EP10 'วาโญ'บุรุษผู้คล้ายสิงห์
.
แมงมุมั์ดิ้นสะท้านในเชือกที่รัดขามันทั้งแปด แรงสั่นของมันะเืเข้ามาถึงฝ่าเท้าผม เหมือนพื้นหินกำลังสาปแช่งเราทุกคนที่เหยียบเข้ามาตรงนี้
พี่เมฆ ขึ้นคร่อมบนลำตัวมัน เงาร่างเขาโยกขึ้นลงตามแรงดิ้นของสัตว์ประหลาด
เทียนอาคมในมือผมสว่างวูบวาบจนใบหน้าเขาผ่านไปมาระหว่างแสงและความมืด เหมือนเขาเป็เงาที่หลุดออกจากตัวตนเดิมไปแล้ว
เสียงแทงแรกดัง “กึก”
สะท้อนแข็งๆ จากท้องแมงมุม
เหมือนเหล็กกระแทกโล่ ผมรู้สึกหนาววาบั้แ่กลางหลังจรดท้ายทอย
เสียงแทงที่สอง ที่สาม ตามมาอย่างรวดเร็ว แต่ทุกครั้งก็เป็เสียงที่ทำให้ใจผมห่อเหี่ยวลงเรื่อยๆ—
มันไม่เข้าเลย
แมงมุมส่งเสียงต่ำๆ คล้ายคำสาป ท้องมันสั่นระริกเหมือนกำลังสะสมแรงเพื่อพลิกตัว
และถ้ามันพลิก… ผมรู้ดีว่าเราจะไม่มีเวลาพอจะหนี หรือแม้แต่จะร้อง
จันที่ยืนข้างผนังไว้ห่างๆ พยายามไม่ทำเสียง แต่ผมเห็นเขากัดฟันแน่นจนกรามขึ้นเส้น
ในแววตาเด็กหนุ่มอายุไม่ถึง 25 คนนี้ มีความกลัวเต็มเปี่ยมจนผมไม่กล้ามองเขาอีก เพราะมันสะท้อนของผมกลับมาด้วย
ผมเริ่มหายใจติดๆ รู้สึกเหมือนอากาศในถ้ำถูกรีดออกไปทีละน้อย เหมือนใครกำลังปิดประตูเหล็กทับความหวังเราไว้ช้าๆ
พี่เมฆแทงลงอีกครั้งด้วยเรี่ยวแรงสุดท้าย
“กึก!”
เสียงนั้นทำให้ทุกอย่างในหัวผมเงียบลง มันคือความเงียบที่บอกว่า—ไม่สำเร็จ
ไม่ว่าเขาจะพยายามแค่ไหน โล่นรกใต้ท้องเ้าสัตว์นี้ก็ยังแข็งเหมือนชะตากรรมที่ไม่อาจฝืนได้
อีกไม่กี่ลมหายใจ…มันจะพลิกตัว
และเราจะ—
ผมไม่อยากคิดต่อ
แต่ก่อนที่ความสิ้นหวังนั้นจะสมบูรณ์
เสียงหนึ่งดังขึ้นช้าๆ จากในกรงเหล็กด้านในถ้ำอีกครั้ง
“ต้องใช้อาคม…ของมหาดาบส…
อาคมชั้นสูง…ถึงจะเปิดเกราะมันได้…”
พี่เมฆชะงัก
หันหน้าไปในความมืด เหงื่อจากหน้าผากเขาหยดลงบนเกราะแมงมุมเป็เม็ดใสๆ
ผมอ่านความหงุดหงิดและความจนตรอกในดวงตาเขาได้ในแวบเดียว
“จะให้ข้าไปเอาอาคมของมหาดาบสจากไหนตอนนี้!”
เขาะโเสียงแตก ฝุ่นก้องสะท้อนกลับมาแทบตบหน้าเรา
ชายในกรง—ที่ผมมองเห็นแค่แววตาสีหม่นท่ามกลางความสลัว—ตอบช้าๆ
ช้าจนเหมือนคำทุกคำต้องขุดผ่านชั้นอายุที่ทับถมในถ้ำนี้มาหลายปี
“ไม่…ต้องไปเอา…
ข้า…รู้เคล็ด…ของมหาดาบส
เคล็ด…ที่ใช้กับมีดอาคม…ของเ้าได้…”
ผมไม่รู้ว่าเพราะความหวัง หรือเพราะไร้หนทางแล้ว พี่เมฆจึงเงียบไปทันที
เขาปีนลงจากตัวแมงมุม หอบหายใจแรง ราวกับรับความจริงบางอย่างที่เขาไม่อยากรับว่าเขาพ่ายแพ้ เขาไม่สามารถทำทุกอย่างสำเร็จได้ด้วยตัวเขาเพียงคนเดียว เขาไม่ได้แกร่งกล้าเหนืออะไรในโลกนี้
ชายในกรง ซึ่งต่อมาจะบอกชื่อว่า 'วาโญ' เริ่มเอ่ยเคล็ดอาคมออกมาทีละวรรค
ช้า…
หนัก…
และเหมือนแต่ละคำมีน้ำหนักพอจะทำให้หินก้อนใหญ่สั่นไหว
ผมฟังจนรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในวังวนเสียงนั้น
จันขยับเข้ามาใกล้ผมมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว เขากระซิบเสียงสั่นว่า
“พี่กิต…เขาพูดอะไร… ทำไมผมรู้สึก…เหมือนมันไม่ควรมีคนพูดคำพวกนี้ในถ้ำแบบนี้เลย…”
ผมไม่ตอบ เพราะในใจผมรู้สึกเหมือนกัน รู้สึกเหมือนเสียงอาคมกำลังยืดเงาของเราทุกคนให้ยาวออกไปบนพื้นถ้ำ
ยาวเกินไป เหมือนจะลืมว่าเงาต้องสิ้นสุดตรงไหน
เมื่อพี่เมฆท่องตามจนจำขึ้นใจ เขาก็กลับขึ้นไปบนตัวแมงมุมอีกครั้ง
มือจับมีดอาคมแน่นจนเส้นเอ็นบนหลังมือปูดขึ้นมา
จังหวะที่เขาแทงลง
ผมได้ยินเสียงแปลก
ไม่ใช่เสียง “กึก”
แต่เป็เสียง “แคร็ก” เบาๆ เหมือนน้ำแข็งบางแตกใต้เท้า
เกราะแมงมุม…ถูกเปิดออก เืสีเขียวข้นทะลักออกมา ไหลเหมือนโคลนร้อนจากใจกลางโลก และร่างั์ของมันเริ่มกระตุกในช็อตสุดท้ายเหมือนการเต้นของหัวใจที่ไม่ยอมตาย
ก่อนมันแน่นิ่ง มันพ่นใยครั้งสุดท้าย พุ่งตรงไปทางจันด้วยความเร็วที่ผมแทบไม่ทันเห็นด้วยตา
จันร้องลั่น ก้นกระแทกพื้นดังตุบ ใยพุ่งเฉียดหน้าเขาไปเพียงเส้นผมหนึ่งเส้น ติดผนังหินด้านหลังเสียงดังแรงจนฝุ่นร่วงกราว
“ผม... ผมไม่ไหวแล้วนะ พี่กิต!! ผมจะกลับบ้าน!!”
เสียงเขาสะท้อนวนในถ้ำ
จนทั้งถ้ำเหมือนหัวเราะเยาะเขาแทน
หลังการต่อสู้
เมื่อทุกอย่างสงบลง พี่เมฆกับผมรีบเข้าไปที่หน้ากรงที่คุมขังชายประหลาดผู้ที่ชื่อ'วาโญ'นั้นทันที
'วาโญ'ชายผู้มีลักษณะคล้ายมนุษย์วานร หรือคล้ายกับสิงห์ แต่มีใบหน้าละม้ายคล้ายวานรยิ่งกว่าสิงห์ เขาบอกคร่าวๆว่าเคยเป็ศิษย์เอกของมหาดาบส และได้เคยเรียนอาคมชั้นสูงมาจนลุ่มลึกระดับหนึ่ง
แต่กลับถูก ดาบสทองคำ หักหลังและจับขังในถ้ำนี้มาหลายปี
พี่เมฆใช้มีดอาคมนั้น—ที่ตอนนี้ร้อนเหมือนมีชีวิตหลังจากได้ผสานกับมนต์อาคมชั้นสูง เฉือนโซ่และทำลายกรงเหล็กพวกนั้นได้ง่ายอย่างประหลาด เส้นเหล็กที่เคยดูแข็งราวเจตจำนงของเหวลึก กลับขาดออกเหมือนเส้นด้าย
วาโญ ก้าวออกมาจากความมืด ตัวผอมจนเห็นกระดูก ดวงตาขุ่นหม่นแต่ลึกล้ำอย่างคนที่เห็นความลับของโลกมานานเกินไป
ผมกับจันค่อยๆประคองร่างของเขาที่ยังดูไม่แข็งแรงเพราะถูกขังมานออกมาถึงปากถ้ำ ขณะที่พี่เมฆเดินเข้าไปประคองร่างของทหารหนุ่มของท่านจ้าวแห่งมิตทราห์ขึ้นมา
และทันทีที่เท้าเราก้าวออกมาจนเกือบจะถึงปากถ้ำ...
เสียง'แตก'ของหิน ก็ดังขึ้นจากด้านหน้า
ผมเงยหน้าขึ้นไป และทันได้เห็นเพดานถ้ำข้างหน้า มีรอยร้าวเหมือนใยแมงมุม และแตกออกในพริบตา
ก่อนที่มันจะถล่มลงมาอย่างไร้สิ่งยึดเหนี่ยว !
ฝุ่นดำทะลักเข้าปากผมเหมือนลมหายใจของสัตว์ใหญ่กำลังกลืนเราเข้าไปอีกรอบ
จันกรีดร้องเสียงสูง เสียงนั้นสะท้อนซ้อนทับกันจนเหมือนมีหลายจันในความมืด
ผมเอื้อมไปคว้าแขนเขาโดยไม่รู้ตัว ร่างเราทุกคนสั่นคลอนเหมือนจะถูกทับม้วนด้วยหินทั้งเพดาน
ลมหายใจผม แทบจะขาดห้วงในนาทีนั้น—
และในความมืดที่ยิ่งมืดลงกว่าก่อนหน้า ผมรู้สึกได้เพียงอย่างเดียวว่า…
เรายังไม่รอดจากถ้ำแห่งนี้
ไม่แม้แต่ก้าวเดียว...?!
*โปรดติดตามตอนต่อไป*