ตอนที่ 1 นครโบราณ
ท้องฟ้าโปร่ง เมฆบางเบาล่องลอยไร้จุดหมาย ดวงอาทิตย์สาดแสงแดดร้อนแรงอยู่เหนือผืนป่า แต่ป่าทึบแห่งนี้เต็มไปด้วย ต้นไม้สูงใหญ่เสียดฟ้า แต่ละต้นขนาดกว้างใหญ่ขนาดที่ต้องใช้ชายฉกรรจ์ 10 คนจึงยืนโอบล้อมได้ ทำให้พื้นดินใต้ต้นไม้เ่าั้แทบจะไร้แสงให้เห็น ท่ามกลางต้นไม้หนาทึบกินพื้นที่หลายแสนตารางกิโลเมตร มีเมืองโบราณซ่อนอยู่ เมืองโบราณแห่งนี้มีขนาดใหญ่มีพื้นที่กว่า 100 ตารางกิโลเมตร แต่เมื่อเทียบกับขนาดอันกว้างใหญ่ของป่าาแห่งนี้ มันเป็เพียงจุดเล็กๆจุดหนึ่ง ไม่มีผู้ใดทราบผู้ใดเป็คนสร้างเมืองโบราณแห่งนี้ เหตุใดผู้คนที่สามารถสร้างสิ่งก่อสร้างที่มั่งคงแข็งแรงผ่านกาลเวลายาวนานจนไม่อาจนับได้แต่ไม่พังทลายลงเช่นนี้กลับสูญหายไปในประวัติศาสตร์ ตำนานกล่าวว่านี่เป็นครแห่งเทพ ถูกสร้างั้แ่สมัยเทพา มีอายุเท่าเทียมกับ [ดาวเขียวคราม] ดวงนี้
การจะเข้าถึงนครโบราณแห่งนี้ไม่ใช่เื่ง่าย แค่การเดินทางจากชายป่ามาถึงเมืองนี้ก็ใช้เวลาหลายวัน อีกทั้งต้องฟันฝ่าสัตว์อสูรดุร้ายมากมาย ผู้กล้ามากมายฝ่าผ่านป่ามาได้แค่ครึ่งทางก็ต้องล้มตายลง สัตว์อสูรระดับสูงมากมายอาศัยอยู่ในป่าแห่งนี้ ต่อให้เป็ยอดยุทธระดับปราณไร้ขอบเขตก็ไม่แน่ว่าจะผ่านป่าทึบมาถึงนครโบราณแห่งนี้ได้ ในประวัติศาสตร์มียอดยุทธมากมายหลายท่านได้เสี่ยงชีวิตเข้ามายังนครโบราณแห่งนี้ แต่ไม่มีผู้ใดได้รับของวิเศษหรือวิชายุทธโบราณกลับไปแม้แต่คนเดียว ทุกคนที่เคยเข้ามาในนครโบราณแห่งนี้ ต่างบอกว่านครแห่งนี้มีเพียงอาคารเปล่าไร้สิ่งมีค่าหรือบันทึกใดๆให้ศึกษาแม้แต่น้อย ถึงกระนั้นก็ยังมียอดยุทธรุ่นเยาว์ผู้เชื่อมั่นในชะตาวาสนาของตนเข้ามาเสี่ยงดวง แสวงหาขุมทรัพย์ที่ไม่เคยมีใครค้นพบในนครโบราณแห่งนี้อยู่เรื่อยๆ และวันนี้ก็มียอดยุทธหนุ่มผู้หนึ่งเข้ามาแสวงโชคในนครโบราณแห่งนี้
ชายหนุ่มผู้นี้สูงราว 180 ซม. ใบหน้าหล่อเหลาคมคาย ดูจากใบหน้าแล้วอายุไม่น่าจะเกิน 25 ปี หากแต่ความจริงแล้วเขาอายุมากกว่า 60 ปีแล้ว แต่เขาเป็ยอดยุทธขั้นปราณไร้ขอบเขตซึ่งมีอายุขัยหลายพันปี การที่มีระดับปราณถึงขั้นนี้ได้เมื่ออายุ 60 ปีนั้นก็นับว่าเป็อัจฉริยะที่หาได้ยากระดับ 1 ในพันล้านคนเลยทีเดียว และอายุ 63 ปีจากอายุขัยนับพันปีนั้นก็นับได้ว่าอยู่ใน่เริ่มต้นเท่านั้น จะเรียกเขาว่าชายหนุ่มก็คงไม่ผิดอะไรนัก
ชายหนุ่มนาม “จางหม่านโถว” ผู้นี้เพิ่งสำเร็จเข้าสู่ขั้นปราณไร้ขอบเขตเมื่อ 2 เดือนที่แล้วนี่เอง หลังจากที่ปรับพื้นฐานพลังให้คงที่ในระดับใหม่ได้แล้ว ชายหนุ่มก็มุ่งเข้าสู่นครโบราณแห่งนี้ทันที เขามั่นใจในตัวเองเป็อย่างมากว่าสามารถเข้ามาสำรวจนครโบราณแห่งนี้และกลับไปได้อย่างปลอดภัย ด้วยระดับพลังปราณไร้ขอบเขต ถึงแม้จะพบกับสัตว์อสูร ต้นไม้พิษ หรือภัยธรรมชาติใดๆในป่าแห่งนี้ แม้แต่ยอดยุทธระดับปราณราชันย์จะโจมตีเข้ามา เขาก็ย่อมสามารถรอดชีวิตออกไปได้อย่างแน่นอน
นี่เป็เพียงความโอหังของเด็กหนุ่มไม่รู้ความ เหมือนลูกวัวเกิดใหม่ไม่กลัวเสือ เขาคิดว่าความแตกต่างระหว่างปราณไร้สิ้นสุดกับปราณราชันย์ที่ห่างกันเพียงระดับเดียวนั้นจะเหมือนกับความแตกต่างระหว่างปราณไร้สิ้นสุดกับปราณรู้แจ้ง เป็เื่จริงที่ยอดยุทธระดับปราณไร้สิ้นสุดไม่สามารถฆ่ายอดยุทธระดับปราณรู้แจ้งได้โดยง่าย แต่ระดับปราณไร้สิ้นสุดนั้น ที่มันถูกเรียกว่าปราณไร้สิ้นสุดเนื่องจากมันเป็ระดับที่สามารถสะสมปราณได้ไม่สิ้นสุด ไม่ว่าท่านจะสะสมพลังปราณมากเท่าไหร่ ก็ไม่อาจทะลวงเข้าสู่ระดับปราณราชันย์ได้ ดังนั้นผู้ที่อยู่ในระดับปราณราชันย์นั้น หากจะลงมือฆ่ายอดยุทธระดับปราณไร้สิ้นสุดขั้นแรกอย่างจางหม่านโถวนั้นง่ายดายยิ่งกว่าพลิกฝ่ามือเสียอีก
หลังจากฝ่าป่าทึบมานาน 14 วันเต็มๆเขาก็มาถึงใจกลางของนครโบราณแห่งนี้ หากเป็ป่าทั่วไประยะทางเพียงไม่กี่ร้อยกิโลเมตรนี้ใช้เวลาเดินทางแค่ 3-4วันเท่านั้น แต่เนื่องจากต้องฝ่าฟันสัตว์อสูรมากมาย ทำให้เสียเวลาในการต่อสู้และพักฟื้นมากกว่าการเดินป่าทั่วไปมาก ภาพที่เห็นสร้างความตะลึงงันให้กับชายหนุ่มเป็อย่างมาก อาคารโบราณมากมายหลายหลังยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ภายในนครแห่งนี้มีอาคารมากมายหลายร้อยหลายพันหลัง อาคารขนาดเล็กกว้างยาวหลายสิบเมตรสูง 100-200เมตร อาคารที่ใหญ่ที่สุดอยู่ตรงกลางมีความสูงกว่า 800 เมตร แม้จะอยู่ห่างไปหลายกิโลเมตรก็ยังสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน
จางหม่านโถวเดินตรงไปยังอาคารใหญ่ที่สุดเป็อันดับแรก เห็นได้ชัดว่ามันเป็อาคารที่สำคัญที่สุด ไม่เพียงมีขนาดใหญ่ที่สุด ทั้งยังตั้งอยู่ตรงกลางของนครแห่งนี้ อาคารเป็หินสีขาวสะอาดแม้ผ่านกาลเวลามานานนับอนันต์กลับยังคงมีสภาพเหมือนกับสร้างไว้ไม่นาน ไม่มีแม้แต่ฝุ่นผงจับแม้แต่น้อย หากไม่ทราบมาก่อนว่านี่เป็นครที่ไร้ผู้คน เพียงดูจากสภาพของตัวอาคารแล้วย่อมต้องคิดว่าเป็อาคารที่มีผู้คนอาศัยอยู่และทำความสะอาดเป็ประจำทุกวันอย่างแน่นอน
ภายในอาคารมีห้องใหญ่น้อยมากมาย แต่ทุกห้องล้วนว่างเปล่า ไร้ซึ่งวัตถุอื่นใดแม้แต่น้อย คาดว่าผู้ที่เคยมาสำรวจเมื่อไม่พบของล้ำค่าหรือวิชาฝีมืออันใด ก็คว้าเอาวัตถุใดๆที่พอจะหยิบฉวยได้กลับไปแทน เมื่อผ่านกาลเวลามานานย่อมไม่เหลือวัตถุใดที่สามารถเคลื่อนย้ายได้หลงเหลืออยู่อีกแล้ว ทุกห้องจึงว่างเปล่าเหลือเพียงผนังโล่งว่างขาวสะอาดเท่านั้น จางหม่านโถวสำรวจอย่างละเอียดทั่วทั้งห้องก็ไม่อาจพบร่องรอยจารึกใดๆ เื่นี้มันย่อมคาดเดาได้อยู่แล้ว หากมีจารึกใดๆให้เห็นได้โดยง่ายมันย่อมเป็เื่ราวที่สามารถได้ยินโดยทั่วไปมานานแล้ว แต่ข้อมูลเกี่ยวกับนครโบราณนี้คือมันว่างเปล่าโดยสิ้นเชิง
แน่นอนว่าจางหม่านโถวย่อมไม่เชื่อข่าวนั้นอย่างสิ้นเชิง นครโบราณแห่งนี้ย่อมมีความลับซ่อนอยู่ มีเพียงผู้มีวาสนาเท่านั้นที่สามารถหามันพบ และเขาเชื่อมั่นใจวาสนาของตัวเองเป็อย่างยิ่ง เขาถ่ายทอดพลังปราณผ่านฝ่ามือเพื่อตรวจสอบหากลไกที่ซ่อนอยู่ เขาตรวจสอบทุกตารางนิ้วของผนัง พื้น เพดาน ทั่วทั้งห้องและทุกห้อง การตรวจสอบเช่นนี้สิ้นเปลืองพลังงานและเวลาเป็อย่างมาก
จางหม่านโถวใช้เวลานานเดือนกว่าในการสำรวจนครโบราณนี้จนทั่ว ทุกห้องทุกอาคาร จนไม่เหลือแม้แต่เพียงตารางนิ้วเดียว เมื่อตรวจห้องสุดท้ายในอาคารสุดท้ายเสร็จ สีหน้าของจางหม่านโถวก็ซีดสลด เขาเคยมั่นใจมากในวาสนาของเขา ที่เคยมีประสบการณ์แปลกประหลาดมากมาย ค้นพบของวิเศษที่คนทั่วไปใช้เวลาทั้งชีวิตก็หาไม่พบมามากมายจนนับไม่ถ้วน ที่เขาสามารถสำเร็จถึงระดับปราณไร้ขอบเขตด้วยอายุเพียง 63 ปีเท่านั้นก็เพราะได้สมุนไพรวิเศษ ของวิเศษและวิชากำลังภายในพิเศษที่น้อยคนนักจะรู้จัก ด้วยประสบการณ์ที่ผ่านมาของเขา ขอเพียงเขา้าอยากค้นหาสิ่งใดแล้วเขาย่อมสามารถหาพบได้ จะมีเหตุให้เขาได้พบของวิเศษนั้นอยู่เสมอ แต่คราวนี้เขาเป็ครั้งแรกที่เขาพบกับความล้มเหลว
เมื่อคิดวิเคราะห์อย่างละเอียดอีกครั้ง จางหม่านโถวก็เริ่มมีความหวังขึ้นมาใหม่ การใช้พลังปราณตรวจสอบหากลไกนั้น ย่อมมีคนจำนวนไม่น้อยคิดได้และลองทำมาแล้ว หากสามารถตรวจด้วยวิธีนี้จริงต้องมีคนค้นพบมันแล้วเป็แน่ ดังนั้นความลับของนครโบราณนี้ย่อมไม่อาจเป็สิ่งที่สามารถค้นพบได้ด้วยการตรวจหาธรรมดาแบบนี้ แต่วิธีไหนกันเล่าที่จะเปิดเผยความลับของนครโบราณแห่งนี้
จางหม่านโถวนั่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็นึกได้ว่าเขาใช้เวลาทั้งหมดตรวจสอบเมืองทุกตารางนิ้ว โดยไม่เคยมองดูผังเมืองนี้อย่างชัดเจนมาก่อนเลย เขารู้ว่านครโบราณแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นอย่างประณีตบรรจง ดังนั้นผังเมืองของมันคงสามารถบ่งบอกอะไรบางอย่างได้ เมื่อคิดดังนี้ จางหม่านโถวจึงลอยตัวขึ้นสูงทันที เขาลอยตัวอยู่สูงกว่าพื้นดินราว 5000 เมตร สามารถมองเห็นนครโบราณแห่งนี้ได้ทั้งนครอย่างชัดเจน
นครโบราณแห่งนี้ ถูกออกแบบมาอย่างประณีตจริงๆ การจัดวางอาคารนั้นเป็ระเบียบเรียบร้อย ทั้งสองด้านของเมืองนั้นสมมาตรกันอย่างสมบูรณ์ อาคารตรงกลางของเมืองนับเป็จุดศูนย์กลางของเมืองอย่างแท้จริง หากวัดจากอาคารนี้ไปยังอาคารใดๆก็ตามทางด้านซ้าย จะมีอาคารแบบเดียวกันอยู่ในมุมและระยะทางเดียวกันทางด้านขวา และที่สำคัญแม้นครนี้จะอยู่กลางป่าทึบ แต่กลับไม่มีต้นไม้แม้แต่ต้นเดียวเข้ามาในเขตนครโบราณนี้ เหมือนมีกำแพงกั้นแบ่งเขตเมืองกับป่าออกจากกัน แต่ไม่มีกำแพงหรือพลังปราณใดออกมาให้เห็นแม้แต่น้อย เื่นี้นับเป็ปริศนาอย่างหนึ่งของนครโบราณแห่งนี้
จางหม่านโถวพยายามมองหาจุดที่ไม่สมมาตรบนผังเมืองแห่งนี้ แต่น่าเสียดายที่มองหาไม่พบ เขาพยายามไขปริศนาของภาพผังเมืองนี้ มันเป็แผนที่บ่งบอกถึงสถานที่อื่นใดหรือไม่ ขณะที่เขากวาดตาไปทั่วทั้งนครนั้น เขาก็สังเกตเห็นแสงจากมุมหนึ่งของสายตา มันเป็แสงที่ไม่ควรมีอยู่ตรงนั้น บริเวณนั้นเป็เขตป่าซึ่งอยู่ห่างจากเมืองไปประมาณ 2 กิโลเมตร มีแสงอาทิตย์ที่สะท้อนผนังอาคารจากกลางป่า นี่เป็เื่ที่เป็ไปไม่ได้ แต่เื่เป็ไปไม่ได้เช่นนี้แหละ ที่จางหม่านโถวกำลังตามหาอยู่ มันรีบบินไปยังทิศทางนั้นทันที
มีอาคารหลังเล็กๆหลังหนึ่ง สูงไม่เกิน 5 เมตร กว้างยาวไม่เกินด้านละ 10 เมตร แต่ผนังอาคารเป็หินสีขาวชนิดเดียวกับที่สร้างอาคารสูงในนครโบราณเ่าั้ สิ่งที่แตกต่างคือ อาคารนี้ถูกปกคลุมไปด้วยเถาวัลย์ไม้เลื้อยชนิดต่างๆ ทั้งยังก่อตัวสูงขึ้นไปทำให้มันดูเหมือนกับมันเป็ต้นไม้ต้นหนึ่งก็ไม่ปาน มีเพียงส่วนเล็กๆส่วนหนึ่งเท่านั้นที่เถาวัลย์หลุดลอกออก มันจึงมีแสงสะท้อนออกมาให้เห็นได้ รอยขาดนี้เพิ่งเกิดได้ไม่นาน อาจไม่ถึงหนึ่งเดือนดีด้วยซ้ำ ตลอด 1 เดือนมานี้มีเพียงจางหม่านโถวอยู่ในนครโบราณแห่งนี้เพียงคนเดียว รอยนี้เกิดขึ้นจากสาเหตุใดก็ไม่อาจรู้ได้ แต่ที่แน่ๆ เพราะรอยขาดนี้ทำให้เขาสามารถหาอาคารหลังนี้พบ และที่ไม่มีใครเคยหามันพบมาก่อนก็เพราะมันถูกปกคลุมด้วยเถาวัลย์จนไม่อาจแยกออกจากต้นไม้ต่างๆในป่านี้ได้
จางหม่านโถวลงไปยังอาคารนั้นในทันที มันพยายามมองหาทางเข้าของอาคาร มันไม่อยากทำลายเถาวัลย์โดยไม่จำเป็ อาจมียอดยุทธคนไหนเดินทางมาสำรวจนครโบราณแห่งนี้เวลาใดก็ได้มันไม่อยากเปิดเผยที่ตั้งของอาคารนี้ออกไปก่อนที่มันจะตรวจพบความลับของอาคารนี้ได้ ในที่สุดมันก็หาประตูทางเข้าอาคารพบ อาคารนี้มีประตูเล็กๆเพียงประตูเดียว ความกว้างเพียง 1 เมตร สูงเพียง2เมตรกว่าๆเท่านั้น จางหม่านโถวใช้ฝ่ามือกรีดทำลายเถาวัลย์ที่ปิดประตูนั้นไว้
ภายในอาคารเป็เพียงห้องโถงโล่งๆไม่มีสิ่งใดอยู่ภายในทั้งสิ้น แต่สิ่งที่ต่างไปคือผนังภายในห้องนี้มีอักขระสลักไว้บนนั้น จางหม่านโถวพยายามคิดว่าอักขระเหล่านี้คล้ายคลึงกับตัวอักษรของเผ่าใดแต่ก็ไม่พบ ดูท่านี่จะเป็ตัวอักษรของมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ในยุคปัจจุบันนี้มีประวัติศาสตร์ย้อนไปแค่ประมาณ 50,000ปีเท่านั้น ก่อนหน้านั้นมีเพียงตำนานถึงมหาาที่ทำให้มนุษย์เกือบทั้งหมดล้มตายลง วิชายุทธระดับสูงมากมายสูญหายไป ผู้ที่เหลือรอดเป็เพียงคนที่มีพลังยุทธระดับต่ำที่ไม่มีค่าพอที่จะเข้าร่วมา แต่พวกนั้นกลับกลายเป็ปรมาจารย์ในยุคหลังา ความแตกต่างของความแข็งแกร่งนั้นเป็ที่คาดเดาได้ หากสิ่งที่จารึกนี้เป็วิชายุทธที่สูญหายไปในมหาาครั้งนั้นแล้วละก็ จางหม่านโถวอาจกลายเป็อันดับหนึ่งของโลกในเวลาอันสั้นก็เป็ได้
จางหม่านโถวจดทุกตัวอักษรลงใบสมุดบันทึกของมัน มันจดตัวหนังสือทุกตัวที่แตกต่างกัน แต่ไม่จดเรียงกันจนอ่านเป็ประโยคได้ เขาไม่้าให้มีคนอื่นได้บันทึกวิชาที่สมบูรณ์ไป เมื่อมีเพียงเขาที่รู้จักที่ตั้งของอาคารนี้ เขาย่อมมีเวลาเหลือเฟือที่จะศึกษาตัวอักษรเหล่านี้และกลับมาใหม่เพื่อเรียนวิชาที่บันทึกไว้ ขณะที่เขากำลังปิดทางเข้าด้วยเถาวัลย์นั้น เขาก็ได้ยินเสียงคำรามดังขึ้นจากข้างหลัง
สัตว์อสูรหมาป่าน้ำเงินเกราะเหล็ก!!!!!
หมาป่าน้ำเงินเกราะเหล็กเป็สัตว์อสูรระดับ 7 มีพลังเทียบเท่ากับปราณไร้ขอบเขต ดูเหมือนว่าเ้าหมาป่าตัวนี้จะอายุหลายร้อยปีแล้วอาจถึงพันปีด้วยซ้ำ มันไม่ใช่สัตว์อสูรที่จางหม่านโถวสามารถรับมือได้อย่างแน่นอน ตอนนี้เขามีเพียงความคิดเดียวที่อยู่ในหัวคือ “หนี” จางหม่านโถวะโขึ้นฟ้าในทันทีเพื่อที่จะหนี แต่หมาป่าน้ำเงินเกราะเหล็กกลับะโได้สูงกว่า มันตะปบลงอย่างรวดเร็วกระแทกร่างของจางหม่านโถวร่วงลงในทันที
จางหม่านโถวะโเข้าอาคารไป ด้วยขนาดของประตูที่เล็กกว่าขนาดของหมาป่าน้ำเงินเกราะเหล็กมาก จึงเป็เกราะป้องกันที่ดีที่สุดเท่าที่มันจะหาได้ในตอนนี้ เมื่อหมาป่าน้ำเงินเกราะเหล็กไม่อาจเข้ามาในอาคารได้ มันได้แต่เดินรอบๆอาคารและส่งเสียงขู่อันน่ากลัวออกมา จางหม่านโถวอาศัยโอกาสนี้เดินพลังขับไล่เืที่ไหลเข้าไปในชีพจรลมปราณออกมา
ถุย!!!!
จางหม่านโถวบ้วนเืเสียออกมาคำหนึ่ง นี่เป็เืที่ซึมเข้าไปในชีพจรลมปราณเนื่องจากการาเ็ หากไม่ขับออกมาจะกีดขวางการไหลเวียนของพลังปราณ ดังนั้นจึงต้องรีบขับเืเสียเหล่านี้ออกมาให้เร็วที่สุดเมื่อได้รับาเ็ เมื่อเืของจางหม่านโถวััพื้น ก็เกิดสิ่งผิดปกติขึ้น พื้นที่เขายืนอยู่เกิดการสั่นะเืและเคลื่อนตัวออก จางหม่านโถวะโไปยืนติดกับผนังด้านหนึ่ง มองดูการเปลี่ยนแปลงนั้น
พื้นได้แยกออกเผยให้เห็นบันไดลงไปยังชั้นใต้ดิน!!!!
----------------------------------------------------------------------------------------------
นอกเื่ส่งท้ายตอน
จางหม่านโถว : นี่ลุง
ตาลุงติดเกมส์ : ว่าไง
จางหม่านโถว : ตกลงข้าชื่อ หม่านโถว จริงๆอ่ะ ไม่คิดว่ามันตลกไปหน่อยเหรอ
ตาลุงติดเกมส์ : ตลกตรงไหน
จางหม่านโถว : ใครเขาเอา อาหาร มาตั้งเป็ชื่อตัวละครกัน
ตาลุงติดเกมส์ : อาร์ย่ามีเพื่อนชื่อ “พายร้อน” ดราก้อนบอลก็มีตัวละครที่มีชื่อมาจากอาหารเยอะแยะ
จางหม่านโถว : แต่ก็ไม่ใช่ชื่อพระเอก
ตาลุงติดเกมส์ : ใครบอกว่าแกเป็พระเอกล่ะไอ้แป้งนึ่ง