ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    บทที่ 49 กฐินสามัคคี


               การเคลื่อนไหวของราคาหุ้นในตลาดมักมีสาเหตุมาจาก 2 (ฟัน) ปัจจัย


               1.ฟันดาเมนทอล (Fundamental) หรือ ปัจจัยพื้นฐาน หมายถึง ตัวบริษัท ผู้บริหาร กลุ่มอุตสาหกรรม สภาพเศรษฐกิจ รายได้ กำไร หรือปันผล เมื่อปัจจัยพื้นฐานพวกนี้มีการเปลี่ยนแปลง ราคาหุ้นก็มักจะเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย เช่น กำไรต่อหุ้นเพิ่มมากขึ้น ทำให้หุ้นมีพีอี (P/E) ลดลง นักลงทุนเห็นว่าหุ้นถูกจึงพากันเข้ามาซื้อ ทำให้ราคาหุ้นตัวนั้นขยับเพิ่มขึ้น เป็นต้น


               2.ฟันด์โฟลว์ (Fund Flow) หรือ เงินลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติ หมายถึง กระแสเงินทุนของนักลงทุนต่างชาติที่ไม่ใช่คนในประเทศ เช่น เงินจากนักลงทุนต่างประเทศ หรือจากกองทุนต่างประเทศที่มักจะตระเวนลงทุนไปตามตลาดหุ้นของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ซึ่งเมื่อเงินลงทุนต่างชาติเหล่านี้เข้ามาซื้อหุ้นในประเทศไหน ก็จะผลักดันให้หุ้นในประเทศนั้นพุ่งสูงขึ้น กลับกันถ้าขายหุ้นในประเทศไหนออกมาก็จะทำให้หุ้นประเทศนั้นพากันตกลง



    --------------------------


               หลังจากจัดโต๊ะและเตรียมอาหารเสร็จ คนก็เริ่มทยอยกันมาทำบุญกองกฐินที่บ้านของณรัชต์


               เช้า ๆ คนที่มางานยังเป็นคนจากหมู่บ้านอื่น ๆ ใกล้เคียงที่รู้ข่าวแวะมาทำบุญกัน

               ณรัชต์ กับพี่สาวและแม่ครัวก็ทยอยนำอาหารออกมาต้อนรับคนที่มาทำบุญ รวมทั้งผู้หมวดหนุ่มที่วันนี้มาเป็นเด็กเสิร์ฟร่วมด้วย สายสักหน่อยแขกจากทางตำบลต่าง ๆ และทางอำเภอแวะมาทำบุญด้วย พ่อแม่เขาก็ออกไปต้อนรับแขกเหรื่อต่าง ๆ รวมทั้งปลัดหนุ่มที่กระตือรือร้นออกไปช่วยต้อนรับด้วยจนพ่อของณรัชต์มองเขม่น


                งานดำเนินต่อไปจนถึงเวลาพระที่นิมนต์ไว้ก็มาถึง

                เมื่อทำพิธี สวดมนต์กันตามพิธีการและฉันเช้าเสร็จพระสงฆ์ก็กลับวัด เสร็จงานพิธีเช้าปลัดหนุ่มก็กลับ ส่วนนายตำรวจยังอยู่ช่วยงานต่อเพราะคณะกฐินสามัคคีจากบริษัทในกรุงเทพฯ จะมาถึงในช่วงเพลและขบวนกฐินกองนี้จะตั้งกองฐินที่บ้านของณรัชต์


                 ระหว่างเก็บโต๊ะอาหารที่เริ่มว่างเพราะแขกทยอยกันกลับบ้างแล้ว ผู้หมวดหนุ่มยังสนทนากับณรัชต์เรื่องเกี่ยวกับหุ้นและธุรกิจด้วยความสนใจ คงเพราะเป็นเรื่องแปลกใหม่สำหรับข้าราชการกระมัง

                ณรัชต์ก็เลคเชอร์ความรู้ต่างๆ ที่เคยได้อ่านให้ผู้หมวดฟังด้วยความเมามัน

                อาจเพราะในช่วงชีวิตที่แล้วของเขา คนรอบตัวที่สนิทมักไม่ค่อยมีใครสนใจเรื่องตลาดหุ้น ทำให้เขาไม่มีใครให้พูดคุยเรื่องหุ้นด้วยเท่าไหร่ เมื่อมีคนที่พร้อมจะฟังเขาจึงคุยฟุ้งได้ยาวเหยียด


               ใกล้เพล ขบวนรถบัสปรับอากาศสามคันก็มาถึงบ้านณรัชต์

               คณะกฐินสามัคคีที่มีจำนวนเกือบร้อยชีวิตค่อย ๆ ทยอยลงรถมา

               พ่อเขาในฐานะผู้ใหญ่บ้านก็เข้าไปกล่าวต้อนรับ ก่อนเชิญทั้งคณะเข้ามาพักผ่อน ทานอาหารก่อนแล้วค่อยตั้งกองกฐินจัดขบวนแห่ไปที่วัด


               ณรัชต์มองรถบัสปรับอากาศที่ขนคณะกฐินจากกรุงเทพฯ มาด้วยความสนใจ

               ข้างรถบัสปรับอากาศติดชื่อบริษัทหนึ่งที่เขาคุ้นเคยในช่วงชีวิตที่แล้ว บริษัท รัตนาจิวเวลรี่ จำกัด (มหาชน) เขามองคณะกฐินที่ค่อย ๆ ทยอยลงจากรถ


                นอกจากหัวหน้าคณะที่เป็นผู้ชายผมบาง มีอายุ ที่ใส่ชุดสูทมาเต็มยศแล้ว ที่เหลือ ๆ ก็ดูเหมือนจะเป็นพนักงานของบริษัทเพราะใส่เสื้อโปโลตราบริษัทกันทั้งหมด

                อ้อ ไม่ทั้งหมดสิ เขามองผู้หญิงคนหนึ่งที่ค่อย ๆ ก้าวขาลงจากรถ หญิงสาว อายุยี่สิบกว่า ๆ ผมยาว ทำสีผมหลากสีราวสายรุ้ง หน้าคม สวยเฉี่ยว ใส่เสื้อ ยืดสกรีนรูปภาพวาดแวนโก๊ะ และเป็นรูปที่แวนโก๊ะวาดภาพตัวเองหลังจากที่ตัดหูมาด้วย - -"


                แม้รูปลักษณ์หลายอย่างจะไม่เหมือนที่เขารู้จักในช่วงชีวิตที่แล้ว แต่เขาก็จำเธอได้ หญิงสาวคนนี้ชื่อ แพรพลอย เรืองรัตนดำรง ชื่อเล่น แพร


                ในช่วงชีวิตที่แล้ว ในบัญชีหุ้นณรัชต์จะมีหุ้นอยู่หลายตัว

                แต่หุ้นตัวหลักตัวหนึ่งที่เขาถืออยู่ในพอร์ตมาหลายปีเป็นหุ้นบริษัทเครื่องประดับและอัญมณีที่เธอคนนี้ก็เป็นผู้บริหารอยู่ และแน่นอนว่าหุ้นตัวนั้นก็คือ หุ้นบริษัท รัตนาจิวเวลรี่ จำกัด (มหาชน) นี่ล่ะ


                เมื่อแขกชุดใหม่ค่อย ๆ ทยอยลงมานั่งโต๊ะ ฝ่ายเจ้าบ้านก็เดินเสิร์ฟอาหารมือเป็นระวิงอีกครั้ง ดีที่เหล่าแม่บ้านหมู่บ้านเขามาช่วยงานกันไม่น้อย อาหารและของหวานต่างๆ ที่ทำออกมาจึงเพียงพอรองรับคณะกฐินสามัคคีจากกรุงเทพฯ ได้


                ระหว่างช่วยกันเสิร์ฟข้าวเสิร์ฟน้ำ ณรัชต์กับผู้หมวดหนุ่มก็ยังคุยเรื่องหุ้นกับการลงทุนไปด้วย


                "แล้วในสายตาน้องนะ มองว่ามีไหม หุ้นสุดยอดที่มีความแข็งแกร่งและทนต่อทุกสภาวะตลาดหุ้น"นายตำรวจหนุ่มถามชวนคุย


                ณรัชต์คิดถึงหุ้นกลุ่มต่าง ๆ ที่รุ่งเรืองในช่วงเวลาที่เขาจากมา แต่ไม่ว่าสุดยอดหุ้นอย่างกลุ่มโรงพยาบาล ค้าปลีก ห้างสรรพสินค้า หรือ หุ้นผูกขาดรัฐวิสาหกิจ เมื่อเจอวิกฤติอย่างซับไพรม์ กีฬาสี หรือน้ำท่วมใหญ่ ก็ยังมีช่วงที่ราคาหุ้นร่วงระนาว


                 "หุ้นที่แข็งแกร่ง ทนต่อทุกสภาวะตลาดเหรอพี่"ณรัชต์คิดในใจขณะทยอยยกจานอาหารและเครื่องดื่มลงบนโต๊ะให้แขกเหรื่อพร้อมกับผู้หมวดหนุ่ม


                 "ตอนนี้ผมคิดออกอยู่ตัวเดียวอ่ะพี่" เขาตอบ


                 "สุดยอดหุ้นที่วิกฤติอะไรก็น่าจะทำอะไรหุ้นตัวนี้ไม่ได้ ไม่ว่าจะวิกฤติเศรษฐกิจโลก วิกฤติการเมือง วิกฤติเศรษฐกิจประเทศ หรือวิกฤติภัยธรรมชาติขนาดใหญ่ ผมก็คิดว่าหุ้นตัวนี้ก็คงจะไม่สะเทือน" ณรัชต์ยกเหตุการณ์ต่างๆ ที่จะเกิดในอนาคตแล้วมีผลต่อกระทบตลาดหุ้นออกมา


                 "โอ้โห มันจะมีหุ้นแข็งแกร่งแบบนี้ในตลาดหุ้นเราตอนนี้ด้วยเหรอ หุ้นอะไร บริษัทอะไรเหรอน้องนะ" นายตำรวจหนุ่มตาโต


                 "หุ้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไงพี่" เขาเฉลย


                 "ห๊ะ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป" ผู้หมวดหนุ่มที่คิดว่าจะได้ฟังชื่อหุ้นของบริษัทยิ่งใหญ่อลังการทวนคำตอบอย่างคาดไม่ถึง


                 "มันจะมีหุ้นไหนที่ขายดีตลอดเวลาแบบหุ้นตัวนี้ล่ะ ตอนเศรษฐกิจไม่ดีอาจจะยิ่งขายดีขึ้นไปอีกด้วยซ้ำ ต่อให้วิกฤติหรือภัยธรรมชาติต่าง ๆ คนยังพากันแห่ไปซื้อมาตุน หรือซื้อไปบริจาค สุดยอดไปเลยใช่ไหมล่ะพี่ หึ หึ " เขาอธิบายพร้อมหัวเราะขำๆ


                 "เออ ก็จริงนะ" ผู้หมวดหนุ่มพยักหน้าเห็นด้วย และมองณรัชต์อย่างทึ่ง ๆ


                 ณรัชต์จำได้ว่าหุ้นบริษัทบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ราคาหลักสิบตอนนี้ ในช่วงเวลาที่เขาจากมา ราคาหุ้นตกประมาณเกือบสองพันบาทแล้ว


                 แม้ความรู้ในการลงทุนหุ้นที่เขาพูดมาหลายๆ อย่างจะเป็นความรู้และหลักการธรรมดาพื้น ๆ ในการลงทุนและธุรกิจ แต่นั่นเพราะช่วงชีวิตที่แล้วเขามีหนังสือเกี่ยวกับการลงทุนให้อ่าน ซึ่งต่างกับช่วงเวลานี้ ที่ความรู้พวกนี้ยังไม่ค่อยแพร่หลาย ก็เลยทำให้ดูเหมือนว่าเขามีความรู้มาก และอีกอย่างเพราะเขารู้เรื่องราวในอนาคตด้วยล่ะนะ


                  เดินเสิร์ฟจนเหนื่อย ณรัชต์ก็ชวนผู้หมวดหนุ่มหลบเข้าไปนั่งพักกินบัวลอยในบ้าน นั่งกินบัวลอยยังไม่ทันหมดถ้วย พี่สาวเขาเดินถือถาดใส่ถ้วยของหวานเข้ามาในบ้าน ก่อนยื่นถาดให้เขา


                  "อ่ะ เอาของหวานไปเสิร์ฟไอ้เจ้าของบริษัทขี้หลีคนนั้นหน่อย" พี่สาวเขาหมายถึงผู้ชายใส่สูทที่เป็นหัวหน้าคณะ


                  "ทำไม เจ๊โดนหลีเหรอ" เขาถาม พี่สาวเขาทำหน้าบึ้งไม่ตอบ


                  "อ้อ คนนั้นไม่ใช่เจ้าของบริษัทนะ เป็นCFO... ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงินอ่ะเจ๊ เจ้าของบริษัทไม่ได้มามั้ง เห็นแต่ลูกสาว" ณรัชต์บอกข้อมูล


                  " รู้ได้ไง " พี่สาวเขาหันหน้ามาถาม


                  ณรัชต์ยักไหล่ ไม่ตอบ


                 "มา พี่ไปเอง" ผู้หมวดหนุ่มที่ยังกินบัวลอยไม่หมดรีบวางถ้วยลง ก่อนยื่นมือรับถาดจากพี่สาวเขาเดินออกไปเสิร์ฟแทน



                  หลังคณะกฐินฝ่ายกรุงเทพฯ กินข้าวเที่ยงเสร็จ ก็พากันเคลื่อนขบวนแห่ไปที่วัดพร้อมกองกฐินของบ้านณรัชต์

                  รถขบวนแห่วิ่งนำพร้อมเปิดเพลงโบว์รักสีดำ เมื่อได้ยินเพลงแด๊นส์แห่งยุค ชาวบ้านก็ออกมาเต้น ฟ้อนรำตามขบวนแห่ และพนักงานบริษัทที่เป็นคณะกฐินจากกรุงเทพฯ ก็เริ่มออกมาฟ้อนรำแจมกับชาวบ้านอย่างสนุกสนานด้วย


                  ณรัชต์เดินตามขบวนแห่ ชวนคุยกับคนในหมู่บ้านที่เป็นพนักงานของบริษัท และเป็นคนเสนอให้บริษัทนำกฐินสามัคคีมา รุ่นพี่คนนี้อายุมากกว่าเขา 5 ปี สมัยเด็กเคยได้เล่นด้วยกันอยู่บ่อยๆ หลังจากณรัชต์เข้าไปเรียนในเมืองและอีกฝ่ายจบมอหกเข้าไปทำงานในกรุงเทพฯ ก็ไม่ค่อยได้เจอกันอีก

                  รุ่นพี่คนนี้ทำงานเป็นช่างฝีมือเครื่องประดับของรัตนาจิวเวลรี่


                 "ทำไงเอากองกฐินบริษัทมาลงวัดบ้านเราได้อ่ะพี่" เขาถามด้วยความสนใจ


                 "รองประธานบริษัทพี่เพิ่งเสียน่ะ ประธานเขาเลยอยากทำบุญให้ภรรยา ก็มีคนเสนอหลายที่ไป พี่ก็เลยเสนอของบ้านเราไปด้วย ประธานเลือกมาสามงาน ก็แยกกันไปทำบุญ ประธานไปอีกที่ ขบวนนี้ท่านเลยให้ลูกสาวมาแทน" รุ่นพี่เขาพยักหน้าไปทางสาวสวยกับเสื้อยืดแนว ๆ ที่เดินตามขบวนกฐิน


                  ระยะทางจากบ้านเขาถึงวัดไม่ไกล แต่ขบวนก็เดินทางได้ช้ามากเพื่อเอาใจขาแด๊นส์ที่ฟ้อนกันไม่หยุดหลังรถขบวนรถแห่ ทำให้กว่าจะถึงวัดก็เป็นชั่วโมง


                 กองกฐินสามัคคีกองต่าง ๆ ค่อยๆ ทยอยกันไปถึงวัด

                เมื่อคณะกฐินสามัคคีทุกกองมาถึงก็เข้าศาลาวัด สวดมนต์ ทำพิธีการต่าง ๆ ไปตามขั้นตอน ณรัชต์เข้าไปช่วยเรื่องประเคนของ นำสวดตามปกติ 

               

                จนถึงช่วงนับยอดเงินกองกฐินในศาลา เขาก็ขยับไปนั่งข้างๆ พี่สาวก่อนฉกชาเขียวที่พี่สาวติดมือมาวัดและยังไม่ได้เปิดขวด แล้วค่อยๆ เดินออกจากศาลา


                 ส่วนชาวบ้านที่อยู่นอกศาลาก็ค่อย ๆ ทยอยเข้าศาลาวัดเพราะอยากรู้จำนวนตัวเลขยอดรวมกฐินสามัคคีของหมู่บ้านปีนี้

                 อยากรู้ตัวเลขยอดรวมไปทำไม? ก็จะเอาไปซื้อหวยน่ะสิ


                 ว่าไปแล้วก็น่าเสียดาย ถ้ารู้ว่าจะย้อนกลับมาอดีตได้ เขาคงพกโพยล็อตเตอรี่รางวัลที่หนึ่งงวดต่างๆ มาด้วย

    ไอ้ล็อตเตอรี่รางวัลที่หนึ่ง เขาจำได้มีอยู่งวดเดียวเองมั้ง งวดสามสิบล้านของครูกับตำรวจที่เป็นข่าวดัง ๆ ในช่วงชีวิตที่เขาจากมานั่นล่ะ


                 ณรัชต์หยิบขวดชาเขียวที่ยังไม่ได้เปิดของพี่สาวเดินออกจากศาลาวัด มองซ้ายขวารอบวัดเพื่อหาอดีตคนรู้จักในช่วงชีวิตที่แล้ว และเขาก็เห็นเธอนั่งใต้ต้นโพธิ์ริมกำแพงวัดอยู่คนเดียว


                  เขาเดินเข้าไปใต้ต้นโพธิ์ข้างๆ แล้วยื่นขวดชาเขียวให้


                  "น้ำครับ คุณแ...." ณรัชต์เกือบเผลอเรียกชื่อหญิงสาวออกมา


                  เธอเงยหน้าขึ้นมา เหมือนจะอ้าปากปฏิเสธแต่เหลือบเห็นขวดชาเขียวพร้อมหลอดจึงเปลี่ยนใจยื่นมือรับ


                  "ขอบคุณค่ะ" เสียงตอบกลับมา คงจำเด็กเสิร์ฟอย่างเขาได้ล่ะมั้ง


                  ณรัชต์จำได้ว่าเธอชอบเครื่องดื่มชาเขียวทุกประเภท และมักถูกล้อถึงเรื่องติดชาเขียวจากคนรู้จักหรือกรรมการบริษัทบ่อย ๆ ทำให้เขาพลอยได้รู้เรื่องนี้ไปด้วย


                  ยื่นขวดน้ำส่งให้แล้วณรัชต์ก็หันไปมองเจดีย์บรรจุอัฐิสีขาวที่อยู่ริมกำแพง ใกล้ ๆ ต้นโพธิ์


                  "ชีวิตคนนี่ก็แปลกนะครับ ดูเหมือนยาวไกลไม่สิ้นสุด แต่ปุบปับตายไปซะอย่างงั้นก็มี" หญิงสาวที่กำลังดูดชาเขียว เงยหน้ามองเขาด้วยแววตาสงสัย


                  ณรัชต์ชี้ไปที่เจดีย์บรรจุอัฐิสีขาวที่อยู่ใกล้ ๆ ซึ่งสามารถมองเห็นรูปเล็กๆ ของชายสูงอายุหน้าเขร่งขรึมที่ติดอยู่ที่หน้าเจดีย์บรรจุอัฐิ


                  "ลุงยูร รับราชการขยันขันแข็ง ทุ่มเทกับงานตั้งแต่หนุ่มจนแก่ แกวางแผนไว้ว่า พอเกษียณแกจะออกเที่ยวชดเชยที่ทำงานหนักมาหลายปี" เขากล่าวถึงญาติห่างๆ ที่อัฐิถูกเก็บไว้ที่นี่


                  "พอแกอายุ 59 อีกปีเดียวจะเกษียณ จู่ ๆ ก็ตรวจพบมะเร็ง ต่อมาก็ล้มป่วยไม่ถึงสามเดือนก็เสีย"


                  "ชีวิตเรามันก็แบบนี้ล่ะนะ " เขายักไหล่ ก่อนเดินออกจากร่มโพธิ์เพื่อกลับไปที่ศาลาวัด


                  ณรัชต์รู้ว่าเธอเพิ่งจะสูญเสียมารดา แต่เขาก็ปลอบใจคนไม่เป็น คงพูดได้เท่านี้ล่ะ

                  ช่วงชีวิตที่แล้วเขาเคยได้รู้มาบ้างว่า เพราะแม่ของเธอเสียชีวิต เธอจึงเปลี่ยนใจจากการเรียนปริญญาเอกเกี่ยวกับศิลปะและการออกแบบ บินกลับมาทำงานบริหารบริษัทมหาชนที่แม่ของเธอเป็นคนสร้างขึ้นมา

                  และเธอก็บริหารบริษัทได้อย่างดีเยี่ยม พลอยทำให้เขาที่ซื้อหุ้นบริษัทนี้ได้ผลตอบแทนและปันผลสูงมากไปด้วย


                  หลังจากงานกฐินแล้วเสร็จชาวบ้านก็มาโบกมือลาคณะกฐินจากกรุงเทพฯ ที่ทยอยกันขึ้นรถบัสปรับอากาศไป นัยว่าจะไปสัมมนา (เที่ยว) ที่จังหวัดอื่นต่อ


                  เขายืนมองรถบัสของคณะกฐินสามัคคีที่ค่อย ๆ เคลื่อนออกจากวัดไป ก่อนหันกลับไปช่วยเก็บของต่าง ๆ ที่นำมาประกอบพิธีขึ้นรถเพื่อขนกลับบ้าน


                  วันนี้เป็นวันที่เหนื่อยมากสำหรับณรัชต์ เพราะตื่นตั้งแต่ตีสาม ทำงานทั้งวันจนค่ำไม่ได้หยุด อาบน้ำเสร็จแล้ว เขาค่อยๆ คลานขึ้นเตียง



                  ในตลาดหุ้นราคาของหุ้นจะขึ้นหรือลงก็ขึ้นอยู่กับ ความต้องการซื้อ (Demand) และ ความต้องการขาย (Supply) ของนักลงทุน เช่น

                   เมื่อมีคนอยากซื้อหุ้นมากกว่าขาย ราคาหุ้นก็จะขึ้น

                   แต่ถ้าคนอยากขายหุ้นมากกว่าซื้อ ราคาหุ้นก็จะลง


                   และเพราะตลาดหุ้นบ้านเรามีขนาดเล็กมากเมื่อเทียบกับตลาดต่างประเทศ ตลาดหุ้นจึงมักถูกควบคุมด้วยเงินลงทุนจากต่างประเทศได้ง่าย


                   หลังจากจีนค่อย ๆ ฟื้นตัวจากวิกฤติเศรษฐกิจเอเชียแล้ว กองทุนต่างชาติที่จมูกไวก็เริ่มมองเห็นแล้วว่าเหล่าประเทศที่เคยฟุบหนักจากวิกฤติเศรษฐกิจเอเชียน่าจะใกล้เข้าสู่การเริ่มฟื้นตัวในอีกไม่นาน




    ------------------------------------------------

    Name : ณรัชต์

    Asset : เงินสดในบัญชีหุ้น 48,400 บาท

             : ตึกแถว 2 ห้อง ราคาปัจจุบัน 850,000 บาท

             : เงินสดในบัญชีธนาคาร 100,000 บาท

             -หุ้นโรงพยาบาล K จำนวน 60,000 หุ้น จากราคา 15 บาท ราคาปัจจุบัน 16 บาท

             -หุ้นโรงพยาบาล M จำนวน 72,000 หุ้น จากราคา 20 บาท ราคาปัจจุบัน 22 บาท

             -หุ้นโรงพยาบาล N จำนวน 28,800 หุ้น จากราคา 30 บาท ราคาปัจจุบัน 32 บาท

             -หุ้นโรงพยาบาล R จำนวน 18,000 หุ้น จากราคา 72 บาท ราคาปัจจุบัน 92 บาท


    มูลค่าสินทรัพย์รวม : 48,400 + 850,000 + 100,000 + 960,000 + 1,584,000 + 921,600 + 1,656,000


                              = ปัจจุบัน 6,120,000 บาท



    คล้ายกับเรื่องย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค ) ที่คุณอ่าน