อมกับท่านตาในรถม้า เมื่อเห็นว่าซานหลงกำลังสนุกที่ได้แสดงวิชานั้นจึงนั่งรออย่างเงียบๆ พร้อมกับชวนท่านตาสนทนาไปด้วยพลางๆ เพื่อรอสถานการณ์สงบลง
     

    “พะ…พวกเจ้า มีพลังปราณ”
     

    “อืม ข้าจำเป็นต้องบอกพวกเจ้าด้วยงั้นหรือ”
     

    “เจ้า พวกเราถอย พวกมันมิใช่คนธรรมดา”
     

    “อ๊ากกกก” 
     

    “คิดว่าจะหนีไปได้ง่ายๆ เช่นนั้นหรือ” หลงซานจัดการแช่แข็งคนที่กำลังวิ่งหนีไปด้วยธาตุน้ำแข็งของตนเอง จากนั้นจึงตวัดกระบี่ทันทีเพื่อจัดการโจรเหล่านั้น
     

    “ฉึก”
     

    “ตุบ”
     

    เมื่อเสียงภายนอกเงียบลงแล้ว ซานหลงจึงกลับมานั่งที่รถม้าเช่นเดิม ส่วนศพก็ได้ใช้โอสถสลายร่างที่จินเออร์บุตรสาวให้ไว้ติดตัวพร้อมกับโอสถอื่นๆ จัดการไปในทันที
     

    “เรียบร้อยแล้วหรือเจ้าค่ะท่านพ่อ”
     

    “อืม พ่อว่าตอนนี้พ่อพัฒนาฝีมือมากขึ้นเชียวล่ะจินเออร์”
     

    “ฮ่าๆ เจ้าคนหลงตัวเอง”
     

    “ท่านตาละก็ แต่ท่านพ่อเก่งกาจมากกว่าเดิมนะเจ้าค่ะ ว่าแต่ท่านพ่อได้รับบาดเจ็บส่วนใดหรือไม่เจ้าค่ะ”
     

    “อืม พ่อยังไม่ทันได้ทำอันใดเลยจินเออร์เพียงแค่ลองตวัดกระบี่ลงไปพร้อมพลังปราณ พวกโจรก็สิ้นท่าเสียแล้ว”
     

    “อืมม ดีแล้วๆ แล้วมีคนรอดไปได้หรือไม่อาซาน”
     

    “มีหัวหน้าพวกมันขอรับที่รอดไปได้ เพียงแต่ก็น่าจะบาดเจ็บสาหัสพอสมควร หากมิได้รับการรักษาภายในสามชัวยามข้าว่าคงมิรอดขอรับ”
     

    “เช่นนั้นก็ปล่อยไปเถิด อีกอย่างเรายังไม่รู้ว่าพวกใดกันที่ส่งมันมา”
     

    “พวกมันพูดถึงเรื่องใดบ้างหรือเจ้าค่ะท่านพ่อ”
     

    “อืม มีเพียงบอกให้เราส่งของทั้งหมดไป ไม่แน่ว่าสิ่งใดบ้าง อาจเป็นเพียงทรัพย์สิน หรือไม่ก็อาจจะเป็นโอสถ…”
     

    “เช่นนั้นเรากลับกันเถิดอาซาน จินเออร์ เรื่องนี้ค่อยกลับไปคุยกันที่บ้านเถิด อีกอย่างทางที่ดี ข้าว่าเรามิควรบอกยายแก่กับแม่เจ้าหรอกนะ สองคนนั้นจะเป็นกังวลเสียเปล่าๆ”
     

    “ขอรับท่านพ่อ”
     

    เมื่อกลับถึงบ้านแล้วทั้งหมดได้มาทานข้าวร่วมกัน จากนั้นเป่ยจินจึงเอ่ยว่าต้องการให้ครอบครัวซูที่ต้องการฟื้นฟูพลัง เข้าสู่มิติจิตของนาง โดยจะเข้าไปในตอนกลางคืนและออกมาตอนกลางวัน เพื่อมาทำงานตามปกติ ส่วนเรื่องเวลาไม่ต้องกังวลนางจะปรับให้มิติของนาง ครึ่งชั่วยามในโลกภายนอก เท่ากับ หนึ่งเดือนของโลกภายใน 
     

    โดยนางจะให้ทุกคนเข้ามิติในยามซวี (19.00-20.59 น.) และออกมาในยามเหม่า (เวลา 05.00-06.59 น.) เช่นนั้นในแต่ละคืนทุกคนจะได้ฝึกฝนถึงห้าชั่วยาม หรือหากเป็นโลกภายนอกกก็เป็นระยะเวลาถึงสิบเดือนด้วยกัน หากไม่หนักหนาจนเกินไป ความแข็งแกร่งของทุกคนก็จะสำเร็จภายในคืนเดียว 
     

    ใครจะหาว่าโกงก็แล้วไปเถิด นางมีมิติเลยนะ จะให้มาเริ่มต้นธรรมดา แถมนานๆ ได้ไงกัน หึ
     

    พรึ่บ
     

    หลังจากนั้นทุกคนก็เข้าสู่มิติ
     

    “คารวะนายท่านและคุณหนูเจ้าค่ะ”
     

    “อืมม คนพวกนี้ใครกันหรือจินเออร์”
     

    “แหะๆ ท่านพ่อช่่วยลูกด้วยเจ้าค่ะ”
     

    “อืม เจ้านี่นะ”
     

    “คนพวกนี้คือทาสที่ลูกซื้อตัวมาให้เป็นคนของเราเจ้าค่ะ”
     

    “อืม จริงสิ ข้ายังไม่ได้ตั้งชื่อให้หน่วยของพวกเจ้าเลยสินะ งั้นเอาเป็นหน่วยราตรีกาลละกันนะเจ้าค่ะทุกท่าน”
     

    หลังจากนั้น เป่ยจินจึงได้แนะนำหน่วยราตรีกาลให้กับทุกคน และตระกูลจางเช่นกัน นอกจากนี้เป่ยจินยังเอ่ยสิ่งที่ให้ทุกคนต้องตกตะลึงออกมา
     

    “และหัวหน้าหน่วยของทุกคนคือ ซูหยางคงเจ้าค่ะ”
     

    “ห๊ะ หยางคง”
     

    "ขะ..ข้าหรือขอรับคุณหนู" แต่ข้าในตอนนี้นั้นยังไม่มีอันใดเลย จะดีหรือขอรับ" พูดจบก็เงยหน้าขึ้นมองหน่อยราตรีกาลที่กำลังมองมาทางเขาด้วยสาตาสงสัยใครรู้ 
     

    เพียงแต่เป่ยจินสัมผัสได้ว่า หน่วยราตรีกาลไม่ได้มีจิตใจคิดเป็นอื่น เพียงแค่สงสัยเท่านั้น ซึงถือว่าดีมากสำหรับการเป็นคนของนาง ต้องเชื่อใจ ไว้ใจและปฏิบัติตาม นั้นคือสิ่งที่นางต้องการในตอนนี้นอกเหนือจากความภักดี
     

    “ขอรับคุณหนู” หน่วยราตรีกาลพร้อมใจเอ่ยออกมาอย่างไม่ลังเล
     

    “เช่นนั้นพวกท่านกลับไปฝึกฝนต่อเถิด” หน่วยราตรีกาลจึงแยกย้ายกันไปฝึกฝน
     

    “เช่นนั้นด้านซ้ายมือของพวกท่านคือบ้านพักเจ้าค่ะ พวกท่านสามารถพักได้หากต้องการ"
     

    “เจ้าค่ะคุณหนู”
     

    “ท่านลุงและคนอื่นๆ ข้าจะให้ท่านคนในครอบครัวช่วยฝึกฝนนะเจ้าค่ะ ส่วนเจ้าหยางคงหลังจากถอนพิษและรักษาทุกคนเรียบร้อยแล้ว ข้าจะเป็นคนสอนเจ้าเอง อ่อ เจี่ยฉง ออกมาสิ”
     

    “เจ้าค่ะคุณหนู”
     

    “ข้าขอแนะนำทุกคนอีกครั้งนะเจ้าค่ะ นี่ เจี่ยฉงเพื่อนของข้าเจ้าค่ะ จะมาดูแลทุกคนที่นี่”
     

    “ฝากตัวด้วยนะขอรับท่านเจี่ยฉง”

     

    “เจ้าค่ะ”
     

    เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยเป่ยจินไม่ตรงการเสียเวลาใดๆ อีก จึงจัดการรักษาคนในตระกูลซู โดยท่านปู่ซูเหลียงอี้และซูจงอวี้นั้น นางได้ทำการรักษาเช่นเดียวกับท่านตา ที่โดนทำลายพลังไป โดยนางได้ให้ทั้งสองทานโอสถเสริมพลังชีวิตไปก่อนเช่นเดียวกับท่านตาของนาง 

    เมื่อทั้งสองทานลงไปแล้วร่างกายมีความแข็งแรงขึ้นเช่นเดียวกับวิธีการรักษาท่านตา จากนั้นนางจึงให้โอสถเม็ดที่สองเข้าแกพวกเขา ร่างกายของคนทั้งสองเริ่มมีอาการเจ็บปวดตามร่างกาย จุดตันเถียนที่แห้งขอดของคนทั้งสองในร่างกายก็เริ่มก่อตัวขึ้นมาเพื่อเชื่อมเส้นปราณ 
     

    ทำให้ตอนนี้แม้ตันเถียนจะกลับคืนมาแต่ก็ยังไหลออกไปจากจุดเส้นลมปราณที่ขาดจากกัน แถมยังต้องดึงมาซ่อมแซ่มเส้นปราณทั่วร่างกายความทรมาณที่เกิดขึ้นนั้นทำให้จินเออร์ ถึงกับต้องยื่นมือเข้าช่วยเช่นเดียวกับท่านตาของนาง เพียงแต่นางในตอนนี้นั้นแข็งแกร่งกว่าเดิม 
     

    จึงไม่ต้องให้เจี่ยฉงที่เกาะไหล่นางอยู่ยื่นมือเข้าช่วย เพียงแค่นางสะบัดพลังธาตุแสงไม่กี่เส้นสาย ทำให้ทั้งสองลดความเจ็บปวดและทรมาณลงได้บางส่วน จนร่างทั้งสองสงบลง จึงถอนมืออกมา
     

    จนในที่สุด ร่างกายของคนทั้งสองก็ระเบิดพลังปราณออกมาอย่างรุนแรงและกระอักเลือดออกมาอีกคำโต การรักษาอาการการโดนทำลายปราณจึงได้เสร็จสิ้นลงไป
     

    ตอนนี้ทั้งสองกลับมามีพลังอยู่ในขั้นปราณสีแดงขั้นสูงแล้ว ซึ่งเป็นปราณระดับเริ่มต้น เนื่องจากนางมิได้ถ่ายถอดพลังเพิ่มเติมให้พวกเขา ด้วยมิอยากเสียพลังมากเกินไป เพราะนางตั้งใจจะรักษาหยางคงต่อทันที
     

    “หยางคง เจ้าพร้อมหรือยัง”
     

    “ขอรับคุณหนู”
     

    “เช่นนั้นรับนี้ไป” หยางคงที่ได้รับโอสถมาแล้ว จึงไม่ลังเลที่จะนำเข้าปากของตนเอง และนั่งลงเพื่อทำสมาธิ ในตอนนี้นั้นสิ่งที่รับรู้ได้คือ เริ่มมีไอเย็นล้อมรอบตัวของทั้งเขาเช่นเดียวกับท่านพ่อท่านแม่ของนาง
     

    ปัง ปัง ปัง
     

    เสียงระเบิดพลังของหยางคงดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับพลังปราณที่เพิ่มระดับขึ้นอย่างรวดเร็ว ระดับสีแดงขั้นต้น… ระดับสีส้มขั้นต้น… ระดับสีส้มขั้นกลาง …

    ปัง

    ยังไม่จบเท่านั้น

    ปัง

    ปัง

    …

    ระดับสีเขียวขั้นสูง
     

    เจี่ยฉงที่บินสังเกตการณ์อยู่รอบๆ ถึงกับตื่นเต้นไปกับนาง นี่สินะ ที่บอกนางว่า เด็กคนนี้มีประโยชน์ต่อนาง ทำไมสวรรค์ช่างลำเอียงโดยแท้
     

    “หึ ท่านช่างกล้าว่าคนอื่นนะเจ้าค่ะคุณหนู”
     

    เมื่อสิ้นสุดเสียงดัง ร่างของเด็กน้อยมีสิ่งสกปรกสีดำไหลซึมออกมาจากร่างกาย และเมื่อสิ้นสุดกระบวนการถอนผนึกพลัง หยางคงลืมตาขึ้นพร้อมกับการกระอักเลือดคำโตออกมา มีลักษณะเช่นเดียวกับท่านพ่อท่านแม่ของนางนั้นคือมีสีดำแดงเข้ม  นอกจากนั้นร่างกายเด็กน้อยตรงหน้านางนั้นต่างเปลี่ยนแปลงไป โตกว่านาง แถมยังสูงกว่านางอีก อือ ขี้โกงชัดๆ
     

    “ไปล้างตัวก่อนเถิดค่อยถาม”
     

    “ขอรับคุณหนู”

     

    ปล.1 มาเติมทรูให้น้องกันหน่อย

    คล้ายกับเรื่องเป่ยจิน...ข้าจะย้อนอดีตไปสร้างความร่ำรวย เล่ม 1 ที่คุณอ่าน