บทที่ 169 การปะทะครั้งแรก
“กี๊ก!!”
ในขณะเดียวกัน คล้ายกับว่าต้องการตอบรับความโกรธนี้ เสียงแหลมที่ดังขึ้นในครั้งแรกก็ดังสวนกลับมาอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่เหมือนเดิม เสียงร้องที่เต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดในคราแรก บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความเศร้าและโกรธแค้น
มนุษย์ตัวเล็กที่จู่ๆก็มาอยู่ในเหตุการณ์การต่อสู้ของสองเผ่าพันธุ์ถูกแรงกดดันจนล้มระเนระนาด ขนาดซูหยวนก็ยังไม่สามารถเคลื่อนไหวได้เลย เหมือนกับถูกหินก้อนใหญ่ทับอยู่บนหลัง ทำได้แค่นั่งพับเพียบลงไปพร้อมกับเหงื่อที่ไหลซึมกรอบหน้าเท่านั้น
ราชินีตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์บินมาด้วยความเร็วแสง ภายในพริบตาเดียวก็มาถึงบ่อโคลนแล้ว ซูหยวนได้เห็นภาพของราชินีตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์เป็นครั้งแรก ซึ่งมันทำให้เธอได้แต่อึ้งงันไป
ร่างกายของมันมีสัดส่วนเหมือนกับมนุษย์คนหนึ่ง มีแขนขาทั้งสองข้างเหมือนกัน ต่างแค่ลักษณะของร่างกายที่เหมือนมีปลอกห่อหุ้มทั้งตัวอยู่เท่านั้น แล้วก็ส่วนหัวที่ยังเป็นเหมือนกับแมลงทั่วไป ด้านหลังยังมีปีกขนาดใหญ่ที่กระพืออย่างรวดเร็วจนแทบจะมองไม่เห็น
“กี๊ด!!” มันส่งเสียงร้องอีกครั้ง ก่อนจะใช้กรงเล็บของตัวเองกวาดไปที่บ่อโคลนตรงตำแหน่งที่จระเข้สีแดงคลานอยู่
ด้านหลังที่แข็งแกร่งของมันถูกโจมตีเพียงครั้งเดียว กลับมีเสียง “แคร๊ก!” ซึ่งเป็นเสียงเหมือนของแตกหัก ซูหยวนได้เห็นเลือดสีเขียวของจระเข้สีแดงไหลซึมออกมาจากรอยปริแตกด้านหลังนั้นด้วย
“โฮก!!”
แน่นอนว่าในฐานะราชาเจ้าอาณาเขต มันเองก็ไม่ได้อ่อนแอ เมื่อถูกโจมตีโดยไม่ทันตั้งตัวแบบนี้ จระเข้สีแดงก็สะบัดหางของตนเองไปหนึ่งครั้ง ส่งผลให้โคลนใต้น้ำสาดกระจายอีกรอบ เกิดเป็นเหมือนคลื่นพายุน้ำที่หมุนเป็นวงกลม ทำเอาราชินีตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์ถูกพัดกระเด็นออกไป
ทั้งสองต่อสู้พัวพันกัน ต่างฝ่ายต่างได้รับบาดเจ็บ แต่ต่างก็มีจุดแข็งเป็นของตัวเอง เจ้าจระเข้สีแดงสมกับที่เป็นเจ้าของอาณาเขตอย่างแท้จริง สามารถใช้น้ำและโคลนในบ่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปรับเปลี่ยนให้มันเป็นเหมือนแขนขาที่จะจัดการกับศัตรูได้ ดังนั้นเมื่อมันอยู่ในบ่อโคลนนี้ ก็ไม่ต่างอะไรกับเป็นอมตะ
ถึงอย่างนั้น ราชินีตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์ก็ไม่ได้ธรรมดา เพราะมันชิงความได้เปรียบเหนือผิวน้ำ ทำให้สามารถหลบการโจมตีของจระเข้สีแดงได้ อีกทั้งยังมีความรวดเร็วเป็นทุนเดิม ต่อให้จระเข้แดงจะโจมตีได้รุนแรงขนาดไหน หากโจมตีไม่โดนก็ทำอะไรราชินีตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์ไม่ได้อยู่ดี
ปกติแล้วพวกมันต่างคนต่างอยู่ อาศัยบ่อโคลนแห่งนี้เป็นทั้งแหล่งอาหารและเสริมความแข็งแกร่ง ทว่า...ตอนนี้เพราะแรงกระตุ้นจากพวกทหาร ทำให้พวกมันเผชิญหน้าต่อสู้กันเป็นครั้งแรก ยากนักที่จะรู้ว่าฝ่ายไหนจะเอาชนะไปได้
ตู้ม!!
ความถึก ความรุนแรง สุดท้ายไม่สามารถสู้กับราชินีที่เพิ่งวางไข่ได้ จระเข้สีแดงโจมตีอยู่หลายครั้ง ทำให้ราชินีตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์บาดเจ็บอยู่บ้าง แต่ตัวมันเองที่ถูกโจมตีก่อนในครั้งแรกไม่สามารถทนการบาดเจ็บได้ ดังนั้นจึงเลือกที่จะมุดลงไปในโคลนอีกครั้ง เยียวยาตนเองเงียบๆอยู่ใต้บ่อโคลน ซึ่งแน่นอนว่าต่อให้ราชินีตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์ไม่ต้องการจบการต่อสู้แบบนี้ แต่มันก็ทำอะไรไม่ได้
หากบินลงต่ำมากเกินไป คงไม่พ้นจะกลายเป็นเหยื่อของศัตรูแทน
“กี๊ด!!”
ราวกับต้องการประกาศชัยชนะ เจ้าราชินีตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์ส่งเสียงกรีดร้องออกมาอีกครั้ง จระเข้หนามมากมายที่กำลังดูการต่อสู้ของราชาจระเข้สีแดงก็รีบมุดลงไปในโคลนเหมือนกับราชาของมัน
ตอนนี้ กลายเป็นว่าเหยื่อรอบๆพื้นที่นี้ นอกจากพวกทหารแล้วก็ไม่มีอย่างอื่นอยู่ใกล้อีกเลย เป้าหมายของราชินีตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์ตอนนี้มีแค่พวกเธอแล้ว!
ซูหยวนกัดฟันกรอด พยายามที่จะคิดหาวิธีต่อสู้ เธอเองก็ไม่มั่นใจว่าบอลกาวตัวหนืดของตนเองจะใช้การได้กับเจ้าราชินีตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์ตัวนี้หรือไม่
เหนือสิ่งอื่นใด เธอจะมั่นใจได้ยังไงว่าจะสามารถโจมตีราชินีตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์ได้โดนตัว!
ถึงจะไม่อยากยอมแพ้ แต่ซูหยวนก็คิดว่าโอกาสชนะแทบไม่เหลืออีก ตอนนี้เธอมีแค่ปืนพลังงานเท่านั้นที่คิดว่าน่าจะทำประโยชน์ได้ แต่ถ้าแม้กระทั่งปืนพลังงานที่เป็นไพ่ลับของเธอก็ยังโจมตีไม่ได้ เช่นนั้นซูหยวนก็มีแต่ต้องวางแผนหนีเข้าฟาร์มแล้ว....
ตู้ม!!
อย่างไรก็ตาม ก่อนที่ซูหยวนจะเอาปืนพลังงานออกมาจากคลังในฟาร์ม เสียงระเบิดที่อยู่ไกลออกไปก็ดึงความสนใจของราชินีตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์ไปได้
ซูหยวนตรวจสอบแผนที่ก่อนจะเห็นกลุ่มสีฟ้าค่อยๆเคลื่อนตัวเข้ามา พวกเขาจัดการตำแหน่งของสัตว์และพืชกลายพันธุ์อย่างรวดเร็ว ซึ่งทิศทางการเคลื่อนไหวของพวกเขาก็คือตำแหน่งที่พวกเธออยู่
มีคนมาช่วยแล้ว!
ซูหยวนผ่อนคลายลงมากหลังจากเห็นภาพนี้ ดูจากความแข็งแกร่งของพวกเขา เธอก็รู้ได้ทันทีว่าจะต้องเป็นผู้ที่มีความแข็งแกร่งในระดับสูงมาก ต่อให้พวกเขาเผชิญหน้ากับราชินีตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์ ก็อาจจะเอาชนะได้
“หรือจะเป็นหน่วยเก็บกู้ฉุกเฉิน” ทหารคนหนึ่งได้ยินเสียงการโจมตีอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังเป็นแรงระเบิดและแสงไฟจำลองที่คุ้นเคย พวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะมีความหวังในการรอดชีวิตขึ้นมา
“ไม่ ไม่ใช่...พวกเขายังให้พวกเรารออีก 1 วัน...” ผู้รับหน้าที่ติดต่อกับเจ้าหน้าที่ที่ฐานส่ายหน้า ผู้ที่กำลังบุกเข้ามานี้ไม่ใช่ฝ่ายของทหารแน่นอน แต่คนพวกนั้นเป็นใคร...นั่นก็ยังไม่รู้
โชคดีที่ไม่ต้องคาดเดาให้เสียเวลา ผ่านไปเพียงไม่กี่นาทีที่ราชินีตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์บินหายไปในตำแหน่งที่มีการระเบิด ร่างที่คุ้นตาก็ปรากฏขึ้นมาให้เห็นแล้ว
“ซูหยวน!”
เจ้าของเสียงกวาดตามองไปรอบๆ ก่อนจะเห็นร่างเล็กของเด็กสาวที่ยังคงทรุดอยู่กับพื้น แม้แต่ซูหยวนก็ไม่รู้เลยว่าแรงกดดันของการต่อสู้ก่อนหน้านี้ได้ทำให้ขาของเธอไม่มีเรี่ยวแรงไปแล้ว ไม่ต้องพูดถึงรุ่นน้องทั้งสองที่ไม่ได้สติด้วยซ้ำ ซูหยวนมองเจ้านายของตนเอง เวลานั้นหัวใจดวงเล็กๆกลับสั่นไหวอย่างประหลาด
“ดีจริงๆที่ปลอดภัย” รอยยิ้มของเจ้านายทำให้ซูหยวนอดไม่ได้ที่จะยิ้มตาม เวลานั้นภาพการมองเห็นทั้งหมดของเธอก็เปลี่ยนเป็นดำมืด การรับรู้ของซูหยวนถูกตัดขาด ความกดดันจากการต่อสู้ที่ผ่านมาทำให้เธอไม่สามารถรั้งสติเอาไว้ได้แล้ว
จางอู่หยางรีบเข้ามาตรวจสอบความปลอดภัยของเด็กสาว เมื่อเห็นว่าเธอแค่หมดสติจากความอ่อนล้าหลังใช้ความคิดและพลังงานจนถึงขีดจำกัด เขาก็ผ่อนคลายความกังวลใจออกมาทันที
ด้านหลังของเขามีนักล่าระดับสูงของตระกูลจางติดตามมาด้วย พวกเขาระเบิดพลังออกมาก็กวาดล้างพวกกลายพันธุ์ไปได้เกือบจะทั้งหมด แม้แต่ราชินีตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์ที่เป็นตัวอันตรายก่อนหน้านี้ก็ต้องหนีเอาตัวรอดไปแล้ว
“ท่านประธานครับ ตอนนี้เคลียร์ทางเรียบร้อยแล้วครับ ให้พาทุกคนกลับเลยไหมครับ”
“อืม...” จางอู่หยางอุ้มร่างเล็กๆขึ้นมา เขาไม่สนใจด้วยซ้ำว่าตอนนี้สภาพของซูหยวนจะสกปรกแค่ไหน เพียงประคองเธออย่างทะนุถนอมเท่านั้น
เขามองไปรอบๆ เห็นพวกทหารที่อ่อนแอเหล่านี้กำลังมองมาที่พวกเขาด้วยสายตาเทิดทูน แต่ในความคิดของจางอู่หยาง พวกคนอ่อนแอเหล่านี้ช่างน่าส่งไปตายเหลือเกิน
คิดจะทำภารกิจที่อันตรายขนาดนี้ด้วยการพาคนของเขามาด้วย ถ้ารู้ว่าตัวเองอ่อนแอขนาดที่จะต้องพากันขุดหลุมซ่อนตัว ทำไมยังกล้าที่จะออกมานอกบ้านอีก!
ที่เขายอมปล่อยให้ซูหยวนของเขาเข้าร่วมการต่อสู้ที่ผ่านมา ก็เพราะคิดว่าพวกทหารเหล่านี้จะมีดีมากพอที่จะไม่ถูกทำลายจนเละไม่เป็นท่า อีกทั้งภารกิจนี้ก็ใช้คนมากกว่า 3,000 คน ไม่คิดเลยว่าจะตกตายกันง่ายๆเพียงเพราะสัตว์กลายพันธุ์เพียงตัวเดียวแบบนี้
ถ้าไม่ใช่เพราะคนของเขาอยู่ในกองทัพจนทำให้รู้ข่าวว่าภารกิจของซูหยวนล้มเหลวไม่เป็นท่า เขาก็คงไม่รู้หรอกว่าเธอกำลังตกอยู่ในอันตราย
จางอู่หยางเรียกรวมตัวนักล่าที่เก่งที่สุดขององค์กรเพื่อมาช่วยซูหยวนโดยเฉพาะ พวกนักล่าเหล่านั้นเคลื่อนไหวตามคำสั่งของคนเป็นเจ้านายอยู่แล้ว ดังนั้นจึงไม่ได้ถามเหตุผลว่าเป็นเพราะอะไร จนกระทั่งพวกเขาได้เห็นภาพที่ประธานจางของตนกำลังดูแลเด็กคนหนึ่งด้วยท่าทางที่ไม่คุ้นเคยแบบนั้น
“ถลกหนังจระเข้สีแดงมาทำเป็นชุดเกราะให้ซูหยวนด้วย” เขาทิ้งประโยคสุดท้ายเอาไว้ก่อนจะพาซูหยวนกลับไป ไม่ได้สนใจความเป็นตายของพวกทหารที่เหลืออีก
นักล่าระดับสูงของตระกูลจางมองหน้ากันเอง ดูท่าว่าประธานคงจะโกรธแค้นไอ้ราชาแดงนี้มาก ถึงกับสั่งให้ลากมันออกมาจากบ่อโคลนอย่างนี้
พวกเขาจำได้ว่าก่อนหน้านี้ ตอนที่บุกยึดเขต K พวกเขาก็เคยต้องสู้กับเจ้าราชาแดงนี้มาก่อนแล้ว แต่เมื่อมันรู้ตัวว่าสู้ไม่ได้ก็รีบหนีลงบ่อโคลน เวลานั้นประธานจางยังสั่งให้ไม่ต้องไปสนใจมันเลย คิดไม่ถึงว่าครั้งนี้จะถึงเวลาตายของมันเสียแล้ว...
........................
ซูหยวนได้สติอีกทีก็พบว่าตัวเองอยู่ในห้องสะอาดสีขาวสว่างเสียแล้ว ต่างจากภาพสุดท้ายที่เต็มไปด้วยโคลนสกปรก เธอมองไปรอบๆและเข้าใจได้ทันทีว่าตัวเองคงจะถูกประธานจางช่วยเอาไว้แล้วก็พากลับมารักษา
โชคดีที่เขาผ่านไปแถวนั้น(?) จึงสามารถช่วยพวกเธอเอาไว้ได้ ไม่อย่างนั้น...ตอนนี้คงจะกลายเป็นอาหารของราชินีตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์ไปแล้ว...
“ตื่นแล้วหรือ?” น้ำเสียงทุ้มเข้มของผู้เข้ามาใหม่ดึงความสนใจของซูหยวนได้ทันที เห็นคนตัวโตเดินเข้ามา ซูหยวนก็พยายามจะลุกขึ้นมาเพื่อขอบคุณเขา
ในฐานะที่เขาเป็นเจ้านายของเธอ แล้วก็เป็นผู้ช่วยชีวิตด้วย ตอนนี้ซูหยวนยิ่งมีเหตุผลที่ทำให้ลาออกจากองค์กรนี้ไม่ได้มากขึ้นไปกว่าเดิมอีก
“ยังไม่ต้องรีบร้อนที่จะลุกขึ้นมาหรอก ตอนนี้พวกแพทย์กำลังให้ยาฟื้นฟูพลังงานกับเธอ มันจะเป็นประโยชน์มากกว่านะถ้าจะนอนนิ่งๆไว้ก่อน” จางอู่หยางกล่าวอย่างอบอุ่น ไม่มีท่าทางวางอำนาจของคนเป็นเจ้านายเลยแม้แต่น้อย
ซูหยวนมองดูขวดน้ำเกลือสีใส เธอเองก็รู้สึกว่าน้ำเกลือที่ให้นี้ไม่ใช่น้ำเกลือธรรมดาๆ อย่างน้อยมันก็ทำให้เธอรู้สึกสดชื่นขึ้นมาบ้าง
“ท่านประธาน ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือค่ะ” ถึงจะไม่ได้ลุกขึ้นมาเพื่อขอบคุณเขา แต่ซูหยวนก็ไม่มีทางลืมที่จะทำเช่นนั้น
ในฐานะเจ้านาย เธอทำให้เขาต้องเสียเวลาเพราะลูกน้องทำงานผิดพลาดแถมยังป่วยนอนโรงพยาบาลอีก ซูหยวนเชื่อว่าค่ารักษาดูแลเธอในตอนนี้ก็คงจะเป็นเขาที่รับผิดชอบ แม้ว่าในที่ทำงานเก่าของเธอ ทางบริษัทจะทำประกันกลุ่มเอาไว้ให้ ทว่า...เมื่อต้องถึงเวลาเข้ารับการรักษาจริง เบี้ยประกันแพงขึ้น เธอก็จะถูกทางแผนกจัดการทั่วไปตำหนิลับหลังอยู่ดี
พวกนั้นบอกว่านี่เป็นค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมมาจากความผิดพลาดของเธอ และก็ยิ่งเป็นการเพิ่มต้นทุนให้บริษัท เมื่อถึงเวลาที่จะมีการจ่ายปันผล บริษัทหักลบต้นทุนไปแล้ว พวกเธอเองก็ได้รับผลกระทบจากการที่เบี้ยประกันเพิ่มขึ้นไปด้วย
เห็นเด็กสาวแสดงท่าทางแบบนั้น จางอู่หยางก็หัวเราะออกมาด้วยความโกรธ เขาอยากจะตำหนิเธอสักคำสองคำที่ใจกล้าบ้าบิ่นขนาดนั้น เขาได้ยินจากคนอื่นๆแล้วว่าซูหยวนวางแผนจะทำอะไรบ้างเมื่อต้องเสี่ยงอันตราย ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้...เธอเป็นเด็กที่เขาวางใจได้เสมอ อู่หยางคิดว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ซูหยวนก็ควรจะหาทางรอดให้ตนเองได้ ทว่า...ดูเหมือนเขาจะต้องคิดเกี่ยวกับเธอใหม่เสียแล้ว
“ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลืองั้นหรอ? เธอรู้หรือเปล่าว่าตัวเองกำลังจะเจอกับอะไรถ้าฉันไปไม่ทัน” จางอู่หยางไม่คิดจะตำหนิซูหยวนมาก่อน ยกเว้นแค่เรื่องนี้
ในความต้องการของเขา เขาอยากจะให้ซูหยวนเป็นคนที่ซ่อนตัวอยู่ในหลุมหลบภัยนั้นด้วยซ้ำ ไม่ต้องออกมาช่วยคนอื่นต่อสู้ แค่ซ่อนตัวแล้วก็รอเขาไปรับกลับมาก็พอ
อย่างไรก็ตาม ภาพที่เขาเห็นก็คือด้านหลังของซูหยวนเต็มไปด้วยสัตว์กลายพันธุ์ที่อยู่ระดับสูงกว่าเธอมาก แค่คิดว่าถ้าเขาไปช้ากว่านี้แค่ 1 ชั่วโมง ไม่สิ! แค่ 1 นาทีก็ได้ ซูหยวนคงจะถูกราชินีตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์ตัดหัวไปแล้ว!
แล้วแบบนี้จะไม่ให้เขาโกรธได้อย่างไร!
………………………